เพลิงร้อนซ้อนรัก

เพลิงร้อนซ้อนรัก

ไอย์ลา ลมหนาว · เสร็จสิ้น · 107.2k คำ

330
ยอดนิยม
4.5k
การดู
147
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

รักของเขามีไว้ให้คนอื่น แต่รักของเธอมีไว้ให้เขา
"ท้องเหรอ...เธอเเน่ใจเเค่ไหนเชียวว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกฉัน"

บท 1

บทที่ 1

รักแรก(ร้าย)

ในร้านอาหารโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งมีชายบุรุษร่างหนากำลังนั่งกินอาหารอย่างเพลิดเพลินกับหญิงสาวอีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน เสียงพูดคุยดังขึ้นเป็นระยะเคล้าไปด้วยเสียงหัวร่อต่อกระซิก แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่ชายหนุ่มหญิงสาวสองคนเท่านั้นที่สนุกเพราะผู้หญิงอีกคนได้เพียงแต่นั่งเงียบๆ

“ขอบคุณนะครับที่มา” ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวนามว่า แพลทินัม แบล็ค เลกเคิร์ก เอ่ยขึ้น

“ฟ้าสิคะ ต้องขอบคุณคุณแพทที่อุตส่าห์ชวนฟ้ากับมัทมา ใช่ไหมมัท” ฟ้ารดาหญิงสาวรูปร่างดีเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้างปานจะถึงรูหู

“จ๊ะ” คนโดนเอ่ยชื่อตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะก้มหน้าไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ มัทนิภา ทิวารัตน์ จริงๆแล้วเธอไม่ได้อยากจะมาที่นี่เลยเพราะมาก็จวนจะปวดใจเปล่าๆ

จริงๆแล้วเขาก็แค่อยากจะชวนฟ้ารดาเท่านั้นแหละ แต่เพียงแค่เอาเธอมาเป็นข้ออ้าง คนที่รู้ว่าเป็นส่วนเกินใจจริงก็อยากจะวิ่งหนีแต่มันกลับทำอะไรไม่ได้

“เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”

“ค่ะ” ครานี้เป็นฟ้ารดาที่ตอบ พ้นร่างหนาของแพลทินัมแล้วหญิงสาวก็หันไปบอกบางสิ่งกับเพื่อนสาว

“มัท...มัทช่วยไปหยิบช้อนให้ฟ้าใหม่หน่อยได้ไหมพอดีว่ามันเปื้อนน่ะ”

“เปื้อนตรงไหนฟ้า ไม่เห็นจะเปื้อนเลย”

“เถอะน่ามัท ลุกไปเอาให้หน่อยพอดีว่าฟ้าเท้าเจ็บนิดหน่อยด้วย จะลุกก็คงลำบาก”

“โอเค ถ้าอย่างนั้นก็รอแปบนึงนะ” ว่าจบมัทนิภาก็ลุกออกไป คล้อยหลังมัทนิภาไปแล้ว ฟ้ารดาแอบหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วแอบเท่ใส่แก้วไวท์ของคนตัวโตแกว่งให้เข้าทีสองสามที จากนั้นก็หย่อนถุงนั้นลงกระเป๋าของมัทนิภาที่วางไว้ ปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก แล้วนั่งทำตัวเป็นปกติ

“เอานี่ฟ้า”

“ขอบใจนะ” มัทนิภายิ้มรับก่อนจะนั่งลงประจำที่ของตนเอง เพียงไม่ถึงนาทีจากนั้นแพลทินัมก็เดินกลับมา บทสนทนาและเสียงหัวเราะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศก็เป็นเหมือนเดิมคือมัทนิภามิได้มีบทบาทใดๆมากนัก เพียงแค่นั่งมองและนั่งหัวเราะไปบ้างในบางครั้ง

“ฟ้าขอตัวสักครู่นะคะ” เพราะเสียงโทรศัพท์ดัง ฟ้ารดาจึงต้องรีบขอตัวไปรับ ซึ่งในระหว่างนั้นบนโต๊ะก็เหลือเพียงมัทนิภาและแพลทินัมเพียงสองคน

แม้เขาและเธอจะไม่ได้สนิทกันมากแต่ก็เรียกได้ว่ามีมิตรภาพที่ดีต่อกัน เขาส่งยิ้มน้อยๆให้มัทนิภาเป็นเชิงขอบคุณเล็กน้อยหลังจากสาวเจ้ายอมช่วยเรื่องนี้

แม้ว่าแพลทินัมนั้นจะมีรักแรกพบ แต่ได้ขึ้นชื่อว่าผู้ชายอย่างไรแล้วของแบบนี้มันก็ต้องมีกันบ้าง เรื่องของความชอบพอมันไม่เข้าใครออกใครหรอก ผ่านไปเกือบสิบห้านาที ฟ้ารดาก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีหน้าบอกบุญไม่รับ ก่อนจะต้องปั้นยิ้มเมื่อเดินมาถึงโต๊ะและไปนั่งลงที่เดิม

“พอดีว่าฟ้าต้องกลับแล้วล่ะค่ะคุณแพท ต้องขอโทษด้วยนะคะ”

“ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะครับ”

“พอดีว่าทางบ้านโทรมาค่ะ เลยต้องรีบเสียหน่อย” มันใช่ที่ไหนกันเล่าเพราะไอผู้ชายเฮงซวยนั่นแหละที่เป็นคนโทรมาขัดจังหวะทอง ทั้งยังขู่ว่าถ้าไม่รีบออกไปหามัน มันจะบอกความจริงแก่ผู้ชายตรงหน้า ว่าตนนั้นไม่ได้ใสซื่อดังที่เขาคิด

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ คุณฟ้าจะให้ผมลงไปส่งไหมครับ”

“อย่าดีกว่าค่ะ ฟ้าเกรงใจ เราไปกันเถอะมัท” เอ่ยปฏิเสธก่อนจะหันไปชวนมัทนิภา

“เอ่อ ฟ้ากลับไปก่อนเถอะ พอดีว่ามัทมีที่อื่นต้องไปน่ะ” ใจจริงเธออยากนั่งอยู่ต่อที่นี่อีกสักพักเพราะโอกาสแบบนี้มันไม่ได้หาง่ายๆนัก

“อย่างนั้นเหรอ” ฟ้ารดาไม่อยากจะเชื่อจึงถามย้ำไปอีกครั้งหนึ่ง ปกติแล้วมัทนิภาจะไม่เป็นแบบนี้แต่ครั้งนี้เธอรู้ดีว่ามันเพราะอะไร เห็นทีว่าจะมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่มองไม่ออกว่ามัทนิภากำลังแอบชอบแพลทินัมอยู่ ...ไม่ได้! เธอจะปล่อยให้มัทนิภาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้!

“จ๊ะ”

“เดี๋ยวฟ้าไปเป็นเพื่อนก็ได้ กลับเถอะ” คะยั้นคะยอถึงที่สุดแต่สาวเจ้าตรงหน้าก็ยังปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณมัทเขาเอง”

“อย่างนั้นยิ่งไม่ได้เลยค่ะ” เธอพูดรัวเร็วจนแทบจะฟังไม่ทันจนแพลทินัมต้องขอฟังใหม่อีกรอบ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณไปเถอะ ทางบ้านน่าจะรออยู่นะครับ”

“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ” สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ จำต้องเดินถอยห่างออกไปด้วยอาการร้อนรุ่มในอก มือกำเข้าหากันแน่นพยายามข่มอารมณ์เดือดดาลอย่างสุดกำลัง นึกขุ่นเคืองที่ทุกอย่างมันไม่ลงล็อกที่วางไว้! นึกขอบใจลึกๆที่มัทนิภาเป็นตัวเชื่อมทอดสะพานของแพลทินัมมาให้ แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นเสียแล้ว

ฟากของแพลทินัมและมัทนิภาที่เหลือกันเพียงสองคนก็นั่งเงียบสักพักหนึ่ง แม้ว่ามัทนิภาอยากจะเอ่ยปากชวนคุยมากแค่ไหน แต่ก็ใจเธอมันก็ไม่กล้าพอ มันรู้สึกจุกแน่นในอกยอมรับว่าดีใจที่มีโอกาสได้กินข้าวร่วมกันแม้ว่าจะมีเหตุผลอื่นมาก็เถอะ

หัวใจของมัทนิภาพองโตทุกครั้งที่เห็นใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า เพียงแค่เป็นรักแรกพบมันจะไม่ทำให้เธอปักใจรักได้มากขนาดนี้ หากว่าเขาไม่เคยช่วยชีวิตเธอไว้จากเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อน

ครั้งนั้นคือวันที่เธอมาหารุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยที่โรงเรียนของเขา วันนั้นฝนตกหนัก ใจจะรอให้ฝนซ่าก็คงจะช้าไม่ทันการ จึงได้ขอยืมร่มจากรุ่นพี่คนสนิท แล้วสาวเท้าเดินกลับบ้าน

แต่ทว่าระหว่างทางที่กำลังจะเดินออกนอกโรงเรียนดันมีรถที่วิ่งเข้ามาในโรงเรียนด้วยความเร็ว และเธอเองก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็พบว่ามันกำลังพุ่งตรงมาทางเธอเสียแล้ว หากยังโชคดีที่จู่ๆ ก็มีชายปริศนาคนหนึ่งเข้ามาดึงเธอให้รอดพ้นจากรถคันนั้นเสียก่อน

เงยหน้าขึ้นมามองก็พบว่าเป็นเขา ชายที่เธอเห็นเพียงครั้งแรกก็ทำให้ใจหวั่นไหว ตั้งตัวตั้งสติได้ก็เอ่ยขอบคุณ แพลทินัมพยักหน้าเป็นเชิงรับน้ำใจหนึ่งครั้งก่อนจะหันไปสั่งให้ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่มาด้วยกันไปตรวจสอบว่ารถคันนั้นเป็นใคร...และนั้นแหละจุดเริ่มต้นที่ประกอบรักแรกพบให้เป็น ‘รัก’ อย่างเต็มตัว

“คุณมัทจะไปที่ไหนครับ ผมจะได้ไปส่ง” แพลทินัมดึงมัทนิภาออกจากภวังค์เมื่อเสียงทุ้มแอบแหบซ่านเอ่ยถาม ไม่รู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นรู้สึกราวกับว่ามันร้อนและกระสับกระส่ายนัก

“เอ่อ...ใกล้ๆนี้เองค่ะ ไม่เป็นไรดีกว่า” มัทนิภายิ้มตอบ แต่ทว่าสายตาก็พลันไปเห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดผายขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างสงสัย ในเมื่อที่นี่บรรยากาศภายในห้องอาหารก็เย็นช่ำจากเครื่องปรับอากาศขนาดนี้แต่ทำไมเขาถึงมีเหงื่อขึ้นเต็มดวงหน้าละ

“คุณแพทเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เป็นห่วงเพราะเห็นท่าทีไม่ค่อยดีของเขา ทั้งตอนนี้เสื้อสูทที่สวมอยู่ก็ถูกถอดออกมาวางไว้บนเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ข้างกัน

“ไม่มีอะไรครับ ผมว่าเรากลับกันเถอะ” ข่มอาการที่เป็นอยู่ก่อนจะเรียกเก็บเงินแล้วเดินออกไป โดยมีมัทนิภาเดินเคียงข้างไปเพราะดูท่าทางแล้วไม่ดีแน่หากปล่อยเขาไปเพียงลำพัง

“คุณแพทคะ” เอ่ยเรียกเมื่อเห็นแพลทินัมเริ่มเดินคลำไปตามกำแพงทางเดิน เธอเดินเข้าไปประคองเขาไว้ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าจะล้มลงไป

“ถอยออกไป” แพลทินัมเริ่มพูดเสียงแหบพร่าไปเสียทุกที เริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้

“คุณ...” มัทนิภาสาวเท้าเข้าไปหาอีกก้าว ไม่ได้ฟังคำค้านของเขาเลยสักนิด

“ผมบอกว่าให้ออกไปยังไงเล่า!” คราวนี้เริ่มจะเสียการควบคุมยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อผู้หญิงตรงหน้าไม่ยอมฟังในสิ่งที่เขาพูด!

“ให้ฉันช่วยไหมคะ เผื่อว่า...”

“คุณช่วยไม่ได้ ถอยออกไป” แพลทินัมยังพยายามประคองสติ รีบก้าวยาวๆออกไปยังลานจอดรถที่อยู่ไม่ใกล้ทันที ในใจพลันนึกขุ่นเคืองทำไมเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเพราะอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอะไรให้คิดมากนักว่าเป็นฝีมือใคร

“....” ดวงตาคู่กลมมองแพลทินัมนิ่งหลังจากเขาเดินถึงรถเรียบร้อยแล้วและกำลังจะก้าวขึ้นรถ ถ้าเขาไม่อยากจะให้ช่วยเธอก็จะไม่คะยั้นคะยอต่อไป ยืนมองคนตัวโตที่กำลังก้าวขึ้นรถ

แต่แพลทินัมเองก็เริ่มจะไร้สติควบคุมไปเต็มที เสี้ยวนาทีก็หันมองผู้หญิงที่เอ่ยอาสาช่วยก่อนหน้านี้

“คุณ...คุณอยากจะช่วยใช่ไหม” ไม่สนแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาเพราะตอนนี้แก่นกายช่วงล่างมันต้องการที่จะปลดปล่อยเต็มที! เอาเป็นว่าเขาจะรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาทีหลังก็แล้วกัน

“คะ?” สงสัยในสิ่งที่เขาถาม ก่อนจะตกใจเมื่อมือหนาดึงดันเธอเขาไปในรถโดยที่ไม่ให้คำตอบอะไร ส่วนเขาก็รีบเหยียบคันเร่งมิดไมล์รีบตรงไปที่คอนโดฯที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองกิโลเมตรทันที

‘ตุ้บ!’

เสียงของบางสิ่งกระทบลงบนเตียงกว้างและนั้นก็คงไม่พ้นสิ่งใดนอกเสียจากมัทนิภา “คะ...คุณแพท คุณจะทำอะไร” เอ่ยถามเสียงสั่น พลางสายตาก็กวาดมองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว พร้อมทั้งตรงหน้ายังมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนคายเนคไทเส้นหนาออกจากคอ ก่อนจะตามด้วยเสื้อที่ลอยออกไปตามๆกัน

“คุณบอกเองว่าอยากช่วย” สติแพลทินัมไม่หลงเหลืออะไรแล้วตอนนี้ มีเพียงแค่ความปรารถนาสวาทที่คุกกรุ่นอยู่คละคลุ้งไปหมด

“มะ...ไม่ใช่เรื่องนี้” เธอไม่ใช่คนใสซื่อที่จะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่การขันอาสาก่อนหน้ามิได้หมายถึงเรื่องนี้เลยสักนิด เธอไม่ได้ปรารถนาให้มันเป็นเช่นนี้

“ผมขอโทษ...ผมจะรับผิดชอบเอง” จากนั้นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีกต่อไป จับร่างของมัทนิภามาใต้ร่างของตนเองจับทึ้งสิ่งที่ติดกายออกไปจนหมดสิ้น แม้ว่าจะออกแรงกายขัดขืนแต่คนที่เชี่ยวชาญกว่าและแรงเยอะกว่าก็ทำให้สาวเจ้าทำไม่สำเร็จ

“คะ...คุณแพท” เสียงสั่นเครือไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้กับตน แพลทินัมหูตาพร่ามัวเพราะรสสวาทที่มันมากล้น ทำให้เขาเดินหน้าอย่างรวดเร็ว กดลงไปบดขยี้ริมฝีปากนั้นอย่างหิวโหย มือคลำตึงแขนทั้งสองของสาวเจ้าเอาไว้ ปากหนาหยักไล่เลี่ยชิมรสไปทั่วทั้งร่างจนมัทนิภาที่ผลักไสในคราวแรกเริ่มเผลอไผลตามไป

ลมหายใจอุ่นๆรดลงที่หน้าท้องของหญิงสาว ลิ้นแกร่งตวัดเลียสองสามทีจนคนใต้ร่างเสียวกระสัน จากนั้นก็ไม่รีรอสิ่งใดต่อได้ มือหนาจับสะโพกมนคลำวนอยู่สักพักก็เปลี่ยนไปจับที่เรียวขาก่อนจะจับมันแยกออกจากกัน

คนที่หวาดหวั่นเป็นอันต้องขัดขืนอีกรอบเมื่อรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา แต่ทว่าเสียงทุ้มลึกผสมความแหบซ่านคัดค้าน “ผมหยุดมันไม่ได้แล้ว” จากนั้นก็จับแยกอีกครา เขาไม่รีรอจะเล้าโลมต่อไป สอดกายแกร่งเข้าแทรกไปเสียทีเดียว

“เจ็บ...เจ็บเอาออกไป” น้ำตาเม็ดโตร่วงออกจากดวงตา เธอเจ็บจนร่างสะท้านไปทั้งร่าง แต่เขาไม่มีทีท่าว่าจะทำดั่งที่ร้องขอเลย

“ผมขอโทษ” เขาค่อยๆเดินหน้ารุกรานเข้าไปภายใน แม้ว่าจะต้องการมากขนาดไหนแต่ก็ต้องควบคุมมิให้เป็นอันตรายกับคนใต้ร่าง แพลทินัมสัมผัสได้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ยังไม่เคยต้องมือชายใด

แรงถาโถมที่อยู่ด้านบนทำให้มัทนิภาสะท้านไปทั้งตัว ความรู้สึกหลายๆอย่างปนเปกันไปจนชวนให้สับสนไปหมด เธอจะร้องไห้เสียใจหรือสมควรเสี่ยวซ่านต่อรสสัมผัสนี้กันแน่...

น้ำตาไหลรินออกมาจากความอดสู้ที่ต่อต้านเขาไม่ได้ เธอไม่อยากจะให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้เลย หากรู้ว่าการขันอาสาช่วยเหลือมันจะทำให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้ เธอสาบานว่าจะไม่ทำมันเป็นอันขาด

รอยจูบและรสสัมผัสของแพลทินัมแม้ว่ามันจะรุนแรงแต่ก็อ่อนโยน เขากำลังทำให้เธอเป็นผู้หญิงใจง่ายที่กำลังเผลอไผลไปกับรสพิศวาสทางกาย มัทนิภาอยากจะต่อต้านใจแทบจะขาดแต่เขาก็ดึงให้เธอเข้าไปขับเคลื่อนพากันกระโจนขึ้นเหนือชั้นฟ้า จนหลงลืมความปรารถนาเดิมไปเสียหมด

แม้ช่วงเวลาจะผ่านไปแล้วร่วมสองชั่วโมงแต่คนที่โดนฤทธิ์ยานรกสาดเข้าใส่ก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวกายแกร่ง แม้ว่าสาวเจ้าใต้ร่างจะเป็นลมล้มพับไปแล้ว แต่เขาก็ห้ามให้ตัวเองหยุดมันไม่ได้ แพลทินัมรู้เป็นอย่างดีว่าอาการที่มันเกิดขึ้นมันไม่ได้มากจากตัวเองจริงๆ แต่มันมีสิ่งที่มากระตุ้นทำให้ต้องหิวกระหายเช่นนี้

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาสุดท้ายความปรารถนาถึงจุดไคล์แมกระเบิดออก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนลมหายใจหอบสะท้านขึ้นลงเป็นจังหวะพลางหันไปมองที่มัทนิภาก่อนจะหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายสาว พักหายใจสักพักก่อนจะตัดสินใจเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

เพียงไม่นานบุรุษร่างหนาหุ่นกายสมส่วนเป็นที่น่าปรารถนาของสาวๆก็ออกมาพร้อมผ้าขนหนูที่พันเอวสอบไว้ คนตัวโตค่อยๆก้มตามเก็บสิ่งของที่กระจัดกระจายเพราะฝีมือตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ

พลันสายตาไปปะทะเข้ากับกระเป๋าของมัทนิภาที่ตกกระจายอยู่ แพลทินัมสาวเท้าเข้าไปเก็บขึ้นแต่กระนั้นสายตาดันไปเห็นเข้ากับซองบางอย่างที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าของสาวเจ้า เขาไม่ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมาพิจารณา

ดวงตาของแพลทินัมเข้งกร้าวขึ้นก่อนมือหนาจะกำซองยาที่มีหลงเหลืออยู่เล็กน้อยแน่น สายตาตวัดมองคนบนเตียงที่หลับใหลไม่รู้สึกตัว ถ้อยคำที่พ่นออกไปว่าจะรับผิดชอบหายไปทันตา เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะร้ายกาจได้ขนาดนี้!

สมองพลันสั่งการให้เดินเข้าไปหาคนที่นอนอยู่ด้วยโทสะที่มากล้น แต่ชายหนุ่มก็ต้องพยายามระงับมันเอาไว้ “ตื่นมัทนิภา ตื่น!” ไม่เพียงแค่เสียงที่เอ่ยเรียก แต่มีแรงกระชากของแพลทินัมเองด้วย ทำให้คนที่หมดแรงต้องค่อยปรือตาขึ้นมอง ก็พบกับดวงหน้าถมึงทึงอยู่เบื้องหน้า

เธอรีบถดตัวถอยหนีเพราะยังเกรงกลัวต่อสิ่งที่มันเพิ่งเกิดขึ้น กลัวว่าเขาจะกระทำสิ่งนั้นอีก แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเพราะคำพูดของเขา “ฉันไม่เอาเธออีกรอบหรอกนะ ไม่ต้องทำท่าทางแบบนั้น”

“....” สาวเจ้าก้มหน้างุนมองไปที่มือของตนเอง ในขณะตอนนี้มันกำลังซ้อนเข้าหากันบีบแน่นๆ ข่มอารมณ์น้อยเนื้อต่ำไว้ภายใน

“เธอจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง” มือหนาชูสิ่งที่อยู่ในมือให้มัทนิภาดู

คนต้องอธิบายทำหน้าฉงน เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในมือเขามันคืออะไร “อะ...อะไรคะ?”

“แล้วเธอคิดว่ามันคืออะไรละ” เขาไม่ตอบแต่เลือกที่จะสวนคำถามกลับคืน

“ฉันไม่รู้” เธอไม่รู้ว่าที่อยู่ในมือเขามันคืออะไร แล้วมันมาจากไหนเอามาให้เธอดูทำไมกัน

“จะไม่รู้ได้ยังไง ได้เมื่อสิ่งนี้มันอยู่ในกระเป๋าเธอ!” เสียงเข้มขบลอดไรฟันออกมา ทั้งยังปามันลงบนหน้าตักของมัทนิภา

“.....” หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังดวงหน้าของแพลทินัม แววตายามนี้ที่เขาเคยใช้มันมองมาที่เธอมันเปลี่ยนแปลงไป มิใช่มิตรภาพและความเชื่อใจ มีเพียงแต่ความเกลียดชังที่หยิบยื่นให้กัน

“ออกไป ออกไปก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวพลั้งมือฆ่าเธอเสียก่อน” เพราะอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดขึ้นมันไม่อาจจะรอฟังเหตุผลอะไรได้อีกต่อไปแล้ว หลักฐานมันก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าใครเป็นคนทำ

“คุณแพทฉัน...” เธอจำได้ว่าเคยเห็นซองยานี้แวบๆ เมื่อครั้งที่ฟ้ารดาทำของหล่นออกจากกระเป๋าก่อนที่จะตรงไปที่ร้านอาหาร หน้าซองยาและตัวอักษรมันระบุไว้อย่างชัดเจนว่ามันคือนิดเดียวกัน แต่ยังไม่ทันจะได้อ่านให้ละเอียดเพื่อนสาวก็ลนลานรีบหยิบไปเสียก่อน

“ออกไป!” คราวนี้มันเสียงมันสะท้านดังก้องไปทั้งห้องจนคนที่นั่งอยู่พยายามจะอธิบายต้องสะดุ้งโหยง

“ฉันอธิ...”

“ฉันจะไม่พูดเป็นครั้งที่สาม ถ้าเธอยังไม่ลุกออกไป ฉันเองก็จะไม่รับประกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

เช่นนั้นแล้วคนที่อยากจะอธิบายก็ต้องจำใจค่อยๆขยับพากายอ่อนล้าลงจากเตียงไป หากจะพูดตอนนี้มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ผ้าห่มที่พันคลุมรอบกายแม้ว่ามันจะช่วยปกปิดไว้จนเกือบมิดแต่ทว่าความอายมันก็ยังมีมากล้นนัก

เรียวขาก้าวแตะพื้นแม้ว่ามันจะสั่นเทาแค่ไหน แต่เธอก็ต้องกัดฟันฝืนเดินต่อไปยังกองเสื้อผ้าเอามากอดไว้ ยามหันหลังให้เขาน้ำตาใสมันก็ร่วงเผาะออกมาสาวเจ้ายกมือขึ้นปาดมันทิ้งก่อนจะพากายบอบช้ำเดินเข้าห้องน้ำไป

เพียงไม่นานร่างของหญิงสาวก็ก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ สายตาคู่เศร้ามองหาคนตัวโตเพื่อหวังจะอธิบายเรื่องราวอีกรอบ แล้วก็พบว่าเขากำลังยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียงห้องและเธอไม่ลังเลเลยที่จะเดินเข้าไปหาเขาอีกครั้ง

“คุณแพท...”

ชายหนุ่มลูกครึ่งที่ยื่นอยู่หน้าระเบียงหันกลับมาด้วยแววตาขุ่นเคือง “จะเรียกร้องอะไร”

“ฉันอยากอธิบายเรื่องนั้น”

“....” แพลทินัมพยายามจะขบอารมณ์ที่สุดแม้ว่ามันจวนจะระเบิดแล้วก็ตาม

“ยาอันนั้นมันไม่ใช่ของฉันค่ะ ฉันไม่รู้ว่า...”

“ไหนหลักฐาน เธอมีอะไรมายืนยันไหม”

“....”

“ฮึ! ไม่มี อย่างนั้นก็กลับไป ออกไปสักที!”

“....” ไม่มีคำใดจะเอ่ย เธอไม่มีหลักฐานดั่งที่เขาว่าจริงๆ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการถอยทัพกลับไปและหวังว่าเรื่องราวแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก และเธอคงจะไม่ได้พบเขาอีกแล้ว ไม่มีแล้วแม้แต่แววตาแห่งมิตรภาพ...

กายสาวร้าวระทมเดินถอยออกมา แต่พลันเมื่อมือที่จะเปิดประตูห้องนอนเขาออก ก็มีเสียงทุ้มวิ่งเข้ามาทิ่มแทงให้เจ็บปวดเป็นครั้งที่สอง

“อย่าหวังจะถามหาความรับผิดชอบจากฉัน...ลืมคำที่ฉันเคยพูดซะ เธอจะไม่มีวันได้มันเพราะไอยานรกนั่น” แพลทินัมเอ่ยด้วยความโกรธจัด

มัทนิภามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อก่อนที่จะเดินจากไป...

หลังจากวันนั้นมัทนิภาก็เป็นไข้อยู่ราวๆสามวันเห็นจะได้ ยามที่หายป่วยก็ไปขอดูกล้องวงจรปิด แต่ทว่าในวันนั้นกล้องเกิดการขัดข้องพอดีไฟล์ที่รวบรวมหายไปหมด หากจะกู้คืนก็คงจะต้องใช้เวลา

มัทนิภาจึงตัดสินใจไปถามเอาความจริงกับฟ้ารดา และสิ่งที่ทำให้ตกใจคือเพื่อนเธอยอมรับว่าทำจริงๆ ทั้งยังกล่าวโทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะเธอที่ทำให้มันผิดแผนไปหมด ท่าทีที่เปลี่ยนไปของฟ้ารดามันราวฟ้ากับเหว จากคนที่ใสซื่ออ่อนหวานแปรเปลี่ยนเป็นหญิงร้ายในทันตา

และในวันนั้นไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่าเธอกับฟ้ารดาคงจะตัดขาดสะบั้นความสัมพันธ์ต่างคนต่างไป ไม่มีแล้วเยื่อใยที่เคยให้กัน เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างฟ้ารดาจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

ความสัมพันธ์ที่มีมันมีแต่ความจอมปลอมทั้งนั้น หากจะให้ยอมรับความจริง เธอก็เสียดายเวลาที่เคยได้ใช้ร่วมกันมา มันมีเรื่องราวมากมายที่เป็นความทรงจำดีๆ แต่จะทำเช่นไรได้ในเมื่อทุกอย่างมันต้องมาถึงทางตันและจุดจบ

การใช้ชีวิตอย่างเงียบๆคล้ายว่าจะไม่ใช่สิ่งที่เธอเป็น เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันก็นึกแต่กังวลว่าไปเจอเรื่องราวอะไรมาเพราะตอนนี้ก็ปาไปเกือบจะสองเดือนแล้วแต่มัทนิภาก็ยังเศร้าสร้อยเหงาใจอยู่เลย

“มัท แกเป็นอะไร ทำไมหมู่นี้ไม่ร่าเริงเลย” ศิวะเพื่อนหนุ่มแต่ใจสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ฉันมีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อยน่ะ” เงยหน้าจากกองงานที่กำลังตรวจให้เด็ก หันมาตอบเพื่อนพลางส่งยิ้มไปให้

“โอ้ย! ฉันละปวดหัว แกเลิกทำหน้าหงอยเป็นหมาสักทีได้ไหม เห็นแล้วมันไม่จอยเลยอ่ะ”

“เอาน่า อีกแปบเดียวก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว”

“ตอนไหนละยะ นี่จะปาไปเกือบสองเดือนแล้วนะ...งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่าคืนนี้ไปเที่ยวกัน”

“ไม่เอาหรอก ขี้เกียจไป” อารมณ์ในตอนนี้ไม่อาจจะทำให้เธออยากจะไปไหน นอกจากจะไม่สนุกแล้วอาจจะทำให้บรรยากาศมันก่อยเสียด้วยซ้ำ

“ถือซะว่าไปเปิดหูเปิดตาเถอะนะ ฉันขอร้อง” ศิวะทำตาแป๋วๆ ส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อนสาว

มัทนิภานึกตลกในท่าทางของเพื่อนจนอดยิ้มออกมาเสียมิได้ “โอเคๆ ก็ได้” สุดท้ายเธอก็แพ้ทางความขี้อ้อนนี้

“แกรับปากแล้วนะ ห้ามกลับคำด้วย ไม่อย่างนั้นฉันจะปรับเป็นสิบเท่าเลย”

“รู้แล้วน่า ไปๆแกไปสอนได้แล้ว”

“โอเค ไปละนะ”

ตกเย็นมัทนิภากลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่า ระยะทางกลับบ้านและโรงเรียนที่เธอบรรจุอยู่ไม่ไกลมาก ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้ในสิ่งที่เลือกไว้

ประมาณสักสองเกือบสามทุ่ม ศิวะก็ขับรถเข้ามารับมัทนิภาที่คอยอยู่ที่บ้าน จากนั้นก็ตกลงว่าจะพากันไปสังสรรค์นั่งชิลกัน แต่ระหว่างทางศิวะดันมีที่ที่ต้องไปเสียก่อน

“ไปด้วยกันเถอะ ฉันเข้าไปไม่นานไปเป็นเพื่อนกัน” สถานที่ตรงหน้าคือคลับหรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองศิวิไลซ์ ศิวะเข้ามาที่นี่ระหว่างจะไปสังสรรค์หาอะไรกินกับมัทนิภา เห็นว่าจะเข้ามาเอาเอกสารบางอย่างกับรุ่นพี่ที่รู้จักกันที่โทรศัพท์เข้ามาหลังจากออกรถได้ไม่ถึงห้านาที

มัทนิภาพยักหน้าแล้วก็เดินตามเข้าไป คงไม่เสียหายอะไรนักหากจะเดินเข้าสถานที่แห่งนี้ เพราะเกรงว่าจะยืนรอก็คงจะโดนยุงหามไปก่อนแน่ๆ

ยามที่เดินเข้ามาแสงและเสียงก็สาดส่องและดังอึกทึกครึกโครมไปทั่ว แสงหลากสีที่ส่องมา ทั้งยังดับๆติดๆชวนให้คนเดินเข้ามาเวียนหัวจวนจะอาเจียนออกมานัก ไม่รู้ว่าคิดกันยังไงถึงได้เอาไฟพวกนี้มาติดไว้

“แปบนะมัท รออยู่ตรงนี้ก่อน”

“อืม” มัทนิภาตอบขณะยืนรออยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง ในขณะที่ศิวะเดินเข้าไปข้างใน ระหว่างรอสายตาหญิงสาวก็กวาดมองไปทั่วไม่รู้ทิศทาง สนใจกับสิ่งรอบข้างไปเกือบหมดเพราะน้อยครั้งที่เธอจะก้าวเดินมายังสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่ชอบสังสรรค์เพียงแค่เธอไม่ชอบสถานที่แบบนี้เพราะมองไปทางไหนมันก็ลายตาไปหมด

‘ตุบ’

“โอ้ย!” เสียงร้องดังออกมาน้อยเพราะคล้ายว่ามีใครเดินเข้ามากระแทกจนเธอก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่

“เป็นอะไร...คุณแพท” ตกใจเสียยิ่งกว่าอะไร ไม่คิดว่าจะมาเจอแพลทินัมเอาเสียที่นี่แถมสภาพเขาในตอนนี้ยังดูไม่ได้ เรียกได้ว่าเมาเละเทะ

“งาย...ม่ายคิดว่าจะเจอเธอที่นี่” คนตัวโตที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่เอ่ยทักถาม

“คุณเมาแล้วกลับบ้านเถอะค่ะ”

“ทำมาย หาเหยื่อรายใหม่อยู่เหรอ” แม้ว่าจะเมานัก แต่เขาก็ยังพอประคองสติได้และรับรู้ดีว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร ในตอนแรกตัดสินใจจะกลับขึ้นไปด้านบนที่เป็นห้องพักให้สำหรับนักท่องราตรีที่อาจจะหอบสังขารกลับไม่ไหวเช่นเขาได้อิงนอน แต่แล้วสายตาก็พลันเห็นสาวเจ้าเข้าเสียก่อน

“ฉันมาทำธุระ” แม้จะโกรธที่เขาพูดจาแบบนั้น แต่เธอก็คงสำนวนที่ว่า ‘อย่าถือสาคนบ้าอย่าว่าคนเมา’ เอาไว้ ในใจท่องพุทโธ พุทโธ

“หึ แอบเอายานรกนั่นมาจับเหยื่อรายใหม่ละสิไม่ว่า” ทั้งความคิดและแววตาที่เขามองเธอมันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจนมัทนิภาสัมผัสได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้ชายคนนี้คงจะเกลียดเธอแล้วสินะ แต่ทำไมหัวใจเธอมันยังรักเขาเล่า

“คุณกลับบ้านเถอะค่ะ เมาขนาดนี้คุยกันไปก็คงจะไม่รู้เรื่อง” ว่าพลางทำท่าเดินหนีแต่ทว่ามือหนาดันดึงแขนเธอไว้พร้อมยังกระชากเข้ามาหาตัว ลมหายใจอุ่นๆของเขารดลงที่ต้นคอสร้างความตื่นเต้นปนตื่นกลัวให้เธอนัก

“ฮึ ฉันเกลียดเธอ” จู่ๆแพลทินัมก็เปล่งคำพูดนั้นออกมา แม้ว่าวาจามันจะไม่ดัง แต่กระนั้นมันก็สะท้านไปทั้งทรวงของคนฟัง ราวกับว่ามีก้อนหินก้อนใหญ่หล่นมาทับและมีคนถือค้อนปอนด์อันยักษ์มาทุบซ้ำให้มันเจ็บอีกครา

แพลทินัมพูดเสร็จก็ผละตัวออก ก่อนจะเดินหมุนตัวกลับไปยังห้องที่จองไว้

“ฉันทราบค่ะ” เธอจะรับรู้มันไว้ สายตาที่วาววับไปด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่ออยู่ดวงตา แต่มันยังคงไม่ไหลออกมาตอกย้ำความอดสูของเธอ ที่ตอนนี้คล้ายว่ามันจะมีมากเสียจนน่าละอายใจ

‘ปัก’ แต่ทว่าเสียงชนอะไรสักอย่างดังขึ้นเรียกความสนใจให้มัทนิภาหันกลับไปดู แล้วเธอก็ได้เห็นว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากคนอื่นคนไกลเพราะเสียงนั้นมันมาจากแพลทินัมที่ตอนนี้กำลังพยุงตัวขึ้นมือเรียวหนาคลำยันกำแพงไว้นั่นเอง

มัทนิภารีบเข้าไปประคองเขาขึ้น แต่ดูท่าว่าสติชายหนุ่มจะเริ่มหายไปหมดแล้ว แล้วแบบนี้เธอจะพาเขาไปไหนกัน ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ ก็เข้าใจแหละว่าเป็นลูกครึ่ง แต่ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไปมันถึงได้ใหญ่และบึกบึนขนาดนี้

ขณะเดียวกันก็มีชายคนหนึ่งที่เธอคุ้นตาและเห็นว่าอยู่กับแพลทินัมตลอดเดินเข้ามาใกล้

“โอ้วนาย ทำไมเมาแบบนี้ครับเนี่ย” ไดม่อนที่เพิ่งมาเอ่ยทักผู้เป็นนายที่โดนห้อยประคองอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งแสนคุ้นตา ก่อนจะประคองแพลทินัมมาไว้ที่ตนเองแทน

“ท่าจะเมาหนักค่ะ ฉันว่าคุณพาเขากลับบ้านเถอะ”

“นายคงจะจ้องห้องไว้ที่นี่แหละล่ะครับ รบกวนคุณช่วยอีกแรงได้ไหมครับ”

“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าฉันต้องไปทำธุระต่อ”

“ไม่เป็นไรครับ” ไดม่อนยิ้มก่อนจะพาแพลทินัมเดินไป

“นายเดินดีๆสิ ตัวก็ใหญ่ไม่ใช่เล็กๆ แล้วนี้ยังดื่มจนเมาเละแบบนี้อีก” ไดม่อนประคองแพลทินัมไปแกมบ่นอุบไป พร้อมท่าทางยังทุลักทุเลอีก เขากับคนเป็นนายสนิทกันมากชนิดที่ว่าสามารถพูดเล่นกันได้ แต่ในความพูดเล่นกันได้นี้มันก็ต้องอยู่ในขอบเขตไม่มากจนเกินพอดี

“เดี๋ยวฉันช่วยค่ะ” เห็นทั้งสองที่ดูท่าแล้วน่าจะพากันล้มหงายเป็นแน่ก่อนจะถึงห้องพักแพลทินัม เธอจึงตัดสินใจเข้ามาช่วย หากปล่อยไว้ไม่รู้ว่าคืนนี้จะถึงหรือเปล่า

“ขอบคุณครับ” ไดม่อนเอ่ยตอบ พลางทั้งสองก็พากันขนร่างหนาของแพลทินัมไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

‘ตุบ’ แพลทินัมถูกบ่อยลงเตียง ไดม่อนและมัทนิภาช่วยกันจัดแจงท่าทางให้เขาได้นอนสบายขึ้น เสร็จแล้วจึงนึกขึ้นได้หันว่ายังไม่ได้ทักทายหญิงสาวอย่างเป็นทางการเลย

“อ่อ ลืมเลย ผมไดม่อนครับ” แม้ว่าจะได้เจอกันหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยได้แนะนำตัวกับผู้หญิงตรงหน้าเลยสักครั้ง

“มัทนิภาค่ะ เรียกว่ามัทเฉยๆก็ได้ค่ะ” สาวเจ้ายิ้มตอบ

“ถ้าอย่างนั้นคุณมัทเรียกว่าพี่ก็ได้ครับ ดูเป็นกันเองดี แล้วดูเหมือนว่าเราจะเคยเจอกันบ่อยด้วย ใช่ไหมครับ”

“อ่อค่ะ พอดีว่ามัทเข้าไปหารุ่นพี่ที่โรงเรียนวราลีบ่อยๆน่ะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่ไดม่อน เรียกมัทแค่มัทก็พอค่ะไม่ต้องมีคงมีคุณหรอก” เธอยิ้ม

“ครับ”

“ถ้าอย่างนั้น มัทขอตัวก่อนนะคะ”

“เราออกไปพร้อมกันก็ได้ พอดีว่าพี่ต้องรีบออกไปข้างนอก ทางโรงเรียนแจ้งมาว่าเหมือนขโมยเข้าไปขโมยของในโรงเรียน ลำพังจะให้นายไปตอนนี้ก็คงจะไม่ได้เสียแล้ว” ที่มาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้แหละ ทางโรงเรียนวราลีพิทยาคารแจ้งมาว่ามีขโมยแอบลักลอบเข้าไปขโมยของภายในนั้น

เมื่อได้รับข่าวแล้วโทรหาแพลทินัมเจ้าตัวก็ไม่ยอมรับสาย จำได้ว่าเมื่อครั้งแยกกันล่าสุดเจ้านายหนุ่มบอกว่าจะมาที่แห่งนี้ตนจึงตามมาถูก

มัทนิภาและไดม่อนเดินออกมาพร้อมกัน แต่ทว่ายามนี้มือของมัทนิภากำลังล้วงควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรหาศิวะก็ดันหาไม่เจอ สงสัยอาจจะร่วงลงตอนที่ช่วยหามแพลทินัมไประหว่างทางเป็นแน่

ดังนั้นเธอจึงต้องไปดูที่ต้นทางที่เจอกัน แต่กระนั้นเมื่อมาถึงก็ไม่พบ ไดม่อนที่เดินมาด้วยเห็นท่าทีที่ร้อนรนของมัทนิภาก็ร้องถาม

“มีอะไรหรือเปล่ามัท”

“พอดีว่าโทรศัพท์มัทหายไปไหนไม่รู้ค่ะ เดินมาหาทางนี้ก็คิดว่าจะมี แต่ดันไม่มีเสียได้”

“ไปดูที่ห้องนายไหม เผื่อว่าจะหล่นไว้”

“มัทไม่กล้าเข้าไปหรอกค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ว่านายน่าจะหลับเป็นตายไปแล้วละ นี่คีย์การ์ด” ไดม่อนส่งคีย์การ์ดให้พร้อมยิ้มให้ด้วย

“แล้วพี่ไดม่อนไม่เข้าไปด้วยกันหรือคะ”

“โทษทีนะ พี่ต้องรีบแล้วละ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” มัทนิภายิ้มส่งในขณะที่ไดม่อนก็เดินเลี่ยงออกไป และเพียงแค่เสี้ยววินาทีศิวะก็โผล่ออกมาหลังจากทำธุระเสร็จพอดี

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

446.8k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

540.6k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เจ้าสาวนอกปรารถนา

เจ้าสาวนอกปรารถนา

12.9k การดู · กำลังอัปเดต · หินม่วง
ตลอดระยะเวลาสามปีในชีวิตคู่เธอได้รับเพียงความเย็นชาและไร้ซึ่งสัมผัสจากสามีที่จำใจแต่งงานกันตามพันธะผู้ใหญ่ร้องขอ แม้พยายามทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ทว่าชายหนุ่มกลับมองผ่านเธอไปราวกับสิ่งไร้ตัวตนอยู่เสมอ

จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!

วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

614.8k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“ทีตอนที่ไปคลินิกแล้วขึ้นขาหยั่งไม่คิดจะอายบ้างเหรอ แล้วถ้าวันนี้คนที่ตรวจคุณเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะคุณจะทำยังไง”

เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"

เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา

เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ

แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน

ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!

** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ

นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด

ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เมียเด็กของผู้พันสายดุ

เมียเด็กของผู้พันสายดุ

14.6k การดู · เสร็จสิ้น · อังกฤษ - อักษรสีทอง - ลูกปัด - นาคิม
"ถ้าคิดว่าฉันจะใจดีเหมือนพ่อของเธอ... ก็เลิกฝันไปได้เลย ม่านมุก!"

การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!

เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน

ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!

แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?

“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย)  BAD

เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD

545.5k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ลีวาย
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”

มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

250.8k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
"คุณ! ข่มขืนฉัน!"
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสรัก บำเรอชีกห์

ทาสรัก บำเรอชีกห์

19.4k การดู · เสร็จสิ้น · ท้องฟ้าและทุ่งหญ้า
เรื่องรักดราม่า ร้อนแรง ของชีกห์จอมปากแข็งและใจร้าย กับหญิงสาวชาวไทยที่เขาเกลียด!

เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
กรงรักจำนน

กรงรักจำนน

282.7k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เธอเป็นเพียงพยาบาลตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจ้างให้มาดูแลย่าของเขา แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมของครอบครัวมหาเศรษฐี เกมที่เธอไม่ได้สมัครใจแม้แต่น้อย
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
คลั่งรักลูกหนี้

คลั่งรักลูกหนี้

36.6k การดู · เสร็จสิ้น · ฟินน่า
เพราะถูกแม่แท้ๆ หลอกมาใช้หนี้ขัดดอก
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80

ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80

2.1k การดู · เสร็จสิ้น · อังกฤษ - อักษรสีทอง - ลูกปัด - นาคิม
เธอคือซีอีโอสาวและศัลยแพทย์ระดับโลกที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ระเบิด...
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!
บ่วงรักบ่วงเสน่หา

บ่วงรักบ่วงเสน่หา

166.5k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ