บทนำ
ที่ข้ามภพข้ามชาติมาตอนที่ขนมพระพายติดคอ ทะลุมายัง พ.ศ. 2564 ในประเทศไทยยุคเสรี
นางถูกจับได้ข้างกองขยะเนื่องจากสวยสะดุดตาเเถมยังใส่ชุดไทยเเปลกพิกล
เเละถูกส่งมาในคฤหาสถ์หลังใหญ่ที่ดูน่าเกรงขาม ตรงหน้าโซฟาหนังจระเข้
ชายที่สวมชุดสูท ใส่เเว่นสายตา ท่าทางเข้มขรึมดุดัน มีรอยบากที่หางคิ้วไปจนถึงใต้ตาจ้องมองเธอ
ด้วยเเววตาที่ทำเอาเเม่พิมกลัวจนตัวเเข็งทื่อ
"เธอชื่ออะไร"
"เราชื่อพิมเเก้ว เป็นลูกสาวคนเดียวของออกญาศรีภิบาล ว่าเเต่ท่านจับเรามาทำไมกันหรือ"
"วิลลี่ กูบอกให้ไปหาผู้หญิงมาร่วมเตียง ไม่ใช่คนบ้า ไปหามาใหม่ซะ"
"เรามิใช่คนบ้าหนาออเจ้าาาา!"
บท 1
‘ออพิมแก้ว’ กำลังกรองมาลัยอยู่ที่สวนดอกลำดวน บ่าวทั้งสองนำขนมพระพายมาวางบนพานให้นางรับประทาน เนื่องจากคุณพิมแก้วนั้นชอบรับประทานขนมไทยยิ่ง
“ขอบใจจ้ะ จิต จวน” เธอพูดกับบ่าวทั้งสองที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่เธออยู่เสมอมา ทั้งสองนั่งพับเพียบอยู่ใต้ถุนศาลา มองแม่นายคนสวยที่กรองมาลัยอย่างกุลสตรี
พิมแก้วนั้นเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของออกญาชื่อดังในยุคสมัยกรุงศรีอโยธยา นางเป็นกุลสตรีครบทุกส่วน มีแต่บุตรของคนมีอำนาจในยุคนี้มาสนใจใคร่รักในตัวนางออกมาก แลต้องการสู่ขอหลายต่อหลายคน แต่พิมแก้วก็มินึกสนใจในชายใดเป็นพิเศษ
วันๆ ของเธอคือการนั่งกรองมาลัย ออดอ้อนเจ้าคุณพ่อที่แสนดุแต่อบอุ่นกับลูกสาวเพียงคนเดียว ออกญาศรีภิบาลนั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดแลหวงลูกสาวมาก เนื่องจากภรรยาคนเดียวตายไปตั้งแต่พิมแก้วยังเล็ก ท่านจึงพยายามประคบประหงมบุตรีของตนอย่างดีที่สุด ถ้าไม่มีผู้ใดที่เขามองว่าเหมาะสมกับพิมแก้วลูกรักของเขา ก็จักมิให้ลูกแต่งงานอย่างเด็ดขาด
ออกญาศรีภิบาลนั้นขึ้นชื่อว่ารักเดียวใจเดียวยิ่ง ทั้งชีวิตนั้นมีเพียงแต่คุณแม่ จนกระทั่งแม่เสียชีวาก็ยังมิมีใครอื่น นั่นยิ่งทำให้พิมแก้วรู้สึกว่า... ถ้าจักหาใครสักคนมาเข้าเรือนหอด้วย ก็ต้องหาคนที่นิสัยเหมือนเจ้าคุณพ่อถึงจักดี
“ขนมพระพายที่ฉันชอบ ขอบใจนะ” เมื่อหยุดกรองมาลัยที่สวยงามลงบนพานทอง นางจึงหันมาเห็นขนมพระพายที่ปั้นเป็นก้อนกลมจากข้าวเหนียวแลตกแต่งสีด้วยดอกอัญชัน ใบเตย แลแก่นฝางจนกลายเป็นสีสันหลากหลายน่าดูชม พร้อมกับราดกะทิด้านบนให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น
นางใช้ไม้เหลาเล็กๆ จิ้มลูกพระพายขึ้นมา ป้อนเข้าปากของตนเอง เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย พอลูกแรกยังไม่อิ่มหนำ ก็จิ้มลูกสอง ลูกสาม
แต่ทว่า
“อึก แค่กๆ!” เพราะรับประทานด้วยความรีบเร่ง จึงทำให้ขนมพระพายลูกแดงชิ้นสุดท้ายนั้นติดคอของเธอ เจ้าตัวเล็กไอค่อกแค่ก ชักดิ้นชักงอต่อหน้าบ่าวทั้งสองที่ปรี่เข้ามาดูเธออย่างตกใจเมื่อเห็นว่าแม่นายของตนนั้นล้มลงไปดิ้นน้ำลายฟูมปากอยู่ที่พื้นศาลา
“แค่กๆๆๆ”
“แม่นาย! แม่นายเจ้าคะ แม่นายเป็นกระไรไปเจ้าคะ!”
สิ้นเสียงของจวนบ่าวรับใช้ข้างกาย พิมแก้วก็ชะงักค้าง และสลบไปจากความทรมานของขนมไทยที่ติดคอในเพลานั้น
บรืนนน
นานพอดูที่นางหมดสติไป หญิงสาวปรือตาขึ้นมาท่ามกลางเสียงดังอันแปลกประหลาด เสียงเหมือนอะไรสักอย่างเคลื่อนตัวไปมาไม่น่าชินหู กับเสียงเหมือนช้างร้องแปร๊นๆ ดังมาจากตรงนั้น เจ้าตัวเล็กปรือตาขึ้นมา หันรีหันขวาง ก่อนจะได้กลิ่นเหม็นโฉ่ของถังขยะสาธารณะข้างกาย พร้อมกับถุงดำที่กองพะเนินเทินทึกรอบข้างหล่อน
“กระไรกันนี่ เหม็นเชียว” เพราะความเป็นกุลสตรีจึงทำได้เพียงเอานิ้วเรียวมาบีบจมูกไว้ บิดสะโพกเล็กน้อยแสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์แบบผู้ดี จนรู้สึกเหมือนมีชายในชุดสีดำตัวใหญ่กำลังยืนจ้องเธออยู่ด้านหลังจนต้องสะดุ้งตกใจ
“แม่นี่คือคนที่เมาในคลับจนถูกลากมาที่นี่อย่างงั้นเหรอ” ชายในแว่นดำคนนึงเอ่ยกับชายชุดดำหัวโล้นตัวกำยำอีกคน หรี่ตาลงมองเธอที่นั่งพับเพียบอยู่กลางกองขยะอย่างฉงน
“กูคิดว่าอย่างนั้น แต่มันแต่งชุดไทย”
“หน้าสวยขนาดนี้ ระดับดาราก็หาไม่ได้ ตรงไทป์ที่นายชอบ”
“ถึงจะดูบ้าๆ บอๆ แต่ลองจับแต่งตัวหน่อยก็คงสวย”
“งั้นลากมันไปด้วยกัน”
“ดี”
“ประเดี๋ยวก่อน พวกท่านเป็นใครกัน มาจับแขนเราทำไม” พิมแก้วตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อตนเองนั้นถูกหิ้วปีกด้วยฝ่ามือหนาของชายชุดดำปริศนาทั้งสองคน ลากทึ้งเธอไปยังรถคันโก้ที่อยู่ตรงต้นซอยแคบ เธอมองวัตถุขนาดใหญ่นั้นอย่างตกตะลึง
ทำไมเกวียนรูปทรงแปลกๆ นี้ถึงไม่มีม้าเทียมเกวียนกันล่ะ!?
ที่นี่มันที่ไหนกันแน่
ภายในรถนั้นเงียบสงัดจนน่าอึดอัด แม่กุลสตรีไทยแท้พยายามสงบปากสงบคำนั่งเงียบจนถึงที่สุด เนื่องด้วยชายชุดดำทั้งสองคนนั่งขนาบข้างเธอ แถมตัวเธอเองก็เหม็นโฉ่ไปด้วยกลิ่นขยะจนพวกเขาพากันหันหน้าหนีไปคนละทาง
อะ... อายเหลือเกิน
จนเกวียนคันนี้เคลื่อนตัวมาจนถึงเรือนอันใหญ่โต ที่ทำมาจากวัสดุที่ไม่คุ้นเคย (ปรกติที่เห็นจักเป็นไม้สักเสียส่วนใหญ่) มันดูเหมือนฉาบด้วยอะไรที่หนาและแข็งมากๆ เรือนก็หลังใหญ่อย่างกับวังขององค์เจ้าเหนือหัวที่เจ้าคุณพ่อเคยมาเล่าให้ฟังหลังเข้าเฝ้าเสด็จท่านด้วย
ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรมากนัก พิมแก้วถูกบ่าวรับใช้ที่แต่งตัวแปลกประหลาดลากทึ้งเข้ามาจับแต่งตัวอาบน้ำชำระร่างกายจนหมดจด แถมพวกเธอยังพูดคำว่า ‘นี่คงเป็นนางบำเรอคนใหม่ของคุณสามแน่ๆ’ พร้อมกับจับเธอแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดที่แสนจะวาบหวิว ราวกับเป็นหญิงสาวในโคมเขียวก็มิปาน
เจ้าคุณพ่อ หนูกลัว
พิมแก้วประนมมือไหว้ เริ่มหวาดหวั่นขึ้นมาหลังจากถูกจับแต่งหน้าแต่งตัวทำผมจนหอมฟุ้ง นางก็ถูกรับไม้ต่อด้วยชายชุดดำทั้งสองคนนั้น พาเธอเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่อู้ฟู่ มีการตกแต่งที่ดูประหลาดตาและเป็นสีทึบทั้งหมด ท่ามกลางเก้าอี้หนังที่บุอย่างดีนั้น มีชายผู้หนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่
“นายครับ ผมพานางบำเรอมาให้นายแล้ว ไม่ทราบว่าถูกใจรึเปล่าครับ” ชายชุดดำคนหนึ่งโพล่งขึ้นมาตอนที่ผลักหลังเนียนของพิมแก้วให้เดินมาด้านหน้า เธอจึงได้สำรวจบุรุษปริศนาผู้นั้นอย่างชัดเจน
เขาเป็นผู้ชายที่มีดวงหน้าคมคาย ซ่อนความดุดันไว้ภายใต้แว่นสายตาเฉียบบาง ที่หางคิ้วไปจนถึงใต้ตาด้านขวามีรอยบากราวกับถูกของมีคมกรีดจนเป็นแผลเป็นเป็นทางยาว ดวงตาสีดำทมิฬนั้นจ้องมองเธอเขม็ง พิจารณาเธออย่างละเอียดถี่ถ้วน
“สวย” ประโยคแรกที่ออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทำเอาเธอสะท้านด้วยความหวาดหวั่นต่อท่าทางอันตรายนั้น “รูปร่างดี ไปเก็บมาจากไหน?”
“ที่คลับคุณจินครับ”
“เหรอ”
“...”
“เธอชื่ออะไร” เงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่ความอันตรายนั้นจักมาเยือนเธอ ชายหนุ่มคมคายผู้นั้นจ้องเธออย่างจาบจ้วงทั้งๆ ที่ท่าทางยังคงสงบนิ่งไม่ขยับตัวเลยแม้แต่นิด เขาเอ่ยถามแม่สาวงามตรงหน้า เนื่องด้วยอยากรู้นามของหล่อน
พิมแก้วกลั้นลมหายใจ คิดว่านี่คงเป็นทางเดียวที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอเป็นบุตรีของใคร และถ้ารู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของผู้มีอำนาจในกรุงศรีอโยธยา คงยอมปล่อยตัวไปเป็นแน่
ดังนั้นหล่อนจึงสูดลมหายใจ โพล่งแนะนำตัวเองขึ้นมาอย่างมั่นใจทันที
“เราชื่อพิมเเก้ว เป็นลูกสาวคนเดียวของออกญาศรีภิบาล ว่าเเต่ท่านจับเรามาทำไมกันหรือ”
บทล่าสุด
#31 บทที่ 31 ต้านเเรงยั่ว (2) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#30 บทที่ 30 ต้านเเรงยั่ว (1)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#29 บทที่ 29 ศึกว่าที่พ่อตา (2) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#28 บทที่ 28 ศึกว่าที่พ่อตา (1)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#27 บทที่ 27 ผู้ชายที่เธอไม่รัก (2)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#26 บทที่ 26 ผู้ชายที่เธอไม่รัก (1)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#25 บทที่ 25 โดนเสน่ห์ (2) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#24 บทที่ 24 โดนเสน่ห์ (1)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#23 บทที่ 23 เมียบ่าว (3) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#22 บทที่ 22 เมียบ่าว (2)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห













