บทนำ
บท 1
บทนำ
เสียงแก้วไวน์กระทบกันเบา ๆ ภายในห้องรับแขกของท่านเอกอัครราชทูตผู้ทรงอำนาจ ความเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศไม่อาจดับความร้อนรุ่มในอกของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย
“เรื่องงานแต่งถือเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองตระกูลได้ทำร่วมกัน ก็เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลให้กลับมาเหมือนเดิม”
เอลิส นั่งหลังตรง มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่บนตัก มันสั่นเทาด้วยความกดดันปะปนกับความเจ็บแค้นที่ถูกยัดเยียดให้ชาที่ไม่เคยเห็นแม้แต่ใบหน้าของเขา ทว่าเธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
นั่นก็เพราะคนตรงหน้าเป็นพ่อที่เธอเคารพนับถือนักหนา ทว่าเขากลับไม่เคยแยแสในลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างเธอเลยสักนิด…
เธอเป็นถึงลูกสาวของเอกอัครราชทูตผู้ทรงอำนาจ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ถูกยื่นข้อเสนอให้แต่งงานเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แบบนี้
ถ้าหากพ่อใช้ความคิดมากกว่านี้ เธอก็คงไม่ต้องเป็นหมากในกระดานให้ใครมาจับเดิน
ง่าย ๆ หรอกนะ…
กอบกู้ชื่อเสียงอย่างนั้นเหรอ ชื่อเสียงตระกูลอื่นน่ะสิไม่ว่า…
“วันนี้พ่อนัดพอร์ชให้เขามาเจอ หวังว่าจะคุยกันถูกคอนะ”
คนที่ยิ้มหน้าระรื่นก็เห็นจะมีเพียงพ่อคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าเธอจะแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนเพียงใดว่าไม่อยากรับข้อเสนอนี้ แต่พ่อก็ไม่สนใจสักนิด
“แต่พ่อคะ พ่อทำแบบนี้ไม่คิดถึงความรู้สึกของเอลิสหน่อยเหรอคะ ว่าได้ต้องการในสิ่งที่พ่อจัดหาไว้ให้หรือเปล่า”
เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ปกติ เพราะหากมันสั่นเครือแม้แต่เล็กน้อย จะโดนหาว่าเป็นคนอ่อนแอไปได้
“ลูกพูดอะไรน่ะ ถ้าไม่แต่งงานกับคนนี้พ่อก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเหมาะสมกับตระกูลเราอีก” ผู้เป็นพ่อระบายยิ้มอย่างไม่สนใจไยดี “ลูกไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้นหรอกเอลิส ลูกก็รู้ดี”
คำพูดนั้นทำเอาเธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แม้รู้ว่าตัวเองเป็นอย่างที่พ่อว่าเมื่อครู่ แต่ที่ผ่านมาพ่อก็ไม่เคยมีคำพูดที่ทำให้เธอดูเป็นคนไร้หนทางออกมาให้ได้ยิน
ต่างจากครั้งนี้ที่พ่อแทบจะไม่รักษาน้ำใจลูกสาวอย่างเธอเลย
และยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบกลับอะไรไป เจ้าของร่างสูงโปร่งที่เธอไม่เคยเห็นหน้าก็ได้ย่างกายเข้ามาภายในห้องรับแขก โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อของเธอ เขาก็ทำหน้าระรื่นราวกับไม่รู้ร้อนหนาวกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องนี้
หากว่าเธอเดาไม่ผิดชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำ ดวงตาแข็งกร้าว พร้อมทั้งรอยสักที่อยู่บริเวณต้นคอนั้น เขาก็คือคนที่พ่อของเธอมั่นใจนักหนาว่าจะต้องเป็นเจ้าบ่าวของเธอในเร็ว ๆ นี้
เหอะ! แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียแล้ว ไม่รู้ว่าพ่อดูคนไม่ออกหรืออย่างไรกัน
“สวัสดีครับคุณอา” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบทุ้ม และแน่นอนว่าไม่คิดแม้แต่จะปรายตามองเธอ
แม้จะนั่งลงข้างกันก็ตาม… แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเธอเช่นกัน
เพราะหากเลือกได้ เธอก็ไม่อยากจะมองหน้าคนเย่อหยิ่งแบบนี้สักนิด
“มาเร็วกว่าที่คิดอีกนะ แต่ก็ดีน้องจะได้ไม่เหงา”
น้องที่พ่อหมายถึงก็คือเธอ ทว่าใครจะไปอยากเป็นน้องคนแบบนี้กันล่ะ
แค่ได้ยินพ่อพูดอย่างนั้นเธอถึงกลับเบ้ปากเล็กน้อย ทั้งที่ปกติแล้วเธอแทบจะไม่ทำกิริยาที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ต่อหน้าผู้เป็นพ่อสักนิด
“เอลิส” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เป็นการดุเธอเนือง ๆ
“พอดีว่าผมเพิ่งไปส่งคุณพ่อที่สนามบินน่ะครับ เห็นว่าเวลาเหลือเยอะเลยมาที่นี่ก่อน” เขาอธิบาย “เพราะธุระของคุณอาก็สำคัญไม่น้อยเลยนี่ครับ”
ผู้เป็นพ่อยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อมีคนเห็นความสำคัญของเขา ต่างจากเอลิสที่อยากจะออกไปจากตรงนี้เร็ว ๆ เพราะมันทั้งอึดอัดและน่าเบื่อมากสำหรับเธอ
“ดีแล้ว” พ่อพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะหันมามองเธอเพื่อตรวจสอบสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์นัก
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยตักเตือนลูกสาว ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างจริงจัง
“แต่ผมเองก็มีเรื่องสำคัญที่อยากมาเรียนให้คุณอาทราบเหมือนกันครับ”
พ่อผายมือเป็นการอนุญาตให้อีกฝ่ายพูด
“ความจริงผมไม่ได้มีความต้องการที่จะแต่งงานกับลูกสาวของคุณอาหรอกนะครับ แต่ทั้งหมดก็เป็นเพราะพ่อมาขอความช่วยเหลือจากคุณอาเอาไว้”
เอลิสกระตุกยิ้มทันทีเมื่อได้ยิน เหมือนภูเขาทั้งลูกได้ยกออกไปจากอกของเธออย่างน่าประหลาด ความรู้สึกราวกับผู้ชนะแบบนี้เธอเพิ่งจะเคยได้รับ มันช่างหอมหวานเหลือเกิน
แต่แทนที่ผู้เป็นพ่อจะเป็นเดือดเป็นร้อน เขากลับระบายยิ้มออกมาในท่าทีที่สบาย
“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า บอกอาได้เลยนะยิ่งถ้าเป็นเรื่องของลูกสาวอา เดี๋ยวอาจัดการให้ตอนนี้เลย” เขาปรายตามองเธอเล็กน้อย ก่อนที่เอลิสจะเสียงดังขึ้นมา
“พ่อคะ!” มือเรียวทั้งสองข้างทุบโต๊ะ ก่อนจะหยัดกายยืนขึ้นอย่างหมดความอดทน
“เอลิส นั่งลง อย่าเสียมารยาท” พ่อใช้เพียงน้ำเสียงที่ราบเรียบเพื่อหยุดการกระทำของเธอ ทว่าดูเหมือนครั้งนี้เธอจะไม่ยอมเขาง่าย ๆ
แต่ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีเพราะชายหนุ่มที่นั่งข้างเธอได้เอ่ยพูดออกมาเสียก่อน
“ผมมีคนรักอยู่ที่สิงคโปร์อยู่แล้ว และถ้าหากคุณอายังมั่นใจให้ผมแต่งกับลูกสาวของคุณอา ผมเองก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าลูกสาวของคุณอาจะได้เป็นเพียงภรรยาที่ไม่มีทะเบียนสมรสเท่านั้นครับ”
“เมียน้อยเหรอ!” เอลิสรีบหันขวับไปพูดอย่างโมโห
“ก็ตามที่เธอเข้าใจ” เป็นครั้งแรกที่เขาหันมามองหน้าเธอ แต่ก็ไม่ใช่ความพิศวาสส่วนตัวอะไรทั้งนั้น เพราะแววตาที่แข็งกร้าวมันบ่งบอกได้ชัดเจน ว่าเขาเองก็ไม่ได้ชอบอะไรในตัวเธอเหมือนกัน
หัวใจของเอลิสเย็นสะท้าน ไม่ใช่เพราะเธอผิดหวังแต่เป็นเพราะในตอนนี้เธอกำลังโดนหยามเกียรติอยู่เห็น ๆ
หากจะให้ลูกสาวท่านทูตเป็นเมียน้อยใครล่ะก็ รู้ถึงไหนได้อายถึงนั่น!
“เหอะ เห็นไหมล่ะคะพ่อ อยากจะกอบกู้ตระกูลคนอื่นจนเกือบเอาตระกูลตัวเองไปเสียชื่อซะเอง” เธอหันไปพูดกับผู้เป็นพ่อ แม้ไม่อยากได้ความเห็นอะไรก็ตาม
บรรยากาศภายในห้องรับแขกเงียบลง เอลิสควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เมื่อถูกหยามถึงที่ เลือดขึ้นหน้าจนร้อนผ่าว
เอลิสหันไปจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง ดวงตาของเธอแข็งกร้าวไม่ต่างจากเขา ทว่าเห็นได้ชัดถึงน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยความเจ็บใจ
“คนอย่างฉันมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่เป็นเมียน้อยใครทั้งนั้น โดยเฉพาะตระกูลที่มันหวังแค่ผลประโยชน์อย่างเดียวแบบพวกคุณ!”
แม้น้ำเสียงจะสั่นเครือแต่เธอก็พูดออกมาชัดเจนทุกถ้อยคำ
เธอกัดฟันกรอด เอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกออกจากห้องไป
“ไม่แปลกใจที่ตระกูลของคุณไม่เหลืออะไร ก็เพราะนิสัยเห็นแก่ตัวแบบนี้ไง ต่อให้มีคนช่วยเป็นร้อย ก็หลุดไม่พ้นความชั่วที่ได้ทำกันไว้หรอก!”
คำพูดของเธอทำให้เกิดเป็นสงครามขนาดย่อม ที่มีผู้รบเป็นเธอและชายหนุ่มคนนั้น คนที่เขาจะไม่มีวันให้อภัยกับคำพูดที่ดูเหมือนไร้การกลั่นกรองของเธอเด็ดขาด
เขามองตามแผ่นหลังของหญิงสาวไปจนลับสายตา มือทั้งสองข้างกำแน่นข้างลำตัว ประโยคแทงใจดำนั้นทำให้เขาเจ็บแปลบอีกครั้ง นานแล้วที่ไม่เคยมีคนเอ่ยคำนี้…
ความชั่วที่เขาได้ทำงั้นเหรอ คนอย่างเธอจะไปเข้าใจอะไรว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะความโลภของคนคนเดียว…
บทล่าสุด
#51 บทที่ 51 ความร่วมมือ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#50 บทที่ 50 เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#49 บทที่ 49 ปกปิด
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#48 บทที่ 48 อาการผิดปกติ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#47 บทที่ 47 ส่งมอบความเป็นผู้นำ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#46 บทที่ 46 เรือนหอคืนแรก
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#45 บทที่ 45 คืนแสงจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#44 บทที่ 44 ภรรยาของผม
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#43 บทที่ 43 ความรักของพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#42 บทที่ 42 งานสำคัญที่ใกล้เข้ามา
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
กลรักเมียแต่ง
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













