บทนำ
“หลินคุณไว้ใจผมไหม”
“ไว้ใจสิคะ...แต่ว่าหลินไม่ไว้ใจยัยเมย์”
“เรื่องที่พี่ปริ้นซ์จูบเมย์...เมย์จะฟ้องน้าหลิน”
ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเจ้านายและเลขาสาวผู้เก็บงำความลับ ขณะไฟรักที่กำลังลุกโชนรินลดากลับถูกคุกคามด้วยเงาของเสี่ยสมาน ผู้ที่ส่งเธอมาแก้แค้นปกรณ์
เรื่องราวเริ่มต้นที่ รินลดา หรือหลิน เลขาสาวสวยที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์แต่เก็บงำความลับและความขมขื่นในชีวิตคู่เอาไว้ และต้องแสร้างมาทำใกล้ชิดกับ ปกรณ์ (ปริญซ์) เจ้านายหนุ่มมาดเข้ม โปรไฟล์ดี ผู้ซึ่งแฝงไปด้วยความกระหายหื่นภายใต้ความสุภาพ
เรื่องราวกลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อเสี่ยสมานต้องการจะเคลมเมธาวีร์ หรือเมย์ลูกเลี้ยงสาวสวยของรินลดา จนปกรณ์ต้องเข้าไปช่วยและเขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง
เธอมีความเย้ายวนและจงใจเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินลดาและปกรณ์ ความสัมพันธ์จึงกลายเป็นรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความลับและการหักหลัง
บท 1
ท่ามกลางมหานครที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและเสียงอึกทึกครึกโครม รินลดาได้เริ่มต้นบทบาทใหม่ในชีวิตการทำงานของเธอ ณ บริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งแห่งหนึ่ง เธอเพิ่งจะก้าวเข้ามาในตำแหน่งเลขานุการได้เพียงเดือนเศษ แต่หน้าที่การงานกลับนำพาเธอให้ใกล้ชิดกับปกรณ์ เจ้านายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และอัธยาศัยไมตรีอันอบอุ่น เขามักจะปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความสุภาพและเป็นกันเอง จนเป็นที่รักและเคารพของทุกคนในบริษัท
ค่ำคืนนั้น เข็มนาฬิกาบนผนังห้องทำงานกำลังเคลื่อนคล้อยสู่เวลา 19:39 น. พร้อมกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย พนักงานคนอื่นๆ ต่างทยอยเก็บข้าวของและเดินทางกลับบ้านกันไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรินลดาที่ยังคงจมอยู่กับกองเอกสาร เธอเร่งสะสางงานที่คั่งค้างและเตรียมแผนการประชุมสำหรับวันรุ่งขึ้นอย่างขะมักเขม้น
“ไปก่อนนะหลิน พรุ่งนี้เจอกัน อย่ากลับดึกล่ะ เราเป็นห่วง” เสียงใสของจอย เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมที่สุดดังขึ้น พร้อมกับโบกมือลาจากหน้าประตู รอยยิ้มอบอุ่นของจอยทำให้รินลดารู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
“จ้าจอย แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” รินลดาเอ่ยตอบเพื่อนสาวผู้ซึ่งเป็นคนแรกที่อาสาพาเธอทำความรู้จักกับทุกซอกทุกมุมของบริษัท จอยเป็นคนคุยสนุกและเข้ากับคนง่าย ทำให้รินลดารู้สึกสนิทสนมด้วยอย่างรวดเร็ว ทว่าหากจะนับกันตามจริงแล้ว คนแรกที่เธอได้รู้จักในที่ทำงานแห่งนี้ก็คือปกรณ์ เจ้านายของเธอ ผู้ซึ่งเป็นผู้สัมภาษณ์เธอด้วยตัวเองในวันนั้น
เมื่อเห็นว่าแสงไฟในห้องทำงานของเจ้านายยังคงสว่างไสว รินลดาจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือแววห่วงใย
“บอสยังไม่กลับหรือคะ”
“อ๋อ...ยังครับคุณหลิน ผมมีงานต้องเคลียร์ต่ออีกนิดหน่อย” เขาตอบโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะทำงาน ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขามีเพียงงานตรงหน้าเท่านั้น
รินลดานึกถึงคำพูดของปกรณ์ที่เคยบอกเธอตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานว่าไม่ต้องรอเขากลับบ้านพร้อมกัน เพราะเขามักจะทำงานเพลินจนลืมเวลาอยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจเอ่ยลาด้วยความเกรงใจ
“งั้นหลินกลับก่อนนะคะบอส”
“ได้เลยครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาของเขาฉายแววอ่อนโยน เป็นเชิงอนุญาตให้เธอไปได้
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากอาคาร สายฝนที่เคยโปรยปรายกลับโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่ว รินลดายืนรอรถเมล์ที่ป้ายประจำ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่เธอใช้กลับบ้าน ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดจนเสื้อผ้าอาภรณ์เปียกปอนแนบเนื้อไปหมด
จากหน้าต่างห้องทำงาน ปกรณ์แอบมองร่างบอบบางของเลขาสาวที่ยืนเปียกฝนอยู่เพียงลำพัง ความรู้สึกห่วงใยแล่นปราดเข้ามาในหัวใจอย่างรวดเร็ว เขามองเห็นเธอเช่นนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงาน ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันภายในใจเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าเธอยืนรออยู่ตรงนั้นนานแล้ว และสายฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกง่ายๆ เขาจึงตัดสินใจคว้าร่มคันใหญ่สีน้ำเงินเข้ม แล้วเดินลงมาจากบริษัท ตรงไปยังที่ที่เธอยืนอยู่ด้วยก้าวเดินที่มั่นคง
เมื่อเข้าไปใกล้ ภาพของรินลดาในชุดฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกแนบเนื้อจนเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายได้อย่างชัดเจน รวมถึงบราเซียตัวบางที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้ปกรณ์รู้สึกปั่นป่วนในใจอย่างประหลาด ความปรารถนาที่จะโอบอุ้มเธอเข้าไปหลบฝนในที่ที่ปลอดภัยผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างรุนแรง
“คุณหลินครับ ผมว่ารอให้ฝนเบาลงกว่านี้ก่อนดีไหมครับ ยืนตากฝนแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะครับ ผมเป็นห่วง” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล พร้อมกับกางร่มคันใหญ่เหนือศีรษะของเธอ ร่างของทั้งสองจึงเบียดชิดกันอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกัน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรถเมล์ก็คงมาแล้ว” เธอตอบ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหนาวสั่นจากความเย็นยะเยือกของสายฝน แต่ก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้
“แต่ผมเห็นคุณยืนรอนานแล้วนะครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใยอย่างแท้จริง
“นั่นสิคะ ปกติเวลานี้รถยังวิ่งอยู่เลย แต่สงสัยวันนี้คงเป็นเพราะฝนตกรถเลยติด” เธอพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ผมว่าเรากลับเข้าไปรอข้างในตึกก่อนเถอะครับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว” ปกรณ์เสนอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“บอสยังไม่กลับเหรอคะ หรือว่า...จะรอเป็นเพื่อนหลิน” เธอแกล้งหยอกเย้าเขาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก พยายามคลายความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้น
“ยังครับ ผมเป็นห่วงคุณหลิน เห็นคุณมารอรถเมล์คนเดียวมืดๆ แบบนี้ มันอันตรายนะครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาของเขาฉายแววปกป้องอย่างชัดเจน
รินลดาจึงยอมเดินตามเขากลับเข้าไปในบริษัทอีกครั้ง ระหว่างทาง ปกรณ์ชวนเธอคุยสัพเพเหระเพื่อทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ เมื่อถึงออฟฟิศ เขาก็กลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ส่วนรินลดาก็นั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอซึ่งอยู่หน้าห้องของเขา หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากความใกล้ชิดเมื่อครู่
ไม่นานนัก ปกรณ์ก็เดินออกมาพร้อมกับแก้วชาอุ่นๆ ในมือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาลอยมาแตะจมูกของรินลดา ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
“คุณหลินลองจิบชาอุ่นๆ ก่อนดีไหมครับ ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้น” เขายื่นแก้วชาให้เธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้สึกประทับใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยได้รับจากเจ้านายคนไหนมาก่อน ความรู้สึกดีๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างช้าๆ
“คุณขึ้นรถเมล์แบบนี้ทุกวันเลยหรือครับ” เขาเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ เพราะแอบมองเธออยู่ทุกวัน แววตาของเขาฉายแววบางอย่างที่รินลดาไม่อาจเข้าใจได้
“ใช่ค่ะ สะดวกแล้วก็ประหยัดดี” เธอตอบพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด
“ถ้างั้นวันนี้ให้ผมไปส่งที่บ้านดีไหมครับ งานผมเสร็จพอดี อีกอย่างตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย” เขาเสนอด้วยน้ำเสียงที่เจือแววหวัง สายตาเหลือบมองนาฬิกาสลับกับใบหน้าของเธออย่างมีความหมาย
“แต่หลินกลับแบบนี้เป็นประจำ ไม่เห็นมีอะไรเลยค่ะ” เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่อาจจะมองเธอในแง่ไม่ดี
ระหว่างที่จิบชา ปกรณ์ยังคงชวนเธอคุยไปเรื่อยๆ แต่รินลดาก็สังเกตเห็นสายตาของเขาที่ลอบมองมายังหน้าอกของเธออยู่บ่อยครั้ง คงเป็นเพราะเสื้อที่เปียกแนบเนื้อทำให้ส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธอดูเด่นชัดเป็นพิเศษ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ
“คุณหลินเปลี่ยนชุดก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย พอดีผมมีเสื้อยืดอยู่ตัวหนึ่ง เดี๋ยวผมหยิบให้” เขากล่าวขึ้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานแล้วหยิบเสื้อยืดตัวใหม่ออกมาส่งให้เธอ เสื้อยืดสีเข้มที่ดูใหญ่กว่าตัวเธอมากถูกยื่นมาตรงหน้า
“ไม่ต้องรังเกียจนะครับ เสื้อตัวนี้ผมซื้อมายังไม่ได้ใส่เลย กะว่าจะเอาไว้ใส่ไปฟิตเนส แต่ยังไม่ว่างไปสักที” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินลดารู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
รินลดารับเสื้อมาถือไว้ แม้จะดูรัดรูปไปหน่อยสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ แต่เมื่อเทียบกับขนาดตัวของเจ้านายแล้ว เธอก็คิดว่าน่าจะใส่ได้พอดี ความอบอุ่นจากเนื้อผ้าที่ยังคงมีกลิ่นอายของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ในใจ
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่พยายามซ่อนความรู้สึกเขินอายไว้ เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับเจ้านายหนุ่มผู้นี้
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 รอยราคี
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#39 บทที่ 39 ถ่านไฟเก่าช่างเร้าใจ NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#38 บทที่ 38 เสี่ยจอมหรอย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#37 บทที่ 37 โลกมันกลม
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#36 บทที่ 36 หนี
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#35 บทที่ 35 ปริศนาสายเลือด
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#34 บทที่ 34 เล่นเสียวกับเสี่ย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#33 บทที่ 33 ขัดดอกให้เสี่ย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#32 บทที่ 32 เด็กมันยั่ว NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#31 บทที่ 31 ห้ามใจไหวหรือเปล่า
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!













