บทนำ
เพราะพลัดหลงจากการถูกลักพาตัว 'เจ้าหญิงธุวดารา' จึงต้องจับพลัดจับผลูมาเป็น 'องค์ประกัน' ในคราบของเจ้าชายรัชทายาท! เพื่อซื้อเวลาให้แผ่นดินเกิด นางจำต้องกัดฟันสวมรอยเป็นองค์ประกัน ยอมรับทัณฑ์ทรมานจาก 'องค์วิษณุวรกานต์' จอมราชันไร้หัวใจ ทว่าความลับไม่มีในโลก... วันที่เขาล่วงรู้ว่าเชลยหนุ่มที่เขาคอยจับผิด แท้จริงแล้วคือสตรีโฉมสะคราญที่ซ่อนเร้นความงดงามเอาไว้ จอมราชันผู้ไร้พ่ายก็ไม่คิดจะปล่อยนางไปอีกเลย! เขาพร้อมจะใช้ทั้งเล่ห์เหลี่ยม อำนาจ และราชพิธีอภิเษกสมรสสายฟ้าแลบ เพื่อกักขังนางไว้ในอ้อมกอด... ต่อให้ต้องทำสงครามกับแคว้นของนาง เขาก็พร้อมจะแลก!
บท 1
แสงชวาลาภายในห้องบรรทมวูบไหวตามสายลม ทอดให้เกิดเงาสีดำพาดผ่าน คล้ายเงาของปีศาจร้ายที่นำพาความมืดมนมาสู่พระทัย สายพระเนตรของผู้เป็นเจ้าห้องยังคงจับนิ่งอยู่กับแจกันเคลือบสีนวลทรงโบราณ ที่บรรจุดอกไม้สีขาว กลีบอ่อนบางไหวพลิ้วตามแรงลม ทั้งที่ในขณะนี้หทัยดวงน้อยหาได้จับจ้องอยู่กับความอ่อนไหวและความงดงามของเหล่าดอกไม้นั้นไม่
ข่าวคราวจากต่างเมืองที่ทรงได้รับรู้ด้วยความบังเอิญในวันนี้ ในขณะที่เข้าไปจัดเก็บฎีกาในห้องทรงงานของพระบิดาตามหน้าที่ปกติ กลับเป็นสิ่งที่รบกวนวนเวียนอยู่ในพระทัย และสร้างความวิตกเป็นอย่างมาก
หิรัญบุรีได้ส่งสาสน์มาขอบรรณาการ ทั้งที่ไม่เคยได้เกี่ยวข้องกันมาก่อน
หิรัญบุรีเป็นเมืองใหญ่ทางเหนือ ที่อุดมไปด้วยแร่เหล็กและทองคำ มั่งคั่งทางทรัพย์สิน มั่นคงทางกำลังทหารผู้ปกครองคนเก่าไม่เคยเห็นโกสินทร์นครอยู่ในสายตาเพราะเป็นเมืองเล็ก ไร้ซึ่งพิษสง ไม่มีทั้งกำลังทางทหารหรือทรัพยากรมีค่าใดให้แย่งชิง โกสินทร์นครจึงอยู่เย็นเป็นสุขเรื่อยมา
แต่บัดนี้ หิรัญบุรีเปลี่ยนผู้นำ ซึ่งร่ำลือกันว่ากระหายในสงคราม ดุร้ายทารุณ
ครานี้ก็เช่นกัน กลับจะมาเบียดเบียนเมืองเล็ก ด้วยการขอเครื่องบรรณาการ
หากเป็นพวกแก้วแหวนเงินทองที่พอจะหาได้ไม่ยากนัก หรือผลผลิตทางการเกษตรที่มีมากมายในเมืองโกสินทร์นคร ก็พอจะจัดส่งให้ได้โดยไม่ลำบากใจนัก แต่สิ่งที่ขอมากลับเป็นองค์รัชทายาท
ซึ่งหากการขอเช่นนี้จะแปลเจตนาเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจะให้เป็นตัวประกันป้องกันไม่ให้โกสินทร์นครแข็งข้อต่อหิรัญบุรี
โกสินทร์นครเป็นเมืองเล็ก ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำไร่ มีผลผลิตทางเกษตรเป็นสินค้าหลัก จึงไม่ร่ำรวยมากนัก อีกทั้งมีความสุขสงบมานาน การฝึกปรือทหารจึงน้อยลง มีทหารไว้เพียงเพื่อดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น หากให้ไปสู้รบ คงต้านทานศึกได้ไม่นาน และต้องสูญเสียกำลังพลโดยเปล่าประโยชน์
ในฐานะเจ้าหญิงแห่งโกสินทร์นคร เมื่อทราบข่าวนี้นั้น มิอาจนิ่งเฉยได้ แม้ว่ารัชทายาทจะมิใช่พระองค์ หากแต่เป็นเจ้าชายธราบดินทร์พระอนุชาต่างพระมารดา ผู้มีพระชันษาเพียงสิบห้าชันษาเท่านั้น ยังทรงพระเยาว์เกินไปที่จะต้องตกเป็นเครื่องบรรณาการแก่ผู้ใด
หากโกสินทร์นครขาดรัชทายาทแล้ว ความมั่นคงของบ้านเมืองจะตั้งอยู่ ณ ที่ใดการเมืองภายในย่อมระส่ำระสายเป็นแน่ และคงต้องตกเป็นเมืองขึ้นของหิรัญบุรีอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วดังรับรุ่งอรุณ แสงเรืองรองค่อย ๆ ไล้จับขอบฟ้า เจ้าหญิงธุวดาราขยับพระวรกายออกจากโต๊ะทรงพระอักษร ตลอดทั้งคืนมิได้บรรทมแม้แต่นาทีเดียว
ความคิดมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในพระทัยไม่จางหาย จึงทรงปรารถนาความสงบ…เพื่อผ่อนคลายความอึดอัดนั้น และสถานที่เดียวที่ทรงนึกถึงในยามนี้ คือสายน้ำตกใกล้ชายแดน ที่เคยค้นพบเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ยามตามเสด็จพระราชาไปล่าสัตว์ สถานที่ต้องห้าม ที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
เมื่อทรงดำริได้ดังนั้น จึงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นชุดทรงม้าสีขาว รวบพระเกศาสีดำสนิทไว้กึ่งกลางพระเศียร ถอดเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงฐานะออกทั้งหมด เหลือเพียงพระธรรมรงค์องค์น้อย สลักตราประจำพระราชวงศ์ ของขวัญจากพระบิดา ในวันพระสูติครบสิบแปดชันษา เพื่ออำพรางพระองค์ ให้เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา
วรองค์โปร่งบาง เสด็จพระราชดำเนินอย่างรวดเร็วไปยังคอกม้าหลวง อำพรางเพื่อไม่ให้มีผู้ใดได้พบเห็น มิเช่นนั้นคนในใต้พระบัญชาอาจจะเดือดร้อนได้
เมื่อทรงเลือกม้าคู่พระทัยได้แล้ว วรกายบางตวัดขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว แล้วทรงม้าห้อออกไปยังจุดหมายปลายทางทันที
เสียงสายน้ำตกไหลปะทะโขดหินไม่ขาดสาย น้ำใสจนมองเห็นหมู่ปลาน้อยแหวกว่ายไปมา ใบไม้สีเหลืองปลิดจากขั้วทิ้งตัวลงสู่สายธาร ล่องลอยไปตามกระแสน้ำเอื่อย แต่ถึงกระนั้น พระทัยของเจ้าหญิงก็ยังมิอาจผ่อนคลายได้ดังที่ทรงต้องการ เพียงแต่สงบลงเล็กน้อยเท่านั้น
สองพระบาทขาวผ่องกวัดแกว่งอยู่ในน้ำเย็น ความเย็นยะเยือกค่อยๆ ซึมผ่านลึกลงสู่พระหฤทัย เนิ่นนานเพียงใดแล้วที่มิได้เสด็จมาเยือนสถานที่แห่งนี้ คงตั้งแต่พระราชภารกิจถาโถมเข้ามาไม่เว้นวันหลังจากรับโรงทานหลวงจากพระราชินีองค์ปัจจุบันมาดูแล
แม้โรงทานหลวงจะมิใช่พระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ และอาจดูต่ำต้อยมิคู่ควรกับฐานะพระธิดาองค์โตอย่างพระองค์ด้วยซ้ำ หากทรงยินดีจะกระทำ เพราะนั่นคือพระปณิธานของพระมารดาผู้ล่วงลับ ที่ทรงดำริอยากช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
“อย่าเพิ่งขยับ”
เสียงบุรุษดังขึ้นจากด้านพระปฤษฎางค์
ด้วยความตกพระทัย แทนที่จะประทับนิ่งตามคำเตือน กลับเยื้องพระวรกายไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
ในวินาทีนั้นเอง เมื่อหันกลับไปทอดพระเนตร ก็พบงูจงอางตัวใหญ่กำลังแผ่พังพานอยู่เบื้องหลังพร้อมพุ่งจู่โจมเข้าใส่พระองค์
ท่ามกลางนาทีวิกฤต มือหนาของผู้ที่เอ่ยเตือนคว้าเอาหัวของพญามัจจุราชเหวี่ยงไปอีกทางเพื่อให้พ้นทาง ก่อนจะคว้าอาวุธคู่กายตวัดปาไปปักยังหัวงูตรึงแน่ไว้กับพื้นปฐพี แม้ในขณะจับงูจะใช้ความระมัดระวังเพียงใด แต่ก็มิวายพลาดถูกเขี้ยวงูบาดจนเลือดซึม
เจ้าหญิงแห่งโกสินทร์นครทอดพระเนตรภาพตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก
“ท่านเป็นเช่นใดบ้าง” ทรงตรัสถามด้วยความห่วงใย เพราะทรงทราบดีว่า พิษของมันเพียงหยดเดียวก็อาจปลิดชีวิตผู้คนได้
“ข้าไม่เป็นไร” ชายหนุ่มผู้นั้นตอบพร้อมเดินไปหยิบกริชที่ใช้ปลิดชีพงูพิษมากรีดเนื้อบริเวณหลังมือ แล้วดูดพิษบางส่วนออกมา
“แต่ท่านโดนงูกัด” น้ำพระเสียงยังแสดงถึงความตื่นตระหนก
“ข้าบอกแล้วว่าไม่เป็นไร”
น้ำเสียงของชายแปลกหน้าดุดัน จนน่าเกรงขาม ทำให้วรกายบางชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง
ทว่าบุรุษผู้นี้คือผู้ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ และด้วยความรู้ที่ทรงร่ำเรียนมา หากมิได้รับการรักษา เขาอาจไม่อาจมีชีวิตรอด
“แต่พิษนี้ร้ายกาจนัก หากท่านมิได้รับการรักษา เกรงว่า…” ความหวาดหวั่นทำให้มิอาจตรัสถ้อยคำที่ค้างอยู่ในพระทัยออกมาได้
“ข้าไม่เป็นไร เจ้าจงไปเสีย” น้ำเสียงหนักแน่นนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เพราะรู้ว่าหากมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้น แม้แต่ตนเองก็ไม่สามารถปกป้องได้ ดังนั้นนางควรไปจากป่านี้ให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย
“แต่…”
“ไป!!! ไปเสียเดี๋ยวนี้”
“เราจะไปเอายามาช่วยท่าน ท่านรอสักครู่ อย่าไปไหน แล้วเราจะรีบกลับมา”
เสียงม้าควบห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเงียบหาย
ชายหนุ่มทรุดลงกับพื้น เข่าทั้งสองกระแทกดินอย่างสิ้นเรี่ยวแรง ความปวดแสบแล่นจากบาดแผลขึ้นสู่ทรวงอก แน่นอึดอัด จนมิอาจพยุงกายไว้ได้
ความง่วงงุนค่อย ๆ เข้าครอบงำ ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะเลือนหาย เขาล้วงหยิบวัตถุโลหะที่ห้อยคอขึ้นมา เป่าเป็นทำนองสั้นยาว สัญญาณแห่งการขอความช่วยเหลือ
เพียงชั่วอึดใจ เสียงม้าจำนวนหนึ่งควบตะบึงเข้ามา ตามด้วยเสียงเอะอะโหวกเหวกที่ฟังมิได้ศัพท์
ความมืดมิดแผ่คลุม ความหนาวเย็นคืบคลานและทุกสิ่งก็ดับวูบลง พร้อมกับร่างที่ถูกยกขึ้นวางบนอานม้า
บทล่าสุด
#116 บทที่ 116 จรดในหทัย (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#115 บทที่ 115 เพชรยอดมงกุฎ
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#114 บทที่ 114 หมดสิ้น
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#113 บทที่ 113 หญิงชั่วกับโจรโฉด
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#112 บทที่ 112 ปลอบขวัญยอดดวงใจ
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#111 บทที่ 111 จุดแตกหัก
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#110 บทที่ 110 ความจริงกระแทกใจ
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#109 บทที่ 109 ราชินีแห่งหิรัญบุรี
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#108 บทที่ 108 กรรมตามสนอง
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#107 บทที่ 107 แม้จะมอดไหม้ ก็มิยอมเสียเจ้าไป
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
กลรักเมียแต่ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













