บทนำ
...
“คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...ฮือ...ฉันไหว้ล่ะ...อย่าทำอะไรฉันเลย” ขวัญข้าวขอร้องทั้งน้ำตา ยกมือไหว้กัลป์ ทำท่าจะก้มลงกราบ
“ถึงเธอจะกราบเท้าฉัน ฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ กล้วยไม้น้องสาวของฉันก็คงทำแบบเดียวกับเธอ แต่พี่ชายเธอไม่มีความเมตตาปรานี แล้วฉันจะมีให้เธอได้ยังไง”
ชื่อเล่นที่ดังจากปากชายน่ากลัวตรงหน้า ทำให้ขวัญข้าวตกใจอีกรอบ เพราะชื่อนี้เป็นชื่อเดียวกันกับหญิงสาวที่เธอส่งข้าวส่งน้ำให้นานเป็นสัปดาห์ แต่ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากช่วย ขวัญข้าวช่วยไม่ได้ต่างหาก
“ฉัน...” ขวัญข้าวพูดไม่ออก
“เธอรู้ไหมว่า ตอนนี้น้องสาวของฉันเป็นยังไง กล้วยไม้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จำใครไม่ได้แม้กระทั่งตัวเอง พ่อกับแม่ของฉันต้องเจ็บปวดใจเมื่อเห็นสภาพลูก ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ฉันเป็นพี่หัวใจแทบสลาย ไม่มีหลงเหลือแล้วกับคำว่าครอบครัวอบอุ่น ความสุขที่เคยมีกลายเป็นความทุกข์แสนสาหัส ทุกคนในบ้านเหมือนตกนรกทั้งเป็น กล้วยไม้ต้องหมดอนาคตเพราะพี่ชายสุดชั่วของเธอ แบบนี้ฉันจะเมตตาปรานีเธอได้ยังไง เธอตอบฉันมาสิว่า ฉันควรจะเมตตาเธอหรือเปล่า”
บท 1
“กรี๊ด” เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วบ้านหลังใหญ่ หลังสิ้นเสียงนั้น เสียงฝีเท้าของชายรูปร่างสูงใหญ่ก็ดังขึ้นตาม เขาวิ่งมายังห้องต้นเสียงด้วยเวลาอันรวดเร็ว พอมาถึงหน้าห้องกัลป์รีบเปิดประตูห้องนอนของน้องสาวทันทีโดยไม่คิดเคาะประตู
“กล้วยไม้ไม่เป็นอะไรแล้วนะ พี่อยู่นี่ อย่าร้องนะคนดี”
กัลป์กอดปลอบน้องสาวอันเป็นที่รัก ที่ยังคงส่งเสียงกรีดร้อง สีหน้าแสดงถึงความหวาดกลัว ตื่นตระหนก น้ำตาไหลอาบแก้ม
“กรี๊ด...ไม่นะ อย่าเข้ามา อย่ามากอดฉัน ออกไป กรี๊ด!” พรรณพฤกษาผลักไสพี่ชาย ดวงตาหวานปนเศร้าตื่นตระหนกคล้ายกับว่ากำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่าง เป็นความกลัวฝังรากลึกในจิตใจ แล้วไม่รู้ว่าชาตินี้จะสลายความทุกข์โศกนี้ได้หรือไม่ “ปล่อยนะปล่อย อย่าทำฉัน อย่า...ไป...ออกไป...ฮือ”
มือเล็กพยายามดันร่างของพี่ชายให้ออกห่าง น้ำตาแห่งความกลัวไหลพราก ฟันแหลมคมขบกัดบ่าของกัลป์เต็มแรง หวังจะให้ลำแขนใหญ่คลายออก แต่ทว่าพี่ชายที่แสนดีข่มความเจ็บปวดไว้เต็มกำลัง หาได้ปล่อยร่างของคนตกอยู่ในอาการหวาดกลัว เขายังคงกอดแนบแน่นแม้ว่าฟันของพรรณพฤกษาจะขบกัดแรงขึ้นและแรงขึ้น
“กล้วยไม้ พี่เอง พี่กัลป์ไงครับ ไม่มีใครทำอะไรกล้วยไม้ของพี่แล้วนะ พี่จะปกป้องกล้วยไม้เอง”
ความเจ็บปวดที่กัลป์ได้รับ น้อยกว่าความเจ็บปวดทางกายและใจของพรรณพฤกษา โลกอันแสนสวยงาม อนาคตที่ดีของเธอถูกลบเลือนจากคนชั่วกลุ่มหนึ่งที่กระทำย่ำยีพรรณพฤกษาอย่าง ไร้ความปรานี พวกมันความโหดเหี้ยมและป่าเถื่อน
เขายังจำวันนั้นได้ไม่เคยลืม แม้เวลาจะผ่านมาสองปี พรรณพฤกษาถูกลักพาตัวไปร่วมสองสัปดาห์ กัลป์ทำทุกทางเพื่อที่จะตามตัวน้องสาวกลับคืนมา จนกระทั่งวันหนึ่งวันที่เขารอคอยก็มาถึง เมื่อมีคนปริศนาส่งข้อมูลสถานที่ที่พรรณพฤกษาถูกจับไปขังไว้ กัลป์กับครอบครัวเดินทางไปที่นั่นทันที และภาพที่เห็น ทำให้ครอบครัวอันแสนสุขของเขาพังทลาย กลายเป็นความข่มขื่น ปวดร้าวและทรมาน
บ้านไม้ชั้นเดียวกลางสวนยางแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพรคือ สถานที่ที่พรรณพฤกษาอยู่ ทันทีที่เห็นสภาพของเธอ วชิราภรณ์ผู้เป็นแม่เป็นลมล้มพับอยู่ในอ้อมกอดของธัญญ์ สามีสุดที่รัก ธัญญ์ผู้เป็นพ่อกัดฟันกรอด อารมณ์โกรธแค้นสุมอก หัวใจของธัญญ์เหมือนมีใครควักออกมาแล้วกระทืบซ้ำๆ จนไม่มีชิ้นดี
กัลป์รีบถลาไปหาน้องสาวที่นั่งกอดเข่าร้องไห้ ดวงตาเบิกกว้างและตื่นตกใจแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดแสน เธอกวาดไปมารอบๆ บ้านราวกับว่ารอบข้างมีแต่สิ่งน่ากลัว และเมื่อกัลป์กอดน้องสาว เสียงกรีดร้องก็ดังลั่น มือเล็กผลักไสร่างของกัลป์ ร้องขอให้ปล่อยเธอ พรรณพฤกษาจำใครไม่ได้ แม้กระทั่งตัวเอง
“ไม่นะ อย่า อย่า ปล่อยฉัน ปล่อย ปล่อย กรี๊ด!” คนถูกกระทำกรีดร้องต่อเนื่อง
”กล้วยไม้ พี่เอง พี่กัลป์ไง พี่กัลป์พี่ชายของกล้วยไม้ไงครับ”
กัลป์เรียกสติน้องสาวที่ไม่รู้ว่า จะกู่กลับมาได้หรือไม่ เพราะมันนานกว่าหกเดือนแล้วที่เธอเป็นเช่นนี้ และไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย
“กัลป์ กัลป์ไหน ไม่มี ฉันไม่มีพี่ชาย กรี๊ด ปล่อย ปล่อย อย่าทำฉัน ฮือๆๆ”
ความหวาดกลัว ความทุกข์ทรมานและสิ่งที่พรรณพฤกษาต้องเผชิญมาตลอดระยะเวลาที่อยู่ในบ้านกระชากสติสัมปชัญญะของเธอให้ขาดกระจุยไม่หลงเหลือชิ้นดี เธอจำใครไม่ได้เลยแม้แต่ครอบครัวที่ให้ความอบอุ่น ความรักกับเธอมาตั้งแต่เกิด หรือตัวเธอเอง สิ่งที่สาวแสนดีจำได้มีเพียงเรื่องเดียว เป็นความทรงจำอันแสนเลวร้ายมากที่สุดในชีวิต
“อย่ากลัวนะคนดี เรื่องมันผ่านไปแล้ว พี่สัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายกล้วยไม้ของพี่ได้อีก และพี่ก็สัญญาว่าจะจับไอ้คนชั่วที่มันทำกับกล้วยไม้มาลงโทษให้ได้”
คนอย่างกัลป์ แม็คควีน ตัณติยานนท์ ไม่ปล่อยให้ชายชั่วกลุ่มนั้นลอยนวลเด็ดขาด ใครที่ทำให้น้องสาวของเขาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจ มันจะต้องได้รับโทษอย่างสาสมจากเขา
และต้องมากกว่าร้อยเท่าพันเท่า…
จังหวัดชุมพร
“ขวัญทำกับข้าวเสร็จหรือยังลูก พ่อกับพี่ช้างมาถึงแล้วนะ” บัวรินเดินเข้ามาถามบุตรสาวที่กำลังสาละวนอยู่กับการทำอาหารในครัว คนถูกถามเงยหน้ามองมารดาแล้วยิ้ม
“เสร็จพอดีจ้ะแม่ แม่ออกไปคอยที่โต๊ะเลยนะ เดี๋ยวขวัญยกสำรับไปเอง”
“ให้แม่ช่วยดีกว่านะ พ่อกับพี่ช้างอารมณ์ไม่ดี ขืนขวัญยกไปช้ามีหวังโดนดุแน่ๆ”
บัวรินรู้นิสัยสองพ่อลูกดีว่าเป็นอย่างไร ชอบกดขี่ พูดจาไม่ดีขวัญข้าวมากแค่ไหน ดุได้เป็นดุ ตวาดได้เป็นตวาด บางครั้งไม่มีเหตุผลของการกระทำนั้นด้วย บ่อยครั้งที่ขวัญข้าวตกเป็นเบี้ยอารมณ์ของบิดาและพี่ชาย ซึ่งนางเองก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือมากไม่ได้ หากทำนางก็ต้องถูกหางเลขไปด้วย
สองแม่ลูกช่วยกันยกสำรับไปวางบนโต๊ะอาหารกลางบ้าน ที่มีร่างของคนโมโหหิวนั่งหน้าหงิกรอทานอาหาร พอเห็นหน้าขวัญข้าว ปัญญาเปิดฉากต่อว่าทันที
“รู้อยู่ว่ากูจะกลับบ้านเวลานี้ ทำไมถึงทำกับข้าวช้า มึงจะกวนตีนกูใช่ไหม”
“ไม่ใช่นะพ่อ ขวัญก็ทำตามเวลาปกติ วันนี้พ่อกับพี่ช้างกลับมาเร็วกว่าทุกวัน ก็เลยมองว่าขวัญทำกับข้าวช้า” ขวัญข้าวไม่ได้มีเจตนาโต้เถียงบิดา เธอเพียงแค่อธิบายให้ปัญญาเข้าใจ ทว่าคนอารมณ์ไม่ดีไม่ได้คิดเช่นนั้น
“อ้อ…มึงหาว่ากูผิดที่กลับบ้านเร็วใช่ไหม มึงนี่วอนขึ้นทุกวัน” ปัญญาหยิบช้อน ตั้งท่าจะปาใส่ลูกสาว แต่เสียงของบัวรินดังห้ามเสียก่อน
“พี่หิวข้าวไม่ใช่เหรอ รีบกินดีกว่านะ วันนี้ขวัญทำต้มยำโป๊ะแตกของโปรดพี่ด้วย กำลังร้อนๆ เลย รีบกินดีกว่านะ”
บัวรินรีบตักข้าวสวยใส่จานให้สามี ก่อนจะหันไปตักให้บุตรชายที่วันนี้ไม่ผสมโรงต่อว่าน้องสาวเหมือนเคย จากนั้นจึงหันมาตักให้ตนเองและขวัญข้าว
“พรุ่งนี้กูกับไอ้ช้างต้องไปทำงานให้นายที่ยะลา จัดกระเป๋าให้ด้วย” ปัญญาสั่งบัวริน
“ไปกี่วันพี่”
“ยังไม่รู้เลยว่างานจะเสร็จเมื่อไหร่ จัดไปหลายๆ ชุดก็แล้วกัน” งานที่ได้รับมอบหมายมาเป็นงานใหญ่ กำหนดวันกลับจึงไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่างานจะเสร็จวันไหน
“ขวัญ พรุ่งนี้ไปร้านเฮียกวงให้พี่ด้วยนะ พี่สั่งกระสุนปืนไว้ พี่ไม่ว่างไปเอาเอง เอ็งช่วยไปเอาให้หน่อย ไปเอาเสร็จก็เอาไปไว้ที่ห้องพี่ล่ะกัน” คชาไว้วานน้องสาว
“จ้ะพี่ช้าง” เธอรับคำอย่างว่าง่าย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปเอาสิ่งของให้พี่ชาย เธอไปเอาให้นับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งไปเอาอาวุธปืนเถื่อนก็ยังเคย การสนทนาของพวกเขายุติลง ทั้งหมดนั่งทานอาหารกันอย่างเงียบๆ เช่นเคย พอท้องอิ่ม ปัญญากับคชาก็เดินออกไปจากบ้านเพื่อไปทำงานรอบดึก ส่วนสองแม่ก็ช่วยกันทำความสะอาดจาน
บทล่าสุด
#137 บทที่ 137 Chapter 137
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#136 บทที่ 136 Chapter 136
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#135 บทที่ 135 Chapter 135
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#134 บทที่ 134 Chapter 134
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#133 บทที่ 133 Chapter 133
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#132 บทที่ 132 Chapter 132
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#131 บทที่ 131 Chapter 131
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#130 บทที่ 130 Chapter 130
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#129 บทที่ 129 Chapter 129
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025#128 บทที่ 128 Chapter 128
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













