บทนำ
คำโปรย
เมื่อเธอหนีร้อนมาพึ่งเย็น ถ้าเขาไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย
"มองหน้า...มีปัญหาหรือว่ามีใจ"
"นายหัวพูดว่าอะไรนะคะ หนูฟังไม่ค่อยถนัด"
"ไม่ได้ยินก็แล้วไป"
แนะนำตัวละคร
ภูผา (เฮียผา) อายุ 38 ปี พี่ชายคนโตของบ้าน สถานะยังโสดสนิท มีอิทธิพลในพื้นที่ นิสัยไม่เชื่อใจใครง่ายๆ ใครๆก็เรียกเขาว่านายหัว
เพียงนารา (นารา) อายุ 20 ปี ชีวิตมีปัญหาจนต้องถึงขั้นหนี บังเอิญมาเจอนายหัวภูผา แต่เขากลับคิดว่าเธอเข้าหาเขาเพราะมีบางอย่างแอบแฝง
ตัวละครในเรื่อง
สิงโต (เฮียสิงห์) ลูกชายคนที่ 2 ของบ้าน
ต้นกล้า (เฮียกล้า) ลูกชายคนที่ 3 ของบ้าน
ตะวัน (น้องสาวคนเล็กของบ้าน)
#นิยายเรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...เพลย์บอยพ่ายรัก สามารถแยกอ่านได้ ไม่งงแน่นอนค่ะ
บท 1
ตอนที่ 1 ลายมือบอกชะตา
เพียงนารา สาวน้อยน่ารักใบหน้าจิ้มลิ้ม กำลังนั่งคิดถึงคำพูดของป้าบุญ ป้าบุญคือหมอดูชื่อดังในย่านที่เธออยู่ วันนั้นแกขอดูลายมือ และทักเพียงนาราว่า...
"เส้นเดินทางเด่น มีแพลนจะไปไหนหรือเปล่า" เพียงนาราส่ายหน้าให้ป้าบุญ
"ไม่ค่ะ หนูจะไปไหนได้ ลองหนูหายไปสิ แม่ได้ด่าสามวันไม่เลิก" แม่ที่เพียงนาราพูดถึงเป็นเพียงแม่เลี้ยงเท่านั้น ไม่ใช่มารดาผู้ให้กำเนิด
"แต่ป้าว่านารากำลังจะได้เดินทางนะเนี่ย" ป้าบุญมองลายมือแล้วพูดย้ำอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
"ไปไกลมั้ยจ๊ะ"
"ไม่ใกล้ ไม่ไกล แต่เส้นมันคมลึก เหมือนจะได้ไปจากที่นี่" ป้าบุญก็พูดไปตามเส้นลายมือที่เห็น ส่วนจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้นก็อีกเรื่อง
"แฟนหนูก็ยังไม่มี ป้าดูใหม่ซิ ในใจหนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว แม่ด่าทุกวัน ถ้าเมามาก็..."
"ก็ถูกตีใช่มั้ย"
"ใช่จ่ะ แต่หนูไม่รู้จะไปไหน"
"เอาน่า...อาจจะมีอะไรบางอย่างนำพาให้ต้องไปก็ได้ ปีนี้นารากำลังจะได้เจอเนื้อคู่ด้วยนะเนี่ย" ป้าบุญมองแล้วมองอีก มองเส้นลายมือ จากประสบการณ์ดูลายมือมาทั้งชีวิตของท่าน เรื่องเนื้อคู่ยังไงก็ไม่พลาด
"เนื้อคู่เหรอจ๊ะ" นาราทำหน้างง ผู้ชายที่เข้ามาจีบเธอ แค่ได้เห็นสภาพแม่ขี้เมาแถมยังด่าเก่ง คุยได้ไม่ถึงสามวันก็หนีแล้ว
"ใช่จ่ะ เส้นเนื้อคู่ก็เด่น นี่ไงเส้นนี้ดูสิ" ป้าบุญชี้ให้เพียงนาราดูเส้นในลายมือของเธอ พร้อมกับสอนให้เธอดูลายมือไปด้วย
"แต่ชีวิตยังต้องเจออุปสรรคอีก ยังไงก็อดทนเอาหน่อยนะ ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ชีวิตก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ"
"ชีวิตหนูตั้งแต่เสียพ่อไปก็ไม่เห็นมีอะไรดีเลย" นาราคิดถึงพ่อที่สุด ถ้าพ่อยังอยู่ ชีวิตของนาราต้องดีกว่านี้แน่ๆ
"ไม่เชื่ออย่าลบหลู่สิ"
"หนูเชื่อป้าอยู่แล้วจ่ะ ขอให้คำทำนายของป้าเป็นจริง หนูจะได้ไปจากที่นี่สักที" ที่ยังต้องอยู่ เพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เธอเกิดและโตที่นี่ ไม่เคยไปไหนไกล
"เอาเถอะ คงอีกไม่นาน ชีวิตเอ็งจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนเชื่อป้านะ"
"ป้าจ๊ะ หนูจะได้เรียนต่อมั้ยจ๊ะ" ป้าบุญส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ
ตั้งแต่ที่พ่อของเธอเสียไป ตอนจบ ม.6 พอดี หลังจากที่พ่อเสียไปแม่เลี้ยงก็บอกกับเธอว่าไม่มีเงินส่งเรียน นั่นจึงทำให้เพียงนาราไม่มีโอกาสได้เรียนต่อเหมือนเด็กรุ่นเดียวกัน
ทุกวันนี้เธอมาช่วยป้าบุญดูแลคิวลูกค้าในร้าน และช่วยขายของ ได้ค่าจ้างเป็นรายวัน ช่วงไหนลูกค้าดูดวงเยอะป้าแกก็แบ่งให้มากหน่อย ป้าบุญเป็นคนใจดี ขี้สงสาร เงินส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการดูดวงท่านก็ต้องแบ่งไปทำบุญด้วย
ช่วงเวลาว่างๆสองปีที่ผ่านมา ป้าบุญก็มักจะสอนเพียงนาราดูลายมืออยู่เสมอ ทำให้เพียงนาราพอที่จะดูลายมือให้คนอื่นได้ แต่ยังไม่เก่งมากนัก
ในขณะที่เพียงนารากำลังนั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านๆมา เสียงแม่ร้องตะโกนเรียกนาราดังลั่นบ้าน
"นารา นารา แกอยู่ไหน มาหากูหน่อย" นาราออกจากภวังค์ความคิดเมื่อสักครู่นี้ทันที
"หนูอยู่นี่จ่ะ" ขานรับพร้อมกับรีบลุกเดินไปหาแม่ที่กำลังร้องเรียกอยู่ตอนนี้ ขืนชักช้าเดี๋ยวแม่โมโห คนที่เจ็บตัวก็คงหนีไม่พ้นนาราอีกตามเคย
"มานี่ซิ" อนงค์แม่เลี้ยงของนารา ท่าทางเมามาด้วย เดินเข้ามานั่งด้วยท่าทางหัวเสีย คงจะไปบ่อนแล้วเสียมาอีกตามเคย
"แม่มีอะไรจะใช้หนูหรือเปล่าจ๊ะ" เมื่อก่อนตอนพ่อยังอยู่ นาราและแม่เลี้ยงมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่หลังจากที่พ่อเสียไป แม่ก็เริ่มเข้าบ่อน ดื่มเหล้า ติดการพนัน นาราไม่ได้เรียนหนังสือ การศึกษาน้อยเธอจึงไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไร บังเอิญเจอป้าบุญ ชักชวนให้ไปช่วยแกทำงานที่ร้าน มีค่าแรงให้ นาราจึงไป เนื่องจากบ้านของป้าบุญอยู่ไม่ได้ห่างจากบ้านของเธอมากนัก
"ถึงเวลาที่มึงจะต้องตอบแทนกูแล้ว" สายตาของอนงค์จับจ้องมองมาที่ใบหน้าของเพียงนารา ส่วนแขนอีกข้างกอดขวดเหล้าเอาไว้แน่น
"ตอบแทนอะไรจ๊ะ" ทุกวันนี้เธอก็กำลังตอบแทนอยู่ไม่ใช่เหรอ แม่ชอบอ้างเรื่องตอบแทนบุญคุณกับเพียงนาราอยู่เสมอ สองปีมานี้หลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิตไปแล้ว เงินที่เพียงนารารับจ้างหามาได้ ก็เอามาเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว ในบางครั้งก็ยังต้องเจียดให้แม่ด้วย
การที่มีกันอยู่แค่สองคน ทำให้เพียงนาราไม่กล้าออกจากบ้านไปทำงานที่ไกลๆ ถึงแม้ว่าเธอจะอยากไปมากก็ตาม ก่อนพ่อเสียแม่อยู่กับพ่อมาห้าปี พ่อเสียไปสองปี เพียงนาราอยู่กับแม่เลี้ยงมาเจ็ดปี แม่ไม่มีลูก ถ้าเธอไปแม่คงอยู่คนเดียว
"ก็ตอบแทนที่กูเลี้ยงมึงมาจนโตป่านนี้นี่ไง กูจะให้มึงแต่งงาน" คำว่าแต่งงานทำให้เพียงนารารู้สึกตกใจมาก
"แต่งงาน! แต่งกับใคร หนูไม่แต่ง"
"มึงต้องแต่ง กูไม่มีเงินแล้ว บ้านพ่อมึงกำลังจะโดนยึด" แม่เอาบ้านของพ่อหลังนี้ไปจำนำที่บ่อน ซึ่งเธอเองก็เพิ่งจะรู้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"ก็ถ้าแม่ไม่ไปเล่นการพนัน..." เพียงนารายังพูดไม่ทันจบ เสียงของแม่เลี้ยงก็ดังขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ใบหน้าของเธอ ด้วยสายตาไม่พอใจ จนเพียงนาราไม่กล้าที่จะพูดต่อ เธอจึงหยุดคำพูดอยู่แค่นั้น
"มึงหยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ ใครใช้ให้พ่อมึงรีบตายล่ะ ยังไงมึงก็ต้องแต่ง กูจะเอาเงินค่าสินสอดไปใช้หนี้" เมื่อก่อนตอนยังมีพ่ออยู่ พ่อทำงานคนเดียว เลี้ยงแม่ เลี้ยงนาราอย่างดี หลังจากที่หัวเรือของบ้านไม่อยู่แล้ว ความเป็นอยู่ในบ้านก็เปลี่ยนไป
"เท่าไหร่จ๊ะ"
"ห้าแสน"
"ห้าแสน!! หนูไม่แต่งนะแม่" ลึกๆแล้วนาราก็มีความดื้ออยู่บ้างพอสมควร แต่ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กจึงยอมแม่เลี้ยงมาตลอด แต่เรื่องแต่งงานเธอคงยอมไม่ได้
"กูให้มึงเลือก แต่งงานมีครอบครัว กับถูกขายให้เจ้าของบ่อน มึงจะเลือกอันไหน"
"หนูไม่เลือก" คำพูดของผู้หญิงที่เพียงนาราเรียกว่าแม่ ทำให้เพียงนาราน้ำตาร่วง เธอคิดว่าแม่น่าจะพูดจริง แม่เลือกสิ่งนี้ให้เธอคงเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว เพราะที่ผ่านมาแม่ก็พาผู้ชายเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้าตลอด ตัวเองคงขายไม่ได้แล้ว ก็เลยคิดจะขายลูก
"เงินห้าแสนที่แม่เป็นหนี้ เรามาช่วยกันทำงานใช้หนี้ก็ได้นี่จ๊ะ" แม่ไม่มีลูก นาราเองก็ไม่มีใคร เงินห้าแสนจะว่าเยอะก็เยอะ แต่ถ้าตั้งใจทำงาน ตั้งใจเก็บสักวันจะต้องใช้หนี้หมดได้อย่างแน่นอน
"ชาติไหนจะหมดล่ะ ก็แค่แต่งงาน เบื่อก็เลิก สมัยนี้เขาไม่ถือกันแล้ว ช่วยแม่หน่อยไม่ได้หรือไง" ฝ่ามือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่แก้มใสๆของตัวเอง
"หนูไม่แต่ง ยังไงหนูก็ไม่แต่ง"
"ไม่แต่งไม่ได้! กูเอาเงินเขามาแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม เย็นนี้เขาจะมารับตัวแกไป" พูดจบก็ลุกเดินกอดขวดเหล้าเข้าห้องไป โดยไม่สนใจความรู้สึกของเพียงนาราเลยสักนิด
ตอนแรกบอกว่าจะเอาเงินไปใช้หนี้ เธอเข้าใจว่ายังไม่ได้เอาเงินเขามา ครั้งนี้บอกว่าเอาเงินเขามาแล้ว คำพูดของแม่มีอะไรเชื่อถือได้บ้าง
เมื่ออนงค์เดินหายเข้าห้องไป เพียงนาราจึงวิ่งออกจากบ้านไป พร้อมกับกระเป๋าสะพายที่เธอใช้เป็นประจำเวลาออกนอกบ้าน เธอไม่รู้ว่าจะไปไหน จึงวิ่งไปหาป้าบุญ คนที่ให้งานและเงินกับเธอ
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 ตอนที่ 40 ตอนพิเศษ / ครอบครัวสุขสันต์ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#79 บทที่ 79 ตอนที่ 39 ตอนพิเศษ / คลอด
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#78 บทที่ 78 ตอนที่ 38 ตอนพิเศษ / ตั้งชื่อลูก
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#77 บทที่ 77 ตอนที่ 37 ตอนพิเศษ / อัลตร้าซาวด์
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#76 บทที่ 76 ตอนที่ 36 ตอนพิเศษ / ของกินบำรุงหลาน
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#75 บทที่ 75 ตอนที่ 35 ตอนพิเศษ / พาเที่ยว
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#74 บทที่ 74 ตอนที่ 34 จดทะเบียนสมรส
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#73 บทที่ 73 ตอนที่ 33 ติดเมีย
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#72 บทที่ 72 ตอนที่ 32 ติดกลิ่นเมีย
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026#71 บทที่ 71 ตอนที่ 31 ความในใจ
อัปเดตล่าสุด: 2/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













