บทนำ
หญิงสาวร้องเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญคงไม่กล้าแบกหน้ามาหาเขาถึงที่นี่
“มีอะไร?”
“ขอคุยด้วยได้ไหม?”
“ถ้าจะคุยก็คุยตรงนี้ มีอะไรก็พูดมา” เขาพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปพูดคุยสังสรรค์กับพวกเพื่อนๆ โดยไม่ได้สนใจท่าทางกระวนกระวายใจของเธอเลยสักนิด
“ปรางทะ…ท้อง”
เสียงบริเวณโดยรอบสงบลงเมื่อสิ้นสุดประโยคนั้น สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมองไปยังคนตัวเล็กที่กำลังก้มหน้าสะอื้นร้องไห้
“แล้วยังไง มาบอกฉันทำไม?”
“ปรางท้องกับมิล!”
“…..”
บท 1
แง้งงงง! เสียงของน้องปริมร้องดังลั่น ในขณะที่ฉันกำลังอาบน้ำอยู่ ทำให้ต้องหยุดการกระทำแล้ววิ่งออกจากห้องน้ำกระเตงผ้าขนหนูออกมาดูลูกในทันที
ฉันชื่อปรางอายุ23 มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อน้องปริม อายุเจ็ดเดือนกว่าๆ กำลังซนเลยค่ะ
“หนวกหู! บอกให้ลูกเธอหยุดร้องเดี๋ยวนี้ ฉันจะนอน!” รามิลพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นจากที่โซฟาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
รามิลคือพ่อของลูกฉันเอง ที่เราได้มาอยู่ด้วยกันเป็นเพราะความผิดพลาด
เราเป็นเพื่อนกันตอนสมัยมัธยม พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไป จนได้มาเจอกันอีกครั้งในรอบหลายปี
ฉันเป็นเด็กเสริฟ์ที่คลับส่วนรามิลเป็นแขกวีไอพีที่ไปเที่ยว ในวันเกิดเหตุได้ทิปจากลูกค้าประจำค่อนข้างเยอะ แต่แม้ข้อแม้ว่าต้องแลกกับดื่ม ด้วยความที่ฉันมีชีวิตที่ลำบากและเห็นเงินจำนวนไม่น้อยวางอยู่ต่อหน้า เลยตัดสินใจดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าจนเมามาย
และด้วยความเมาของเราทั้งคู่ที่ไปเจอกันโดยบังเอิญ เลยพลาดให้มีอะไรกันในชั่วข้ามคืน แล้วคืนนั้นก็เปลี่ยนแปลงชีวิตของฉันไปตลอดกาล
สามเดือนถัดมาฉันตรวจเจอว่าตั้งครรภ์ ซึ่งมันก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าพ่อของลูกคือรามิล เพราะเขาคือผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่ฉันมีอะไรด้วย
ฉันรวบรวมความกล้าและเดินเข้าไปบอกเขาว่าท้อง แต่สิ่งที่เขาพูดกลับมามันทำให้ฉันยิ่งช็อคมากกว่า คือเขาไม่ยอมรับและให้เงินฉันก้อนใหญ่เพื่อให้ไปเอาเด็กออก
แต่ฉันยืนยันเสียงแข็งว่าจะขอเก็บลูกไว้ เพราะทำแบบที่เขาบอกไม่ลง มันโหดร้ายเกินไป
พอครอบครัวของเขารู้ก็บังคับให้รามิลแต่งงานกับฉัน
ซึ่งเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ ทำให้เราสองคนต้องแต่งงานจดทะเบียนกันแบบลับๆ เพราะคำสั่งของผู้ใหญ่ และฉันก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่คอนโดกับเขา
ระหว่างที่ตั้งท้อง ฉันไปหาหมอเองคนเดียวมาโดยตลอด จนวันที่ไปคลอดก็ไปคนเดียว รามิลจะโผล่มาโรงพยาบาลก็วันสุดท้าย แล้วที่เขาไปเยี่ยมก็เพราะถูกพ่อแม่บังคับไม่ได้เต็มใจแต่อย่างใด
ที่ผ่านมาเขายังไปมาหาสู่กับแฟนสาวมาโดยตลอด แต่นั่นมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะฉันรู้ดีว่าที่เราอยู่ด้วยกันทุกวันนี้เพราะเหตุผลจำเป็น
ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่ได้รักออกไปทางเกลียดฉันกับลูกเสียด้วยซ้ำ เขาเกลียดที่ฉันกับลูกเข้ามาทำลายอนาคต ทำให้ต้องห่างกับแฟนที่เคยคบกันมาหลายปีเพื่อมาแต่งงานกับฉัน
งานบ้านทุกอย่าง การดูแลลูกเป็นหน้าที่ของฉันทั้งหมด ส่วนรามิลเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย และมีธุรกิจที่ทำร่วมกับเพื่อน คอยเลี้ยงดูหาเงินมาดูแลฉันกับลูก
แต่ไม่ว่าเขาจะทำร้ายจิตใจฉันยังไง ฉันก็เลือกที่จะกัดฟันก้มหน้าทนเพราะเห็นแก่ลูก
ด้วยฐานะทางบ้านฉันที่ไม่ได้ดี พ่อแม่เสียไปตั้งแต่เด็กและบวกกับน้องปริมที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเป็นโรคเฉพาะทาง เลยทำให้ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ หมดเงินไปก็หลายแสน ทำให้ฉันต้องอยู่เพื่อลูกเพราะต้องการพึ่งพาเขา
ลำพังแค่ออกไปหางานทำได้เงินเดือนหมื่นกว่า คงไม่พอค่ายาค่าอาหารเสริมลูกแน่ๆ ไหนจะค่าอยู่ค่ากิน มันเลยทำให้ฉันต้องอดทน เขาจะทำร้ายฉันยังไงก็ได้แต่อย่าทำร้ายลูกก็พอ
โชคดีที่ครอบครัวของรามิลเอ็นดูฉันกับลูกมาก พวกเขาคอยถามไถ่และหยิบยื่นเงินให้อยู่บ่อยครั้ง มันเลยทำให้ฉันซึ้งใจและพอมีกำลังใจอยู่บ้าง
ฉันวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ถ้าน้องปริมเริ่มโตพอที่จะเข้าโรงเรียนได้ ฉันคงต้องออกไปหางานทำจะได้ไม่ต้องคอยแบมือขอเงินเขาอยู่แบบนี้
แล้วถ้าพอมีเงินเก็บและตั้งตัวได้เมื่อไหร่ เราสองคนแม่ลูกก็จะไปทันที
“อย่าร้องนะน้องปริม ชู่ววว” ฉันรีบอุ้มลูกเข้าอกพร้อมโยกตัวเบาๆ เพื่อเป็นการกล่อม
“แง้งงงงง” แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล น้องปริมยิ่งร้องไห้
“พูดไม่รู้เรื่องหรือไง บอกให้หยุดร้อง!” รามิลพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมหลังจากที่เห็นว่าน้องปริมเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด
“ใจเย็นก่อนนะมิล ที่ลูกงอแงเพราะไม่สบายน่ะ” ฉันพยายามอธิบายเพราะกลัวว่ารามิลจะโมโหและโกรธลูกไปมากกว่านี้
“เธอเป็นแม่ก็ช่วยทำให้ยัยเด็กนั่นหยุดร้องสักที!”
“ปรางจะพาลูกออกไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้อง! เดี๋ยวฉันไปเอง น่ารำคาญทั้งแม่ทั้งลูก!” สิ้นประโยคเขาก็ลุกเดินออกไป ท่าทางของเขามันบ่งบอกทุกอย่างว่ารำคาญเราสองคนมากขนาดไหน
ปึ้ง! รามิลปิดประตูห้องนอนใส่ฉันอย่างแรง โดยไม่สนใจว่าลูกจะตกใจหรือสะดุ้งหรือเปล่า
“ไม่ร้องนะคะเด็กดี” ฉันเลือกที่จะไม่สนใจและหันมากล่อนลูกนอนต่อ
“…..”
แกร้ก! เสียงเปิดประตูพร้อมกับฉันที่อุ้มลูกหอบของพะรุงพะรังออกมา ก่อนจะเจอรามิลกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ริมระเบียง
“จะพาลูกไปไหน?”
“น้องปริมไม่สบาย ปรางเลยจะพาไปหาหมอ”
“…..” เขาเงียบไม่พูดอะไรต่อ จะมีก็แต่สายตาที่หันมามองน้องปริมที่หลับอยู่ในอ้อมกอดฉันแค่แวบเดียว
“มิลช่วยขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลหน่อยได้ไหม เดี๋ยวขากลับปรางจะพาลูกนั่งแท็กซี่กลับเอง”
“ไม่ว่าง” เขาตอบกลับมาสั้นๆ ซึ่งฉันก็เข้าใจและไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนปฏิเสธแบบนี้ แต่ฉันโดนเขาปฏิเสธมาจนชินแล้ว
“ถ้างั้นปรางขอเงินติดตัวสักหน่อยได้ไหม”
“เงินที่เพิ่งให้ไป ใช้หมดแล้วหรือไง!” เขาถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์
เงินที่เขาให้ใช้แต่ละเดือนก็แล้วแต่อารมณ์ รามิลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายลูกทุกอย่าง ส่วนฉันถ้าอยากได้อะไรก็ค่อยไปขอเอาทีหลัง
“ปรางเอาไปจ่ายค่าอาหารเสริมลูก กับซื้อของใช้เข้าบ้านก็เกือบจะหมดแล้ว เดือนหน้าปรางจะใช้เงินให้น้อยลงนะ”
“เธอกับลูกนี่มันตัวภาระฉันซะจริง เมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆ สักที!” ไม่พูดเปล่าแต่เขายังควักแบงก์พันปึกหนาวางกระทบโต๊ะอย่างแรงแบบไม่เต็มใจมากนัก แล้วเดินออกไป โดยไม่หันกลับมามองฉันกับลูกอีก
“…..” ฉันก้มมองหน้าลูกด้วยความสงสาร ทำไมเขาถึงไม่รักและเป็นห่วงลูกบ้าง แค่เป็นห่วงสักนิดก็ยังดี
บทล่าสุด
#64 บทที่ 64 ปริม-เธียร 22
อัปเดตล่าสุด: 9/30/2026#63 บทที่ 63 ปริม-เธียร 21
อัปเดตล่าสุด: 9/30/2026#62 บทที่ 62 ปริม-เธียร 20
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#61 บทที่ 61 ปริม-เธียร 19
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#60 บทที่ 60 ปริม-เธียร 18
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#59 บทที่ 59 ปริม-เธียร 16
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#58 บทที่ 58 ปริม-เธียร 15
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#57 บทที่ 57 ปริม-เธียร 14
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#56 บทที่ 56 ปริม-เธียร 13
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#55 บทที่ 55 ปริม-เธียร 12
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ม่านหมอก
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?













