บทนำ
แรกพบนางหัวใจของเขาพลันถูกสั่นคลอน การได้พบกันของสองโชคชะตา ทำให้คำตอบของโศกนาฏกรรมในอดีตค่อยๆ เฉลยออกมา
คำทำนายที่ทำให้ชีวิตสั่นคลอน อดีตที่ยังคงส่งผลถึงอนาคต ไม่ว่าสิ่งใดที่นางเลือก ก็ล้วนแล้วแต่ต้องเจ็บปวด
กระนั้นแม้จะรู้ทั้งรู้นางก็ยังคงเลือกที่จะปกป้องเขา บุรุษผู้เป็นหนึ่งเดียวในดวงใจ
บท 1
เสียงกุบกับของกีบม้าซึ่งควบมาด้วยความเร็วดังสนั่นไปทั้งผืนป่า เนื่องจากคนกลุ่มหนึ่งกำลังโดนโจมตีจากลุ่มนักฆ่าฝีมือดีที่ยังคงซุกซ่อนตัวอยู่ในแนวต้นไม้หนาทึบ ม้าพ่วงพีสีดำลักษณะดีนับได้มากกว่าสิบตัว ห้อมล้อมม้าสีน้ำตาลขนเป็นมันเอาไว้ตรงกลาง มองออกได้โดยทันทีว่าคนผู้นั้นคือเป้าหมายของมือสังหาร ชายหนุ่มถูกอารักขาอย่างแข็งขันจากองครักษ์ที่ฝีมือหาได้ด้วยไปกว่าเหล่ามือสังหาร กระนั้นจำนวนที่น้อยกว่าย่อมเสียเปรียบ พวกเขาจึงทำได้เพียงเร่งเดินทางให้ถึงจุดหมาย
ป้อมเจิ้งจิน ที่พำนักของแม่ทัพใหญ่รักษาชายแดน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแคว้นจ้าวและแคว้นหนานอยู่ห่างออกไปไม่ไกลและนั่นคือจุดหมายของกลุ่มคนเหล่านั้น
สงครามสองแคว้นเพิ่งจะจบลงไปได้ไม่นาน ดังนั้นสถานการณ์จึงยังตึงเครียด เนื่องจากการทำสงครามระหว่างสองแคว้นที่ยืดเยื้อมานานจบลงด้วยการเจรจาของสงบศึก แคว้นหนานขอยอมแพ้โดยยินยอมที่จะส่งเครื่องบรรณาการมาให้แคว้นจ้าวทุกปี แม้ว่าสงครามจะจบลงทว่าองค์ชายสามแคว้นจ้าว จ้าวเหยียนเจี๋ย ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่รักษาดินแดน ยังคงรั้งรอเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ซึ่งนี่คือสาเหตุหลักที่บุรุษผู้ตกเป็นเป้าสังหารต้องเดินทางมายังชายแดนด้วยตัวเอง เขาก็คือจ้าวเหยียนเว่ย องค์รัชทายาทแคว้นจ้าว จ้าวเหยียนเว่ยเกรงว่าข่าวลือเรื่องที่จ้าวเหยียนเจี๋ยบาดเจ็บสาหัสจะเป็นเรื่องจริง จึงเดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าน้องชายของตนยังคงปลอดภัยดีทุกประการ การมาของเขาครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด ดังนั้นการที่เขาถูกลอบโจมตี ก็เป็นไปได้ว่ามีคนในรู้เห็น
“ถวายการอารักขาองค์รัชทายาท!” จางอวี้หัวหน้าราชองครักษ์ของจ้าวเหยียนเว่ยตะโกน มือใหญ่ตวัดกระบี่ออกมาเมื่อมองเห็นกลุ่มมือสังหารกำลังพุ่งตัวเข้ามา
“องค์รัชทายาท” เสียงคุ้นเคยของบุรุษที่ควบม้าใกล้เข้ามาด้วยท่วงท่าองอาจ ทำให้จ้าวเหยียนเว่ยยิ้มออกมาอย่างยินดี
“น้องสาม” จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยเสียงเบา
“อารักขาองค์รัชทายาทกลับเข้าไปในป้อม!” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“เสด็จเข้าไปในป้อมก่อนเถิดพะย่ะค่ะ” จางอวี้รีบเอ่ยขึ้น เมื่อมองเห็นว่าผู้เป็นนายยังคงมองตามแผ่นหลังของจ้าวเหยียนเจี๋ย
“เสด็จพี่เชิญเสด็จก่อนพะย่ะค่ะ” จ้าวเหยียนเจี๋ยตะโกนแข่งกับเสียงคมดาบ เมื่อมีมือสังหารเข้ามาใกล้เขา
อู๋อิงสงซึ่งเป็นทั้งรองแม่ทัพ และองครักษ์ของจ้าวเหยียนเจี๋ยรีบฟาดคมดาบเข้าไปสกัดไว้ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายถูกจู่โจม จางอวี้กับทหารองครักษ์ส่วนหนึ่ง ต่างคุ้มกันจ้าวเหยียนเว่ยเข้าไปในป้อม ส่วนจ้าวเหยียนเจี๋ยกับอู๋อิงสงพร้อมกับองครักษ์บางส่วน ยังคงช่วยกันรับมือกับกลุ่มมือสังหารที่ดูเหมือนฝีมือแต่ละคนจะไม่ธรรมดา
เมื่อเห็นว่าต่างฝ่ายต่างก็สู้กับแบบไม่มีที่สิ้นสุด เหล่ามือสังหารจึงได้ล่าถอยไป ทว่าไอสังหารที่ยังคงล้อมรอบอยู่ภายนอกป้อมเจิ้งจิน ทำให้เหล่าองครักษ์และนายทหารประจำการณ์ต่างก็ตื่นตัวในการเฝ้ายามและถวายอารักขา
“น้องสามลำบากเจ้าแล้ว ข้าไม่นึกว่าจะมีผู้อื่นล่วงรู้การมาถึงของข้า” จ้าวเหยียนเว่ยขมวดคิ้วด้วยความกังวล
“อย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลย การที่ขบวนเสด็จโดนโจมตีวันนี้ ทำให้เรารู้ว่าในวังหลวงอาจจะมีเกลือเป็นหนอน มีไม่กี่คนที่ล่วงรู้กำหนดการของพระองค์ ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดคือเราจำเป็นจะต้องหาต้นตอ”
“เจ้าพูดก็ถูก”
“ตอนนี้เราต้องรีบส่งเสด็จก่อนที่จะมีคนล่วงรู้ว่ามิได้ทรงประทับอยู่ในวังหลวงพะย่ะค่ะ” จางอวี้เองก็อดกังวลไม่ได้
“จางอวี้พูดถูก เราต้องหาทางส่งเสด็จพระองค์กลับวังหลวงโดยเร็วที่สุด หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันมีวิธี” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยแล้วมองอู๋อิงสง “คิดว่าได้เวลาที่หม่อมฉันจะกลับวังหลวงซะที อิงสงตามรองแม่ทัพจางมา”
“ขอรับท่านแม่ทัพ” อู๋อิงสงเดินออกไป
“พี่ได้ยินไม่ผิดกระมัง”
“ไม่ผิดพะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะกลับเข้าวังหลวง”
“ดีจริงฝ่าบาทกับไทเฮาคงจะพอพระทัยยิ่ง พี่มาไม่เสียเปล่าจริงๆ” จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยด้วยความยินดี
แผนการของจ้าวเหยียนเจี๋ยคือการทอนกำลังของฝ่ายตรงข้าม หลอกให้อีกฝ่ายสับสนด้วยการปลอมตัวปิดหน้าและแบ่งเป็นสามกลุ่มออกจากป้อมเจิ้งจิน ให้แต่ละกลุ่มแต่งกายเหมือนกันออกจากป้อม โดยมีจางซานจิ่วรองแม่ทัพรักษาแผ่นดินรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลป้อมเจิ้งจินแทน ในช่วงที่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับเข้าเมืองหลวง
จ้าวเหยียนเจี๋ย และอู๋อิงสงพร้อมกับราชองครักษ์อีกสองคนอ้อมไปทางเหนือ ส่วนทางด้านของจ้าวเหยียนเว่ยกับจางอวี้ และเหล่าราชองค์รักษ์อีกสองคนจะฝ่าออกไปตรงกลาง
สือเจี้ยนหาว องครักษ์เงาผู้เต็มไปด้วยปริศนาของจ้าวเหยียนเจี๋ย พร้อมกับนายทหารอีกสี่นาย จะปลอมตัวแล้วมุ่งหน้าไปด้านทิศใต้
เมื่อทั้งสามกลุ่มออกมาจากป้อมพร้อมกันก็เป็นไปดังคาด เกิดการสับสนขึ้น กลุ่มมือสังหารต่างก็แยกกันออกไปเพื่อไล่ล่า ดังนั้นจึงลดจำนวนคนลงไปมากและง่ายต่อการรับมือ เพราะว่ากลุ่มมือสังหารไม่รู้ว่ากลุ่มใดคือกลุ่มของจ้าวเหยียนเว่ยที่แท้จริง
ม้าของจ้าวเหยียนเจี๋ยวิ่งควบคู่มากับม้าของอู๋อิงสง ด้านหลังยังมีม้าของราชองครักษ์อีกสองนาย ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกัน
“พวกเจ้าแยกไปทางซ้ายไปเจอกันที่หมู่บ้านข้างหน้า” อู๋อิงสงตะโกนสั่ง ราชองครักษ์ทั้งสองคนแยกออกไปทันทีที่ได้รับคำสั่งนั้น พวกเขาแยกตัวไปอีกด้านเพื่อเพิ่มความสับสนเมื่อเจอทางแยก
“อิงสงเราต้องล่อให้มันไปยังสะพานเชือกข้ามแม่น้ำ ด้านหลังป่าสน” เมื่อจ้าวเหยียนเจี๋ยพูดจบก็มีลูกดอกพุ่งมาแต่เขาไหวตัวทันรีบเอียงตัวหลบ
บทล่าสุด
#238 บทที่ 238 บทที่ 15.7 จบ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#237 บทที่ 237 บทที่ 15.6
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#236 บทที่ 236 บทที่ 15.5
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#235 บทที่ 235 บทที่ 15.4
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#234 บทที่ 234 บทที่ 15.3
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#233 บทที่ 233 บทที่ 15.2
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#232 บทที่ 232 บทที่ 15.1
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#231 บทที่ 231 บทที่ 14.11
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#230 บทที่ 230 บทที่ 14.10
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#229 บทที่ 229 บทที่ 14.9
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













