บทนำ
บท 1
‘คุณจะปกป้องหนูใช่ไหมคะ’
‘ตราบใดที่เธอไม่สร้างปัญหา... ใช่ ฉันจะปกป้องเธอ’
ประโยคเหล่านั้นดังก้องอยู่ในหัวใจดวงน้อยราวกับจะเย้ยหยัน ใจของมารินรู้ดีว่าพันธะสัญญาระหว่างเธอกับชาวีกำลังจะจบลงเพราะปัญหาใหญ่ที่เข้ามา
เธอท้อง...
มันเกิดขึ้นได้อย่างไรไม่รู้ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว
มันผลักดันให้มารินนั่งกระสับกระส่ายอยู่ในบ้านพักส่วนตัวอันทันสมัยที่คนอย่างเธอไม่มีปัญญาครอบครอง โดยมีแท่งตรวจครรภ์สามแท่งวางอยู่บนโต๊ะ ยืนยันความจริงอันน่าหวั่นใจ
ชั่วชีวิต... สิ่งที่มารินไม่ปรารถนาจะได้พบเจอ คือความยุ่งยากที่นำพาให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย แต่ในบางครั้งเธอกลับวิ่งเข้าใส่ปัญหา ทั้งโดยบังเอิญและตั้งใจ
สองปีก่อน
มารินในวัยสิบเก้าปีต้องนั่งตัวสั่นงันงกหลังประตูตู้เสื้อผ้าแบบ walk-in closet ราวกับว่านั่นคือที่หลบซ่อนสุดท้ายในโลกที่กำลังจะพังทลาย เหงื่อกาฬไหลจนชุ่ม ดวงตาเบิกโพลงด้วยหวาดผวาสุดหัวใจ
หากรู้สักนิดว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม มารินคงไม่ยอมก้าวเข้าสู่สถานที่ที่จะกลืนกินทั้งชีวิตและตัวตนของเธอไปจนหมดอย่างบ้านวิธวินทร์
แต่เพราะ ‘เมริษา’ เพื่อนรักที่ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมามาก ถึงขั้นคุกเข่าขอร้องทั้งน้ำตาให้มาทำธุระเป็นเพื่อน เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ลง
ทั้งบ้านมืดสลัวในตอนที่ทั้งคู่เปิดเข้ามา
มารินเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นเจ้าของบ้านนั่งดื่มอยู่ที่มุมบาร์ซึ่งมีเพียงแสงนวลของโคมระย้า เขาไม่พูดอะไร เพียงเดินไปกดคำสั่งปิดประตูที่แผงควบคุมตรงผนังใกล้บาร์ พอมองให้ชัดจึงได้รู้ว่าเขาคือ ‘ชินดนัย’ หนึ่งในคนสำคัญของตระกูลวิธวินทร์
มารินหันไปมองประตูที่ปิดลงด้วยใจระทึก พลันรู้สึกเหมือนกับว่า พวกเธอถูกขังอยู่ในกรง
“โฟมนั่งรอฉันอยู่ตรงนี้แป๊ปนึงนะ” เมริษาชี้ไปที่โซฟาของห้องรับแขก ก่อนจะกดสวิตช์ไฟที่เสาใกล้ ๆ หล่อนถอดเสื้อนอกของตนไปแขวนตรงราวไม่ไกลกัน รองเท้าก็ถอดวางไว้บนตู้
หล่อนรู้มุมต่าง ๆ ของบ้านราวกับเป็นบ้านตัวเอง มารินเดาว่าเพื่อนรักคงเคยมาแล้วหลายหน
เมริษาหันมาบอกอีก “เดี๋ยวฉันมา ฉันเข้าไปคุยกับเขาไม่นานหรอก”
มารินรู้สึกว่าชายคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ คิดว่าเมริษาเองก็รู้สึกเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่คะยั้นคะยอให้เธอมาด้วยกัน แต่ในเมื่อหล่อนเลือกที่จะเดินหน้า มารินจึงทำได้เพียงแค่รออย่างมีสติและควรสำรวจทางหนีทีไล่เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน
“ระวังตัวด้วยนะ”
เมริษาพยักหน้ารับคำ ใจลึก ๆ หล่อนกลัวจนแทบบ้า แต่เพื่ออนาคตที่วาดฝันเอาไว้ หล่อนจึงเดินตามชินดนัยขึ้นไปคุยบนห้องทำงานชั้นสอง โดยไม่รู้เลยว่า หล่อน... จะไม่มีวันได้กลับออกมา
เพียงไม่นาน มารินก็ได้ยินทั้งคู่โต้เถียงกัน จับใจความได้เพียงว่ามีบางอย่างที่เมริษาซ่อนไว้ และชินดนัยจะไม่มีวันให้หล่อน ‘Blackmail’ เขาได้อีกต่อไป
เท่านั้น... มารินจึงรู้ตัวว่าถูกเพื่อนที่ไว้ใจดึงลงมาอยู่ในจุดที่เธอไม่อยากจะยืน
หญิงสาวไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับการข่มขู่นี้ จึงหมายใจจะหนีกลับบ้านโดยไม่ให้เพื่อนรู้ ทว่าเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นสติของเมริษาพาให้เธอต้องวิ่งขึ้นไปดูเพื่อนอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง
ก่อนที่ใจดวงนั้นจะเต้นรัวอยู่ในอกเมื่อเห็นเจ้าของบ้านที่เมามายใช้มีดไล่ฟันเมริษาอยู่
พอเขาหันมาเห็นมารินที่ปากประตู ก็พุ่งเข้ามาหมายจะจัดการ มารินกระโดดโหยง หลบได้หวุดหวิด แต่เลือดในกายเย็นเฉียบเพราะความหวาดกลัว
ชินดนัยตวัดสายตามามองเธอ หัวเราะคลั่งแค้น มือข้างที่ถือมีดเงื้อขึ้นหมายเอาชีวิตของมาริน ในชั่ววินาทีนั้นทั้งร่างก็วืดหลบได้อีกครั้งเพราะเมริษาฉกชิงความไวจากปีศาจพุ่งเข้ามาลากเธอออกไปให้พ้นวงแขนของมัน
“แม่งเอ๊ย อีกะหรี่!!!” ชินดนัยสบถด้วยความโมโห
“หนีเร็วโฟม!” เมริษาตะโกนลั่น
ชายหนุ่มรีบขว้างมีดตามหลัง แต่ไม่โดนใครทั้งนั้น
ขณะที่สองสาวแตกหนีไปตามห้องต่าง ๆ ของชั้นสอง กลายเป็นหนูตัวเล็กที่ติดอยู่ในกรงสิงโต... เพราะประตูและหน้าต่างทุกบานถูกควบคุมด้วยระบบสั่งการ biometric ซึ่งมีเพียงคนบ้านวิธวินทร์เท่านั้นที่เปิดได้
มารินตะเกียกตะกายเข้ามาหลบในตู้เสื้อผ้าในห้องห้องหนึ่ง ได้ยินเสียงฝีเท้าของเจ้าบ้าน ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามา... จนต้องกลั้นหายใจเอาไว้ ราวกับกลัวว่าเขาจะรับรู้ที่ซ่อนของตนจากลมหายใจ
“กรี๊ด!!! ไม่นะ ไม่!”
เสียงเมริษากรีดร้อง
ภาพที่ปรากฏในครรลองสายตาของมาริน ผ่านรอยแยกของประตูตู้ คือร่างของหนูตัวแรกที่ไม่ไวพอ
เมริษาถูกชินดนัยลากออกมาจากใต้เตียง ก่อนที่เขาจะขึ้นคร่อม ชกเข้าที่ใบหน้าของหล่อนหลายครั้ง ทุกครั้งที่เสียงกำปั้นกระทบใบหน้าหล่อน ร่างกายของมารินจะสะดุ้งเฮือก จนเธอต้องรีบใช้มือปิดปากตัวเองไว้แน่น พร้อมเกร็งไว้ทั้งตัวให้นิ่งที่สุด
นิ่งเป็นหิน
นิ่ง... และยอมให้คลื่นร้ายซัดผ่านตัวเธอไปเหมือนทุกครั้ง แล้วเธอก็จะรอด
แต่ดูเหมือนว่าคลื่นร้ายลูกนี้จะใหญ่เกินกว่าที่ก้อนหินก้อนเล็กอย่างมารินจะทนไหว เธอเห็นเมริษาถูกบีบคอจนดวงตาเหลือกลาน เนื้อตัวของเพื่อนรักกระตุกเกร็งอยู่ในเงื้อมมือมัจจุราช
“มึงคิดว่ากูจะยอมเสียเงินให้มึงแลกกับหลักฐานพวกนั้นเหรอ อีกะหรี่ชั้นต่ำ!!!”
“อั่ก...”
“กูแค่หลอกมึงมาฆ่า แล้วจะฝังทุกอย่างที่มึงรู้ไปกับศพเน่า ๆ ของมึงไงล่ะ อีควาย!!!”
เมริษาจิกเล็บกับข้อมือเขา เลือดที่ไหลออกมาทั้งจากดวงตา จมูก และปากหาได้สร้างความตกใจให้ชินดนัย แววตาไร้ซึ่งความปรานีบีบให้หล่อนยอมรับความตายโดยไม่มีเงื่อนไข
ใจของมารินหล่นหาย เหลือเพียงความหวาดกลัวเท่านั้นที่ยังเต้นอยู่ในอก
หากแม้ความกลัวรบรากับความกล้าเพียงน้อยนิดในใจ แต่มารินก็ไม่อาจเห็นคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาต้องหมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา จึงผลักประตูแล้วพุ่งใส่ปีศาจร้ายจนมันล้มไปพร้อมกับปล่อยมือจากเมริษา
มารินช่วงชิงเวลาเพียงเสี้ยวนาทีที่มันเพลี่ยงพล้ำ เข้าปลุกประคองเพื่อนรักขึ้นมา
“เม เม ฮึก... หนีเร็ว เม”
“...”
“เม ตื่นสิเม เม!”
เปล่าประโยชน์เสียแล้ว...
เมริษาสิ้นใจไปก่อนเพียงเสี้ยววินาที และตอนนี้มารินก็กำลังกระโจนออกมาเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่เคยพบพาน
คนที่ไม่เคยเห็นใครถูกฆ่าอยากมีเวลาโศกเศร้าให้มากกว่านี้ แต่ก็รู้ในทันทีว่าต้องหนีให้พ้น ก่อนที่จะกลายเป็นศพต่อไป
ตอนนั้น ชินดนัยพุ่งเข้ามาจะคว้าข้อเท้าของเธอ มารินกรีดร้องลั่นและไวพอที่จะดึงเท้าหลบ
เธอตะเกียกตะกายสับเท้าลงบันไดมาชั้นล่าง มือถือร่วงกระแทกขั้นบันได แต่ไม่มีเวลาพอที่จะเก็บมันขึ้นมา ในหัวคิดหาทางออกแต่ลนลานไปหมด
ถ้าทุบหน้าต่างจะได้ไหมนะ?
หรือหากร้องให้คนช่วยจะได้ผลหรือเปล่า
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยหนูที!”
เสียงพูดกลั้วหัวเราะของเขาดังไล่หลัง “ร้องเข้าไปอีหนู บ้านนี้ไม่มีใครช่วยมึงได้หรอก”
“ช่วยด้วย ฮือ ๆ ช่วยหนูด้วย”
“...”
~ ~ ~ ฮือ ฮื้อ ฮือ
มารินได้ยินเสียงฮัมเพลงของชินดนัยดังแว่วในความเงียบงัน ฟังดูคล้ายเพลงแห่งชัยชนะในช่วงเวลาที่ชีวิตของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้าย
จนเมื่อหญิงสาวเริ่มจวนตัว เพราะถูกไล่ต้อนให้ติดอยู่ตรงประตูหน้าบ้าน ความสิ้นหวังก็จู่โจมหัวใจและพาให้แข้งขาอ่อนแรงจนทรุดลงกับพื้น
“อย่าทำอะไรหนูเลยนะ ฮือ ๆ หนูสาบาน หนูจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร หนูไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น หนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนูมาที่นี่ทำไม โธ่!... ทำไมหนูถึงทำเรื่องโง่ ๆ อย่างนี้ลงไปได้ก็ไม่รู้”
หญิงสาวยกมือไหว้ ทั้งวอนขอ ทั้งให้คำสัญญาและก่นด่าตนเองด้วยความสับสนลนลาน หากเมื่อร่างทะมึนของชินดนัยคืบคลานเข้ามาอย่างใจเย็นราวกับอยากเล่นกับลมหายใจสุดท้ายของเหยื่อ มารินจึงใช้สองมือทุบประตูบานนั้นอย่างจนใจ
รู้ทั้งรู้ว่ามันไร้ผล
รู้ทั้งรู้ว่าตนจะต้องตายอยู่ตรงนี้ แต่เธอ... ยังไม่อยากตาย
และในนาทีที่เราเข้าใกล้ความตาย ความปรารถนาที่ยังไม่สำเร็จก็วิ่งเข้ามาในหัวใจสวนทางกับความหวังที่จะมีชีวิตรอดออกไป
น้องชายของเธอจะเป็นอย่างไรหากเธอต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ตรงนี้อย่างคนโง่
ตอนนั้นเอง...
ติ๊ด...
บางคนเปิดประตูจากภายนอก ยังไม่ทันที่มารินจะทันได้คิดสิ่งใดก็ถูกแขนแข็งแรงกระชากผ่านช่องว่าง ก่อนลากร่างเธอวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมได้ยินเสียงคำรามร้องของชินดนัยดังออกมาจากบ้านหลังนั้น
ทว่า... ชินดนัยไม่ได้ตามมา ใช่ว่าเขาจะเลิกแล้วต่อกัน แต่เพราะรู้ดีว่ามันเกินกำลังของตนแล้วต่างหาก
บทล่าสุด
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
สัญญารักประธานร้าย
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













