บทนำ
"หงหลินซิน" ท่านหญิงอับโชคแห่งหยุนหนาน ที่ต้องเดินทางมาทำพิธีล้างความโชคร้ายที่เมืองหลวง ณ "อารามหย่งอัน" โดยคำสั่งของฝ่าบาทที่ส่งเขา....
"จินอวี้หาน" ราชครูหนุ่มซึ่งควบตำแหน่ง "ที่ปรึกษา"ส่วนพระองค์ของฝ่าบาท ราชครูผู้เย็นชา ดุดันและเข้มงวดในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
เมื่อทั้งคู่มาพบกัน ต่างฝ่ายก็ไม่ชอบหน้ากันเท่าใดนัก
จินอวี้หาน : "ก็แค่สตรีน่าคาญเพียงคนเดียวทำให้ข้าต้องมาทำหน้าที่ไร้สาระนี่ถึงสามเดือน เสียเวลายิ่งนัก"
หงหลินซิน : “มาถึงก็สั่งโน่นสั่งนี่ทำนั่นทำนี่ไม่ถามความเห็นข้าสักคำ เป็นคนที่มีนิสัยขัดกับหน้าตาจริง ๆ”
เมื่อความไม่ชอบหน้า แต่เมื่อทั้งสองต้องอยู่ร่วมกันในอารามถึงสามเดือน ความสัมพันธ์จึงค่อย ๆ พัฒนาขึ้น(กับผีน่ะสิ)
บท 1
เมืองหลวงแคว้นชิงโจว
“นั่นอย่างไรขบวนรถม้าของ “ท่านหญิงหง” ท่านหญิงอับโชคเมืองหยุนหนานที่พึ่งถูกหงชิงอ๋องส่งเข้ามาชำระล้างโชคร้ายที่อารามหย่งอัน"
“ตายจริง เห็นว่าคู่หมั้นที่จะหมั้นหมายของนางสองคนจู่ ๆ ก็ตายอย่างไร้เหตุผล คนที่สามเกรงว่าจะอับโชคเลยชิงแต่งงานกับสตรีอื่นสุดท้ายถูกนางจับได้จึงได้พากันหนี”
เสียงซุบซิบของเหล่าชาวบ้านยังคงดังแว่วเข้ามาในรถม้าของสตรีสูงศักดิ์ นับตั้งแต่เข้าประตูเมืองหลวงมาก็ไม่พ้นคำนินทาเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง
“เฮ้อ อันปากคนไม่ว่าจะอยู่หนใดเรื่องของผู้อื่นย่อมน่าสนใจเสมอเลยสินะ”
“คุณหนูท่านไม่โกรธพวกเขาหรือเจ้าคะ ข้าฟังแล้วยังรู้สึกโกรธแทนท่านเลย”
“เจ้าจะโกรธไปทำไมกันในเมื่อเราต่างก็รู้ดีว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร อีกอย่าง… ในที่สุดข้าก็ได้มาเมืองหลวงจริง ๆ เสียที”
“คุณหนู เบาหน่อยเจ้าค่ะท่านอย่าลืมสิเจ้าคะว่าท่านป่วยอยู่”
“จริงด้วย ๆ แคก แคก”
รถม้าผ่านเข้าเมืองมาแล้วจนถึงด้านหน้า "อารามหย่งอัน" ซึ่งเป็นที่ที่นางต้องมาพักอยู่ประมาณสี่เดือนนับจากนี้
“คุณหนู อารามอยู่ข้างหน้าแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรีบเอาผ้าผูกหน้ามาให้ข้าเร็ว ๆ เข้า”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อรถม้าของนางจอดก็พบว่ามีคนของราชสำนักที่ส่งมาเพื่อต้อนรับนางอยู่สองสามคนพร้อมกับทหารอารักขาเกือบยี่สิบนาย อย่างไรเสียนางก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระราชนัดดาของฝ่าบาทเพราะบิดาของนางคือท่านอ๋องหงเจวี๋ย ซึ่งเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
“ยินดีต้อนรับท่านหญิงหง”
เมื่อขุนนางในชุดเต็มยศยืนรอต้อนรับอยู่ตรงหน้าพร้อมกับกล่าวคำต้อนรับแต่ในรถม้ากลับเงียบกริบจนทุกคนล้วนแปลกใจจึงได้หันมาพูดคุยกันอีกครั้ง
“ใต้เท้าเจิ้ง นี่มันยังไงกันละนี่หรือว่าคันนี้จะไม่ใช่”
“แต่ข้าว่าใช่นะเพราะตราประจำพระองค์ของท่านอ๋องอยู่ด้านหน้ารถม้านี่”
ขุนนางหนุ่มรูปงามในชุดสีน้ำเงินเข้มแบบเต็มยศ เดินก้าวออกมาพร้อมกับเดินไปตรงหน้ารถม้าอีกครั้ง
“ข้าน้อย “จินอวี้หาน” รับราชโองการฝ่าบาทให้มารอต้อนรับท่านหญิงหงขอรับ”
ประตูรถม้าเปิดออกมาหลังจากที่ “จินอวี้หาน”พูดจบ สตรีที่เดินออกมาเป็นสาวใช้พร้อมกับเปิดประตูรอให้สตรีในชุดสีม่วงอ่อนพร้อมกับสวมผ้าปิดใบหน้าเหลือเพียงดวงตามองออกมายังขุนนางทั้งสามคนที่กำลังยืนต้อนรับอยู่
“เนี่ยถงเจ้าดูสิ ข้าเป็นถึงท่านหญิงแต่ว่าฝ่าบาทกลับส่งขุนนางมารับเพียงแค่สามคน เห็นทีข่าวที่ว่าข้าเป็นสตรีอับโชคคงจะลุกลามเข้าไปถึงวังหลวงกระมัง”
“คุณหนู เบาเสียงหน่อยเจ้าค่ะ”
“หงหลินซิน” หันไปกระซิบกับสาวใช้ข้างกาย เมื่อนางเดินลงมาจึงได้รีบสั่งให้ขุนนางและคณะต้อนรับทั้งหมดเงยหน้าขึ้น
“ทุกท่านตามสบายเถอะไม่ต้องมากพิธี”
เมื่อขุนนางหนุ่มตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมามอง “หงหลินซิน” ก็ต้องตกตะลึงในความหล่อคมคาย ใบหน้าที่หมดจดจมูกคมดุจพญาอินทรี คิ้วดุจหมึกและสายตาพิฆาตนารีตรงหน้าทำเอานางเริ่มใจสั่นระรัวขึ้นมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ท่านหญิง!!”
“เนี่ยถง” สาวใช้รีบเข้ามาพยุงนางในทันทีเพราะหลินซินที่ยืนไม่อยู่เมื่อเห็นหน้าของราชครูหนุ่มตรงหน้าแต่เขาเพียงแค่มองนางนิ่ง ๆ เพียงสงสัยว่านางอาจจะเดินทางนานจนไม่สบายเพราะข่าวที่เขาได้รับรายงานมา ท่านหญิงหงผู้นี้ค่อนข้างอ่อนแอ ขี้โรคและยังอับโชคจึงต้องเดินทางมาทำพิธีขับไล่โชคร้ายที่อารามหย่งอัน
“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร”
“ท่านหญิงคงจะเดินทางนาน ใยพวกเจ้ายังไม่รีบไปเตรียมน้ำให้ท่านหญิงอาบกันอีก”
“เจ้าค่ะท่านราชครู”
สาวใช้สี่คนที่ตามเหล่าขุนนางมารีบร้อนวิ่งเข้าไปด้านในก่อนที่ขุนนางที่เหลือจะหันมามองหน้าท่านหญิงอีกครั้ง แม้ว่าจะมีผ้าขาวผูกใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้แต่พวกเขาก็พอจะรู้ว่าท่านหญิงหงผู้นี้คงจะรูปงามอยู่ไม่น้อย
“ขอบคุณทุกท่านที่มาต้อนรับ ที่จริงไม่จำเป็นต้องลำบากถึงเพียงนี้ ข้ามาที่นี่ก็เพียงแค่… รักษาอาการป่วยเท่านั้น”
“ข้าน้อยรับบัญชาฝ่าบาทให้มาดูแลองค์หญิงและอยู่ร่วมพิธีกรรมกับโหรหลวงตลอดช่วงสามเดือนนี้”
“ท่านหรือ ท่านคือ…”
“ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ข้าน้อยจินอวี้หานเป็นราชครูและที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฝ่าบาท ส่วนอีกสองท่านคือใต้เท้าเจิ้งซางกรมพิธีการ ดูแลเรื่องการจัดพิธีขับไล่ความชั่วร้ายและที่พักให้ท่านหญิง อีกท่านคือใต้เท้าเสิ่นเจี๋ย ดูแลเรื่องความเรียบร้อยเรื่องการเงิน หากท่านหญิงต้องการเบิกจ่ายหรือต้องการสิ่งใดเพิ่มก็แจ้งกับใต้เท้าเสิ่นได้เลย ส่วนข้าน้อยจินอวี้หานจากนี้จะรับหน้าที่ดูแลความสะดวกสบายและอารักขาท่านตลอดเวลาที่ท่านพำนักอยู่ที่เมืองหลวง”
“ขอบคุณใต้เท้าทั้งสามมาก”
“ท่านหญิงเดินทางมาเหนื่อย ๆ พักสักหน่อยจะดีกว่าเชิญตามข้าน้อยมาทางนี้”
“ขอบคุณ”
ใต้เท้าเจิ้งและใต้เท้าเสิ่นเดินทางกลับไปที่ประจำของตนเองโดยมิได้ตามจินอวี้หานมาด้วย ขุนนางหนุ่มผู้นี้แม้จะอายุน้อยแต่กลับพูดจาคล่องแคล่วและดูมีความรู้มากกว่าที่หงหลินซินจะกล้าพูดเล่นกับเขา
“หากท่านหญิงต้องการสิ่งใดเพิ่มก็แจ้งข้าได้ ข้าน้อยจะให้คนจัดหามาให้ตามที่ท่านต้องการ ฝ่าบาททรงกำชับมาแล้วว่าท่านหญิงต้องพักอยู่ที่นี่ด้วยความสะดวกสบายที่สุด”
“ขอบคุณใต้เท้าจิน แล้วถ้าหากข้าอยากจะไปเดินเล่นในเมือง จะสามารถทำได้หรือไม่”
“เรื่องนั้น… ย่อมได้แต่ทุกครั้งต้องมีคนออกไปด้วย”
“อะไรนะ ออกไปเองไม่ได้เช่นนั้นก็ลำบากแล้วสิ”
“ท่านหญิง ทุกอย่างฝ่าบาทคำนึงถึงความปลอดภัยของท่านหญิงมาก่อนเสมอ โปรดเข้าใจด้วย”
“ก็ได้ ๆ เช่นนั้นถ้าจะไปก็ต้องไปกับท่านแบบนี้ก็ใช้ได้แล้วใช่หรือไม่”
“เอ่อ… เรื่องนี้ข้าคิดว่า...”
“หากไม่ได้ท่านก็แค่หลับตาข้างเดียวแล้วปล่อยข้าไป มิเช่นนั้นข้าก็จะ…”
“ท่านหญิง หากท่านต้องการออกไปเดินเล่น ข้าน้อยย่อมพาไปได้แต่คงต้องแจ้งล่วงหน้าสักหน่อย”
“น่าเบื่อเสียจริง ช่างเถอะว่าแต่ไหนล่ะที่พักของข้า”
“เชิญทางนี้”
หงหลินซินเดินตามเขาไปอย่างว่าง่ายจนถึงตำหนักด้านหลังที่มีต้นดอกเหมยที่กำลังบานอยู่ตรงหน้า ตำหนักที่แยกออกมาน่าอยู่และดูเรียบง่ายแต่ด้านในกลับตกแต่งอย่างหรูหราและเป็นส่วนตัวโดยมีทหารองครักษ์ของวังหลวงเฝ้าอยู่ด้านนอก
“เรือนนี้งดงามยิ่งนัก”
“ฝ่าบาทพิถีพิถันเลือกที่นี่ก่อนจะสั่งให้คนสร้างเรือนพักส่วนตัวให้ท่านหญิงเพื่อพักผ่อนระหว่างที่ท่านพักอยู่ในเมืองหลวง หวังว่าจะถูกใจ”
“ขอบคุณท่านราชครูจินถูกใจข้ามากเลย ดอกเหมยงั้นหรือ”
“ฝ่าบาททรงใส่พระทัยเพราะทรงทราบมาจากท่านอ๋องว่าท่านหญิงชื่นชอบดอกเหมยและชอบดื่มชาดอกเหมยในฤดูเหมันต์มากที่สุดดังนั้นจึงได้จัดเตรียมให้ท่านเป็นพิเศษ”
“ฝ่าบาททรงใส่พระทัยจริง ๆ เช่นนั้นเมื่อใดข้าจะได้เข้าเฝ้าพระองค์งั้นหรือ”
“เรื่องนั้นต้องให้ฝ่าบาทมีรับสั่งมาก่อนแล้วข้าน้อยจะพาท่านหญิงไปเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยตัวเอง”
“อ้อ งั้นหรือ ไม่เป็นไรข้าเองก็ไม่ได้รีบขนาดนั้นว่าแล้วท่านราชครูพักอยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ”
ดวงตากลมโตของหงหลินซินทำเอาราชครูจินหันไปมองด้วยความเผลอตัว แม้จะเห็นแค่ดวงตาเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าท่านหญิงหงผู้นี้มิใช่คนที่พูดยากอะไรและยังดูเป็นมิตรมากกว่าที่คิดเอาไว้ก่อนจะชี้ไปทางเรือนพักข้าง ๆ ซึ่งขวางเพียงแค่รั้วต้นดอกเหมยกั้นเท่านั้น
“ระหว่างที่ท่านหญิงพักอยู่ที่อารามหย่งอัน ข้าน้อยก็จะอยู่อารักขาท่านที่เรือนข้าง ๆ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเพราะรอบ ๆ อารามแห่งนี้ยังมีองครักษ์ “เฟินหลิน” คอยอารักขาตลอดเวลา"
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 ตอนที่ 60 ( ตอนพิเศษ 3)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#59 บทที่ 59 ตอนที่ 59 (ตอนพิเศษ 2)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#58 บทที่ 58 ตอนที่ 58 (ตอนพิเศษ 1)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#57 บทที่ 57 เจ้าบ่าวคลั่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#56 บทที่ 56 ตอนที่ 56 ค่ำคืนที่อบอุ่น (NC)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#55 บทที่ 55 ตอนที่ 55 พยานในเหตุการณ์
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#54 บทที่ 54 ตอนที่ 54 แผนการล้อมจับ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#53 บทที่ 53 ตอนที่ 53 คนที่โง่คือเจ้า
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#52 บทที่ 52 ตอนที่ 52 แลกเปลี่ยนตัวประกัน
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#51 บทที่ 51 ตอนที่ 51 วางแผนการรับศึก
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
สัญญารักประธานร้าย
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













