เพลิงร้อนซ้อนรัก

เพลิงร้อนซ้อนรัก

ไอย์ลา ลมหนาว · เสร็จสิ้น · 107.2k คำ

330
ยอดนิยม
4.4k
การดู
129
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

รักของเขามีไว้ให้คนอื่น แต่รักของเธอมีไว้ให้เขา
"ท้องเหรอ...เธอเเน่ใจเเค่ไหนเชียวว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกฉัน"

บท 1

บทที่ 1

รักแรก(ร้าย)

ในร้านอาหารโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งมีชายบุรุษร่างหนากำลังนั่งกินอาหารอย่างเพลิดเพลินกับหญิงสาวอีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน เสียงพูดคุยดังขึ้นเป็นระยะเคล้าไปด้วยเสียงหัวร่อต่อกระซิก แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่ชายหนุ่มหญิงสาวสองคนเท่านั้นที่สนุกเพราะผู้หญิงอีกคนได้เพียงแต่นั่งเงียบๆ

“ขอบคุณนะครับที่มา” ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวนามว่า แพลทินัม แบล็ค เลกเคิร์ก เอ่ยขึ้น

“ฟ้าสิคะ ต้องขอบคุณคุณแพทที่อุตส่าห์ชวนฟ้ากับมัทมา ใช่ไหมมัท” ฟ้ารดาหญิงสาวรูปร่างดีเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้างปานจะถึงรูหู

“จ๊ะ” คนโดนเอ่ยชื่อตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะก้มหน้าไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ มัทนิภา ทิวารัตน์ จริงๆแล้วเธอไม่ได้อยากจะมาที่นี่เลยเพราะมาก็จวนจะปวดใจเปล่าๆ

จริงๆแล้วเขาก็แค่อยากจะชวนฟ้ารดาเท่านั้นแหละ แต่เพียงแค่เอาเธอมาเป็นข้ออ้าง คนที่รู้ว่าเป็นส่วนเกินใจจริงก็อยากจะวิ่งหนีแต่มันกลับทำอะไรไม่ได้

“เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”

“ค่ะ” ครานี้เป็นฟ้ารดาที่ตอบ พ้นร่างหนาของแพลทินัมแล้วหญิงสาวก็หันไปบอกบางสิ่งกับเพื่อนสาว

“มัท...มัทช่วยไปหยิบช้อนให้ฟ้าใหม่หน่อยได้ไหมพอดีว่ามันเปื้อนน่ะ”

“เปื้อนตรงไหนฟ้า ไม่เห็นจะเปื้อนเลย”

“เถอะน่ามัท ลุกไปเอาให้หน่อยพอดีว่าฟ้าเท้าเจ็บนิดหน่อยด้วย จะลุกก็คงลำบาก”

“โอเค ถ้าอย่างนั้นก็รอแปบนึงนะ” ว่าจบมัทนิภาก็ลุกออกไป คล้อยหลังมัทนิภาไปแล้ว ฟ้ารดาแอบหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วแอบเท่ใส่แก้วไวท์ของคนตัวโตแกว่งให้เข้าทีสองสามที จากนั้นก็หย่อนถุงนั้นลงกระเป๋าของมัทนิภาที่วางไว้ ปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก แล้วนั่งทำตัวเป็นปกติ

“เอานี่ฟ้า”

“ขอบใจนะ” มัทนิภายิ้มรับก่อนจะนั่งลงประจำที่ของตนเอง เพียงไม่ถึงนาทีจากนั้นแพลทินัมก็เดินกลับมา บทสนทนาและเสียงหัวเราะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศก็เป็นเหมือนเดิมคือมัทนิภามิได้มีบทบาทใดๆมากนัก เพียงแค่นั่งมองและนั่งหัวเราะไปบ้างในบางครั้ง

“ฟ้าขอตัวสักครู่นะคะ” เพราะเสียงโทรศัพท์ดัง ฟ้ารดาจึงต้องรีบขอตัวไปรับ ซึ่งในระหว่างนั้นบนโต๊ะก็เหลือเพียงมัทนิภาและแพลทินัมเพียงสองคน

แม้เขาและเธอจะไม่ได้สนิทกันมากแต่ก็เรียกได้ว่ามีมิตรภาพที่ดีต่อกัน เขาส่งยิ้มน้อยๆให้มัทนิภาเป็นเชิงขอบคุณเล็กน้อยหลังจากสาวเจ้ายอมช่วยเรื่องนี้

แม้ว่าแพลทินัมนั้นจะมีรักแรกพบ แต่ได้ขึ้นชื่อว่าผู้ชายอย่างไรแล้วของแบบนี้มันก็ต้องมีกันบ้าง เรื่องของความชอบพอมันไม่เข้าใครออกใครหรอก ผ่านไปเกือบสิบห้านาที ฟ้ารดาก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีหน้าบอกบุญไม่รับ ก่อนจะต้องปั้นยิ้มเมื่อเดินมาถึงโต๊ะและไปนั่งลงที่เดิม

“พอดีว่าฟ้าต้องกลับแล้วล่ะค่ะคุณแพท ต้องขอโทษด้วยนะคะ”

“ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะครับ”

“พอดีว่าทางบ้านโทรมาค่ะ เลยต้องรีบเสียหน่อย” มันใช่ที่ไหนกันเล่าเพราะไอผู้ชายเฮงซวยนั่นแหละที่เป็นคนโทรมาขัดจังหวะทอง ทั้งยังขู่ว่าถ้าไม่รีบออกไปหามัน มันจะบอกความจริงแก่ผู้ชายตรงหน้า ว่าตนนั้นไม่ได้ใสซื่อดังที่เขาคิด

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ คุณฟ้าจะให้ผมลงไปส่งไหมครับ”

“อย่าดีกว่าค่ะ ฟ้าเกรงใจ เราไปกันเถอะมัท” เอ่ยปฏิเสธก่อนจะหันไปชวนมัทนิภา

“เอ่อ ฟ้ากลับไปก่อนเถอะ พอดีว่ามัทมีที่อื่นต้องไปน่ะ” ใจจริงเธออยากนั่งอยู่ต่อที่นี่อีกสักพักเพราะโอกาสแบบนี้มันไม่ได้หาง่ายๆนัก

“อย่างนั้นเหรอ” ฟ้ารดาไม่อยากจะเชื่อจึงถามย้ำไปอีกครั้งหนึ่ง ปกติแล้วมัทนิภาจะไม่เป็นแบบนี้แต่ครั้งนี้เธอรู้ดีว่ามันเพราะอะไร เห็นทีว่าจะมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่มองไม่ออกว่ามัทนิภากำลังแอบชอบแพลทินัมอยู่ ...ไม่ได้! เธอจะปล่อยให้มัทนิภาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้!

“จ๊ะ”

“เดี๋ยวฟ้าไปเป็นเพื่อนก็ได้ กลับเถอะ” คะยั้นคะยอถึงที่สุดแต่สาวเจ้าตรงหน้าก็ยังปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณมัทเขาเอง”

“อย่างนั้นยิ่งไม่ได้เลยค่ะ” เธอพูดรัวเร็วจนแทบจะฟังไม่ทันจนแพลทินัมต้องขอฟังใหม่อีกรอบ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณไปเถอะ ทางบ้านน่าจะรออยู่นะครับ”

“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ” สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ จำต้องเดินถอยห่างออกไปด้วยอาการร้อนรุ่มในอก มือกำเข้าหากันแน่นพยายามข่มอารมณ์เดือดดาลอย่างสุดกำลัง นึกขุ่นเคืองที่ทุกอย่างมันไม่ลงล็อกที่วางไว้! นึกขอบใจลึกๆที่มัทนิภาเป็นตัวเชื่อมทอดสะพานของแพลทินัมมาให้ แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นเสียแล้ว

ฟากของแพลทินัมและมัทนิภาที่เหลือกันเพียงสองคนก็นั่งเงียบสักพักหนึ่ง แม้ว่ามัทนิภาอยากจะเอ่ยปากชวนคุยมากแค่ไหน แต่ก็ใจเธอมันก็ไม่กล้าพอ มันรู้สึกจุกแน่นในอกยอมรับว่าดีใจที่มีโอกาสได้กินข้าวร่วมกันแม้ว่าจะมีเหตุผลอื่นมาก็เถอะ

หัวใจของมัทนิภาพองโตทุกครั้งที่เห็นใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า เพียงแค่เป็นรักแรกพบมันจะไม่ทำให้เธอปักใจรักได้มากขนาดนี้ หากว่าเขาไม่เคยช่วยชีวิตเธอไว้จากเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อน

ครั้งนั้นคือวันที่เธอมาหารุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยที่โรงเรียนของเขา วันนั้นฝนตกหนัก ใจจะรอให้ฝนซ่าก็คงจะช้าไม่ทันการ จึงได้ขอยืมร่มจากรุ่นพี่คนสนิท แล้วสาวเท้าเดินกลับบ้าน

แต่ทว่าระหว่างทางที่กำลังจะเดินออกนอกโรงเรียนดันมีรถที่วิ่งเข้ามาในโรงเรียนด้วยความเร็ว และเธอเองก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็พบว่ามันกำลังพุ่งตรงมาทางเธอเสียแล้ว หากยังโชคดีที่จู่ๆ ก็มีชายปริศนาคนหนึ่งเข้ามาดึงเธอให้รอดพ้นจากรถคันนั้นเสียก่อน

เงยหน้าขึ้นมามองก็พบว่าเป็นเขา ชายที่เธอเห็นเพียงครั้งแรกก็ทำให้ใจหวั่นไหว ตั้งตัวตั้งสติได้ก็เอ่ยขอบคุณ แพลทินัมพยักหน้าเป็นเชิงรับน้ำใจหนึ่งครั้งก่อนจะหันไปสั่งให้ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่มาด้วยกันไปตรวจสอบว่ารถคันนั้นเป็นใคร...และนั้นแหละจุดเริ่มต้นที่ประกอบรักแรกพบให้เป็น ‘รัก’ อย่างเต็มตัว

“คุณมัทจะไปที่ไหนครับ ผมจะได้ไปส่ง” แพลทินัมดึงมัทนิภาออกจากภวังค์เมื่อเสียงทุ้มแอบแหบซ่านเอ่ยถาม ไม่รู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นรู้สึกราวกับว่ามันร้อนและกระสับกระส่ายนัก

“เอ่อ...ใกล้ๆนี้เองค่ะ ไม่เป็นไรดีกว่า” มัทนิภายิ้มตอบ แต่ทว่าสายตาก็พลันไปเห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดผายขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างสงสัย ในเมื่อที่นี่บรรยากาศภายในห้องอาหารก็เย็นช่ำจากเครื่องปรับอากาศขนาดนี้แต่ทำไมเขาถึงมีเหงื่อขึ้นเต็มดวงหน้าละ

“คุณแพทเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เป็นห่วงเพราะเห็นท่าทีไม่ค่อยดีของเขา ทั้งตอนนี้เสื้อสูทที่สวมอยู่ก็ถูกถอดออกมาวางไว้บนเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ข้างกัน

“ไม่มีอะไรครับ ผมว่าเรากลับกันเถอะ” ข่มอาการที่เป็นอยู่ก่อนจะเรียกเก็บเงินแล้วเดินออกไป โดยมีมัทนิภาเดินเคียงข้างไปเพราะดูท่าทางแล้วไม่ดีแน่หากปล่อยเขาไปเพียงลำพัง

“คุณแพทคะ” เอ่ยเรียกเมื่อเห็นแพลทินัมเริ่มเดินคลำไปตามกำแพงทางเดิน เธอเดินเข้าไปประคองเขาไว้ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าจะล้มลงไป

“ถอยออกไป” แพลทินัมเริ่มพูดเสียงแหบพร่าไปเสียทุกที เริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้

“คุณ...” มัทนิภาสาวเท้าเข้าไปหาอีกก้าว ไม่ได้ฟังคำค้านของเขาเลยสักนิด

“ผมบอกว่าให้ออกไปยังไงเล่า!” คราวนี้เริ่มจะเสียการควบคุมยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อผู้หญิงตรงหน้าไม่ยอมฟังในสิ่งที่เขาพูด!

“ให้ฉันช่วยไหมคะ เผื่อว่า...”

“คุณช่วยไม่ได้ ถอยออกไป” แพลทินัมยังพยายามประคองสติ รีบก้าวยาวๆออกไปยังลานจอดรถที่อยู่ไม่ใกล้ทันที ในใจพลันนึกขุ่นเคืองทำไมเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเพราะอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอะไรให้คิดมากนักว่าเป็นฝีมือใคร

“....” ดวงตาคู่กลมมองแพลทินัมนิ่งหลังจากเขาเดินถึงรถเรียบร้อยแล้วและกำลังจะก้าวขึ้นรถ ถ้าเขาไม่อยากจะให้ช่วยเธอก็จะไม่คะยั้นคะยอต่อไป ยืนมองคนตัวโตที่กำลังก้าวขึ้นรถ

แต่แพลทินัมเองก็เริ่มจะไร้สติควบคุมไปเต็มที เสี้ยวนาทีก็หันมองผู้หญิงที่เอ่ยอาสาช่วยก่อนหน้านี้

“คุณ...คุณอยากจะช่วยใช่ไหม” ไม่สนแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาเพราะตอนนี้แก่นกายช่วงล่างมันต้องการที่จะปลดปล่อยเต็มที! เอาเป็นว่าเขาจะรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาทีหลังก็แล้วกัน

“คะ?” สงสัยในสิ่งที่เขาถาม ก่อนจะตกใจเมื่อมือหนาดึงดันเธอเขาไปในรถโดยที่ไม่ให้คำตอบอะไร ส่วนเขาก็รีบเหยียบคันเร่งมิดไมล์รีบตรงไปที่คอนโดฯที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองกิโลเมตรทันที

‘ตุ้บ!’

เสียงของบางสิ่งกระทบลงบนเตียงกว้างและนั้นก็คงไม่พ้นสิ่งใดนอกเสียจากมัทนิภา “คะ...คุณแพท คุณจะทำอะไร” เอ่ยถามเสียงสั่น พลางสายตาก็กวาดมองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว พร้อมทั้งตรงหน้ายังมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนคายเนคไทเส้นหนาออกจากคอ ก่อนจะตามด้วยเสื้อที่ลอยออกไปตามๆกัน

“คุณบอกเองว่าอยากช่วย” สติแพลทินัมไม่หลงเหลืออะไรแล้วตอนนี้ มีเพียงแค่ความปรารถนาสวาทที่คุกกรุ่นอยู่คละคลุ้งไปหมด

“มะ...ไม่ใช่เรื่องนี้” เธอไม่ใช่คนใสซื่อที่จะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่การขันอาสาก่อนหน้ามิได้หมายถึงเรื่องนี้เลยสักนิด เธอไม่ได้ปรารถนาให้มันเป็นเช่นนี้

“ผมขอโทษ...ผมจะรับผิดชอบเอง” จากนั้นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีกต่อไป จับร่างของมัทนิภามาใต้ร่างของตนเองจับทึ้งสิ่งที่ติดกายออกไปจนหมดสิ้น แม้ว่าจะออกแรงกายขัดขืนแต่คนที่เชี่ยวชาญกว่าและแรงเยอะกว่าก็ทำให้สาวเจ้าทำไม่สำเร็จ

“คะ...คุณแพท” เสียงสั่นเครือไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้กับตน แพลทินัมหูตาพร่ามัวเพราะรสสวาทที่มันมากล้น ทำให้เขาเดินหน้าอย่างรวดเร็ว กดลงไปบดขยี้ริมฝีปากนั้นอย่างหิวโหย มือคลำตึงแขนทั้งสองของสาวเจ้าเอาไว้ ปากหนาหยักไล่เลี่ยชิมรสไปทั่วทั้งร่างจนมัทนิภาที่ผลักไสในคราวแรกเริ่มเผลอไผลตามไป

ลมหายใจอุ่นๆรดลงที่หน้าท้องของหญิงสาว ลิ้นแกร่งตวัดเลียสองสามทีจนคนใต้ร่างเสียวกระสัน จากนั้นก็ไม่รีรอสิ่งใดต่อได้ มือหนาจับสะโพกมนคลำวนอยู่สักพักก็เปลี่ยนไปจับที่เรียวขาก่อนจะจับมันแยกออกจากกัน

คนที่หวาดหวั่นเป็นอันต้องขัดขืนอีกรอบเมื่อรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา แต่ทว่าเสียงทุ้มลึกผสมความแหบซ่านคัดค้าน “ผมหยุดมันไม่ได้แล้ว” จากนั้นก็จับแยกอีกครา เขาไม่รีรอจะเล้าโลมต่อไป สอดกายแกร่งเข้าแทรกไปเสียทีเดียว

“เจ็บ...เจ็บเอาออกไป” น้ำตาเม็ดโตร่วงออกจากดวงตา เธอเจ็บจนร่างสะท้านไปทั้งร่าง แต่เขาไม่มีทีท่าว่าจะทำดั่งที่ร้องขอเลย

“ผมขอโทษ” เขาค่อยๆเดินหน้ารุกรานเข้าไปภายใน แม้ว่าจะต้องการมากขนาดไหนแต่ก็ต้องควบคุมมิให้เป็นอันตรายกับคนใต้ร่าง แพลทินัมสัมผัสได้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ยังไม่เคยต้องมือชายใด

แรงถาโถมที่อยู่ด้านบนทำให้มัทนิภาสะท้านไปทั้งตัว ความรู้สึกหลายๆอย่างปนเปกันไปจนชวนให้สับสนไปหมด เธอจะร้องไห้เสียใจหรือสมควรเสี่ยวซ่านต่อรสสัมผัสนี้กันแน่...

น้ำตาไหลรินออกมาจากความอดสู้ที่ต่อต้านเขาไม่ได้ เธอไม่อยากจะให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้เลย หากรู้ว่าการขันอาสาช่วยเหลือมันจะทำให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้ เธอสาบานว่าจะไม่ทำมันเป็นอันขาด

รอยจูบและรสสัมผัสของแพลทินัมแม้ว่ามันจะรุนแรงแต่ก็อ่อนโยน เขากำลังทำให้เธอเป็นผู้หญิงใจง่ายที่กำลังเผลอไผลไปกับรสพิศวาสทางกาย มัทนิภาอยากจะต่อต้านใจแทบจะขาดแต่เขาก็ดึงให้เธอเข้าไปขับเคลื่อนพากันกระโจนขึ้นเหนือชั้นฟ้า จนหลงลืมความปรารถนาเดิมไปเสียหมด

แม้ช่วงเวลาจะผ่านไปแล้วร่วมสองชั่วโมงแต่คนที่โดนฤทธิ์ยานรกสาดเข้าใส่ก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวกายแกร่ง แม้ว่าสาวเจ้าใต้ร่างจะเป็นลมล้มพับไปแล้ว แต่เขาก็ห้ามให้ตัวเองหยุดมันไม่ได้ แพลทินัมรู้เป็นอย่างดีว่าอาการที่มันเกิดขึ้นมันไม่ได้มากจากตัวเองจริงๆ แต่มันมีสิ่งที่มากระตุ้นทำให้ต้องหิวกระหายเช่นนี้

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาสุดท้ายความปรารถนาถึงจุดไคล์แมกระเบิดออก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนลมหายใจหอบสะท้านขึ้นลงเป็นจังหวะพลางหันไปมองที่มัทนิภาก่อนจะหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายสาว พักหายใจสักพักก่อนจะตัดสินใจเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

เพียงไม่นานบุรุษร่างหนาหุ่นกายสมส่วนเป็นที่น่าปรารถนาของสาวๆก็ออกมาพร้อมผ้าขนหนูที่พันเอวสอบไว้ คนตัวโตค่อยๆก้มตามเก็บสิ่งของที่กระจัดกระจายเพราะฝีมือตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ

พลันสายตาไปปะทะเข้ากับกระเป๋าของมัทนิภาที่ตกกระจายอยู่ แพลทินัมสาวเท้าเข้าไปเก็บขึ้นแต่กระนั้นสายตาดันไปเห็นเข้ากับซองบางอย่างที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าของสาวเจ้า เขาไม่ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมาพิจารณา

ดวงตาของแพลทินัมเข้งกร้าวขึ้นก่อนมือหนาจะกำซองยาที่มีหลงเหลืออยู่เล็กน้อยแน่น สายตาตวัดมองคนบนเตียงที่หลับใหลไม่รู้สึกตัว ถ้อยคำที่พ่นออกไปว่าจะรับผิดชอบหายไปทันตา เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะร้ายกาจได้ขนาดนี้!

สมองพลันสั่งการให้เดินเข้าไปหาคนที่นอนอยู่ด้วยโทสะที่มากล้น แต่ชายหนุ่มก็ต้องพยายามระงับมันเอาไว้ “ตื่นมัทนิภา ตื่น!” ไม่เพียงแค่เสียงที่เอ่ยเรียก แต่มีแรงกระชากของแพลทินัมเองด้วย ทำให้คนที่หมดแรงต้องค่อยปรือตาขึ้นมอง ก็พบกับดวงหน้าถมึงทึงอยู่เบื้องหน้า

เธอรีบถดตัวถอยหนีเพราะยังเกรงกลัวต่อสิ่งที่มันเพิ่งเกิดขึ้น กลัวว่าเขาจะกระทำสิ่งนั้นอีก แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเพราะคำพูดของเขา “ฉันไม่เอาเธออีกรอบหรอกนะ ไม่ต้องทำท่าทางแบบนั้น”

“....” สาวเจ้าก้มหน้างุนมองไปที่มือของตนเอง ในขณะตอนนี้มันกำลังซ้อนเข้าหากันบีบแน่นๆ ข่มอารมณ์น้อยเนื้อต่ำไว้ภายใน

“เธอจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง” มือหนาชูสิ่งที่อยู่ในมือให้มัทนิภาดู

คนต้องอธิบายทำหน้าฉงน เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในมือเขามันคืออะไร “อะ...อะไรคะ?”

“แล้วเธอคิดว่ามันคืออะไรละ” เขาไม่ตอบแต่เลือกที่จะสวนคำถามกลับคืน

“ฉันไม่รู้” เธอไม่รู้ว่าที่อยู่ในมือเขามันคืออะไร แล้วมันมาจากไหนเอามาให้เธอดูทำไมกัน

“จะไม่รู้ได้ยังไง ได้เมื่อสิ่งนี้มันอยู่ในกระเป๋าเธอ!” เสียงเข้มขบลอดไรฟันออกมา ทั้งยังปามันลงบนหน้าตักของมัทนิภา

“.....” หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังดวงหน้าของแพลทินัม แววตายามนี้ที่เขาเคยใช้มันมองมาที่เธอมันเปลี่ยนแปลงไป มิใช่มิตรภาพและความเชื่อใจ มีเพียงแต่ความเกลียดชังที่หยิบยื่นให้กัน

“ออกไป ออกไปก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวพลั้งมือฆ่าเธอเสียก่อน” เพราะอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดขึ้นมันไม่อาจจะรอฟังเหตุผลอะไรได้อีกต่อไปแล้ว หลักฐานมันก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าใครเป็นคนทำ

“คุณแพทฉัน...” เธอจำได้ว่าเคยเห็นซองยานี้แวบๆ เมื่อครั้งที่ฟ้ารดาทำของหล่นออกจากกระเป๋าก่อนที่จะตรงไปที่ร้านอาหาร หน้าซองยาและตัวอักษรมันระบุไว้อย่างชัดเจนว่ามันคือนิดเดียวกัน แต่ยังไม่ทันจะได้อ่านให้ละเอียดเพื่อนสาวก็ลนลานรีบหยิบไปเสียก่อน

“ออกไป!” คราวนี้มันเสียงมันสะท้านดังก้องไปทั้งห้องจนคนที่นั่งอยู่พยายามจะอธิบายต้องสะดุ้งโหยง

“ฉันอธิ...”

“ฉันจะไม่พูดเป็นครั้งที่สาม ถ้าเธอยังไม่ลุกออกไป ฉันเองก็จะไม่รับประกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

เช่นนั้นแล้วคนที่อยากจะอธิบายก็ต้องจำใจค่อยๆขยับพากายอ่อนล้าลงจากเตียงไป หากจะพูดตอนนี้มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ผ้าห่มที่พันคลุมรอบกายแม้ว่ามันจะช่วยปกปิดไว้จนเกือบมิดแต่ทว่าความอายมันก็ยังมีมากล้นนัก

เรียวขาก้าวแตะพื้นแม้ว่ามันจะสั่นเทาแค่ไหน แต่เธอก็ต้องกัดฟันฝืนเดินต่อไปยังกองเสื้อผ้าเอามากอดไว้ ยามหันหลังให้เขาน้ำตาใสมันก็ร่วงเผาะออกมาสาวเจ้ายกมือขึ้นปาดมันทิ้งก่อนจะพากายบอบช้ำเดินเข้าห้องน้ำไป

เพียงไม่นานร่างของหญิงสาวก็ก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ สายตาคู่เศร้ามองหาคนตัวโตเพื่อหวังจะอธิบายเรื่องราวอีกรอบ แล้วก็พบว่าเขากำลังยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียงห้องและเธอไม่ลังเลเลยที่จะเดินเข้าไปหาเขาอีกครั้ง

“คุณแพท...”

ชายหนุ่มลูกครึ่งที่ยื่นอยู่หน้าระเบียงหันกลับมาด้วยแววตาขุ่นเคือง “จะเรียกร้องอะไร”

“ฉันอยากอธิบายเรื่องนั้น”

“....” แพลทินัมพยายามจะขบอารมณ์ที่สุดแม้ว่ามันจวนจะระเบิดแล้วก็ตาม

“ยาอันนั้นมันไม่ใช่ของฉันค่ะ ฉันไม่รู้ว่า...”

“ไหนหลักฐาน เธอมีอะไรมายืนยันไหม”

“....”

“ฮึ! ไม่มี อย่างนั้นก็กลับไป ออกไปสักที!”

“....” ไม่มีคำใดจะเอ่ย เธอไม่มีหลักฐานดั่งที่เขาว่าจริงๆ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการถอยทัพกลับไปและหวังว่าเรื่องราวแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก และเธอคงจะไม่ได้พบเขาอีกแล้ว ไม่มีแล้วแม้แต่แววตาแห่งมิตรภาพ...

กายสาวร้าวระทมเดินถอยออกมา แต่พลันเมื่อมือที่จะเปิดประตูห้องนอนเขาออก ก็มีเสียงทุ้มวิ่งเข้ามาทิ่มแทงให้เจ็บปวดเป็นครั้งที่สอง

“อย่าหวังจะถามหาความรับผิดชอบจากฉัน...ลืมคำที่ฉันเคยพูดซะ เธอจะไม่มีวันได้มันเพราะไอยานรกนั่น” แพลทินัมเอ่ยด้วยความโกรธจัด

มัทนิภามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อก่อนที่จะเดินจากไป...

หลังจากวันนั้นมัทนิภาก็เป็นไข้อยู่ราวๆสามวันเห็นจะได้ ยามที่หายป่วยก็ไปขอดูกล้องวงจรปิด แต่ทว่าในวันนั้นกล้องเกิดการขัดข้องพอดีไฟล์ที่รวบรวมหายไปหมด หากจะกู้คืนก็คงจะต้องใช้เวลา

มัทนิภาจึงตัดสินใจไปถามเอาความจริงกับฟ้ารดา และสิ่งที่ทำให้ตกใจคือเพื่อนเธอยอมรับว่าทำจริงๆ ทั้งยังกล่าวโทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะเธอที่ทำให้มันผิดแผนไปหมด ท่าทีที่เปลี่ยนไปของฟ้ารดามันราวฟ้ากับเหว จากคนที่ใสซื่ออ่อนหวานแปรเปลี่ยนเป็นหญิงร้ายในทันตา

และในวันนั้นไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่าเธอกับฟ้ารดาคงจะตัดขาดสะบั้นความสัมพันธ์ต่างคนต่างไป ไม่มีแล้วเยื่อใยที่เคยให้กัน เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างฟ้ารดาจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

ความสัมพันธ์ที่มีมันมีแต่ความจอมปลอมทั้งนั้น หากจะให้ยอมรับความจริง เธอก็เสียดายเวลาที่เคยได้ใช้ร่วมกันมา มันมีเรื่องราวมากมายที่เป็นความทรงจำดีๆ แต่จะทำเช่นไรได้ในเมื่อทุกอย่างมันต้องมาถึงทางตันและจุดจบ

การใช้ชีวิตอย่างเงียบๆคล้ายว่าจะไม่ใช่สิ่งที่เธอเป็น เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันก็นึกแต่กังวลว่าไปเจอเรื่องราวอะไรมาเพราะตอนนี้ก็ปาไปเกือบจะสองเดือนแล้วแต่มัทนิภาก็ยังเศร้าสร้อยเหงาใจอยู่เลย

“มัท แกเป็นอะไร ทำไมหมู่นี้ไม่ร่าเริงเลย” ศิวะเพื่อนหนุ่มแต่ใจสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ฉันมีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อยน่ะ” เงยหน้าจากกองงานที่กำลังตรวจให้เด็ก หันมาตอบเพื่อนพลางส่งยิ้มไปให้

“โอ้ย! ฉันละปวดหัว แกเลิกทำหน้าหงอยเป็นหมาสักทีได้ไหม เห็นแล้วมันไม่จอยเลยอ่ะ”

“เอาน่า อีกแปบเดียวก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว”

“ตอนไหนละยะ นี่จะปาไปเกือบสองเดือนแล้วนะ...งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่าคืนนี้ไปเที่ยวกัน”

“ไม่เอาหรอก ขี้เกียจไป” อารมณ์ในตอนนี้ไม่อาจจะทำให้เธออยากจะไปไหน นอกจากจะไม่สนุกแล้วอาจจะทำให้บรรยากาศมันก่อยเสียด้วยซ้ำ

“ถือซะว่าไปเปิดหูเปิดตาเถอะนะ ฉันขอร้อง” ศิวะทำตาแป๋วๆ ส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อนสาว

มัทนิภานึกตลกในท่าทางของเพื่อนจนอดยิ้มออกมาเสียมิได้ “โอเคๆ ก็ได้” สุดท้ายเธอก็แพ้ทางความขี้อ้อนนี้

“แกรับปากแล้วนะ ห้ามกลับคำด้วย ไม่อย่างนั้นฉันจะปรับเป็นสิบเท่าเลย”

“รู้แล้วน่า ไปๆแกไปสอนได้แล้ว”

“โอเค ไปละนะ”

ตกเย็นมัทนิภากลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่า ระยะทางกลับบ้านและโรงเรียนที่เธอบรรจุอยู่ไม่ไกลมาก ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้ในสิ่งที่เลือกไว้

ประมาณสักสองเกือบสามทุ่ม ศิวะก็ขับรถเข้ามารับมัทนิภาที่คอยอยู่ที่บ้าน จากนั้นก็ตกลงว่าจะพากันไปสังสรรค์นั่งชิลกัน แต่ระหว่างทางศิวะดันมีที่ที่ต้องไปเสียก่อน

“ไปด้วยกันเถอะ ฉันเข้าไปไม่นานไปเป็นเพื่อนกัน” สถานที่ตรงหน้าคือคลับหรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองศิวิไลซ์ ศิวะเข้ามาที่นี่ระหว่างจะไปสังสรรค์หาอะไรกินกับมัทนิภา เห็นว่าจะเข้ามาเอาเอกสารบางอย่างกับรุ่นพี่ที่รู้จักกันที่โทรศัพท์เข้ามาหลังจากออกรถได้ไม่ถึงห้านาที

มัทนิภาพยักหน้าแล้วก็เดินตามเข้าไป คงไม่เสียหายอะไรนักหากจะเดินเข้าสถานที่แห่งนี้ เพราะเกรงว่าจะยืนรอก็คงจะโดนยุงหามไปก่อนแน่ๆ

ยามที่เดินเข้ามาแสงและเสียงก็สาดส่องและดังอึกทึกครึกโครมไปทั่ว แสงหลากสีที่ส่องมา ทั้งยังดับๆติดๆชวนให้คนเดินเข้ามาเวียนหัวจวนจะอาเจียนออกมานัก ไม่รู้ว่าคิดกันยังไงถึงได้เอาไฟพวกนี้มาติดไว้

“แปบนะมัท รออยู่ตรงนี้ก่อน”

“อืม” มัทนิภาตอบขณะยืนรออยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง ในขณะที่ศิวะเดินเข้าไปข้างใน ระหว่างรอสายตาหญิงสาวก็กวาดมองไปทั่วไม่รู้ทิศทาง สนใจกับสิ่งรอบข้างไปเกือบหมดเพราะน้อยครั้งที่เธอจะก้าวเดินมายังสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่ชอบสังสรรค์เพียงแค่เธอไม่ชอบสถานที่แบบนี้เพราะมองไปทางไหนมันก็ลายตาไปหมด

‘ตุบ’

“โอ้ย!” เสียงร้องดังออกมาน้อยเพราะคล้ายว่ามีใครเดินเข้ามากระแทกจนเธอก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่

“เป็นอะไร...คุณแพท” ตกใจเสียยิ่งกว่าอะไร ไม่คิดว่าจะมาเจอแพลทินัมเอาเสียที่นี่แถมสภาพเขาในตอนนี้ยังดูไม่ได้ เรียกได้ว่าเมาเละเทะ

“งาย...ม่ายคิดว่าจะเจอเธอที่นี่” คนตัวโตที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่เอ่ยทักถาม

“คุณเมาแล้วกลับบ้านเถอะค่ะ”

“ทำมาย หาเหยื่อรายใหม่อยู่เหรอ” แม้ว่าจะเมานัก แต่เขาก็ยังพอประคองสติได้และรับรู้ดีว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร ในตอนแรกตัดสินใจจะกลับขึ้นไปด้านบนที่เป็นห้องพักให้สำหรับนักท่องราตรีที่อาจจะหอบสังขารกลับไม่ไหวเช่นเขาได้อิงนอน แต่แล้วสายตาก็พลันเห็นสาวเจ้าเข้าเสียก่อน

“ฉันมาทำธุระ” แม้จะโกรธที่เขาพูดจาแบบนั้น แต่เธอก็คงสำนวนที่ว่า ‘อย่าถือสาคนบ้าอย่าว่าคนเมา’ เอาไว้ ในใจท่องพุทโธ พุทโธ

“หึ แอบเอายานรกนั่นมาจับเหยื่อรายใหม่ละสิไม่ว่า” ทั้งความคิดและแววตาที่เขามองเธอมันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจนมัทนิภาสัมผัสได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้ชายคนนี้คงจะเกลียดเธอแล้วสินะ แต่ทำไมหัวใจเธอมันยังรักเขาเล่า

“คุณกลับบ้านเถอะค่ะ เมาขนาดนี้คุยกันไปก็คงจะไม่รู้เรื่อง” ว่าพลางทำท่าเดินหนีแต่ทว่ามือหนาดันดึงแขนเธอไว้พร้อมยังกระชากเข้ามาหาตัว ลมหายใจอุ่นๆของเขารดลงที่ต้นคอสร้างความตื่นเต้นปนตื่นกลัวให้เธอนัก

“ฮึ ฉันเกลียดเธอ” จู่ๆแพลทินัมก็เปล่งคำพูดนั้นออกมา แม้ว่าวาจามันจะไม่ดัง แต่กระนั้นมันก็สะท้านไปทั้งทรวงของคนฟัง ราวกับว่ามีก้อนหินก้อนใหญ่หล่นมาทับและมีคนถือค้อนปอนด์อันยักษ์มาทุบซ้ำให้มันเจ็บอีกครา

แพลทินัมพูดเสร็จก็ผละตัวออก ก่อนจะเดินหมุนตัวกลับไปยังห้องที่จองไว้

“ฉันทราบค่ะ” เธอจะรับรู้มันไว้ สายตาที่วาววับไปด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่ออยู่ดวงตา แต่มันยังคงไม่ไหลออกมาตอกย้ำความอดสูของเธอ ที่ตอนนี้คล้ายว่ามันจะมีมากเสียจนน่าละอายใจ

‘ปัก’ แต่ทว่าเสียงชนอะไรสักอย่างดังขึ้นเรียกความสนใจให้มัทนิภาหันกลับไปดู แล้วเธอก็ได้เห็นว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากคนอื่นคนไกลเพราะเสียงนั้นมันมาจากแพลทินัมที่ตอนนี้กำลังพยุงตัวขึ้นมือเรียวหนาคลำยันกำแพงไว้นั่นเอง

มัทนิภารีบเข้าไปประคองเขาขึ้น แต่ดูท่าว่าสติชายหนุ่มจะเริ่มหายไปหมดแล้ว แล้วแบบนี้เธอจะพาเขาไปไหนกัน ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ ก็เข้าใจแหละว่าเป็นลูกครึ่ง แต่ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไปมันถึงได้ใหญ่และบึกบึนขนาดนี้

ขณะเดียวกันก็มีชายคนหนึ่งที่เธอคุ้นตาและเห็นว่าอยู่กับแพลทินัมตลอดเดินเข้ามาใกล้

“โอ้วนาย ทำไมเมาแบบนี้ครับเนี่ย” ไดม่อนที่เพิ่งมาเอ่ยทักผู้เป็นนายที่โดนห้อยประคองอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งแสนคุ้นตา ก่อนจะประคองแพลทินัมมาไว้ที่ตนเองแทน

“ท่าจะเมาหนักค่ะ ฉันว่าคุณพาเขากลับบ้านเถอะ”

“นายคงจะจ้องห้องไว้ที่นี่แหละล่ะครับ รบกวนคุณช่วยอีกแรงได้ไหมครับ”

“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าฉันต้องไปทำธุระต่อ”

“ไม่เป็นไรครับ” ไดม่อนยิ้มก่อนจะพาแพลทินัมเดินไป

“นายเดินดีๆสิ ตัวก็ใหญ่ไม่ใช่เล็กๆ แล้วนี้ยังดื่มจนเมาเละแบบนี้อีก” ไดม่อนประคองแพลทินัมไปแกมบ่นอุบไป พร้อมท่าทางยังทุลักทุเลอีก เขากับคนเป็นนายสนิทกันมากชนิดที่ว่าสามารถพูดเล่นกันได้ แต่ในความพูดเล่นกันได้นี้มันก็ต้องอยู่ในขอบเขตไม่มากจนเกินพอดี

“เดี๋ยวฉันช่วยค่ะ” เห็นทั้งสองที่ดูท่าแล้วน่าจะพากันล้มหงายเป็นแน่ก่อนจะถึงห้องพักแพลทินัม เธอจึงตัดสินใจเข้ามาช่วย หากปล่อยไว้ไม่รู้ว่าคืนนี้จะถึงหรือเปล่า

“ขอบคุณครับ” ไดม่อนเอ่ยตอบ พลางทั้งสองก็พากันขนร่างหนาของแพลทินัมไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

‘ตุบ’ แพลทินัมถูกบ่อยลงเตียง ไดม่อนและมัทนิภาช่วยกันจัดแจงท่าทางให้เขาได้นอนสบายขึ้น เสร็จแล้วจึงนึกขึ้นได้หันว่ายังไม่ได้ทักทายหญิงสาวอย่างเป็นทางการเลย

“อ่อ ลืมเลย ผมไดม่อนครับ” แม้ว่าจะได้เจอกันหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยได้แนะนำตัวกับผู้หญิงตรงหน้าเลยสักครั้ง

“มัทนิภาค่ะ เรียกว่ามัทเฉยๆก็ได้ค่ะ” สาวเจ้ายิ้มตอบ

“ถ้าอย่างนั้นคุณมัทเรียกว่าพี่ก็ได้ครับ ดูเป็นกันเองดี แล้วดูเหมือนว่าเราจะเคยเจอกันบ่อยด้วย ใช่ไหมครับ”

“อ่อค่ะ พอดีว่ามัทเข้าไปหารุ่นพี่ที่โรงเรียนวราลีบ่อยๆน่ะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่ไดม่อน เรียกมัทแค่มัทก็พอค่ะไม่ต้องมีคงมีคุณหรอก” เธอยิ้ม

“ครับ”

“ถ้าอย่างนั้น มัทขอตัวก่อนนะคะ”

“เราออกไปพร้อมกันก็ได้ พอดีว่าพี่ต้องรีบออกไปข้างนอก ทางโรงเรียนแจ้งมาว่าเหมือนขโมยเข้าไปขโมยของในโรงเรียน ลำพังจะให้นายไปตอนนี้ก็คงจะไม่ได้เสียแล้ว” ที่มาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้แหละ ทางโรงเรียนวราลีพิทยาคารแจ้งมาว่ามีขโมยแอบลักลอบเข้าไปขโมยของภายในนั้น

เมื่อได้รับข่าวแล้วโทรหาแพลทินัมเจ้าตัวก็ไม่ยอมรับสาย จำได้ว่าเมื่อครั้งแยกกันล่าสุดเจ้านายหนุ่มบอกว่าจะมาที่แห่งนี้ตนจึงตามมาถูก

มัทนิภาและไดม่อนเดินออกมาพร้อมกัน แต่ทว่ายามนี้มือของมัทนิภากำลังล้วงควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรหาศิวะก็ดันหาไม่เจอ สงสัยอาจจะร่วงลงตอนที่ช่วยหามแพลทินัมไประหว่างทางเป็นแน่

ดังนั้นเธอจึงต้องไปดูที่ต้นทางที่เจอกัน แต่กระนั้นเมื่อมาถึงก็ไม่พบ ไดม่อนที่เดินมาด้วยเห็นท่าทีที่ร้อนรนของมัทนิภาก็ร้องถาม

“มีอะไรหรือเปล่ามัท”

“พอดีว่าโทรศัพท์มัทหายไปไหนไม่รู้ค่ะ เดินมาหาทางนี้ก็คิดว่าจะมี แต่ดันไม่มีเสียได้”

“ไปดูที่ห้องนายไหม เผื่อว่าจะหล่นไว้”

“มัทไม่กล้าเข้าไปหรอกค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ว่านายน่าจะหลับเป็นตายไปแล้วละ นี่คีย์การ์ด” ไดม่อนส่งคีย์การ์ดให้พร้อมยิ้มให้ด้วย

“แล้วพี่ไดม่อนไม่เข้าไปด้วยกันหรือคะ”

“โทษทีนะ พี่ต้องรีบแล้วละ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” มัทนิภายิ้มส่งในขณะที่ไดม่อนก็เดินเลี่ยงออกไป และเพียงแค่เสี้ยววินาทีศิวะก็โผล่ออกมาหลังจากทำธุระเสร็จพอดี

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

คลั่งรักเมียแต่ง

คลั่งรักเมียแต่ง

554.1k การดู · เสร็จสิ้น · มะนาวสีชมพู
เรื่อง...คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
หวงรักท่านประธานปากแข็ง

หวงรักท่านประธานปากแข็ง

11.9k การดู · กำลังอัปเดต · พลอยชนา
"จาก ‘พี่ชายจอมเผด็จการ’ สู่ ‘เจ้าของชีวิต’ ที่ไม่เคยคิดจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ"
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

550.9k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักระรินใจ

รักระรินใจ

27.2k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
ความรักในรอยแค้นของลัลน์ลลิน ลูกสาวคนเล็กของตระกูลวงศ์วิษณุที่สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดไว้กลางใจเมฆพงษ์ เขตเมฆา นักธุรกิจพ่อหม้ายหนุ่มที่ในอดีตต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะคนของวงศ์วิษณุ แต่สิ่งเดียวที่เขาได้จากครอบครัวนี้คือหัวใจภักดีของลัลน์ลลิน ผู้หญิงธรรมดาที่เต็มไปด้วยความหวัง ความรัก และความอดทนกับเวลาเก้าปีที่เธอเติบโตขึ้นอย่างมีมุ่งมั่นชดใช้ความผิดแทนครอบครัวเพื่อขอให้เขายกโทษให้ แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดนั้นก็ตาม ลัลน์ลลิน ถูกคนที่เธอมีใจให้ทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเลือดเย็น เขาไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่เหลียวมอง! ทำให้เธอต้องหอบหัวใจที่แหลกสลายเดินจากมาอย่างไร้จุดหมาย โชคดีที่เธอเจอกับธาวิน จิตแพทย์หนุ่มที่อบอุ่น และใส่ใจทุกคำพูดของเธอ เขาไม่ซักไซ้ ไม่มีคำปลอบใจ แค่ฟังและทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ ผู้ชายที่เต็มใจเยียวยาหัวใจพัง ๆ ของเธอ ในขณะที่เมฆพงษ์ เริ่มรู้ตัวว่าเขาทิ้งสิ่งสำคัญไป...แต่บางครั้งความเสียใจมันก็สายเกินแก้ รักเก่าที่ยังค้างคา กับ ความรู้สึกใหม่ที่ค่อย ๆ ละลายหัวใจทีละนิด...คนหนึ่งเจ็บเพราะเคยผูกมัด อีกคนเยียวยาด้วยความเข้าใจแบบไม่ต้องพูดเลยสักคำ ใครคือคนที่หัวใจลัลน์ลลินจะเลือก? ระหว่างคนที่เคย ‘ครอบครอง’ ... กับคนที่แค่ ‘ยืนอยู่ข้าง ๆ’ ก็ทำให้เธอยิ้มได้ทั้งวัน
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

14.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

51.9k การดู · เสร็จสิ้น · Sansa
หนึ่งราตรี. หนึ่งความผิดพลาด. หนึ่งชีวิตที่ต้องชดใช้.

ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี

โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน

ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน

“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

“เจสันคือใครวะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!

แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!

ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด

สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”

ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน

คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

7.8k การดู · กำลังอัปเดต · อรุณรัตน์
คู่หมั้นของฉันนอกใจฉัน และคนที่เขานอกใจด้วยก็คือพี่สาวของฉัน!
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ

(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ

16.3k การดู · กำลังอัปเดต · ได้โปรดปลื้ม
"เธอจำเอาไว้เลยนะน้ำพิง... ในเมื่ออยากได้ฉันนัก เธอก็เตรียมตัวรับผลกรรมไว้ได้เลย!"

เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

601.8k การดู · เสร็จสิ้น · Yaygoh
เธอ คะนิ้ง นกน้อยที่หลงเข้าไปพัวพันกับเหล่านักแข่งใต้ดิน เธอแค่อยากตามหาน้องสาวที่หายตัวไป โดยไม่รู้เลยว่าความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าโหดร้ายยิ่งกว่าขุมนรก

เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...

ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

5.5k การดู · กำลังอัปเดต · OISIS
'หลินมู่มู่' คือฟรีแลนซ์รับจ้างปั่นกระแสและขโมยข้อมูลที่หน้าหนาและหน้าเงินที่สุดในปักกิ่ง กฎเหล็กของเธอคือ 'ตราบใดที่เงินถึง จะให้ด่าใครก็ทำได้ทั้งนั้น' แต่ใครจะไปคิดว่าภารกิจล้วงความลับในโรงแรมห้าดาวครั้งนี้ จะทำให้เธอถูก 'กู้ฉือเจิง' เจ้าพ่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสุดโหด จับได้คาตาแถมยังต้อนเธอจนมุมอยู่บนเตียงคิงไซส์!

แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!

ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว

เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
กรงรักจำนน

กรงรักจำนน

274.4k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เธอเป็นเพียงพยาบาลตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจ้างให้มาดูแลย่าของเขา แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมของครอบครัวมหาเศรษฐี เกมที่เธอไม่ได้สมัครใจแม้แต่น้อย
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

8.8k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
เมื่อองค์ชายถังมู่เหรินถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงจ้าวซีเฟย การอยู่ร่วมจวนเดียวกันเหมือนอยู่บนเกาะภูเขาน้ำแข็งอีกฝ่ายเย็นชา อีกฝ่ายไร้หัวใจ แล้วทั้งคู่จะลงเอยกันได้เช่นไร...

"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย

"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน

............."ส่งตัวเข้าหอ".............

"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"

"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"

"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"

"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"

......................................................

"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"

นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด

"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"

หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้

""นี่มันอะไรกัน""