บทนำ
คำเปรยแกมขู่ชวนให้ใจหายวาบนั้นทำให้ผิงอันชะงักกึก เม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ทว่าพญามังกรจอมเผด็จการยังไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาเชยคางมนของเด็กรั้นขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาคมกริบสีเข้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักอันบิดเบี้ยว ก่อนจะเค้นเสียงทุ้มต่ำย้ำสถานะอย่างเด็ดขาด
“และไม่ใช่แค่ร่างกายหรอกผิงอัน... รวมถึงหัวใจของหนูอัน ก็ต้องเป็นของอาคนเดียวเหมือนกัน”
“อาไม่มีสิทธิ์มาบังคับหัวใจหนู! อาได้ร่างกายหนูไปเพราะความป่าเถื่อน... แต่หัวใจของหนู หนูไม่มีวันให้อา!” เด็กรั้นชูคอดื้อตาใสสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาวาวโรจน์ด้วยแรงขัดขืนอันน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพื่อประชดประชันความเอาแต่ใจของผู้ปกครอง
“งั้นก็ลองดู... อาจะทำให้หนูรู้สำนึกเอง ว่าในชีวิตนี้หนูจะไม่มีวันรักใครได้อีกนอกจากอา และหัวใจดวงนี้มันต้องเต้นเพื่ออาคนเดียวเท่านั้น”
บท 1
คฤหาสน์ตระกูลเว่ยตั้งตระหง่านอยู่กลางเนินเขา รายล้อมด้วยสวนดอกไม้กว้างขวางและกำแพงเหล็กดัดสีดำที่กั้นอาณาเขตไว้อย่างเป็นสัดส่วน ภายในตกแต่งอย่างหรูหราสมฐานะเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมือง ทว่าความสงบในเช้าวันนี้กลับถูกทำลายลง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีครีมวิ่งหัวเราะร่าผ่านโถงกว้าง ในมือป้อมๆ อุ้มตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดไว้แน่น
“ฮ่าๆ หม๊ามี๊! ตามมาแย้ววว!” เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงดังก้องไปทั่วห้องโถง
“หนูอัน! อย่าวิ่งลูก... จะหกล้ม!” เสียงนุ่มของเหมยดังไล่หลังมาด้วยความเป็นห่วง
ตุ๊บ!
ร่างเล็กที่กำลังวิ่งเพลินชนเข้ากับชายร่างสูงอย่างจังจนก้นกระแทกลงพื้นกระเบื้อง!
“อ๊ะ... เจ็บอ่า...” ผิงอันเบะปากด้วยความเจ็บที่ก้นแต่กลับไม่ยอมร้องออกมา เธอกระพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ผิงอัน!” เสียงของเหมยอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้ามาอุ้มลูกสาวให้ลุกขึ้น
“อายง...” เสียงเล็กๆ ที่เรียกคุณอาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“เจ็บไหมครับ? อาเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามวิ่งในบ้าน” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่บุคลิกที่ดูนิ่งขรึมตามประสานักธุรกิจเทาๆ และมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ทำเอาเด็กน้อยเริ่มใจคอไม่ดี
“ขอโทษอาหลงหรือยังคะ? หนูอันวิ่งชนคุณอานะลูก” เหมยก้มมองลูกสาวพร้อมกับเอ่ยสั่งสอนอย่างสุภาพตามฉบับกุลสตรี
“ขอโตดค่า... อายง” ผิงอันยกมือป้อมขึ้นพนมไหว้ขอโทษคุณอาอย่างว่าง่าย
“ค่ะ ครั้งนี้อาไม่โกรธ แต่ถ้าหนูอันวิ่งเล่นในบ้านอีก อาจะตีนะ!”
“ไม่ตีนะ! หนูอันจาไม่วิ่งอีกแย้ว” ตากลมโตเงยมองเขาด้วยแววตาออดอ้อน พร้อมกับทำท่าทางอ้อนวอนจนคนมองใจอ่อน
“หึๆ ...” เฟยหลงหัวเราะในลำคอกับความไร้เดียงสานั้น
“เฟยหลง มาแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มของ เว่ยซาง ดังขึ้น ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองต้นเสียงทันที เว่ยซางในชุดลำลองสบายๆ เดินยิ้มเข้ามา เขาคือประธานบริหารบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่ เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของเฟยหลงที่รู้เบื้องหลังของกันและกันดี
“อืม...” เฟยหลงขานรับในลำคอ ก่อนจะก้มมองหลานตัวน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พร้อมกับยื่นถุงขนมเค้กรสโปรดให้เธอ ทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมเพื่อนสนิท มักจะซื้อขนมติดมือมาฝากหลานสาวเสมอ
“ว้าววว! ขนมอังโปรด!” มือป้อมกลมๆ ยื่นออกไปหมายจะรับถุงขนม แต่เฟยหลงกลับชักมือกลับทันควัน!
“ทำยังไงก่อนคะ?” เฟยหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขอบคุณค่า...” มือเล็กยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างน่ารักตามที่แม่สอน
“ค่ะ... หลานรักของอา” เฟยหลงยื่นถุงขนมให้เด็กหญิงอีกครั้งเมื่อเธอเอ่ยขอบคุณ เขายื่นมือหนาที่ใหญ่กว่าใบหน้าเล็กๆ เกือบครึ่งขึ้นลูบเรือนผมของเธอไปมาอย่างทะนุถนอม แววตาที่เขาใช้มองร่างกลมๆ นั้นช่างอ่อนโยน... ซึ่งเป็นแววตาที่ไม่มีใครในโลกธุรกิจมืดเคยได้เห็นจากมาเฟียผู้น่าเกรงขามคนนี้!
เด็กหญิงยิ้มจนตาหยี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นขนมรสโปรด ท่าทางตื่นเต้นนั้นชวนให้ผู้ใหญ่ที่ยืนมองต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดู
“เข้าไปนั่งในห้องรับรองก่อนค่ะคุณเฟยหลง” เหมยละสายตาจากลูกสาวแล้วเงยหน้ามองชายหนุ่ม วันนี้ครอบครัวของเธอมีแผนจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านตากอากาศริมทะเล โดยมีเฟยหลงเพื่อนรักของสามีร่วมเดินทางไปด้วย ทั้งหมดจึงนัดแนะให้เขามาเจอที่นี่ก่อนออกเดินทางพร้อมกัน
“ครับ...” เฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเหมยที่นำทางเข้าไป
ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่เดินเตาะแตะตามหลังผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่วางตา บนใบหน้าคมเข้มแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก
“หนูอันขา...” ร่างเล็กที่กำลังเดินไป เปิดถุงขนมออกก่อนจะดมกลิ่นหอมๆ อย่างเพลิดเพลิน หยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“ขาาา?” ผิงอันขานรับพร้อมกับเอียงคอน้อยๆ มองคุณอาตัวสูงด้วยความสงสัย
“อาขออุ้มหนูอันหน่อยได้ไหมครับ?” เฟยหลงย่อตัวลงพลางยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า
“ได้ค่ะ... แต่หนูอันหนักนะ!” คำพูดรู้ความของหลานสาวทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“อาอุ้มไหวค่ะ... มาเร็ว ฮึ้บ!” เฟยหลงช้อนร่างเล็กขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะแกล้งฟัดแก้มกลมป่องทั้งสองข้างของเด็กหญิงด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ฮ่าๆ! อายง... จั๊กจี๋!” ผิงอันหัวเราะลั่นพลางบิดตัวหนีด้วยความสนุก
“เฮ้ยๆ! ไอ้เฟยหลง! แก้มลูกกูช้ำหมดแล้ว!” เว่ยซาง คุณพ่อจอมหวงรีบก้าวเข้ามาหวังจะชิงตัวลูกสาวคืนทันที ทว่ามีหรือที่เฟยหลงจะยอม ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมคืนตุ๊กตาน่ารักตัวน้อยให้คนเป็นพ่อง่ายๆ
“เฟยหลง!”
“ก็ลูกมึงน่ารักน่าเอ็นดู กูขอหอมหน่อยไม่ได้หรือไง?” พูดจบเฟยหลงก็ก้มลงหอมแก้มกลมที่เหมือนซาลาเปานั้นฟอดใหญ่ไปอีกทีเป็นการเย้ย!
“ไม่ได้! กูหวง! อยากหอมก็ไปมีเองสิวะ มาหอมลูกคนอื่นอยู่ได้!” เด็กหญิงมองผู้ใหญ่ทั้งสองโต้ตอบกันไปมา ตาแป๋วคู่สวยมองหน้าพ่อทีหน้าอาทีด้วยความมึนตามประสาเด็กที่ไม่รู้ความหมาย
“หนูอันขา... หนูอันรักอาไหมคะ?” เฟยหลงก้มลงถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงหวานหยอด
“รักค่ะ! หนูอันรักอายง” เฟยหลงยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินคำบอกรักที่แสนซื่อตรง เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่กำลังมองเขาตาเขม็งพลางยักคิ้วให้ข้างหนึ่งเป็นการหยอกเย้ย ยิ่งทำให้เว่ยซางหัวเสียหนักกว่าเดิม
“เลิกทะเลาะกันได้แล้วค่ะ รีบออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวจะถึงที่พักมืดค่ำนะคะ” เหมยรีบเข้ามาห้ามทัพคนขี้กวนกับคนขี้โมโหก่อนจะยาวไปกว่านี้
“เอาลูกกูคืนมา!”
“หม๊ามี๊ขา... ป๊ะป๋า... กับ... อายง... พูดไม่เพราะ!” ผิงอันฟ้องคุณแม่เสียงใสเมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดของผู้ใหญ่ทั้งคู่
“เดี๋ยวหม๊ามี๊จัดการให้ค่ะ หนูอันมากับหม๊ามี๊ดีกว่าค่ะ”
“อ้าว! หนูอัน เมื่อกี้ยังบอกรักอาอยู่เลย... เพราะมึงเลย เว่ยซาง!”
“เพราะมึงนั่นแหละ!”
“ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกัน ก็ไม่ต้องไปแล้วค่ะ!” เหมยหันมาดุเสียงเข้มแบบทีเล่นทีจริง
“ครับ! / ครับ!” เฟยหลงกับเว่ยซางขานรับพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะสะบัดหน้าใส่กันแล้วเดินแยกไปที่รถ
“หมิง…” เว่ยซางเอ่ยเรียกลูกน้องคนสนิทที่เป็นหัวหน้าคนขับรถของบ้าน
“ครับท่าน…” หมิงเงยขึ้นมองเจ้านายด้วยความสงสัย
“วันนี้ฉันจะขับรถไปเอง… นายไม่ต้องไปก็ได้ เมียกำลังท้องเดินเหินลำบาก อยู่ดูแลเธอเถอะ “
” ขอบคุณมากครับท่าน… ผมกำลังจะขออนุญาตอยู่พอดีเลยครับ “
” อืม ฉันไปล่ะ ฝากดูแลบ้านด้วย” หมิงก้มหัวเป็นการตอบรับคำสั่งของเจ้านายด้วยความซาบซึ้งในความใจดีของบอส
รถยนต์คันหรูของเว่ยซางเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์เป็นคันแรก ตามด้วยรถ SUV ของเฟยหลงที่มีลูกน้องติดตามมาอีกสองคนขับตามหลังมาอย่างเป็นระเบียบตามประสาคนระวังตัว
บรรยากาศภายในรถของเว่ยซางเต็มไปด้วยความสดใส เด็กหญิงตัวน้อยนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนคาร์ซีทพลางกอดถุงขนมที่ 'อายง' เพิ่งให้มาไว้แน่น
“หม๊ามี๊... ไปเที่ยวทะเลกันใช่ไหมค้า?”
“ใช่ค่ะลูก” เหมยหันไปยิ้มตอบลูกสาวพลางเอื้อมมือไปจัดแจงผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทาง
“อร่อยไหมครับ?” เว่ยซางถามพลางมองลูกสาวผ่านกระจกมองหลัง เห็นเธอกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมในมือ
“อย่อยค่ะ! ป๊ะป๋ากินไหมคะ?” มือป้อมหยิบขนมชิ้นเล็กออกมายื่นไปทางข้างหน้า
“งับ! อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย” เว่ยซางงับขนมจากมือลูกสาวพลางส่งเสียงเคี้ยวประกอบให้ลูกสาวหัวเราะชอบใจ
“หนูอันรักอายงที่สุดเลยค่ะ!” เว่ยซางหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินลูกสาวบอกรักเพื่อนสนิท
“แล้วไม่รักป๊ะป๋าเหรอคะ?”
“ยักค่ะ! หนูอันรักป๊ะป๋ากับหม๊ามี๊ที่สุดดดด!”
“ค่ะ ป๋ากับหม๊ามี๊ก็รักหนูอันที่สุดเหมือนกันนะลูก” เหมยเอ่ยเสริมพลางอมยิ้มหัวเราะตามสามี
“หาววว... หนูอันง่วงแย้ว...” ผู้ใหญ่ทั้งสองหลุดหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยเริ่มตาปรือ
“กินอิ่มแล้วก็ง่วงเลยนะคะ” เหมยหันไปหยอกล้อลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ฝันดีนะคะคนเก่ง ถึงแล้วเดี๋ยวป๋าปลุกค่ะ” เวลาผ่านไปไม่นาน เด็กหญิงตัวน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้ม
“หลับปุ๋ยไปแล้วค่ะเฮีย” เหมยหันกลับมาพูดกับสามีด้วยรอยยิ้มละมุน พลางเอื้อมมือไปกุมมือหนาของเว่ยซางที่จับพวงมาลัยไว้หลวมๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขของครอบครัว
ขบวนรถแล่นมาตามเส้นทางตัดผ่านภูเขา ทัศนวิสัยค่อนข้างจำกัดเนื่องจากมีหมอกลงจางๆ เว่ยซางขับรถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ เหมยที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ยังคงชวนสามีคุยเรื่องแพลนกิจกรรมที่จะทำเมื่อไปถึงบ้านพักตากอากาศ
ทว่า... ในช่วงจังหวะที่รถของเว่ยซางกำลังจะเข้าโค้งลาดชัน จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์เร่งคำรามดังลั่นสะท้อนก้องหุบเขามาจากเลนสวนทาง รถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับสวนทางขึ้นเนินมาด้วยความเร็วสูงมากจนน่ากลัว ในจังหวะที่ต้องเข้าโค้ง รถคันนั้นเกิดเสียหลักแหกโค้งเพราะความเร็วที่เกินพิกัด พุ่งข้ามเลนตรงเข้ามาหาหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน!
“เฮีย! ระวัง!!!” เหมยตาเบิกกว้าง ร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจลนลาน
เว่ยซางหัวใจหล่นวูบ พยายามหักพวงมาลัยหลบจนสุดชีวิต แต่เนื่องจากระยะที่กระชั้นชิดจนเกินไป รถคันที่แหกโค้งมาจึงพุ่งเข้าชนประสานงาเข้าที่ด้านข้างและหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
โครม!!!!!!!!
บทล่าสุด
#92 บทที่ 92 ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนี้ให้เฮีย (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#91 บทที่ 91 คุณพ่อลูกสองอย่างเต็มตัว
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#90 บทที่ 90 ถึงเวลาที่แด๊ดดี้ต้องทวงคืนทุกอย่าง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#89 บทที่ 89 พักผ่อนกับครอบครัวที่อบอุ่น
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#88 บทที่ 88 ครบรอบหนึ่งขวบ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#87 บทที่ 87 เยว่ซิน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#86 บทที่ 86 แด๊ดดี้ของเวลาหวานกับหม๊ามี้บ้างนะลูก
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#85 บทที่ 85 เจ็บท้องคลอด
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#84 บทที่ 84 มาเฟียเห่อลูกสาว
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#83 บทที่ 83 กินของหวาน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
สัญญารักประธานร้าย
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
หวานใจคุณพ่อจำเป็น
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของ 'มดตะนอย' กามเทพตัวจิ๋ววัย 3 ขวบครึ่งที่ชี้เป้าเลือกพ่อกลางห้างสรรพสินค้า ทำเอา 'มัดไหม' น้าสาวในร่างแม่จำเป็นถึงกับช็อกแทบสลบ!
เพราะผู้ชายที่หลานเธอวิ่งไปเกาะขา ดันเป็น 'พีร์ภูรินท์' ซีอีโอหนุ่มสุดเนี้ยบผู้รักความเพอร์เฟกต์และประกาศตัวว่า 'ไม่ชอบเด็ก!' มัดไหมเตรียมใจรับพายุอารมณ์ แต่ผิดคาด... เมื่อท่านประธานหน้านิ่งกลับยอมรับบท "คุณพ่อปลอมๆ" ซะงั้น แถมยังขยันขับรถสปอร์ตมาป้วนเปี้ยนที่คาเฟ่ของเธอทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ!
จากภารกิจ Fake Family สุดป่วนที่เริ่มเพราะโดนลูกตก ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นอาการ 'คลั่งรักแม่' แบบเต็มคาราเบล! จากผู้ชายเย็นชาที่หวงพื้นที่ส่วนตัวขั้นสุด กลายร่างเป็นแด๊ดดี้สายเปย์สุดอบอุ่น ที่พร้อมทิ้งตรรกะทุกอย่างบนโลก เพื่อเลื่อนขั้นจาก 'พ่อกำมะลอ' ไปเป็น 'สามีตัวจริง'
มาร่วมโดนตกไปกับความน่ารักนุบนิบหัวใจ โบ๊ะบ๊ะกับหลานตัวแสบ และฟินจิกหมอนกับพระเอก CEO ธงเขียว นิยายโรแมนติกคอมเมดี้สายครอบครัว ฟีลกู๊ด อ่านง่าย ชุบชูใจ เสิร์ฟความหวานสไตล์สโลว์เบิร์น ปลอดสารดราม่าปวดตับ 100%!
#หวานใจคุณพ่อจำเป็น
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













