บทนำ
บท 1
บทที่ 1
สัญญาณร้ายหรือดี
ย่างเข้ายามเว่ยของวันหนึ่งในรัชศกเทียนเจี้ยที่สิบสอง เมืองหลวงแคว้นเยียนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนหนาทึบราวกับว่าพายุจะเข้า เสียงฝนฟ้าคะนองดังกึกก้องไปทั่วผืนแผ่นดิน
เมฆฝนพวกนี้เคลื่อนตัวมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชาวเมืองต่างพากันเก็บข้าวของหลบฝนกันวุ่นวาย พวกร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ถนนฟางเป่ยต่างก็รีบปิดประตูลง เพราะมีลมพัดกระโชกแรงพัดเอาเสื้อผ้าที่แขวนห้อยไว้หน้าร้านปลิวสะบัด บางตัวถึงกับหลุดออกจากราวแขวนไปกองอยู่ที่พื้นก็มี
“ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอันใดขึ้น เหตุใดฝนฟ้าถึงได้พิโรธถึงเพียงนี้” เจ้าของร้านผ้าเอ่ยกับเด็กเฝ้าร้านที่เพิ่งจ้างมาได้ไม่กี่วันด้วยความแปลกใจ
เด็กเฝ้าร้านได้ยินเถ้าแก่เอ่ยก็ตอบกลับ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างรีบเก็บของเข้าร้านไปด้วย “ข้าคิดว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอันใดหรอกขอรับเถ้าแก่ นี่ก็เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว ย่อมมีพายุเป็นธรรมดา อย่าคิดมากเลยขอรับ”
“อ้อ…จริงของเจ้า ข้าก็ลืมนึกไปเลยว่านี่เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว เช่นนั้นรีบเก็บของกันเถอะ ประเดี๋ยวฝนจะสาดเข้ามาในร้านเสียก่อน” เถ้าแก่เอ่ยจบก็รีบออกมาช่วยเด็กเฝ้าร้านเก็บของด้วยเพราะกลัวว่าจะไม่ทันการ
เมื่อทุกอย่างกลับเข้าไปอยู่ในร้านแล้ว พวกเขาก็รีบดึงประตูปิดทันที
อีกด้านหนึ่งทางวังหลวง
ณ ตำหนักเยี่ยนฟางในห้องพระบรรทมชั้นใน ฮองเฮาที่กำลังเจ็บท้องคลอดอยู่นั้น เวลานี้ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อ เสียงหอบหายใจถี่ พร้อมหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงนั้น บ่งบอกว่าพระนางกำลังทรงทรมานเป็นอย่างยิ่ง
“ฮองเฮาทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ ประเดี๋ยวหมอหลวงก็คงจะมาถึงแล้ว” เสี่ยวหลัวนางกำนัลคนสนิทกล่าว ต่อให้จะเป็นการกล่าวเพื่อให้กำลังใจ แต่ทว่าสีหน้าของนางก็ยังคงเป็นกังวลอยู่
ไม่น้อย เพราะนางกำนัลอีกคนหนึ่งไปตามหมอหลวงนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มาสักที เช่นนั้นแล้วเหล่านางกำนัลที่ตำหนักเยี่ยนฟางต่างก็ร้อนใจมาก
ฮ่องเต้เองก็ทรงร้อนพระทัยเช่นกัน พระองค์เดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าตำหนัก จนสุดท้ายทนไม่ไหวต้องเร่งทหารให้ไปดูว่าหมอหลวงออกมาหรือยัง
“พวกเจ้าสองคนไปดูหมอหลวงที หากจำเป็นต้องแบกก็แบกมาเลย ให้มาให้เร็วที่สุด” ฮ่องเต้ตรัสขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แต่แลดูเป็นกังวลไม่น้อย
“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์สองนายได้รับพระบัญชาแล้วก็รีบวิ่งออกไปทันที
“ฝ่าบาทอย่าทรงร้อนพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ”
หวงกงกงเอ่ยขึ้นมาอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ เขากลัวว่าหากฮ่องเต้ทรงเป็นกังวลมากเกินไป จะกระทบพระวรกายอันล้ำค่าของพระองค์
ฮ่องเต้หันมากล่าวกับหวงกงกงด้วยพระสุรเสียงที่จริงจัง “เจ้าจะไม่ให้เราร้อนใจได้อย่างไร เวลานี้ฮองเฮากำลังจะคลอดคือบุตรคนแรกของเรานะ อย่าว่าแต่เราเลย ต่อให้เป็นผู้อื่นก็ต้องร้อนใจไม่แพ้กัน”
ทหารองครักษ์สองคนวิ่งออกไปได้ยังไม่ทันถึงไหนก็กลับมาพร้อมกับหมอหลวง ซึ่งทั้งสองวิ่งมาอย่างเร่งรีบ อีกทั้งยังมีศิษย์จากสำนักหมอหลวงอีกผู้หนึ่งมาช่วยด้วยเหมือนกัน พวกเขามาพร้อมเครื่องมือครบครัน เตรียมพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ขอพระราชทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมมาช้า”
เมื่อฮ่องเต้เห็นว่าหมอหลวงมาถึงแล้วก็โล่งพระทัย “อย่าได้มาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย รีบเข้าไปเถอะ”
เมื่อได้รับคำสั่ง หมอหลวงก็ไม่รอช้ารีบเข้าห้องคลอดทันที แม้ว่าอากาศภายนอกยามนี้มีฝนตั้งเค้า แต่ทว่าคนที่อยู่ด้านในล้วนแต่เหงื่อผุดขึ้นซึมเต็มใบหน้า สีหน้าของทุกคนมีแต่ความกังวล เนื่องจากทำคลอดกันมาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่เด็กก็ยังไม่ยอมออกมาเสียที ฮ่องเต้ที่รออยู่ด้านนอกก็ยิ่งร้อนพระทัยเข้าไปใหญ่
“ฮองเฮาได้โปรดพยายามอีกหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ รับรองว่าคราวนี้ต้องสำเร็จเป็นแน่” หมอหลวงที่อยู่หลังม่านกล่าวกับฮองเฮาที่ยามนี้พยายามใช้แรงเบ่งคลอดบุตรมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว
ต่อให้นางจะเบ่งมาแล้วเป็นร้อยครั้งก็ตาม แต่ถึงอย่างไรต้องเบ่งต่อไปอีกจนกว่าทารกน้อยจะออกมา ฮองเฮาพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะรวบรวมแรงกายแรงใจทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้บุตรที่อยู่ในครรภ์ได้ออกมาดูโลกภายนอก ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ต่างก็เอาใจช่วย และหากเป็นไปได้ นางกำนัลกลุ่มนี้ก็คงจะเบ่งคลอดแทนแล้ว
ไม่นานประตูตำหนักเยี่ยนฟางก็เปิดออก พร้อมศิษย์สำนักหมอหลวงผู้หนึ่งโผล่หน้าออกมารายงานความคืบหน้าต่อฮ่องเต้ที่ยืนรออยู่หน้าตำหนัก “ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาทรงมีภาวะคลอดยาก อาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
“คลอดยากอย่างนั้นหรือ แล้วจะเป็นอะไรมากหรือไม่”
เสียงสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งดังมาจากเบื้องหลังฮ่องเต้ ซึ่งเป็นไทเฮานั่นเองที่เสด็จมาพร้อมกับนางกำนัลอีกจำนวนหนึ่ง
“ถวายบังคมไทเฮา” ศิษย์สำนักหมอหลวงผู้นั้นค้อมกายลงต่ำคราหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อ “กระหม่อมก็ไม่สามารถคาดเดาได้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำตอบแล้ว ทั้งฮ่องเต้และไทเฮาก็เป็นกังวลยิ่งนัก ภาวะคลอดยากนั้นมิใช่เรื่องเล่น ๆ มีสตรีหลายคนที่อยู่ในภาวะคลอดยากเช่นนี้ แล้วจบลงด้วยการสูญเสีย ซึ่งถ้าไม่สูญเสียแม่ก็อาจจะสูญเสียลูก หากร้ายแรงกว่านั้นก็สูญเสียทั้งสองคน ทั้งสองจึงได้แต่ภาวนาว่าขออย่าได้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับฮองเฮาและบุตรของนางเลย
“เสด็จแม่พอจะมีหนทางหรือไม่” ฮ่องเต้ที่ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งผู้ใดนั้น ก็หันมาถามมารดาของตน เพราะอย่างน้อยพระนางก็ผ่านการคลอดบุตรมาก่อน ซึ่งอาจจะมีหาทางมาช่วยแก้ปัญหานี้ได้
เมื่อเจอคำถามของบุตรชาย ไทเฮาจึงได้แต่ส่ายศีรษะช้า ๆ อย่างจนปัญญา เพราะแม้แต่หมอหลวงยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร ถึงแม้นางจะเป็นไทเฮาก็จริง แต่เป็นเพียงแค่สตรีผู้หนึ่งเท่านั้น จะไปหาทางแก้ปัญหาภาวะคลอดยากได้อย่างไร
“แม่คิดว่า พวกเราสงบสติและสวดภาวนาของให้สวรรค์ช่วยนางอย่างสุดความสามารถเถอะนะ” ไทเฮากล่าวออกมาอย่างจนปัญญา
ฝนฟ้าจากเดิมที่เคยมืดครึ้มและลมพัดแรง มาบัดนี้ฝนที่ตั้งเค้าอยู่นานก็ตกลงมาแล้ว อีกทั้งยังมีเสียงฟ้าร้องและปรากฏฟ้าแลบขึ้นอีกด้วย บรรยากาศภายนอกที่น่ากลัวนี้ เหมือนกับว่าเร่งเร้าให้บรรยากาศภายในตำหนักเยี่ยนฟางนั้นดูร้อนรนมากขึ้นไปอีก
เสียงฟ้าร้องคราหนึ่ง ก็ปรากฏเสียงร้องของฮองเฮาที่รวบรวมแรงกายเบ่งคลอดคราหนึ่ง
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด ฮ่องเต้ก็ยิ่งทรงเป็นกังวลมากขึ้นเท่านั้น พระองค์แทบอยากจะเข้าไปในตำหนัก แล้วไปจับมือให้กำลังใจฮองเฮา แต่ถึงอย่างไรแล้วก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น
ทางด้านไทเฮาเองทรงประทับที่เก้าอี้รออยู่กับฮ่องเต้ที่หน้าตำหนักเช่นกัน พระนางเคยผ่านการคลอดบุตรมาก็หลายคน แต่ว่าไม่เคยใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลย ตั้งแต่หมอหลวงเข้าไปตอนนี้ก็ปาไปเกือบจะสองชั่วยามแล้ว พระนางกลัวว่าฮองเฮาจะหมดแรงเบ่งเอาเสียก่อน
กระทั่งในการเบ่งคลอดครั้งสุดท้าย ฮองเฮาที่ใกล้หมดแรงก็รวบรวมแรงฮึดทั้งหมดจากนั้นจึงเบ่งคลอดออกมา เสียงฟ้าผ่าครั้งใหญ่ดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงกรีดร้องของฮองเฮาที่ดังลั่น จากนั้นก็ตามด้วยเสียงของเด็กน้อยที่ร้องไห้งอแงยามได้สัมผัสโลกภายนอกเป็นครั้งแรก
บทล่าสุด
#67 บทที่ 67 ตอนพิเศษ 7 ฮ่องเต้หยางเจี้ยนกั๋ว
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#66 บทที่ 66 ตอนพิเศษ 6 ความรู้สึกที่อยู่ข้างใน
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#65 บทที่ 65 ตอนพิเศษ 5 ทำทุกอย่างเพื่อขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#64 บทที่ 64 ตอนพิเศษ 4 เปิดเผยตัว ข้าคือองค์ชายเจ็ด
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#63 บทที่ 63 ตอนพิเศษ 3 ข้าก็แค่ผู้ชายธรรมดา
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#62 บทที่ 62 ตอนพิเศษ 2 องค์ชายเจ็ดผู้ไร้ค่า
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#61 บทที่ 61 ตอนพิเศษ 1 ถูกรังแกอยู่เสมอ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#60 บทที่ 60 จักรพรรดินีจิ่นซี
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#59 บทที่ 59 ทัพเสริมมาถึงแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#58 บทที่ 58 จงเชื่อมั่นในตัวองค์หญิง
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
กลรักเมียแต่ง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~













