บทนำ
“เภตรา” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกเธอในระยะประชิด ทางด้านหลัง
หญิงสาวหันขวับไปโดยอัตโนมัติ ดวงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นคนตรงหน้า ที่กำลังถือโทรศัพท์แนบหู
“มาทำไม...” เธอหลบสายตาจากเขา แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจที่แน่นอัดให้คลายลง ยอมรับว่าไม่ได้ตั้งตัวที่จะพบเจอสถานการณ์เช่นนี้
“มาหาหนู...กับลูก” เขาลดมือลง แล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋า
“เพื่อ?” หญิงสาวแสยะยิ้มแล้วเหลือบมองเขาด้วยความสังเวช
“ไม่เอาน่า...พี่อยากคุยกับหนู แล้วก็อยากเจอลูกด้วย”
“ลูก...คุณอมันต์คะ ลูกของคุณคุณได้ฆ่าแกกับมือไปแล้ว จำไม่ได้เหรอคะ หึ...อย่ามาน้ำเน่ากับฉันดีกว่า ไร้สาระ จะไปไหนก็ไปเถอะ อย่ามาสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตพวกเราอีกเลย” เธอยกมือขึ้นกอดอกแล้วจ้องตาเขาเขม็ง
กลับเป็นอีกฝ่าย...ที่มองตอบด้วยความเสียใจ เว้าวอน...
“พี่รู้ว่าพี่ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย และหนูก็คงไม่ให้อภัยพี่ แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว พี่ก็อยากรับผิดชอบในสิ่งที่เคยทำลงไป”
“ไม่มีใครต้องการให้คุณรับผิดชอบ...เรามีความสุขกันดีตามประสาแม่ลูก แล้วมันคงแย่มาก ถ้าคุณจะเข้ามาเกี่ยวข้อง” น้ำเสียงของเธอไม่ยินดียินร้าย
จนคนฟังใจหาย ราวกับเขากำลังสนทนาอยู่กับเภตรา ที่ไม่ใช่เธอคนเดิม
บท 1
ท้องฟ้ามืดครึ้ม สายฝนสาดพรมลงมาประปราย แต่ส่อเค้าให้เห็นว่ากำลังจะสาดเทห่าใหญ่ในอีกไม่ช้า เพิ่มความวุ่นวายให้กับผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตประจำวัน ต่างก็ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาและพายุที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาในอีกไม่ช้า
“หนูมิ้น...คุณแม่มารับแล้วจ้า” คุณครูสาวยิ้มหวานให้กับผู้ปกครอง แล้วเดินไปจูงมือเด็กน้อยเจ้าของชื่อพามาส่งถึงหน้าประตูห้องเรียน
“ขอบคุณค่ะครูฟ้า” เภตรายกมือไหว้ครูประจำชั้นของลูกสาวพลางยิ้ม สายตาก็มองลูกน้อยที่กำลังยิ้มร่าเดินเข้ามากอดด้วยความรักและเอ็นดู
“ไม่เลยค่ะ เริ่มคุ้นเคยกับเพื่อนๆ และสภาพแวดล้อมในโรงเรียนแล้ว คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ น้องเป็นเด็กน่ารัก ฉลาดด้วยค่ะ แกแค่ต้องการเวลา เพราะที่ผ่านมาไม่เคยอยู่ห่างคุณแม่เลย” คุณครูอธิบาย แล้วส่งกระเป๋าที่ถือมาด้วยให้คุณแม่
เภตรารับไว้แล้วสะพายไว้ด้านหลัง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับบ้าน
“แม่ต๋า...” บุษบามินตรากอดแม่ของเธอเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง หลังจากต้องต้องแยกจากอกในช่วงกลางวัน เพราะต้องมาโรงเรียนได้สองสัปดาห์แล้ว
แรกๆ เด็กหญิงก็ร้องไห้งอแงตามประสา ด้วยตั้งแต่เกิดจนอายุได้สี่ขวบแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอกับแม่ต้องอยู่ห่างติดต่อกันหลายชั่วโมง จิตใจนั้นโหยหาหดหู่เป็นอย่างยิ่ง ทั้งหวาดกลัวและระแวงทุกสิ่งอย่างที่ไม่คุ้นชิน ออกมาจากอ้อมกอดของแม่แล้ว มันรู้สึกไม่อบอุ่น ไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
แต่ด้วยความเอาใจใส่อย่างดีจากคุณครูและครูพี่เลี้ยง มีของเล่นและกิจกรรมมากมายไว้หลอกล่อตามช่วงวัย รวมถึงเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ก็พอช่วยดึงความสนใจได้อยู่บ้าง กระนั้น...ลึกๆ ก็ยังคิดถึงแต่แม่อยู่ดี เฝ้ารอคอยเวลาเมื่อไหร่แม่จะมารับ เมื่อไหร่หนอ...จะได้เห็นหน้าแม่อีกครั้ง
“ฝนจะตกแล้ว...แม่ขอพาน้องกลับบ้านก่อนนะคะคุณครู ขอบคุณมากๆ ที่ช่วยดูแลลูกของแม่” เภตรายกมือไหว้อีกครั้งร่ำลาครูของลูกสาว มือหนึ่งยกร่มขึ้นมากางเพื่อกันฝน ก่อนจะใช้อีกมือยกเจ้าตัวน้อยขึ้นอุ้ม แล้วพากันเดินออกไปจากอาคารเรียนโทนสีพาสเทลน่ารักหลังนั้น
“หนูมิ้นอยากกินขนมค่ะแม่ต๋า” หนูมิ้นกอดคอแม่แล้วซบหน้าอิงแอบด้วยความคุ้นเคย ก่อนจะร้องขอด้วยน้ำเสียงออดอ้อน สองเท้าก็ขยับไกวเป็นจังหวะ ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ท้องฟ้ากำลังโปรยสายฝนลงมาพร่างพราว
“ถึงบ้านก่อนนะลูก วันนี้เราต้องรีบกลับเพราะฝนตก ไม่งั้นเดี๋ยวลูกไม่สบาย ต้องไปหาคุณหมออีกนะคะ”
“ไม่ฉะบาย ก็ต้องไปหาคูมหมอ ต้องกินยาด้วย” เธอพูดไปตามประสา ตามประสบการณ์ที่เคยเจอ
“ใช่...ถ้าไม่ชอบกินยาก็ต้องอย่าดื้อนะคะวันนี้ แม่คงพาแวะซื้อขนมไม่ได้ เราต้องรีบกลับบ้านกัน”
“ได้ค่ะ หนูมิ้นไม่ดื้อก็ได้ ถ้าไม่ดื้อก็จะไม่ป่วยใช่ไหมคะ” เธอผละออกมาแล้วส่ายหน้าเป็นการยืนยัน
“จ้าคนเก่งของแม่...” แล้วจึงหอมแก้มยุ้ยๆ นั้นด้วยความชื่นอกชื่นใจ
เป็นความเคยชิน เป็นสิ่งที่ทำได้ทุกวันทุกเวลาและไม่เคยแหนงหน่าย นั่นคือการได้กอดได้จูบ ได้หอมเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดนี้ และไม่ใช่เพียงลูกหรอกที่ใจหายยามต้องห่างจาก ตัวเภตราเองก็อดที่จะโหวงในอกไม่ได้เช่นกันยามต้องพาลูกมาส่งโรงเรียน
แม้จะเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม เพราะบุษบามินตราเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นเตรียมอนุบาล แต่ด้วยความที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงสองคน ทั้งคู่จึงสนิทกันมาก เสมือนเป็นเงาตามตัวของกันและกันก็ว่าได้
สองแม่ลูกเดินออกจากโรงเรียนท่ามกลางผู้ปกครองและเด็กนักเรียนอีกนับร้อย บางคนมีรถส่วนตัว บางคนก็โดยสารรถประจำทางเหมือนกับเธอ
เภตราพาลูกไปยืนรอรถที่ป้ายรถเมย์ ซึ่งยามนี้ค่อนข้างแออัดจอแจ เพราะเป็นเวลาช่วงเดินทางของหลายๆ คนเช่นเดียวกัน เธอวางลูกให้ยืนด้วยตัวเอง แล้วจึงนั่งยองลงข้างๆ เพื่อให้ร่มป้องกันเม็ดฝนที่เริ่มตกหนักลงมาให้มากที่สุด เพื่อรอรถแท็กซี่เจ้าประจำ
“หนูมิ้นยืนดีๆ นะลูก แม่จะโทร.หาลุงตาบหน่อย ยังไม่เห็นมาเลยป่านนี้แล้ว” เธอว่าขณะที่มือหนึ่งล้วงกระเป๋าสะพายข้างของตัวเองเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาคนขับแท็กซี่ ซึ่งคุ้นเคยกันดี เพราะคอยรับคอยส่งเวลาเธอกับลูกไปไหนมาไหนเป็นประจำ
“ค่า...” เด็กหญิงรับคำอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นแม่จดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ ก็มีแอบเอามือโผล่ออกไปนอกร่ม กวักเล่นน้ำฝนสนุกสนาน
“ลุงตาบ...ใกล้ถึงยัง ฝนกำลังตกเลยตอนนี้ รีบหน่อยนะคะ” เภตราแนบสมาร์ตโฟนกับหูแล้วพยายามฟังเสียงจากปลายสาย แต่เพราะรอบๆ ตัวเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมอึกทึกจอแจ ไม่เอื้ออำนวยต่อการสื่อสารเท่าไหร่นัก
“ว้าย!” เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของผู้คนดังขึ้นพร้อมเพรียง เมื่อฝนที่ตกโปรยปรายเกิดมีลมพายุโหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีใครทันได้ตั้งตัว
“แม่ต๋า ร่ม...” หนูมิ้นกระโดดตัวลอยเมื่อร่มในมือของมารดาหลุดปลิวลอยตามแรงลม เธอวิ่งตามไปด้วยความไม่ประสา ด้วยกลัวร่มจะหาย แล้วตัวเองกับแม่คงต้องเปียกน้ำฝน
“หนูมิ้น! อย่าไปลูก” หญิงสาวที่พวงอยู่กับการพูดคุยกับคนขับรถแท็กซี่พลันลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจว่าสมาร์ตโฟนและกระเป๋าจะหล่นร่วงจากมือ เมื่อเห็นว่าร่มกำลังปลิวไปอยู่กลางถนนที่รถกำลังสัญจรไปมา และลูกน้อยของเธอก็กำลังจะก้าวตามไปอย่างไม่ลดละ
ผู้คนส่งเสียงวี๊ดว้ายอีกครั้ง เมื่อทุกสายตาหันไปให้ความสนใจที่ตัวเด็กหญิง ท่ามกลางฟ้าฝนที่โหมเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เภตรารีบวิ่งไปหาลูกอย่างไม่คิดชีวิต ทุกอย่างรอบตัวของเธอดับสนิท ไม่เห็นอะไรนอกจากร่างเล็กป้อมที่กำลังวิ่งเหยาะแหยะตากลมตากฝน ไม่ได้ยินไม่ได้ฟังอะไรทั้งสิ้น เหมือนว่ารอบๆ ตัวได้ถูกหยุดเวลาเอาไว้เสียอย่างนั้น
“หนูมิ้น!” ในที่สุดเธอก็คว้าตัวลูกสาวเอาไว้ได้ แต่...
บทล่าสุด
#71 บทที่ 71 ตอนพิเศษ ตอนที่ 2 (อวสาน)
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#70 บทที่ 70 ตอนพิเศษ ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#69 บทที่ 69 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 6
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#68 บทที่ 68 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 5
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#67 บทที่ 67 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 4
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#66 บทที่ 66 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 3
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#65 บทที่ 65 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 2
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#64 บทที่ 64 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#63 บทที่ 63 ทั้งหัวใจ ตอนที่ 6
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#62 บทที่ 62 ทั้งหัวใจ ตอนที่ 5
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
(ของหวง) มาเฟีย BAD
มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย
หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด
‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’
————————-
เอิงเอย
เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป
‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
เศษหัวใจซาตาน
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
เจ้าพ่อมาเฟีย
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง













