บทนำ
แซ็ค มาสเตอร์สัน...แม้จะมีฐานะร่ำรวย แต่นิสัยกลับร้ายกาจ เขาทั้งแกล้ง ทั้งกวนประสาท และฉวยโอกาส ทำราวกับว่าหล่อนไม่มีค่าอะไรเลย
จนมาวันหนึ่งเมื่อความลับบางอย่างถูกเปิดเผยออก คดีฆาตกรรมถูกรื้อฟื้น คนที่คิดว่าเป็นคนชั่วกลับไม่ใช่ คนที่คิดว่าเป็นคนดีกลับเลวร้าย เมื่อม่านมรสุมแย่ๆผ่านพ้นไป...แซ็คจะทำอย่างไรเพื่อขอโทษและทำให้หล่อนยอมแต่งงานด้วย ซึ่งงานวิวาห์ในครั้งนี้เจ้าบ่าวจะต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น !!
.......
“ผมอยากทบทวนความทรงจำกับคุณอีกสักครั้งน่ะแวววี่” เขาบอกอย่างมีความหมาย ก่อนจะออกแรงดึงมากยิ่งขึ้นจนผ้าที่หญิงสาวใช้ห่อหุ้มกายคลายออกจากกันอย่างรวดเร็ว
“ทบทวนอะไรของคุณ ฤทธิ์ยายังไม่หมดอีกเหรอไง” ดวงตากลมโตวาววับ มือน้อยทุบตีต้นแขนหนาแรงๆเมื่อเขาดึงหล่อนเข้าไปกอดแนบอก
“ฤทธิ์ยาหมดแล้ว แต่ความต้องการของผมยังไม่สิ้นสุด”
“หื่น” หล่อนว่าเสียงเขียว ขณะที่ชายหนุ่มรับคำหน้าระรื่น
“ใช่ ผมหื่น...แต่ก็หื่นเฉพาะกับคุณเท่านั้น คุณหนูของผม”
บท 1
บ้านหลังใหญ่ตั้งกลางเนื้อที่ 4 ไร่ บริเวณด้านหน้าคือสนามหญ้าที่ตัดเตียนจนยอดปลายสม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกนุ่มฝ่าเท้าเมื่อเหยียบลงไป
บรรยากาศยามเย็นสดชื่น ท้องฟ้าฉาบทาด้วยสีส้มอ่อนรอนแสง กระไอความแรงร้อนช่วงบ่ายค่อยๆจางหายไป กลายเป็นความหนาวเหน็บแทรกแทนที่
บ้านที่เคยเงียบสงบมานานแรมปี วันนี้ครึกครื้นด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาซึ่งต่างสวมเพชรนิลจินดา อวดฐานะความมั่งมีของตน พูดคุยกันเสียงเซ็งแซ่ เสื้อผ้าที่ทุกคนเลือกมาประดับปกปิดร่างกายมีหลากสี และราคาแพง เพราะคนเหล่านี้มักเป็นคนดังอยู่ในสังคมหรูหรา ทว่า...กลับไม่มีใครโดดเด่นเกินหน้านางเอกของงานนี้
แวววิวาห์ วลีไพลิน หญิงสาววัย 25 ปี ที่มีใบหน้าหวานละมุน ผมยาวสลวยถูกรวบเกล้าขึ้นสูง จัดแต่งคล้ายกลีบผกา แซมด้วยดอกไม้ของจริงสีขาวเล็กๆพอให้เห็นประปราย กระจุ๋มกระจิ๋ม
หล่อนอยู่ในชุดสีขาวปักเลื่อมประกายมุก ด้านบนเป็นเกาะอกอวดเนินอิ่มที่ล้นทะลักออกมาอวดสายตาคนที่แลเห็น ช่วงลำตัวแนบ เน้นหน้าท้องแบนราบ และสะโพกผายตึง ตัวกระโปรงผ่ายาวด้านขวาจนเห็นต้นขาขาวๆวับแวม ชายกระโปรงยาวระพื้นกรีดกรายราวหงส์ขาวผู้เย่อหยิ่ง
แวววิวาห์เป็นคนสวยและเป็นจุดสนใจของทุกคนในงาน จนทำให้ผู้เป็นเจ้าบ่าวดูด้อยลงไปถนัดตา
“เฮ้... แวววี่คนงาม ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงตอนนี้ คุณก็ยังสวยไม่สร่าง” เจ้าบ่าวร่างผอมแห้งตรงเข้ามาโอบบ่าหล่อนอย่างสนิทสนม กลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งจากปากของภาคภูมิทำให้หญิงสาวถึงกับเบ้หน้าอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก
“แน่สิ ก็ฉันเป็นคนสวย ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น หรือตอนกลางคืน ฉันก็ยังสวยเสมอ” หล่อนตอบอย่างมั่นใจ...โดยไม่ยอมบอกความจริงว่าหล่อนแอบไปเติมหน้าที่ห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง เพราะหล่อนยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะปล่อยให้ตัวเองหน้ามันเยิ้ม
“ก็จริงของคุณ” ภาคภูมิหัวเราะในลำคอ “แต่น่าเสียดายที่คุณเป็นคนเอเชีย” นิ้วยาวไล้ไปตามเส้นผมสลวยที่ตกระแก้มใส ซึ่ง หญิงสาวก็เบี่ยงหน้าหนี
“คุณพูดเหมือนไม่พอใจที่แต่งงานกับคนไทย”
“เปล่า... คุณก็สวยนะ ผมภูมิใจที่ได้แต่งงานกับคุณหนูแวววี่อย่างคุณ”
“แน่นอน” แวววิวาห์เชิดคอขึ้นอย่างหยิ่งยะโส “คุณควรขอบคุณที่ฉันยอมแต่งงานกับคุณ ทั้งๆที่ฉันสวย รวย ฉันเพอร์เฟ็กต์และแสนดีทุกอย่าง แต่ฉันก็ยังเลือกคุณ ดังนั้นคุณต้องภูมิใจให้มากเข้าไว้”
“หืม... สวย รวย ?” ภาคภูมิหัวเราะ แววตาเปล่งประกายประหลาดอย่างที่หญิงสาวอ่านไม่ออก และหล่อนก็ไม่คิดจะสนใจ เพราะตอนนี้ดวงตาของหล่อนแลเห็นใครบางคนที่นั่งอยู่โต๊ะสีขาวซึ่งตั้งอยู่ใต้ซุ้มเฟื่องฟ้า...และเขาคนนั้นก็กำลังมองหล่อนอยู่เช่นกัน
วงหน้าเขาประกอบด้วยเครื่องหน้าสมส่วน สันกรามได้รูป คิ้วเข้มสีดำสนิท และ...ดวงตาสีฟ้าเจ้าเสน่ห์ ตรงกลางคือสันจมูกโด่ง ต่ำลงมาคือริมฝีปากสีชมพูกุหลาบ
หล่อเหลาราวจิตรกรตั้งใจปั้น...เหมือนเทพบุตรกรีก แต่ทำไมนะ...ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นถึงมองหล่อนอย่างไม่พอใจ
หล่อนคิดไปเองหรือเปล่า แต่ประกายตาคมกล้าที่จ้องมองมาราวกับจะมองลึกเข้าไปถึงกระดูกของหล่อน และที่สำคัญ แม้ว่าจะมีแขกต่างชาติหลายคนเพราะภาคภูมิชอบคบหากับคนต่างประเทศ แต่หล่อนมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้อยู่ในงานตั้งแต่ต้น
เขาเพิ่งมา ? เขาเป็นใครกัน หรือว่าเป็นเพื่อนอีกคนของภาคภูมิ ?
แวววิวาห์หันขวับไปมองข้างกาย พบว่าเจ้าบ่าวถูกเพื่อนลากตัวไปทางอื่นแล้ว ตอนนี้จึงเท่ากับว่าหล่อนยืนอยู่คนเดียว...
หากเป็นหญิงอื่นคงยืนนิ่งละล้าละลังไม่กล้าสบตากับหนุ่มหล่อคนนั้น แต่สำหรับคนอย่างคุณหนูแวววี่ หล่อนไม่เคยกลัวใคร !
หญิงสาวก้าวฉับๆเข้าไปใกล้โต๊ะที่คนแปลกหน้านั่งหลบมุมอยู่ เท้าแขนเรียวลงบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเขา ถามว่า
“คุณเป็นใคร เมื่อเช้าไม่เห็นคุณนี่”
“ผมชื่อ แซ็ค มาสเตอร์สัน เพิ่งเข้ามาในงานเมื่อครู่นี้เพราะช่วงเช้าติดธุระ ต้องขอโทษที่มาช้า แต่คงทันได้เห็นคุณกับหนุ่มคนรักจดทะเบียนสมรสกัน”
คำพูดเขาฟังแปลกหูชอบกล สำเนียงไทยแปร่งปร่าแต่ก็ชัดถ้อยชัดคำจนหล่อนนึกทึ่ง
“คุณเป็นเพื่อนของคุณภาคภูมิเหรอ”
“จะพูดว่าไงดีล่ะ” เขายื่นหน้าเข้าใกล้จนเกือบชิดหน้าหญิงสาว จนหล่อนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดแก้มบางจนวูบวาบทั้งหน้า รีบดึงหน้าตัวเองถอยกลับแล้วตั้งหลักยืนมั่น คอเชิดเหมือนเก่า “เอาเป็นว่า...ผมรู้จักกับว่าที่สามีของคุณ รู้ว่าเขาจะแต่งงาน ผมจึงมา...อยากเห็นหน้าผู้หญิงที่มัดใจภาคภูมิไว้ได้”
“คุณพูดจาแปลกๆ ถามจริง...มีอะไรซ่อนเร้นหรือเปล่า”
“ไม่รู้สิ” มุมปากได้รูปกระตุกนิดๆ พลางหลุบตาลงต่ำ “คนเราทุกคนล้วนมีบางอย่างที่ไม่อยากบอกใคร ซึ่งผมคงไม่จำเป็นต้องตอบคุณหรอกกระมัง”
“เชอะ ฉันก็ไม่อยากรู้นักหรอก” แวววิวาห์สะบัดหน้าไปอีกทางอย่างหยิ่งผยอง ปากล่างยื่นออกมาอย่างลืมตัว ขณะที่แซ็คมอง ริมฝีปากจิ้มลิ้มของหล่อนอย่างเผลอไผล แต่ช่วงวินาทีสั้นๆเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง190เซนติเมตรของตน พร้อมก้าวออกมายืนตรงหน้าหล่อน ค้อมตัวนิดๆแล้วตั้งฉากท่อนแขนแนบลำตัว บอกว่า
“ผม แซ็ค มาสเตอร์สัน อยากขอเต้นรำกับคุณสักเพลงเพื่อเป็นเกียรติจะได้ไหมครับ”
บทล่าสุด
#88 บทที่ 88 88
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#87 บทที่ 87 87
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#86 บทที่ 86 86
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#85 บทที่ 85 85
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#84 บทที่ 84 84
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#83 บทที่ 83 83
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#82 บทที่ 82 82
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#81 บทที่ 81 81
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#80 บทที่ 80 80
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025#79 บทที่ 79 79
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













