บทนำ
บท 1
หลายเดือนก่อน...
"ลูกอมนี้กินแล้วอารมณ์ดีมากกก หนูให้นะคะ หวังว่าจะได้เจอพี่อีก เจอกันคราวหน้าต้องบอกชื่อหนูโอเคมั้ย"
"เห้อ!ฉันคงจำเธอได้ รีบไปเถอะ "
.
.
.
ปัจจุบัน-
Yiwan part-
ลลินณ์ยิหวา สกุลวนิพัช ชื่อที่รับประกับความแสบและเด๋อแบบไม่ทำให้ผิดหวัง! ลูกสาวของคุณหญิงโป๊ยเซียนกับนายกเทศมนตรีของเมืองร้อยเอ็ดอย่างนายเกริกกะรัต มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อมิวสิคเรียนอยู่ภาคเหนือ เอ้างงละสิๆ พี่ชายฉันชอบการผจญภัยรักป่า รักเขา เลยไปเรียนที่ภาคเหนือ ส่วนฉันหรอ....
"โอ๊ย พ่อจะพิธีรีตองอะไรเยอะแยะหนูไปเรียนมหาลัยที่กรุงเทพไม่ได้ไปเรียนต่างประเทศซะหน่อย "
แน่นอนว่าพ่อฉันสอบติดมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฉันดีใจมากแถมติดกับเพื่อนด้วยต่างหากกรี๊ดสุดๆ
ตั้งแต่เกิดมาจำได้ว่าเคยเข้ากรุงเทพไม่กี่ครั้งถึงห้ารึเปล่าก็ไม่รู้ แต่จำได้ว่าตอนไปสถานที่เที่ยวเยอะมาก!ไม่รู้สิ ฉันชอบอะ อยากลองไปใช้ชีวิตอยู่สักครั้ง ซึ่งตอนนี้ฉันก็ได้คว้าโอกาสนั้นมาแล้ว
แต่ครอบครัวฉันนี่สิ พอถึงวันเดินทางพากันยกขโยงมาทั้งตระกูลยกเว้นพี่ชายอะนะติดช่วยกิจกรรมของมหาลัยมาไม่ได้แถมพ่อเนี่ยร้องไห้แล้วหนึ่ง แน่สิฉันไม่เคยจากบ้านไปไกลยิ่งเป็นลูกคนเล็กแถมเป็นผู้หญิงด้วยพ่อเนี่ยโคตรจะห่วง(กลัวว่าฉันจะไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะความเอ๋อ) แต่พี่ชายฉันเคยเรียนโรงเรียนประจำมาก่อนตอนพี่บอกจะไปเรียนที่ภาคเหนือพ่อก็อาการแบบนี้แหละ ควรมีพ่อแม่เมื่อพร้อมกันนะคะ!
"ยี่หวันลูกเรียนที่นี่ไม่ได้หรอไม่ก็ไปเรียนกับพี่เขาก็ได้นี่ลูก อยู่ไกลหูไกลตาเป็นห่วงมากนะรู้มั้ย"
แม่ฉันพูดขึ้น ท่านทั้งสองคงเป็นห่วงฉันแหละฉันเข้าใจ มีลูกสาวสวยก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา(มั้ง)
ยิ่งเป็นลลินณ์ยิหวาคนนี้ คนในครอบครัวก็ยิ่งพากันห่วงมากถึงมากที่สุดมาตลอด
"หนูขอออกไปเรียนรู้ใช้ชีวิต ในเมืองกรุงหน่อยนะแม่ เดี๋ยวหนูจะกลับบ้านบ่อยๆเด้อ หนูโตแล้วน้าเชื่อใจหนูสิ "
ฉันพูดพลางสวมกอดพ่อกับแม่ พอจะถึงเวลาไปเนี่ยรู้สึกใจหายชะมัดเริ่มไม่อยากไปแล้วอ่ะ เกิดมาไม่เคยไปไหนไกลบ้านเกินข้ามอำเภอจริงๆนะ
"เฟย์!คริสซี่ พ่อฝากดูแลไอ้หวันด้วยนะมันยิ่งเอ๋อๆเด๋อๆด๋าๆอยู่"
เอ้า!ว่าลูกเฉยแหม นี่อีหล่าเองอิพ่อ แต่มันก็จริงของพ่อนะฉันยังแอบกลัวว่าถ้าเข้าไปในเมืองกรุงแบบนั้นจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอยู่ เช่น เหยียบตีนคนนู้นคนนี้ ปากไวเผลอด่าคนอื่นเขา เป็นต้น เด๋อวัดแปดแปกไม่เกินจริง
"จ้าอาเกริก เฟย์จะดูแลมันเอง"
"คริสซี่นำจ้า"
"อิพ่อจ๋าอิแม่จ๋า หวันขึ้นรถก่อนเด้อ ฮักอิพ่อ ฮักอิแม่หลายเด้อจ้า "
"เบิ่งโตดีๆล่ะ แม่กับพ่อก็ฮักอีหล่าเด้อ ไปๆฟ่าวขึ้นรถเถาะ"
แม่พูดทั้งน้ำตาที่คลอเต็มเบ้า เห็นจังสี้บ่อยากไปเลย
ฉันสวมกอดพ่อกับแม่ของตัวเองก่อนจะเดินขึ้นรถทัวร์ไปกับเพื่อน ลาก่อนเด้อร้อยเอ็ด... แล้วพบกันใหม่!
ฉันนั่งรถไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ตื่นมาอีกทีก็ตอนที่ถึงกรุงเทพฯเเล้ว ฉันเดินลงมาจากรถทัวร์ด้วยสภาพสะลึมสะลือหัวกระเซอะกระเซิงทั้งหอบกระเป๋าแล้วก็ของฝากของพวกญาติๆอีก หนักสิตาย
ถ้าพวกเราสามคนมีรถส่วนตัวกันจะดีมากเสียอย่างเดียวขับไม่เป็นกันสักคนแถมพวกผู้ใหญ่ก็ไม่ไว้ใจให้ขับกันเท่าไหร่เรื่องดีเป็นศูนย์บรรลัยเป็นร้อย!แต่พี่ชายฉันมันได้ขับไง!!!
ช่างมันละกัน ถึงยังไงฉันก็ขี้เกียจขับอะส่วนเฟย์กับคริสซี่มันก็เหมือนๆฉัน
พวกเราสามคนตัดสินใจพากับเอาของไปเก็บไว้ที่หอก่อน หอพักแยกชายแยกหญิงทำให้คริสซี่เพื่อนหญิงในร่างชายต้องแยกกับพวกฉัน
อาคำสิงห์หรือพ่อของเฟย์เนี่ยอยากให้พวกเราอยู่คอนโดกันมากกว่า แต่พวกฉันคิดว่าหอนอกใกล้มหาลัยแบบนี้มันก็ดีสะดวกสบายแถึงค่าห้องจะแพงหน่อยแต่ไม่เท่าคอนโด แถมพวกฉันชอบหอนี้มากก็จัดไปจ้า อาคำสิงห์แกก็เคารพการตัดสินใจไม่อยากแย้งมากเพราะคะแนนเสียงมันก็เห็นๆกันแล้วอะ คริสซี่นางก็ดูเอ็นจอยกับการที่จะได้อยู่หอพักชายนะคะ จุดประสงค์อะไรก็รู้ๆกันอยู่อะเนาะ มองตาก็รู้ใจเห็นลิ้นไก่ยันไส้ติ่ง
หลังจากที่เอาของไปเก็บเสร็จพวกฉันก็มาพบกกันที่จุดนัดหมาย พร้อมกับชุดใหม่เพราะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาด้วย
"ไปเดินตลาดกัน "
คริสซี่มันชวนพวกฉันด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า อ่ะจ้า ของกินเต็มห้องอยากไปเดินตลาดหาของกินเพิ่มหรือจะไปส่องผู้เอ่ย
"จะไปเดินตลาดหรือจะไปส่องผู้ไอ้คริสซี่!"
ไอ้เฟย์พูดซะเสียงดังฉันนึกขำกับสองคนนี้จริงๆเพราะสองคนนี้ชอบทะเลาะกันบ่อยๆไม่เชิงหรอกแค่ชอบเถียงกัน
"มันก็ต้องเป็นอย่างหลังอยู่แล้วไหมอะนังชะนี ป่ะๆเขาว่ากันว่าหนุ่มกรุงเทพหล่อ"
พูดจบมันก็เดินนำหน้าพวกฉันไปเลยทำเหมือนตัวเองรู้จักทางดีตายล่ะ!ไอ้เพื่อนเวร-_- แต่เอาเข้าจริงนะไม่ว่าจะหนุ่มที่ไหนมันก็บอกว่าหล่อหมดนั่นแหละแรดจริงๆเพื่อนใครเนี่ย เฉลยเพื่อนกูเองจ้า
"ไม่ว่าหนุ่มที่ไหนมึงก็ชมหมดไม่ใช่หรอวะ"
เฟย์ตะโกนพูดตามหลังมันไปส่วนฉันก็ยืนขำจะเป็นจะตาย คนเส้นตื้นก็งี้
"มึงๆดูนั่นสิ เชี่ย!เทพบุตรชัดๆ หล่อแบบโคตรพ่อโคตรแม่!นี่มันเทพบุตรในร่างมนุษย์เดินดิน! กรี๊ดด"
พอมาถึงที่ตลาดนัดนังคริสซี่ก็เริ่มเปิดเรด้าสแกนหาผู้ ฉันมองตามที่ไอ้คริสซี่มันชี้....เชี่ยหล่อจริง หล่อแบบเทพบุตรจุติมาเกิดที่โลกมนุษย์อ่ะแม่ หล่อจนข่อยตาค้าง
ผู้ชายตัวสูงผิวขาวแถมใบหน้าหล่อลากไส้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีดำ กำลังยืนเลือกอะไรสักอย่างอยู่ที่ร้านเครื่องประดับที่ร้านๆหนึ่งอยู่ หล่อมาก สูงมาก ขอบใจ! แต่งงนะทำไมรู้สึกคุ้นๆเหมือนเห็นที่ไหนมาก่อนเลยวะ คุ้นสัดๆ หรือว่าเนื้อคู่ชาติที่แล้ว?
"กูจะฟ้องพ่อแม่พวกมึงว่าพวกมึงบ้าผู้ชาย!"
ไอ้เฟย์พูดขัดขึ้นทั้งๆที่มันก็มองพี่เขาไม่วางตา
"แหม มึงอ่ะต้องฟ้องพ่อแม่มึงก่อนเลยอีชะนี!"
"เงียบไปเลยมึงอีเวร เชี่ย!คนไรหล่อขนาดนี้!"
"โซผัวมากจ้ะแม่~~~"
พวกฉันสามคนยืนเหม่อมองผู้ชายคนนั้นจนเสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นทำให้ฉันต้องหยุดเพ้อถึงเทพบุตรคนนั้น หล่อจริงๆนะ แบบเคยได้ยินคำว่าหล่อจนละสายตาไม่ได้ปะฉันเข้าใจคำนี้ก็วันนี้นี่แหละ
ฉันกดรับสายซึ่งสายที่โทรเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหนพี่ชายสุดที่ฮักของข้าพเจ้าเองจ้า
"ฮัลโหล อ้ายโทรมาเฮ็ดหยัง"
ฉันพูดอีสานใส่พี่ทั้งๆที่ปกติคุยภาษากลาง ถึงจะอยู่อีสานมาตั้งแต่เกิดแต่ฉันค่อนข้างติดภาษากลางพอควรเลยเพราะแม่จะพูดกลางบ่อยกว่า จริงๆแม่ฉันเป็นคนกรุงเทพนี่แหละ
"ได้ข่าวว่าน้องสาวไปเรียนในเมืองหรือครับ ถามจริงจะไปเรียนหรือไปเต๊าะหนุ่มกรุงเทพจ๊ะ"
"สิเฮ็ดอิหยังอ้ายกะบ่ต้องเสือกติล่ะ แหม ทีโตไปเรียนอยู่ภาคเหนือยังมีเมียเป็นสาวเหนือเลยตั้ว"
"โว๊ะ!ไม่คุยด้วยละ ดูแลตัวเองดีๆละกัน"
"ฮู้ล้ว บ่ต้องย้ำปานนั้นค่ะอ้าย นี่ไผ!? ลลิณน์ยิหวาเด้อหนิ!มื้อนี้ได้ยินคำนี้กรอกหูจนสิเก็บฝันแล้ว"
"ก็ห่วงแกกันทั้งนั้นแหละหวัน ซุ่มซ่ามไม่เคยยอม เด๋อไม่เคยเกิน "
"กะเว่าไปเนาะสู นี่น้องเด้อนิ"
"ถ้ามีใครทำอะไร ใครแกล้ง ให้บอกพี่ ถ้าแกเก็บไว้คนเดียวเมื่อไหร่นะหวันนะ"
"ฮู้แล้วจ้า"
"งั้นแค่นี้แล้วกัน ดูแลตัวเองดีๆนะ วางละ"
"เคจ้า"
พี่มิวสิคพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะกดวางสายไป นี้แหละความสัมพันธ์ของฉันกับพี่ชายทะเลาะกันทุกครั้งที่คุยกันจนอย่างกับเราสองคนเป็นศัตรูกัน ส่วนฉันกับว่าที่พี่สะไภ้เนี่ยสนิทกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยจ้า
แต่เวลาฉันมีปัญหาอะไรพี่ชายก็มักยื่นมือเข้ามาช่วยเสมอ แถมยังได้ฟังบทสวดพระธรรมเทศนาไปหลายบทเป็นของแถมด้วย พี่หรือพระอีกหน่อยมันก็บวชได้แล้วนะนั่น
"ไปเหอะพวกมึง ยิ่งมองเรายิ่งดูโรคจิตฉิบหาย"
ฉันเลือกที่จะเดินหนีพวกมันมาก่อนเลย ขืนยืนมองต่อไปเรื่อยๆฉันได้ดูเป็นโรคจิตชอบถ้ำมองผู้ชายหล่อของจริงแน่ เรียกว่าให้เกียรติเขาด้วยดีกว่า คิดดูมีคนดีๆที่ไหนเขาแอบถ้ำมองผู้ชายกันวะ ถ้าฉันเป็นเขาอึดอัดน่าดูเลย
ตื่นเต้นจังใกล้เปิดเทอมแล้ว! ชีวิตเฟรชชี่ปีหนึ่งของน้องหวันต้องสนุกสุดเหวี่ยงไปเล่ย!
.
.
.
หลายวันต่อมา...
ย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะไม่เลือกมาเรียนที่นี่!
เพราะอะไรน่ะหรอ...
"ผมสั่งให้คุณลุกนั่งสิบรอบปฏิบัติ!"
พี่ว้ากนี่ไงมีแต่คนบอกว่ามหาลัยนี้รับน้องโหดตอนแรกฉันไม่เชื่อหรอกเพราะอาจจะเป็นแค่คณะวิศวะที่ไหนได้คณะฉันก็โหดไม่แพ้กัน ยิ่งเอกฉันเหมือนโดนแกล้ง โดนสั่งทำโทษตลอด!
อีระบบโซตัสบ้าๆนี่เมื่อไหร่จะหมดไป ถ้าจะว้ากก็ช่วยว้ากแบบดีกว่านี้ได้ไหม ว้ากเหมือนพวกกูไปฆ่าพ่อแม่ใครตาย
เอกประวัติศาสตร์ เป็นเอกที่ปีนี้มีนักศึกษาอยู่ค่อนข้างน้อยส่วนมากจะไปกองกันอยู่เอกที่เป็นเกี่ยวกับภาษาไรงี้ เพราะตอนนี้ภาษามีความสำคัญที่ต้องใช้สื่อสารในเชิงธุรกิจด้วยล่ะมั้งฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไรกับเอกนั้นหรอกฉันอยู่เอกประวัติหนิ-_-
และมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่ฉันไม่ชอบและไม่โอเคกับเขาเลยสักนิด!พี่เขาชื่อวีนัส ชื่อเล่นว่าพี่วีน แถมนิสัยขี้วีนสมชื่อจ้า!!เว่าแล้วสูนคักแท้ พี่เขาอยู่เอกภาษาอังกฤษแถมเคยเป็นอดีตดาวมหาลัยพรรคพวกเลยเยอะแถมเป็นเน็ตไอดอลด้วยจ้า
เขาเหมือนจ้องเล่นงานเพื่อนในเอกฉันอยู่ตลอดเวลาไม่สิตั้งใจจะเล่นงานงานฉันนี่แหละ เอาจริงวันนี้ฉันกับเพื่อนๆในเอกลุกนั่งกันจนขาสั่น เว่าแล้วสูนคักแท้ ชาติที่แล้วเกิดเป็นไก่มั้งชอบจิกจังเดี๋ยวแม่จะกลายร่างเป็นงูฉกกลับ อยากจะเอานันยางฟาดเข้าที่หน้าแม่งจิกจัง จิกเก่ง!บ้าอำนาจเหี้ยๆ
หลังจากที่ลุกนั่งเสร็จพวกเราก็ได้นั่งลงทำกิจกรรมต่อ รับน้องในแต่ละวันมันไม่สนุกเลยสักนิด รุ่นพี่ก็โหดชอบว้ากเสียงดัง ถ้าฉันไม่เกรงใจฉันด่ากลับไปแล้ว! นี่พูดเลยนะว่าโคตรจะเกรงใจ!ถ้าไม่เกรงใจ ไม่นับถือฉันอาจจะตะบันหน้าพี่เขาไปแล้ว!
ฉันไม่อยากมีเรื่องนะเอาจริง ขอล่ะอยากใช้ชีวิตสงบๆได้มั้ย! ก่อนฉันจะได้ใส่หน้าพี่เขาตอนนี้คงต้องปรามอารมณ์ไอ้เฟย์ก่อนแม่ง!ทำท่าเหมือนจะเอาตีนยันหน้าพี่เขาอยู่แล้ว โอ๊ยยยย!กูขอพาราสักสามล้านเม็ดได้มั้ย!
ฉันทนนั่งทำกิจกรรมร่วมอย่างเบื่อหน่าย เบื่อชนิดที่ว่าอยากจะกลับบ้าน แล้วให้เวลาผ่านไปเร็วๆจนครบหนึ่งเดือนที่จบการรับน้อง!
ว้ากเสียงดังขนาดนี้ขอให้เส้นเสียงแตกตายแม่งเลยดีมั้ย มะนาวหมดสวนแล้วมั้ง
บทล่าสุด
#136 บทที่ 136 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#135 บทที่ 135 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#134 บทที่ 134 The end
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#133 บทที่ 133 เวคีนคนกลัวแฟน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#132 บทที่ 132 คนขี้หวงแฟน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#131 บทที่ 131 ทุกอย่างของเวคีน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#130 บทที่ 130 หลงเธอ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#129 บทที่ 129 ปล่อยวางอดีต
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#128 บทที่ 128 ความลับของวาริส
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#127 บทที่ 127 เยี่ยมเยียน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน













