บทนำ
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
บท 1
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะ คุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย" นายแพทย์เซอร์เวย์รีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้า ให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"คุณหมอคะคนไข้.." ทันใดนั้นพยาบาลก็รีบวิ่งมาแจ้งอาการของผู้ป่วย
"แม่ฉันใช่ไหมคะ ท่านเป็นอะไรคะ" หญิงสาวจำได้ว่าพยาบาลคนนี้ เป็นคนที่ดูแลอยู่ห้องที่แม่เธอรักษาตัวอยู่
นายแพทย์เซอร์เวย์รีบก้าวเดินตามไป
"พาคนไข้กลับห้องไอซียูด่วน" พอเห็นอาการคนไข้ไม่สู้ดี แพทย์ผู้รักษาก็เลยต้องได้นำกลับห้องไอซียู เพิ่งจะพาออกจากห้องนั้นมายังไม่ครบ 24 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ
"แม่คะ แม่ต้องรอหนูนะ หนูกำลังพยายามอยู่ แม่ต้องพยายามช่วยหนูอีกแรงนะ" ขณะที่กำลังเข็นแม่กลับห้องไอซียู หญิงสาวก็วิ่งตามไปไม่ยอมห่าง
"ญาติคนไข้รอข้างนอกนะคะ" พยาบาลกันตัวเธอไม่ให้ตามเข้าไปในห้องนั้น
"คุณหมอคะ ช่วยแม่ฉันด้วย" ประโยคสุดท้ายเธอไม่ได้พูดกับแม่ เธอเลือกที่จะอ้อนวอนขอร้องเขา
วันต่อมา..
"คุณหมอล่ะคะ"
"คุณหมอออกเวรไปแล้วค่ะ"
"บ้านของคุณหมออยู่ไหนคะ"
"ทางเราบอกไม่ได้จริงๆ ค่ะ" พยาบาลไม่รู้หรอกว่าเธอต้องการคุยอะไรกับคุณหมอ เธอก็เหมือนญาติคนไข้ทั่วไปที่ขอเข้าพบหมอเจ้าของไข้ แต่ไม่เคยมีใครถามหาบ้านของแพทย์ผู้รักษาแบบนี้
"ขอบคุณมากนะคะ" หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยหวานเรือนร่างระหง เดินกลับไปเฝ้าหน้าห้อง ICU แม่แบบหมดหวัง
เธอเรียนแพทย์มาก็จริงแต่เรียนไม่จบ เพราะฐานะการเงินทางบ้าน พอสิ้นใบบุญของพ่อ ทุกอย่างก็ดูตกต่ำไปหมด แถมแม่ยังมาป่วยหนัก เธอยอมขายบ้านที่มีอยู่ เพื่อรักษาแม่ ถ้ารอคนบริจาคอวัยวะอาจจะช้าเกินไป เธอจึงพยายามเสาะหาคนที่มีอวัยวะเข้ากันกับแม่ได้ ถึงแม้จะหาเจอ แต่ปัญหานั้นก็ไม่ได้หมดไป เพราะถ้าผ่าตัดมันคือเรื่องผิดกฎหมาย เกี่ยวกับการขายอวัยวะในร่างกาย เธอจึงต้องได้ขอร้องอ้อนวอนคนที่คิดว่าจะช่วยได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาไม่ใช่ญาติโกโหติกาจะยอมเสี่ยงมาช่วยเธอทำไม
"แม่คะ" ดวงตากลมมองเข้าไปดูแม่ที่นอนไม่ได้สติอยู่อีกห้องหนึ่งผ่านกระจกบานเล็กๆ "หนูขอโทษที่ช่วยแม่ไม่ได้" แต่เธอคงไม่ละความพยายามแค่นี้แน่
ตอนที่คิดจะขายบ้านแม่ก็ห้ามไว้แล้ว แต่เธอเหลือแม่แค่คนเดียวสมบัตินอกกายถึงหมดไปก็หาใหม่ได้
[บ้านพลตรีนายแพทย์วันเวย์]
"กว่าจะกลับบ้านได้นะเรา"
"งานที่โรงพยาบาลเยอะครับพ่อ"
"แพทย์คนอื่นก็มีโยนงานให้ลูกน้องบ้าง" ผู้เป็นพ่อก็สงสารลูกอยู่หรอก เพราะน้องชายอีกสองคนไม่มีใครเอางานทางด้านนี้เลย
"คนอื่นก็งานเต็มมือเหมือนกันแหละพ่อ" ยิ่งขยายโรงพยาบาลงานของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
"นานๆ ลูกจะกลับบ้านทีคุณก็อย่าชวนลูกคุยเรื่องงานนักสิคะ" ส่วนมากลูกชายจะค้างอยู่ที่โรงพยาบาล นานๆ ถึงได้กลับบ้าน
"พ่อว่าเราควรจะมีเมียได้แล้ว"
"แม่ก็ว่าแบบนั้นแหละ" เพราะอายุของลูกชายก็ก้าวผ่านเลขสามมาแล้ว
"เอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวพ่อจะนัดให้เจอกับลูกสาวของเพื่อนพ่อ เรียนแพทย์มาเหมือนกัน"
"ก็ดีนะคุณ จะได้ช่วยกันบริหารโรงพยาบาล"
"พ่อกับแม่กำลังคิดอะไรอยู่ครับ ถามผมหรือยัง" พอพูดจบเซอร์เวย์ก็เดินขึ้นห้องไป
"หรือว่าลูกเราจะไม่ชอบผู้หญิงคะ" ผู้เป็นแม่ไม่เคยเห็นลูกชายพาผู้หญิงมาแนะนำให้รู้จักสักที และก็ไม่เคยได้ยินว่าลูกมีแฟน
ได้ยินประโยคนี้จากภรรยา มันก็ยิ่งทำให้พลตรีนายแพทย์วันเวย์คิดหนัก เพราะมีแค่ลูกชายคนนี้ที่จะฝากฝังให้บริหารโรงพยาบาล ถ้าไม่มีทายาทสืบต่อจะทำยังไง..
บทล่าสุด
#173 บทที่ 173 บทที่ 110 ภรรยาที่(ไม่)รัก ตอนจบ //18+
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#172 บทที่ 172 บทที่ 109
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#171 บทที่ 171 บทที่ 108//18+
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#170 บทที่ 170 บทที่ 107//18+
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#169 บทที่ 169 บทที่ 106
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#168 บทที่ 168 บทที่ 105
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#167 บทที่ 167 บทที่ 104
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#166 บทที่ 166 บทที่ 103//18+
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#165 บทที่ 165 บทที่ 102
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025#164 บทที่ 164 บทที่ 101
อัปเดตล่าสุด: 11/19/2025
คุณอาจชอบ 😍
ม่านหมอก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
รักไม่หลอก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักระรินใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"













