บทนำ
บท 1
ภายในวังหลวงขนาดใหญ่เป็นสถานที่สตรีมากมายต่างใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเป็นสนมของฮ่องเต้ ถ้าหากว่าโชคดีก็จะได้เลื่อนขั้นสูงทำให้ครอบครัวมีหน้ามีตา แต่บางคนก็ต้องมาจบชีวิตลงในตำหนักเย็น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือซูเซียว ก่อนหน้านี้นางเป็นชายาเอกขององค์ชายรองกัวเจียอี นางกับเขาเคยเจอกันในงานเลี้ยงชมบุปผา เขาตามเกี้ยวนางอยู่นานจนทำให้นางหัวใจสั่นไหวจนตกหลุมรัก หลังจากที่นางได้สมรสกับเขา ครอบครัวของนางก็สนับสนุนเขาเพื่อที่จะให้ชายหนุ่มได้ขึ้นเป็นใหญ่ แต่พอทุกอย่างสำเร็จเขาได้เป็นฮ่องเต้ครอบครองบัลลังก์
สิ่งที่นางไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเขาใส่ความทำให้ตระกูลของนางต้องโทษประหารทั้งตระกูล ส่วนนางก็ถูกกักขังอยู่ในตำหนักเย็นอันซ่อมซอ ส่วนสาวรับใช้ทั้งสองคนที่เคยติดตามนางก็โดนฆ่าตาย ตอนนี้ในตำหนักเย็นจึงมีแค่นางที่ถูกมัดเอาไว้
"ข้าต้องการพบกัวเจียอี" ซูเซียวร้องตะโกนจนน้ำเสียงแหบแห้งแต่ก็ไม่สามารถเรียกความสนใจจากคนที่เฝ้าประตูได้ ทำไมเขาถึงได้โหดร้ายกับนางเช่นนี้ ก่อนนี้ไม่ใช่เขาหรอกหรือที่พร่ำบอกรักนางอย่างนั้นอย่างนี้ จะอยู่ไม่ได้ถ้าหากขาดนางไป เขาบอกว่านางสำคัญกว่าทุกอย่างแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการได้ขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นสิ่งที่เขาต้องการเสียมากกว่าสิ่งใด
"ถึงเจ้าอยากพบเขาแต่เป็นเขาที่ไม่อยากจะพบเจา ข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้" ประตูเรือนเปิดออกพร้อมกับหญิงร่างบางที่แต่งตัวงามสง่าไปทั่วร่างเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของซูเซียว เสิ่นซิ่วอิงมองคนที่ถูกมัดตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช ไม่คิดเลยว่าซูเซียวสตรีที่เคยเป็นที่ชอบของคนทั้งแคว้นจะมีวันตกต่ำถึงเพียงนี้
"เจ้ามาทำไม ข้าไม่อยากเห็นหน้าสตรีที่ใจคอร้ายกาจเช่นเจ้า" ซูเซียวมองเห็นคนตรงหน้าก็รู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก ในวันที่กัวเจียอีได้เป็นฮ่องเต้กับเป็นสตรีนางนี้ที่ได้อยู่ข้างกายของเขา แต่นางกับถูกกักขังอยู่ในนี้ ความจริงแล้วซูเซียวสงสัยมาตลอดว่าเขาเคยรักนางบ้างหรือเปล่า
"ความจริงข้าก็ไม่อยากจะมาในที่สกปรกเช่นนี้หรอก แต่ที่ข้ามาก็เพราะว่าฝ่าบาทต้องการให้ข้ามาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ" เสิ่นซิ่วอิงพูดพร้อมกับโบกมือให้นางกำนัลเดินเข้ามา ในมือประคองถาดที่มีจอกวางเอาไว้
"เจ้าคิดจะทำอะไร" ซูเซียวเอ่ยถามออกไปเสียงกร้าว เพียงแค่เห็นนางกำนัลถือถาดเข้ามานางก็รู้แล้วว่าชะตาชีวิตของนางคงจะต้องจบลงด้วยน้ำมือของสตรีนางนี้แล้ว นางยังไม่อยากตาย ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ นางจะตายไม่ได้เด็ดขาด
"ข้าก็จะส่งเด็กในครรภ์ของเจ้าไปสู่ปรโลกไง" คิดเหรอว่านางจะปล่อยให้เด็กคนนี้มีชีวิตรอดไปได้ ถ้าหากว่าฮ่องเต้ทรงใจอ่อนขึ้นมาแล้วจะยุ่งยากเข้าไปใหญ่ ทางที่ดีส่งเด็กคนนี้ไปลงนรกให้สิ้นเรื่องราวไปซะ
"แต่นี่คือเชื้อไขของกัวเจียอีนะ เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร" ซูเซียวได้ฟังก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงหัวใจ ไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะกล้าฆ่าแม้กระทั่งเด็กที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก
"เป็นลูกของฝ่าบาทแล้วอย่างไร ในเมื่อคนที่ไม่ต้องการให้เด็กคนนี้ลืมตาดูโลกก็คือฝ่าบาท"
"ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ ข้าต้องการพบกัวเจียอี ให้เขามาพบข้าเดี๋ยวนี้" ซูเซียวได้ฟังที่เสิ่นซิ่วอิงบอกก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความไม่เชื่อ ถ้าหากว่าเขารู้ว่านางตั้งครรภ์เขาจะต้องเก็บเด็กคนนี้เอาไว้แน่ ถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
"ข้าเสียใจด้วยนะ ตอนนี้ฝ่าบาทคงไม่มีเวลามาพบเจ้าหรอก ทำใจให้สบายเดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเอง" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกพร้อมกับส่งสัญญาณให้นางกำนัลเดินเข้าไปหาซูเซียวที่มือถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยเชือก
"ไม่นะ เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะ" ซูเซียวร้องออกมาเสียงดังลั่นตำหนักแต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะเข้ามาช่วยหรือบางทีก็อาจจะไม่มีใครได้ยินก็เป็นได้ ความกลัวคลืบคลานเข้าสู่หัวใจของนางจนร่างกายสั่นเทา
"เจ้าก็คอยดูแล้วกันว่าข้าทำได้หรือไม่" เสิ่นซิ่วอิงพูดจบก็ยื่นมือไปบีบปากของซูเซียวให้อ้าออกก่อนจะรับจอกยาจากนางกำนัลมากรอกยาทั้งหมดเข้าไปในปากของซูเซียว หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืนโดยการส่ายหน้าไปมาแต่ก็ทำไม่สำเร็จเมื่อของเหลวรสขมไหลเข้าไปในลำคอ
ผ่านไปไม่นานซูเซียวก็เริ่มรู้สึกปวดท้องขึ้นมาก่อนจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องพยายามขดตัวแต่ด้วยความที่ถูกเชือกมัดเอาไว้จึงทำได้แค่ยืนงอตัวเท่านัั้น นางรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ขาพอก้มมองดูก็เห็นเลือดหยดลงบนพื้น หัวใจของนางเหมือนถูกบีบคั้นอย่างรุนแรงรู้สึกเจ็บปวดจนน้ำตารินไหลออกมาอาบเต็มใบหน้า
"เจ้ามันสตรีอำมหิต เจ้าไม่มีทางได้ตายดีแน่เสิ่นซิ่วอิง" ซูเซียวกัดฟันพูดออกมาด้วยความโกรธแค้น ดวงตาแดงก่ำชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตา รู้สึกสงสารบุตรในครรภ์ที่ต้องมาตายอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว กัวเจียอีนะกัวเจียอี ข้าละนึกว่าเจ้าจะเป็นคนดี แต่ความจริงแล้วเจ้ามันเลวมากว่าที่ข้าคิด เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นคงจะเป็นแผนการของเจ้าสินะ
เมื่อบัลลังก์มังกรมันหอมหวนเกินจะห้ามใจ ไม่ว่าอะไรก็ฉุดรั้งเจ้าไม่อยู่ ถ้าหากรู้ว่าต้องมาพบเจอเรื่องเช่นนี้ ข้าจะไม่มีวันแต่งให้เจ้าโดยเด็ดขาด แต่ทุกอย่างก็สายไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ ซูเซียวทำได้แต่นึกเสียใจ
"ใครกันแน่ที่จะไม่ได้ตายดี เอาละวันนี้ข้าเล่นสนุกจนพอใจแล้ว เอาไว้ข้าจะมาเล่นกับเจ้าใหม่แล้วกัน" เสิ่นซิ่วอิงพูดจบก็เดินออกไปด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มอย่างคนมีความสุข ปล่อยให้ซูเซียวมองตามด้วยความโกรธแค้นจนแทบจะกะอักเลือดออกมา
เสิ่นซิ่วอิงก้าวเท้าเดินเข้าไปในตำหนักขนาดใหญ่ พอนางเดินไปถึงหน้าห้องก็มีขันทีเข้าไปรายงานคนข้างใน ไม่นานหลี่กงกงก็มาเชิญนางเข้าไปข้างในด้วยท่าทางน้อบน้อม หญิงสาวเดินเข้าไปกวาดสายตามองก็เห็นกัวเจียอีกำลังนั่งเดินหมากอยู่คนเดียว เสินซิ่วอิงจึงเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามชายหนุ่ม กัวเจียอียังคงไม่เงยใบหน้าขึ้นมามองแต่ปากก็เอ่ยถามขึ้น
"นางเป็นอย่างไรบ้าง" ถึงแม้เขาจะจัดการกับตระกูลของซูเซียวไปเรียบร้อยแล้วแต่อย่างไรนางก็ถือว่าเคยเป็นชายาของเขามาก่อนจะไม่ให้สนใจเลยก็คงไม่ได้ ถึงแม้นางจะไร้ประโยชน์ต่อเขาแต่อย่างไรการเก็บนางเอาไว้ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อเขาอยู่แล้ว
"หม่อมฉันพยายามเกลี้ยกล่อมนางให้ลืมทุกอย่างแล้วมาตั้งใจรับใช้ฝ่าบาทแต่นางก็ไม่ยอม นางทรมานตนเองจนแท้งเพคะ" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกพร้อมกับใช้สายตาสังเกตคนตรงหน้าว่ามีปฏิกิริยาอะไรต่อสิ่งที่ได้ยินหรือไม่ แต่นางก็เห็นเพียงชายหนุ่มคีบหมากไปวางลงบนกระดานเหมือนได้ฟังเรื่องปกติธรรมดา เห็นเป็นเช่นนี้นางก็สบายใจที่ได้รู้ว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับสตรีนางนั้น
"แท้งแล้วเหรอ" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น ถึงแม้จะยังทำตัวปกติแต่ในใจก็รู้สึกหวิวเหมือนกันที่ได้ยินว่าซูเซียวแท้งบุตร แต่ก็ดีเหมือนกันที่นางเสียลูกไปจะได้ไม่ทำให้ตระกูลเสิ่นเกิดความไม่พอใจที่เขาจะเก็บบุตรที่เกิดจากอดีตชายาเอาไว้
"เพคะ"
"ส่งหมอหลวงไปตรวจนางเสียหน่อยแล้วกัน" อย่างไรนางก็สูญเสียบุตรในครรภ์ไปแล้ว ร่างกายก็คงจะได้รับความเสียหายไม่น้อย ส่งหมอหลวงไปดูอาการนางหน่อยก็ดีเหมือนกัน หากร่างกายอ่อนแอจะทำให้นางป่วยเรื้อรังเอาได้
"หม่อมฉันได้ส่งหมอหลวงเก่งที่สุดไปตรวจอาการนางเรียบร้อยแล้วเพคะ" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มเอาใจคนตรงหน้า แต่ในใจนางกลับรู้สึกริษยา ขนาดสตรีนางนั่นไร้ประโยชน์ต่อเขาแล้วก็ยังจะเก็บเอาไว้อีก แต่เสียใจด้วยนางไม่มีวันส่งหมอหลวงไปเด็ดขาด เพราะอีกไม่นานนางจะทำให้คนในตำหนักเย็นหายไปจากโลกใบนี้ หายไปจากชีวิตของฝ่าบาท ไม่ให้เขาได้เห็นแม้แต่เงาของสตรีนางนั้น
"เจ้าทำได้ดีมาก สมกับเป็นฮองเฮาของเรา" กัวเจียอีหยุดสนใจหมากที่กำลังเล่นก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าด้วยแววตาภูมิใจที่อีกฝ่ายรู้งานโดยที่เขาไม่ต้องบอก ชายหนุ่มยื่นมือไปจับคางของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอมก่อนจะลูบแก้มเนียนเบาๆ ราวกับว่ารักใคร่ในตัวของเสิ่นซิ่วอิงเป็นอย่างมาก
"ฝ่าบาททรงชมหม่อมฉันเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันแค่ทำตามหน้าที่ก็เท่านั้น" หญิงสาวเอ่ยบอกก่อนจะส่งยิ้มเอียงอายไปให้ชายหนุ่ม นางช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้เป็นฮองเฮาของเขา ตอนที่นางได้พบเขาครั้งแรกก็รู้สึกพึงพอใจในตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก พอได้เขามาครอบครองนางก็รู้สึกเหนือกว่าสตรีทุกคน ทั้งได้ครอบครองคนที่ตนเองรักแถมยังมีอำนาจมากล้นเพราะได้เป็นถึงฮองเฮาที่สตรีทุกคนต้องอิจฉา
"ในเมื่อเจ้าทำความดีเราก็ควรต้องตกรางวัลให้แก่เจ้า"
"ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะทรงมอบอะไรให้แก่หม่อมฉันเพคะ" หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตายั่วยวนไปให้ชายหนุ่ม กัวเจียอีไม่รอช้ารีบโยนหมากในมือทิ้งก่อนจะลุกขึ้นไปอุ้มหญิงสาวแล้วเดินไปวางบนแท่นบรรทม
"เราจะโปรดเจ้าทั้งคืนเลยดีหรือไม่" แค่เห็นสายตาของหญิงสาวชายหนุ่มก็รู้แล้วว่านางต้องการอะไร คนอย่างกัวเจียอีจะทำให้นางผิดหวังได้อย่างไร คืนนี้เขาจะสนองจนนางไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้เลยล่ะ
"ดีที่สุดเลยเพคะ" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกพร้อมกับยกมือขึ้นไปคล้องที่ลำคอของชายหนุ่มแสดงออกถึงความต้องการของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง นานแค่ไหนแล้วที่เขายุ่งจนไม่มีเวลามาใส่ใจนาง วันนี้นางจะต้องมีความสุขมากๆ แน่ หญิงสาวยิ้มให้กับชัยชนะของตัวเองที่สามารถเป็นที่หนึ่งในใจของกัวเจียอีได้
บทล่าสุด
#85 บทที่ 85 ความสุขที่แท้จริง จบ
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#84 บทที่ 84 การเปลี่ยนแปลงของทุกคน
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#83 บทที่ 83 เตรียมเปิดร้าน
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#82 บทที่ 82 คืนเร่าร้อนของทั้งสอง
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#81 บทที่ 81 เอาของไปฝากบ้านใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#80 บทที่ 80 เข้าเมืองขายผ้า
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#79 บทที่ 79 ความน่ารักของภรรยา
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#78 บทที่ 78 มาเยือนถึงบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#77 บทที่ 77 เลี้ยงฉลองการกลับมา
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#76 บทที่ 76 ไปเยี่ยมครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักสัมพันธ์ร้าย 25+
'เขา' เกลียดเธอเข้าไส้ เพราะ 'เธอ' คือลูกสาวของคนที่ทำให้แม่ของเขาตาย
และเธอคือคนที่เขาเข้าใจว่าเป็น 'น้องสาว' มาทั้งชีวิต แต่เป็นน้องสาวที่แสนเกลียดชังมาตั้งแต่เด็ก
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













