บทนำ
สิ่งที่ข้าต้องการมันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ? เพียงเพื่อเอาใจชายคนรัก ถึงขนาดลากตระกูลหลินทั้งตระกูลและตระกูลเสวี่ยต้องลงเหวไปพร้อม ๆ กัน
หากไม่เป็นเพราะข้าดึงดัน ทุกอย่างมันจะดำเนินมาถึงจุดนี้ไหมนะ
ลูกจะแต่งกับเขา!
หากเจ้าเป็นเด็กดียอมเชื่อฟัง ข้าจะให้ทุกอย่างกับเจ้า...
วางใจเถอะ! ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน
ตระกูลหลินและตระกูลเสวี่ยมีโทษฐานก่อกบฏ ประหารเก้าชั่วโคตร!
ถ้าไม่ใช่เพราะนาง ตระกูลของเราจะมีจุดจบเช่นนี้เหรอ!
ทั้งหมด มันก็เป็นเพราะความโง่งมของเจ้า!
ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ ซูเอ๋อร์ผิดต่อพวกท่าน ซูเอ๋อร์ไม่หวังให้พวกท่านให้อภัย แต่ซูเอ๋อร์จะตามพวกท่านไป
ถ้าหากข้า สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง...ข้าจะเอาคืนอย่างสาสม!!
บท 1
บทที่ 1
หลินซูเม่ย
รัชศกหยงเล่อปีที่ยี่สิบหก
ต้นสารทฤดู ช่วงที่อากาศทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังอบอุ่น สายลมพัดเอื่อยเฉื่อย บ่งบอกว่าฤดูเก็บเกี่ยวได้วนมาถึงอีกคราหนึ่ง แต่ทว่าในปีนี้กลับเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น
สกุลหลินและสกุลเสวี่ยคิดมักใหญ่ใฝ่สูง แอบซ่องสุมกองกำลังคิดก่อกบฏ ทั้งยังลักลอบติดต่อกับแคว้นศัตรูชักศึกเข้าบ้าน สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง จนต้องโทษประหารทั้งตระกูล หนำซ้ำเรื่องนี้ยังเกี่ยวพันมาถึงองค์รัชทายาทฉีรุ่ยซิงด้วย เนื่องจากสกุลหลิน คือพระญาติสายนอกของฮองเฮา อีกทั้งหลินเฮ่าผู้นำตระกูลคนปัจจุบันยังเป็นถึงท่านราชครูอีก
“พวกคนสกุลหลินและตระกูลเสวี่ย ช่างบังอาจยิ่งนัก มักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัว กล้าคิดการกบฏ เอาพวกมันไปประหาร เสียบหัวประจานที่กำแพงเมือง ให้เป็นเยี่ยงอย่างให้คนอื่นดูว่าใครคิดจะทำเยี่ยงนี้จะพบเจอกับอะไรบ้าง” ฮ่องเต้มีบัญชาลงมาให้ลงลงโทษทั้งสองตระกูลอย่างเด็ดขาด“พ่ะย่ะค่ะ”
เหล่าทหารขานรับบัญชาแล้วลงมือลากคนที่ต้องโทษตายออกไปจากท้องพระโรง จึงเหลือแค่ขุนนางกับพระญาติต่าง ๆ เท่านั้น ก่อนที่คำบัญชาจะถูกส่งมาอีกครั้ง และครั้งนี้คนที่ได้รับโทษคือคนที่นั่งตัวสั่นอยู่
“ส่วนหลินฮองเฮาให้ยึดตราหงส์และขับไปอยู่ตำหนักเย็นตลอดไป โทษฐานมีความร่วมในการก่อกบฏในครั้งนี้”
เคราะห์กรรมนี้ ทั้งองค์รัชทายาทและฮองเฮาก็ไม่อาจหลีกหนีพ้น นางลุกขึ้นและยินยอมเดินตามขันทีไปอย่างง่ายดาย
“เสด็จพ่อ ท่านแม่ไม่มีส่วนร่วมในครั้งนี้เลย โปรดงดเว้นโทษให้เสด็จแม่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทที่กตัญญูต่อมารดา รีบมาขอความเมตตาจากเสด็จพ่อของตน
“บังอาจ เจ้ายังมีหน้ามาต่อรองกับข้าอีกหรือ เจ้าทำอะไรไว้ก็ย่อมต้องรู้อยู่แก่ใจ เอาตัวเขาไปขังไว้รอข้าสำเร็จโทษ”
การกระทำของเขายิ่งทำให้พระองค์กริ้วใส่ เมื่อพระองค์สืบรู้ว่าแท้จริงแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์ก่อกบฏคือองค์รัชทายาทนั่นเอง
“เสด็จพ่อ ข้าไม่ได้ทำการอันใด เหตุใดต้องสั่งขังข้าเล่า” องค์รัชทายาทดิ้นรนเอาตัวรอดและร้องถามออกมาเสียงดังลั่น
“ไม่ได้ทำการอันใดเช่นนั้นหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข่าวของเจ้าดังไปทั่วแล้ว ทำสิ่งใดไว้ ใช่ว่าจะเป็นความลับเสมอไปนะ เอาตัวเขาไปรอการตัดสินโทษจากข้า” องค์ฮ่องเต้ตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้มีคนจงใจ หรือเพราะฟ้าลิขิตกันแน่เพราะจู่ ๆ หลักฐานความผิดต่าง ๆ ขององค์รัชทายาทก็ค่อย ๆ ผุดออกมาราวกับดอกเห็ด แล้วมาวางเรียงรายอยู่ในห้องทรงพระอักษรของพระองค์ ดังนั้นหลังจากที่ได้ทำการประหารสกุลหลินและสกุลเสวี่ยจนเลือดนองเป็นสายแล้ว ฮ่องเต้ฉีอี้เหรินก็ได้มีรับสั่งให้ประหารองค์รัชทายาทต่อในทันที
เรื่องนี้สร้างความสะเทือนใจกับพวกชาวบ้านไม่น้อย เพราะพวกเขาต่างก็คิดไม่ถึงว่าองค์รัชทายาทที่มีจิตใจดีงาม อีกทั้งสกุลหลินและสกุลเสวี่ยที่คอยปกป้องบ้านเมืองมาตลอดจะกระทำการเช่นนี้
นี่แหละน้าที่เขาว่า จิตใจคนเรายากลึกหยั่งถึงจริง ๆ
อีกด้านหนึ่ง
เรือนแยกฝ่ายในของจวนองค์ชายรอง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบราวกับเป็นเรือนร้างไร้ผู้คน ทว่ากลับยังมีเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างไม่ยินยอมดังแว่วออกมา
“ยามนี้ท่านก็สิ้นไร้ไม้ตอกเหลือตัวคนเดียวแล้ว เหตุใดถึงยังไม่ยอมปล่อยวางอีก เหนียงเหนียง หักห้ามใจเสียเถอะ หากยังดึงดันอีก เกรงว่าแม้แต่ชีวิตของท่านก็จะไม่เหลือแล้ว สกุลหลินของท่านยังรอให้ท่านไปเก็บรวบรวมกระดูกคนในตระกูลอยู่นะ”
ขันทีร่างท้วมหว่านล้อมอย่างจนใจ ยามนี้สกุลหลินของนางพินาศสิ้นแล้ว ตัวของนางเองก็ถูกปลดจากตำแหน่งพระชายาเอก เหลือเพียงแค่ตำแหน่งอนุชายาเท่านั้น ทั้งยังถูกขับให้มาอยู่ที่เรือนเปลี่ยวร้างนี่ โดยไม่มีผู้ใดสนใจดูแล ทำกับนางราวกับเป็นคนตายคนหนึ่ง
และที่ขันทีผู้นี้ยังคอยแวะเวียนมาหานาง เนื่องจากครั้งอดีตเขาเคยได้รับการช่วยเหลือจากท่านราชครูหลิน บิดาของหลินซูเม่ย บุญคุณในครั้งนั้นเขายังจดจำมิเคยลืม
“เจ้าจะให้ข้าหักห้ามใจอย่างนั้นหรือ? ตระกูลหลินของข้าทั้งตระกูลต้องมาตายอย่างไร้ความเป็นธรรมเช่นนี้ เจ้ายังมีหน้ามาให้ข้าหักห้ามใจอีกอย่างนั้นหรือ?!” หลินซูเม่ยทุบอกของตัวเองเสียงดังราวกับอยากหาที่ระบาย
“อย่างไรท่านก็ต้องหักห้ามใจเพื่อรักษาชีวิต ดูเถิดว่าร่างกายของท่านย่ำแย่เช่นนี้ จะไปกอบกู้ตระกูลหลินได้เยี่ยงไร ท่านต้องดูแลตัวเองเพื่อตระกูลหลินที่เหลืออยู่” ขันทีเอ่ยเพื่อเตือนสติของนาง เขามองดูสภาพร่างกายของนางแล้ว ทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา
“กายข้าเจ็บเพียงเท่านี้ มันเทียบไม่ได้กับใจของข้าที่แหละสลายไปแล้วได้หรอก สิ่งที่ต้องกอบกู้ใช่ร่างกายไม่ แต่เป็นจิตใจของข้านี่”
นางกล่าวออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นทุบลงที่อกข้างซ้าย
แม้ว่าในยามนี้ทั่วร่างของนางจะเต็มไปด้วยบาดแผล สภาพเอเนจอนาถอย่างอยู่ไม่สู้ตาย แต่ว่าบาดแผลที่กายนางยังพอกัดฟันทนได้ แต่บาดแผลที่ใจ ที่นางได้เห็นคนในตระกูลของตัวเองต้องถูกประหารไปต่อหน้าต่อตา ไม่ให้นางเสียใจ จะไม่ให้นางคร่ำครวญได้อย่างไร
ศีรษะแล้วศีรษะเล่าหลุดกระเด็น แอ่งโลหิตหลั่งไหลอาบย้อมทั่วลานประหาร นางวิ่งไปหาอย่างโซซัดโซเซราวกับหญิงเสียสติ กรีดร้องจนแทบสิ้นเสียง แต่ก็ราวกับไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงของนาง แต่ถึงจะได้ยิน แล้วใครจะไปสนใจนางกัน
นางได้แต่สมเพชเวทนาตนเองที่ไร้กำลัง ไม่สามารถทำอันใดได้ ซ้ำร้ายนางยังต้องมารับรู้ความจริงว่าหายนะที่เกิดขึ้นกับสกุลหลินและสกุลเสวี่ย ทั้งหมดนี่เป็นเพราะชายผู้นั้น!
ก่อนหน้านี้ที่คนสกุลหลินและสกุลเสวี่ยถูกจับไปขังคุกเพื่อรอการไต่สวน ตอนนั้นนางได้เคยไปขอร้องวิงวอนให้สามีของนางช่วย นางโขลกศีรษะจนศีรษะแตกเลือดอาบ แต่ผลเป็นอย่างไร? อีกฝ่ายกลับมองนางราวกับมองตัวโง่งม หรือมดปลวกที่เขาอยากจะบี้ทิ้งเต็มแก่
ตอนแรกนางยังคิดว่าเพราะนางเสียขวัญมากเกินไป ก็เลยมองผิด แต่ที่ไหนได้ หลังจากที่ได้ยินอีกฝ่ายพรั่งพรูแผนการอันสุดแสนจะชั่วช้าโสมมนั่นออกมา ก็ทำเอานางราวกับถูกสายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์ฟาดใส่
จะบอกว่าที่เรื่องทุกอย่างมันกลายมาเป็นเช่นนี้ ก็เพราะตัวนางอย่างนั้นหรือ? เพราะอีกฝ่ายคิดยืมดาบฆ่าคน ก็เลยหลอกใช้นาง ให้นางไปทำเรื่องโง่งมจนลากตระกูลหลินและตระกูลเสวี่ยลงเหว จนต้องพินาศทั้งตระกูลอย่างนั้นหรือ เรื่องแบบนี้...เรื่องแบบนี้มันทำให้นางเกินจะรับไหวจริง ๆ
บัดซบนัก! เหตุใดตอนนั้นนางถึงได้หน้ามืดตามัวคิดอยากจะแต่งกับเขากัน!
หลินซูเม่ยนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ยามนั้นนางเป็นถึงคุณหนูตระกูลผู้สูงศักดิ์ เนื่องจากเป็นบุตรสาวคนเล็กที่เกิดจากภรรยาเอกของท่านราชครูหลิน หลินเฮ่า ที่ปรึกษาคนสนิทของฮ่องเต้ และยังเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของหลินฮองเฮา
สกุลหลินของนางเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแคว้นต้าฉี จึงถูกทุกคนในตระกูลโอบอุ้มเลี้ยงดูอย่างตามใจราวกับไข่ในหิน นี่จึงทำให้นางมีนิสัยดื้อรั้นติดตัว
ต่อมาเมื่อนางอายุย่างเข้าสู่วัยที่ใกล้จะปักปิ่น นางบังเอิญได้ไปเที่ยวที่ตลาด ในตอนนั้นมีอุบัติเหตุซึ่งม้าของใครก็ไม่รู้ จู่ ๆ ก็ตื่นคนแล้วเตลิดวิ่งตรงมาหานาง ตัวนางที่ได้แต่นิ่งอึ้งยืนขาแข็งทำอะไรไม่ถูก จนเกือบจะถูกม้าตัวนั้นเหยียบ
‘คุณหนูเจ้าคะ ระวังเจ้าค่ะ’ เสียงสาวใช้ตะโกนมาอย่างตื่นตกใจ
‘….’ นางได้แต่ยืนอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ทันใดนั้น
ก็ได้องค์ชายรองซึ่งผ่านทางมาพอดีช่วยเอาไว้
‘แม่นาง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่’ ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา หญิงสาวที่เขาช่วยดึงให้พ้นจากการถูกม้าเหยียบ
‘ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณท่านมาก’ นางค่อย ๆ ขยับตัวออกเมื่อทุกสายตามองมาที่ทั้งสอง
ท่าทางสุภาพและกล้าหาญของเขา ทำให้นางตกหลุมรักอีกฝ่ายตั้งแต่แรกพบ ตอนที่กลับถึงจวนก็รบเร้าบิดามารดาให้จัดการให้นางได้แต่งกับองค์ชายรอง
แต่ทว่าทุกคนกลับไม่มีใครเห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดาของนาง หรือแม้แต่หลินฮองเฮาเอง ต่างก็เอ่ยคัดค้านในเรื่องนี้
‘ท่านพ่อ ใยพวกท่านต้องห้ามข้าด้วย ชีวิตนี้เป็นของข้า ข้าควรจะได้เลือกคู่ครองด้วยตนเองมิใช่หรือ’ นางโต้เถียงออกไปอย่างไม่ยินยอม
‘เจ้ายังเด็กนัก ถึงยังไม่รู้ว่าในวังหลวงที่ดูสวยงามนั้น มีอันตรายแอบแฝงไว้ทุกที่ ไหนเลยจะหาความสุขสงบได้’ บิดาของนางเอ่ยบอกถึงสาเหตุที่ไม่ยินยอมให้นางแต่งให้กับคนคนนั้น...คนที่อันตรายมาก
เหตุผลหลัก ๆ คือ แม้บิดาของนางจะเป็นถึงราชครู แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่อยากให้นางเข้าวัง เพราะในวังนั้นราวกับห้วงน้ำลึก ที่รายล้อมไปด้วยอันตราย หากเป็นไปได้ เขาแค่อยากให้นางได้แต่งกับคุณชายสูงศักดิ์ หรือซื่อจื่อ[1]ของจวนไหนสักจวนเท่านั้น
[1] ซื่อจื่อ คือ ตำแหน่งที่มอบให้กับบุตรชายคนโตของบิดาที่เป็นเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางชั้นสูงที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากฮ่องเต้
บทล่าสุด
#62 บทที่ 62 บทส่งท้าย กลับเมืองหลวงเพื่ออยู่พร้อมหน้า
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#61 บทที่ 61 กลยุทธ์ศึกของสองแม่ทัพ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#60 บทที่ 60 สะสางแค้นเลือด
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#59 บทที่ 59 ซ้อนแผนตลบหลัง
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#58 บทที่ 58 ชิงบัลลังก์
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#57 บทที่ 57 รับไมตรี
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#56 บทที่ 56 ตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#55 บทที่ 55 พบเจอคนที่ไม่อยากเจอ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#54 บทที่ 54 ศึกลวง
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#53 บทที่ 53 แผนชั่วร้าย
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน













