บทนำ
"หงหลินซิน" ท่านหญิงอับโชคแห่งหยุนหนาน ที่ต้องเดินทางมาทำพิธีล้างความโชคร้ายที่เมืองหลวง ณ "อารามหย่งอัน" โดยคำสั่งของฝ่าบาทที่ส่งเขา....
"จินอวี้หาน" ราชครูหนุ่มซึ่งควบตำแหน่ง "ที่ปรึกษา"ส่วนพระองค์ของฝ่าบาท ราชครูผู้เย็นชา ดุดันและเข้มงวดในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
เมื่อทั้งคู่มาพบกัน ต่างฝ่ายก็ไม่ชอบหน้ากันเท่าใดนัก
จินอวี้หาน : "ก็แค่สตรีน่าคาญเพียงคนเดียวทำให้ข้าต้องมาทำหน้าที่ไร้สาระนี่ถึงสามเดือน เสียเวลายิ่งนัก"
หงหลินซิน : “มาถึงก็สั่งโน่นสั่งนี่ทำนั่นทำนี่ไม่ถามความเห็นข้าสักคำ เป็นคนที่มีนิสัยขัดกับหน้าตาจริง ๆ”
เมื่อความไม่ชอบหน้า แต่เมื่อทั้งสองต้องอยู่ร่วมกันในอารามถึงสามเดือน ความสัมพันธ์จึงค่อย ๆ พัฒนาขึ้น(กับผีน่ะสิ)
บท 1
เมืองหลวงแคว้นชิงโจว
“นั่นอย่างไรขบวนรถม้าของ “ท่านหญิงหง” ท่านหญิงอับโชคเมืองหยุนหนานที่พึ่งถูกหงชิงอ๋องส่งเข้ามาชำระล้างโชคร้ายที่อารามหย่งอัน"
“ตายจริง เห็นว่าคู่หมั้นที่จะหมั้นหมายของนางสองคนจู่ ๆ ก็ตายอย่างไร้เหตุผล คนที่สามเกรงว่าจะอับโชคเลยชิงแต่งงานกับสตรีอื่นสุดท้ายถูกนางจับได้จึงได้พากันหนี”
เสียงซุบซิบของเหล่าชาวบ้านยังคงดังแว่วเข้ามาในรถม้าของสตรีสูงศักดิ์ นับตั้งแต่เข้าประตูเมืองหลวงมาก็ไม่พ้นคำนินทาเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง
“เฮ้อ อันปากคนไม่ว่าจะอยู่หนใดเรื่องของผู้อื่นย่อมน่าสนใจเสมอเลยสินะ”
“คุณหนูท่านไม่โกรธพวกเขาหรือเจ้าคะ ข้าฟังแล้วยังรู้สึกโกรธแทนท่านเลย”
“เจ้าจะโกรธไปทำไมกันในเมื่อเราต่างก็รู้ดีว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร อีกอย่าง… ในที่สุดข้าก็ได้มาเมืองหลวงจริง ๆ เสียที”
“คุณหนู เบาหน่อยเจ้าค่ะท่านอย่าลืมสิเจ้าคะว่าท่านป่วยอยู่”
“จริงด้วย ๆ แคก แคก”
รถม้าผ่านเข้าเมืองมาแล้วจนถึงด้านหน้า "อารามหย่งอัน" ซึ่งเป็นที่ที่นางต้องมาพักอยู่ประมาณสี่เดือนนับจากนี้
“คุณหนู อารามอยู่ข้างหน้าแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรีบเอาผ้าผูกหน้ามาให้ข้าเร็ว ๆ เข้า”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อรถม้าของนางจอดก็พบว่ามีคนของราชสำนักที่ส่งมาเพื่อต้อนรับนางอยู่สองสามคนพร้อมกับทหารอารักขาเกือบยี่สิบนาย อย่างไรเสียนางก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระราชนัดดาของฝ่าบาทเพราะบิดาของนางคือท่านอ๋องหงเจวี๋ย ซึ่งเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
“ยินดีต้อนรับท่านหญิงหง”
เมื่อขุนนางในชุดเต็มยศยืนรอต้อนรับอยู่ตรงหน้าพร้อมกับกล่าวคำต้อนรับแต่ในรถม้ากลับเงียบกริบจนทุกคนล้วนแปลกใจจึงได้หันมาพูดคุยกันอีกครั้ง
“ใต้เท้าเจิ้ง นี่มันยังไงกันละนี่หรือว่าคันนี้จะไม่ใช่”
“แต่ข้าว่าใช่นะเพราะตราประจำพระองค์ของท่านอ๋องอยู่ด้านหน้ารถม้านี่”
ขุนนางหนุ่มรูปงามในชุดสีน้ำเงินเข้มแบบเต็มยศ เดินก้าวออกมาพร้อมกับเดินไปตรงหน้ารถม้าอีกครั้ง
“ข้าน้อย “จินอวี้หาน” รับราชโองการฝ่าบาทให้มารอต้อนรับท่านหญิงหงขอรับ”
ประตูรถม้าเปิดออกมาหลังจากที่ “จินอวี้หาน”พูดจบ สตรีที่เดินออกมาเป็นสาวใช้พร้อมกับเปิดประตูรอให้สตรีในชุดสีม่วงอ่อนพร้อมกับสวมผ้าปิดใบหน้าเหลือเพียงดวงตามองออกมายังขุนนางทั้งสามคนที่กำลังยืนต้อนรับอยู่
“เนี่ยถงเจ้าดูสิ ข้าเป็นถึงท่านหญิงแต่ว่าฝ่าบาทกลับส่งขุนนางมารับเพียงแค่สามคน เห็นทีข่าวที่ว่าข้าเป็นสตรีอับโชคคงจะลุกลามเข้าไปถึงวังหลวงกระมัง”
“คุณหนู เบาเสียงหน่อยเจ้าค่ะ”
“หงหลินซิน” หันไปกระซิบกับสาวใช้ข้างกาย เมื่อนางเดินลงมาจึงได้รีบสั่งให้ขุนนางและคณะต้อนรับทั้งหมดเงยหน้าขึ้น
“ทุกท่านตามสบายเถอะไม่ต้องมากพิธี”
เมื่อขุนนางหนุ่มตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมามอง “หงหลินซิน” ก็ต้องตกตะลึงในความหล่อคมคาย ใบหน้าที่หมดจดจมูกคมดุจพญาอินทรี คิ้วดุจหมึกและสายตาพิฆาตนารีตรงหน้าทำเอานางเริ่มใจสั่นระรัวขึ้นมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ท่านหญิง!!”
“เนี่ยถง” สาวใช้รีบเข้ามาพยุงนางในทันทีเพราะหลินซินที่ยืนไม่อยู่เมื่อเห็นหน้าของราชครูหนุ่มตรงหน้าแต่เขาเพียงแค่มองนางนิ่ง ๆ เพียงสงสัยว่านางอาจจะเดินทางนานจนไม่สบายเพราะข่าวที่เขาได้รับรายงานมา ท่านหญิงหงผู้นี้ค่อนข้างอ่อนแอ ขี้โรคและยังอับโชคจึงต้องเดินทางมาทำพิธีขับไล่โชคร้ายที่อารามหย่งอัน
“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร”
“ท่านหญิงคงจะเดินทางนาน ใยพวกเจ้ายังไม่รีบไปเตรียมน้ำให้ท่านหญิงอาบกันอีก”
“เจ้าค่ะท่านราชครู”
สาวใช้สี่คนที่ตามเหล่าขุนนางมารีบร้อนวิ่งเข้าไปด้านในก่อนที่ขุนนางที่เหลือจะหันมามองหน้าท่านหญิงอีกครั้ง แม้ว่าจะมีผ้าขาวผูกใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้แต่พวกเขาก็พอจะรู้ว่าท่านหญิงหงผู้นี้คงจะรูปงามอยู่ไม่น้อย
“ขอบคุณทุกท่านที่มาต้อนรับ ที่จริงไม่จำเป็นต้องลำบากถึงเพียงนี้ ข้ามาที่นี่ก็เพียงแค่… รักษาอาการป่วยเท่านั้น”
“ข้าน้อยรับบัญชาฝ่าบาทให้มาดูแลองค์หญิงและอยู่ร่วมพิธีกรรมกับโหรหลวงตลอดช่วงสามเดือนนี้”
“ท่านหรือ ท่านคือ…”
“ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ข้าน้อยจินอวี้หานเป็นราชครูและที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฝ่าบาท ส่วนอีกสองท่านคือใต้เท้าเจิ้งซางกรมพิธีการ ดูแลเรื่องการจัดพิธีขับไล่ความชั่วร้ายและที่พักให้ท่านหญิง อีกท่านคือใต้เท้าเสิ่นเจี๋ย ดูแลเรื่องความเรียบร้อยเรื่องการเงิน หากท่านหญิงต้องการเบิกจ่ายหรือต้องการสิ่งใดเพิ่มก็แจ้งกับใต้เท้าเสิ่นได้เลย ส่วนข้าน้อยจินอวี้หานจากนี้จะรับหน้าที่ดูแลความสะดวกสบายและอารักขาท่านตลอดเวลาที่ท่านพำนักอยู่ที่เมืองหลวง”
“ขอบคุณใต้เท้าทั้งสามมาก”
“ท่านหญิงเดินทางมาเหนื่อย ๆ พักสักหน่อยจะดีกว่าเชิญตามข้าน้อยมาทางนี้”
“ขอบคุณ”
ใต้เท้าเจิ้งและใต้เท้าเสิ่นเดินทางกลับไปที่ประจำของตนเองโดยมิได้ตามจินอวี้หานมาด้วย ขุนนางหนุ่มผู้นี้แม้จะอายุน้อยแต่กลับพูดจาคล่องแคล่วและดูมีความรู้มากกว่าที่หงหลินซินจะกล้าพูดเล่นกับเขา
“หากท่านหญิงต้องการสิ่งใดเพิ่มก็แจ้งข้าได้ ข้าน้อยจะให้คนจัดหามาให้ตามที่ท่านต้องการ ฝ่าบาททรงกำชับมาแล้วว่าท่านหญิงต้องพักอยู่ที่นี่ด้วยความสะดวกสบายที่สุด”
“ขอบคุณใต้เท้าจิน แล้วถ้าหากข้าอยากจะไปเดินเล่นในเมือง จะสามารถทำได้หรือไม่”
“เรื่องนั้น… ย่อมได้แต่ทุกครั้งต้องมีคนออกไปด้วย”
“อะไรนะ ออกไปเองไม่ได้เช่นนั้นก็ลำบากแล้วสิ”
“ท่านหญิง ทุกอย่างฝ่าบาทคำนึงถึงความปลอดภัยของท่านหญิงมาก่อนเสมอ โปรดเข้าใจด้วย”
“ก็ได้ ๆ เช่นนั้นถ้าจะไปก็ต้องไปกับท่านแบบนี้ก็ใช้ได้แล้วใช่หรือไม่”
“เอ่อ… เรื่องนี้ข้าคิดว่า...”
“หากไม่ได้ท่านก็แค่หลับตาข้างเดียวแล้วปล่อยข้าไป มิเช่นนั้นข้าก็จะ…”
“ท่านหญิง หากท่านต้องการออกไปเดินเล่น ข้าน้อยย่อมพาไปได้แต่คงต้องแจ้งล่วงหน้าสักหน่อย”
“น่าเบื่อเสียจริง ช่างเถอะว่าแต่ไหนล่ะที่พักของข้า”
“เชิญทางนี้”
หงหลินซินเดินตามเขาไปอย่างว่าง่ายจนถึงตำหนักด้านหลังที่มีต้นดอกเหมยที่กำลังบานอยู่ตรงหน้า ตำหนักที่แยกออกมาน่าอยู่และดูเรียบง่ายแต่ด้านในกลับตกแต่งอย่างหรูหราและเป็นส่วนตัวโดยมีทหารองครักษ์ของวังหลวงเฝ้าอยู่ด้านนอก
“เรือนนี้งดงามยิ่งนัก”
“ฝ่าบาทพิถีพิถันเลือกที่นี่ก่อนจะสั่งให้คนสร้างเรือนพักส่วนตัวให้ท่านหญิงเพื่อพักผ่อนระหว่างที่ท่านพักอยู่ในเมืองหลวง หวังว่าจะถูกใจ”
“ขอบคุณท่านราชครูจินถูกใจข้ามากเลย ดอกเหมยงั้นหรือ”
“ฝ่าบาททรงใส่พระทัยเพราะทรงทราบมาจากท่านอ๋องว่าท่านหญิงชื่นชอบดอกเหมยและชอบดื่มชาดอกเหมยในฤดูเหมันต์มากที่สุดดังนั้นจึงได้จัดเตรียมให้ท่านเป็นพิเศษ”
“ฝ่าบาททรงใส่พระทัยจริง ๆ เช่นนั้นเมื่อใดข้าจะได้เข้าเฝ้าพระองค์งั้นหรือ”
“เรื่องนั้นต้องให้ฝ่าบาทมีรับสั่งมาก่อนแล้วข้าน้อยจะพาท่านหญิงไปเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยตัวเอง”
“อ้อ งั้นหรือ ไม่เป็นไรข้าเองก็ไม่ได้รีบขนาดนั้นว่าแล้วท่านราชครูพักอยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ”
ดวงตากลมโตของหงหลินซินทำเอาราชครูจินหันไปมองด้วยความเผลอตัว แม้จะเห็นแค่ดวงตาเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าท่านหญิงหงผู้นี้มิใช่คนที่พูดยากอะไรและยังดูเป็นมิตรมากกว่าที่คิดเอาไว้ก่อนจะชี้ไปทางเรือนพักข้าง ๆ ซึ่งขวางเพียงแค่รั้วต้นดอกเหมยกั้นเท่านั้น
“ระหว่างที่ท่านหญิงพักอยู่ที่อารามหย่งอัน ข้าน้อยก็จะอยู่อารักขาท่านที่เรือนข้าง ๆ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเพราะรอบ ๆ อารามแห่งนี้ยังมีองครักษ์ “เฟินหลิน” คอยอารักขาตลอดเวลา"
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 ตอนที่ 60 ( ตอนพิเศษ 3)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#59 บทที่ 59 ตอนที่ 59 (ตอนพิเศษ 2)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#58 บทที่ 58 ตอนที่ 58 (ตอนพิเศษ 1)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#57 บทที่ 57 เจ้าบ่าวคลั่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#56 บทที่ 56 ตอนที่ 56 ค่ำคืนที่อบอุ่น (NC)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#55 บทที่ 55 ตอนที่ 55 พยานในเหตุการณ์
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#54 บทที่ 54 ตอนที่ 54 แผนการล้อมจับ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#53 บทที่ 53 ตอนที่ 53 คนที่โง่คือเจ้า
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#52 บทที่ 52 ตอนที่ 52 แลกเปลี่ยนตัวประกัน
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#51 บทที่ 51 ตอนที่ 51 วางแผนการรับศึก
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
(ของหวง) มาเฟีย BAD
มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย
หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด
‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’
————————-
เอิงเอย
เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป
‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ลุ้นรักซีอีโอร้าย (Inevitable Love)
"ถ้ากลัวผมจะทำเหรอ?" ซีอีโอหนุ่มย้อนถามถามด้วยน้ำเสียงเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ "สรุปว่าเด็กในท้องนี่... ลูกของผมใช่ไหม?"
หนึ่งคืนที่ผิดพลาด... กลายเป็นความลับที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
‘ไพลิน พิทักษ์โยธิน’ ทายาทสาวพันล้าน คืนสุดท้ายในลอนดอนควรเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนจบที่แสนหวาน แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงของชายแปลกหน้าพร้อมกับความสาวที่สูญสลายไป
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงความละอายและความเจ็บปวดที่เธอฝังลึกไว้เพียงลำพัง
จนกระทั่งรอยผิดพลาดในคืนนั้นเริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์!
‘มาร์คัส แกร์ริสัน’ ซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดของอาณาจักรเทคโนโลยีโรโบติกส์ระดับโลก เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและปริศนา ร่ำรวยแต่เย็นชา ปิดกั้นหัวใจจากความรักมานานนับปี
ทว่าหญิงสาวแปลกหน้าในคืนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเล็บที่สลักลึกบนแผ่นหลังและความโหยหาที่กัดกินใจเขาจนไม่อาจลบเลือน
เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ มาร์คัสจำเจ้าของรอยเล็บบนแผ่นหลังได้แม่นยำตั้งแต่วินาทีแรก
ยิ่งเห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













