บทนำ
เขาคือบอสเพลย์บอยผู้ไม่เคยเชื่อในคำว่ารัก
ผู้ชายที่คิดว่าหัวใจเป็นเพียงเกม และผู้หญิงทุกคนคือคนที่ผ่านมาแล้วจากไป
ส่วนเธอคือผู้หญิงเก่ง ทันคน และหยิ่งในศักดิ์ศรี ผู้หญิงที่ไม่ยอมก้มหัวให้เงิน อำนาจ หรือเสน่ห์ร้ายของเขา
คืนหนึ่ง...ความสัมพันธ์ที่ไม่ควรเกิด กลับผูกชีวิตของทั้งคู่เข้าด้วยกันอย่างยากจะตัดขาด สำหรับสายฟ้า อัญชิสาอาจเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้เขาเสียจังหวะ แต่สำหรับอัญชิสา เขาคือผู้ชายอันตรายที่เธอไม่ควรเผลอใจให้เด็ดขาด
ทว่าเมื่อหัวใจเริ่มหวั่นไหว ความลับเริ่มถูกเปิดโปง ข่าวฉาว การทรยศ การใส่ร้าย และเกมอำนาจในตระกูลเวธนากุลกลับถาโถมเข้าหาเธออย่างโหดร้าย
จากผู้หญิงเก่งที่เคยยืนได้ด้วยตัวเอง เธอกลับถูกเหยียบย่ำด้วยคำพูดที่ว่า “ใช้ลูกจับผู้ชาย”
ถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายข้อมูลบริษัท ถูกผลักให้กลายเป็นผู้หญิงไร้ค่าในสายตาคนทั้งโลก และวันที่เธอรู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้อง ก็คือวันที่เธอต้องเลือกว่า...จะยืนหยัดเพื่อลูก หรือเดินหนีจากผู้ชายที่ยังไม่รู้จักรักใครจริง
“ถ้าลูกเป็นเพียงพันธะที่ทำให้คุณกลับมา ฉันไม่ต้องการค่ะ”
บท 1
ตอนที่ 1
ผู้หญิงที่ไม่ยอมก้มหัวให้บอสเพลย์บอย
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านกระจกสูงจรดเพดานของอาคารอภิชาติกรุ๊ป จนพื้นหินอ่อนสีขาวสะท้อนประกายราวกับผิวน้ำที่ถูกลมแตะเบา ๆ อาคารสูงกลางย่านธุรกิจแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสำนักงานใหญ่ของเครือโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เท่านั้น แต่มันยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ เงินตรา และเกมธุรกิจที่ไม่มีที่ว่างให้คนอ่อนแอ
อัญชิสา วรภักดี ก้าวผ่านประตูหมุนเข้ามาด้วยรองเท้าส้นสูงสีดำเรียบหรู เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะมั่นคง ไม่เร็วเกินไป ไม่ช้าเกินไป เหมือนเจ้าของฝีเท้ารู้ดีว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่สนามรบ ไม่ใช่เพียงสถานที่ทำงานแห่งใหม่
หญิงสาวอยู่ในชุดสูทสีครีมตัดกับเสื้อไหมสีขาวสะอาด ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นมวยต่ำอย่างประณีต เปิดให้เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยว ดวงตาคมใส และริมฝีปากที่แต้มลิปสติกสีสุภาพ ทว่าความนุ่มนวลภายนอกไม่ได้ทำให้เธอดูเปราะบาง ตรงกันข้าม ทุกอย่างในตัวเธอบอกชัดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และจะไม่ยอมให้ใครมาบอกว่าเธอควรยืนอยู่ตรงไหน
เสียงซุบซิบเริ่มลอยมาตั้งแต่เธอเดินผ่านโถงรับรอง พนักงานบางคนมองเธอด้วยความสนใจ บางคนมองด้วยความชื่นชม และบางคนมองด้วยความไม่พอใจที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด
“นั่นใช่คุณอัญชิสาหรือเปล่า คนที่ถูกดึงตัวมาจากบริษัทคู่แข่งน่ะ” พนักงานหญิงคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนร่วมงาน ขณะสายตายังไม่ละจากร่างสง่างามของหญิงสาวผู้มาใหม่
“ใช่ ได้ยินว่าเงินเดือนสูงกว่าผู้จัดการหลายคนในนี้อีกนะ ทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบเลยด้วยซ้ำ” อีกคนตอบเสียงเบา แต่แววตาแฝงความอิจฉาชัดเจน
“เก่งจริงหรือแค่เก่งบนกระดาษก็ไม่รู้ บริษัทเราชอบดึงคนโปรไฟล์สวย ๆ มาแล้วสุดท้ายก็อยู่ไม่รอดตั้งหลายคน” พนักงานชายที่ยืนใกล้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเยาะ ก่อนทำเป็นก้มดูแฟ้มในมือเมื่อตระหนักว่าอัญชิสาหันมามองพอดี
อัญชิสาไม่ได้หยุดเดิน ไม่ได้โต้ตอบ และไม่ได้ทำหน้าสะทกสะท้าน เธอเพียงปรายตามองคนพูดครู่หนึ่งด้วยสายตานิ่งจนอีกฝ่ายเป็นฝ่ายหลบตาไปเอง จากนั้นจึงเดินตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหารด้วยท่าทีสงบ
เธอชินแล้วกับการถูกตั้งคำถาม ชินกับสายตาที่มองว่าความสวยของเธออาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอได้ตำแหน่ง ชินกับคำครหาที่มักตามมาทุกครั้งเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งก้าวขึ้นไปยืนในจุดที่ผู้ชายหลายคนยังไปไม่ถึง แต่สิ่งที่คนเหล่านั้นไม่รู้ก็คือ เธอไม่ได้ใช้ชีวิตมาถึงวันนี้ด้วยโชค และไม่ได้ใช้ใบหน้าเป็นใบเบิกทางเข้าห้องประชุมไหนทั้งนั้น
เธอแลกมันมาด้วยคืนที่แทบไม่ได้นอน ด้วยงานที่ต้องแก้ให้ทันก่อนรุ่งสาง ด้วยการล้มแล้วลุกซ้ำแล้วซ้ำเล่า และด้วยศักดิ์ศรีที่เธอไม่เคยยอมขายให้ใคร
ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสามสิบสอง ซึ่งเป็นชั้นผู้บริหารระดับสูง อัญชิสาเดินตามเลขาฯ ที่มาต้อนรับเธอไปยังห้องประชุมใหญ่ ผนังกระจกเผยให้เห็นวิวเมืองกว้างไกล ตึกสูงเรียงรายราวกับอาณาจักรที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความทะเยอทะยานของมนุษย์
เมื่อประตูห้องประชุมเปิดออก เสียงพูดคุยภายในเงียบลงทันที สายตาหลายสิบคู่หันมาจับจ้องเธอราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นหนึ่งก่อนตัดสินใจซื้อ อัญชิสากวาดตามองทุกคนด้วยความสุภาพพอดี ไม่อ่อนน้อมจนดูต่ำต้อย และไม่แข็งกร้าวจนดูโอหัง
“สวัสดีค่ะ อัญชิสา วรภักดี ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์คนใหม่ของอภิชาติกรุ๊ป ยินดีที่ได้ร่วมงานกับทุกท่านค่ะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน ก่อนยกมือไหว้ผู้บริหารในห้องอย่างงดงาม
“เชิญนั่งครับคุณอัญชิสา วันนี้ท่านประธานจะเข้าประชุมด้วยตัวเอง ถือว่าเป็นการต้อนรับที่ไม่ธรรมดาเลยนะครับ” กฤตเมธ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนเป็นมิตร แต่แฝงความหมายบางอย่างในแววตา
“ถ้าการเข้าประชุมของท่านประธานหมายถึงบริษัทให้ความสำคัญกับงานมากกว่าข่าวลือ ดิฉันก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ” อัญชิสาตอบอย่างสุภาพ ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มบาง ทว่าแววตาไม่ได้ยอมให้ใครกดลงง่าย ๆ คำตอบนั้นทำให้คนในห้องบางคนชะงัก บางคนแอบยิ้ม บางคนก้มหน้าซ่อนสีหน้า ส่วนกฤตเมธหัวเราะเบา ๆ ราวกับเพิ่งพบของเล่นที่น่าสนใจ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูห้องประชุมถูกเปิดอีกครั้ง คราวนี้ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะมารยาท แต่เพราะอำนาจของชายคนหนึ่งที่เพียงปรากฏตัวก็ทำให้บรรยากาศทั้งห้องเปลี่ยนไป
สายฟ้า เวธนากุล เดินเข้ามาพร้อมเลขาฯ ส่วนตัวและผู้ช่วยอีกสองคน ชายหนุ่มอยู่ในสูทสีกรมท่าเข้ารูป เนกไทสีดำสนิท ใบหน้าคมจัดหล่อเหลาแบบที่ไม่ต้องพยายามก็สะดุดตา ดวงตาเรียวยาวคมกริบ จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป และท่าทางมั่นใจจนเกือบกลายเป็นเย่อหยิ่ง
เขาคือประธานหนุ่มแห่งอภิชาติกรุ๊ป ผู้สืบทอดอาณาจักรธุรกิจพันล้าน และในเวลาเดียวกันก็เป็นเจ้าของฉายาที่สื่อบันเทิงตั้งให้ว่า บอสเพลย์บอย
ผู้หญิงมากมายเคยถูกถ่ายภาพเคียงข้างเขา นางแบบ นักแสดง ไฮโซสาว ทายาทนักธุรกิจ ไม่มีใครอยู่ในข่าวของเขานานพอจะได้รับสถานะ และไม่มีใครเคยได้ยินเขาเอ่ยคำว่าคนรักกับผู้หญิงคนไหน
สายฟ้าเคยชินกับสายตาของผู้หญิงที่มองเขาอย่างหลงใหล เคยชินกับรอยยิ้มที่ทอดมาให้ก่อนเขาจะเริ่มบทสนทนาเสียอีก แต่เมื่อสายตาของเขาเลื่อนไปหยุดที่อัญชิสา สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่ความตื่นเต้น ไม่ใช่ความประหม่า และไม่ใช่ความชื่นชมแบบที่เขาคุ้นเคย
เธอมองเขานิ่ง ๆ เหมือนกำลังประเมินคู่ต่อสู้ในเกมธุรกิจ ไม่ใช่ผู้ชายที่ผู้หญิงครึ่งเมืองอยากเข้าใกล้
น่าสนใจ
สายฟ้านั่งลงตรงหัวโต๊ะประชุม ปลดกระดุมสูทหนึ่งเม็ดอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่สายตาคมยังคงจับอยู่ที่ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์คนใหม่
“คุณอัญชิสา วรภักดี ใช่ไหมครับ” สายฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มต่ำ ดวงตาคมมองเธอราวกับต้องการอ่านให้ลึกกว่าประวัติในแฟ้ม
“ใช่ค่ะ ท่านประธาน” อัญชิสาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และสบตาเขาตรง ๆ โดยไม่หลบ
“ประวัติคุณน่าสนใจมาก แก้ปัญหาให้บริษัทเดิมจนมูลค่าโครงการฟื้นกลับมาได้ในหกเดือน แถมยังเคยชนะทีมที่ปรึกษาจากต่างประเทศในโปรเจกต์ใหญ่ ผมหวังว่าตัวจริงจะน่าสนใจเท่าในแฟ้มนะครับ” สายฟ้ากล่าวด้วยรอยยิ้มบางที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนอาจใจสั่น แต่สำหรับอัญชิสา มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังลองเชิง
“ดิฉันก็หวังว่าบริษัทนี้จะท้าทายเท่าที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างค่ะ ไม่อย่างนั้นคนในแฟ้มอย่างดิฉันอาจไม่มีอะไรให้พิสูจน์มากนัก” อัญชิสาตอบกลับอย่างสงบ และวางแฟ้มเอกสารของตัวเองลงบนโต๊ะอย่างมั่นคง ห้องประชุมเงียบไปชั่ววินาที
สายฟ้าหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะ แต่เป็นเสียงของผู้ชายที่เพิ่งเจอคนกล้าต่อหมากบนกระดานเดียวกับเขา
“มั่นใจดีนะครับ” สายฟ้ากล่าวพลางมองเธอด้วยแววตาคมลึก
“ความมั่นใจจำเป็นสำหรับงานกลยุทธ์ค่ะ แต่ดิฉันแยกออกระหว่างความมั่นใจกับความประมาท” อัญชิสาตอบอย่างไม่รีบร้อน และเปิดแฟ้มตรงหน้าราวกับบทสนทนานั้นเป็นเพียงการเริ่มประชุม ไม่ใช่การปะทะกัน
กฤตเมธกระแอมเบา ๆ เพื่อดึงบรรยากาศกลับเข้าสู่งาน แต่สายฟ้ายังมองอัญชิสาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้เริ่มประชุม
การประชุมดำเนินไปด้วยความตึงเครียด อัญชิสาเสนอภาพรวมของโรงแรมสาขาหัวหินที่กำลังประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง เธอไม่ได้พูดด้วยถ้อยคำสวยหรูเพื่อเอาใจผู้บริหาร แต่ชี้ให้เห็นตัวเลขที่ผิดปกติ ค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริง และแผนการตลาดเดิมที่สูญเสียประสิทธิภาพ
สไลด์บนจอเปลี่ยนจากกราฟรายได้เป็นตารางต้นทุน เธออธิบายทุกส่วนด้วยน้ำเสียงมั่นคง ไม่มีการลังเลแม้ถูกผู้บริหารบางคนแทรกถามอย่างตั้งใจจับผิด
“คุณเพิ่งเข้ามาวันแรก แต่กล้าสรุปว่าแผนเดิมมีปัญหาเลยหรือครับ” ผู้บริหารฝ่ายการเงินคนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ สีหน้าของเขาบอกชัดว่าไม่ชอบให้คนใหม่เข้ามาแตะต้องระบบเก่าที่เขาคุ้นเคย
“ดิฉันไม่ได้สรุปจากความรู้สึกค่ะ แต่สรุปจากตัวเลขย้อนหลังสามปีที่ฝ่ายการเงินส่งมาให้ และถ้าตัวเลขชุดนี้ถูกต้อง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาดอย่างเดียว แต่อยู่ที่โครงสร้างต้นทุนภายในด้วยค่ะ” อัญชิสาตอบพร้อมเปิดสไลด์หน้าถัดไปที่แสดงรายการจัดซื้อบางรายการซึ่งสูงกว่าราคาตลาดเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์
“คุณกำลังจะบอกว่ามีคนในบริษัทบริหารต้นทุนผิดพลาดหรือครับ” ชายคนเดิมถามเสียงแข็งขึ้น แววตาเริ่มไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ดิฉันกำลังบอกว่ามีตัวเลขที่ควรตรวจสอบค่ะ ส่วนจะเป็นความผิดพลาด ความบกพร่อง หรือเจตนาใด ๆ นั้น ต้องใช้หลักฐานมากกว่าการคาดเดาค่ะ”
อัญชิสาตอบโดยไม่ลดสายตา และน้ำเสียงของเธอเรียบนิ่งพอจะทำให้คำพูดนั้นหนักแน่นยิ่งกว่าการขึ้นเสียง
สายฟ้ามองเธอเงียบ ๆ ระหว่างที่นิ้วเรียวยาวเคาะปลายปากกากับแฟ้มรายงานเบา ๆ เขาเคยเห็นคนเก่งมามาก แต่คนเก่งที่กล้าพูดความจริงต่อหน้าผู้บริหารทั้งโต๊ะตั้งแต่วันแรกมีไม่มาก และคนที่ทำได้โดยไม่ดูอวดดีมีน้อยยิ่งกว่า
“ถ้าผมให้คุณดูแลแผนฟื้นฟูสาขาหัวหิน คุณต้องการเวลาเท่าไรในการเสนอแผนฉบับสมบูรณ์” สายฟ้าถามขึ้นหลังปล่อยให้ห้องประชุมเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“สิบสี่วันค่ะ ถ้าดิฉันเข้าถึงข้อมูลจัดซื้อ สัญญาคู่ค้า และรายงานปฏิบัติการจริงโดยไม่ถูกตัดทอนข้อมูล” อัญชิสาตอบทันที ราวกับคำนวณคำตอบไว้แล้วในใจ
“สิบสี่วันสั้นไปสำหรับปัญหาที่เรื้อรังมานานกว่าสองปีนะครับ” กฤตเมธแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งเตือนกึ่งท้าทาย
“ปัญหาที่เรื้อรังมานานไม่ได้แปลว่าต้องใช้เวลานานเสมอไปค่ะ บางครั้งมันเรื้อรังเพราะไม่มีใครอยากมองตรงจุดที่เน่าเสียจริง ๆ” อัญชิสาตอบเสียงเรียบ แต่ถ้อยคำคมพอจะทำให้หลายคนในห้องเงียบลงอีกครั้ง สายฟ้ายิ้มมุมปาก
“ดีครับ สิบสี่วัน ผมจะรอดูว่าคุณมองเห็นอะไรที่คนของผมมองข้ามไปบ้าง” สายฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตาที่มองเธอมีประกายท้าทายชัดเจน
“ดิฉันหวังว่าท่านประธานจะรอดูผลลัพธ์ ไม่ใช่รอดูว่าดิฉันจะพลาดตรงไหนค่ะ” อัญชิสาตอบกลับ และปิดแฟ้มลงอย่างเรียบร้อย
บทล่าสุด
#118 บทที่ 118 ตอนที่118 มือเล็ก ๆ กำนิ้วของพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#117 บทที่ 117 ตอนที่117 อำนาจคัดค้าน
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#116 บทที่ 116 ตอนที่ 116 พันธะรักของบอสเพลย์บอย
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#115 บทที่ 115 ตอนที่115 น้ำตาไหลลงบนขมับ
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#114 บทที่ 114 ตอนที่114 หลับไปพร้อมรอยยิ้ม
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#113 บทที่ 113 ตอนที่ 113 วันที่ลูกเลือกจะมา
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#112 บทที่ 112 ตอนที่112 ดูอ่อนล้า
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#111 บทที่ 111 ตอนที่111 ควบคุมทุกเกม
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#110 บทที่ 110 ตอนที่110 คุณเคยช่วยชีวิตฉัน
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026#109 บทที่ 109 ตอนที่ 109 คำตอบของหัวใจ
อัปเดตล่าสุด: 9/4/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
กลรักเมียแต่ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?













