บทนำ
จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เธอได้พบกับ 'เอเวล' นักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรงแสนเจ้าเล่ห์ ราวกับกามเทพแผลงฤทธิ์เมื่อหัวใจที่แสนบอบช้ำเริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากที่เหงาหงอยมานาน
แต่กามเทพช่างเล่นตลกร้าย! เมื่อผู้ชายที่เคยทิ้งไปโดยไร้คำอธิบายแต่ยังบอกว่ารักเสมอ...กับ...ผู้ชายที่เข้ามาด้วยเหตุผลบางอย่างแต่ไม่เคยทิ้งกันไปไหน พวกเขามายืนตรงหน้าเธอพร้อมๆกันทั้งสองคน รักครั้งนี้จะไม่ยุ่งยากเลยถ้าเธอไม่ใช่คนที่ต้องตัดสินใจ!
ระหว่างรักครั้งแรกที่ยังไม่ลืม...กับ...รักครั้งนี้ที่ยังโหยหา ไม่ว่ารักครั้งไหนๆก็อันตรายพอกัน! เธอจะห้ามใจที่สับสนนี้ได้อย่างไรกัน เมื่อถึงเวลาที่เธอเป็นฝ่ายต้องเลือก แต่ไม่ว่าต่อจากนี้หรืออะไรก็ตามแต่... เธอก็ยังจะเลือกเขา...คนที่...
บท 1
ตึก… ตึก… ตึก…
รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นถนนที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ หญิงสาวผมสลวยสีน้ำตาลเดินคนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมายที่ไม่รู้จักมักคุ้น หลังจากเพิ่งลงเครื่องที่สนามบิน ที่นี่คงเป็นที่แรกที่อยากมา...หลังจากที่ไม่ได้มาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว…
ขาเรียวสวยก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนท้องฟ้าค่อยๆ มืดจางไป ผู้คนบางตาลงเรื่อยๆ ไปทีละคน...ทีละคน จนตอนนี้...เหลือฉันเพียงคนเดียว มีเพียงความมืดมิดของท้องฟ้ากับแสงสว่างสลัวๆ จากดวงไฟข้างทางอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น
และตอนนั้นเองมีบางอย่างทำให้ฉันหยุดเดินไปชั่วขณะ ขาแทบจะไม่แรงก้าวเดินต่อ สายตานั้นจับจ้องไปที่แผ่นหลังของใครบางคน...คนที่ทำให้ใจดวงนี้สั่นไหวอีกครั้ง ไม่รอช้า ฉันรีบวิ่งตามเขาไปแม้ขาแทบจะพยุงตัวไม่อยู่ แต่น่าเสียดายเมื่อชายผู้นั้นหายไปในความมืด ทำได้เพียงหลุบตาต่ำ รู้สึกเศร้าในใจ
แต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเมตตา เมื่อสายตาไปสะดุดที่เขาพอดี ชายคนนั้นยืนห่างจากฉันไม่ไกลนัก รอยยิ้มบางๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าเมื่อความหวังที่จะได้พบกันอีกครั้งเป็นจริง จึงเดินเข้าใกล้และไม่ลังเลที่จะจับมือรั้งเขาไว้
“มะ…เอ่อ...ขอโทษค่ะ”
ความหวังนั้นจบสิ้นลงไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เคยเปื้อนใบหน้า...ทว่าไม่ใช่เขาคนนั้นที่ฉันรู้จัก ถึงจะรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ในใจ แต่ก็ก้าวเดินต่อไปตามท้องถนน
“นานมากแล้วสินะ ที่ฉันไม่ได้มาที่นี่”
ฉันทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ที่อยู่ริมทางเดิน แววตาเศร้าทอดมองท้องฟ้าที่ตอนนี้มืดสนิทไปแล้ว มีเพียงแสงดาวริบหรี่เพียงไม่กี่ดวงเท่านั้นที่ทอแสงในนภา ดาวพวกนี้ก็ทำให้นึกถึงเรื่องของใครบางคนขึ้นมา เขามักจะพามาเดินเล่นและดูดาวที่นี่ด้วยกันบ่อยๆ ตอนที่เรา…ยังรักกัน และที่นี่ก็เป็นที่สุดท้ายที่เขาบอกเลิกฉัน ในวันนั้น…ฉันยังจำมันได้ดี…
เมื่อหลายเดือนก่อน
“คีย์เซีย”
ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาเรียกชื่อหญิงสาวที่กอดอกยืนเหม่อลอย แขนแกร่งโอบกอดร่างเล็กจากด้านหลัง ใบหน้าคมวางบนบ่าของเธอเบาๆ อย่างออดอ้อนซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวรับรู้ถึงความผิดปกติของเขา
“มีอะไรเหรอคะ ทำไมวันนี้มาแปลกจัง” ฉันหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับชายที่กอดซะแน่น ปกติเขาจะไม่แสดงท่าทีแบบนี้ในที่สาธารณะและยิ่งคนเยอะๆ แบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
“เอ่อ…คือ” เขาอ้ำอึ้งที่จะพูดบางอย่างออกมา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเรียกความกล้าแล้วเผชิญหน้ากันอีกครั้ง มือทั้งสองข้างจับใบหน้านวลอย่างแผ่วเบา ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานจนกระทั่งกล้าพอที่จะบอกบางสิ่ง
“มาสไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคีย์เซียได้อีกแล้ว…มาส…ขอโทษ...”
มือของเขาค่อยๆ เลื่อนออกจากใบหน้าขาวซีด ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป...ไปจากชีวิตของฉันตลอดกาล
“ไหนมาสบอกว่าจะดูแลกันตลอดไปไง มาสลืมแล้วเหรอ…สัญญาที่มาสพูดไว้น่ะ” สายน้ำแห่งความเสียใจเอ่อล้นเปียกชุ่มแก้มทั้งสองข้าง
ร่างกายที่เคยได้รับกอดที่แสนอบอุ่นหมุนตัวหันมาพูด
“มาสไม่ลืมหรอก...แต่มาสทำไม่ได้อีกแล้ว” น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบและเย็นชา มันทำให้ใจรู้สึกเจ็บเหมือนถูกบีบไว้
“ทำไม...บอกเหตุผลหน่อยได้ไหมว่าฉันทำอะไรผิดไป...” มือเรียวปาดน้ำตาที่เปื้อนใบหน้าจนหมดสิ้นและรอฟังคำตอบอย่างคาดหวัง....คาดหวังว่าเขาคงมีเหตุผลที่ดีกว่านี้...หวังว่าเขายังรักเหมือนในวันวาน...
“...ขอร้อง...อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม...” มีเพียงคำขอเดียวเท่านั้นที่จะขอเขา
“ไม่ว่ามาสจะมีเหตุผลอะไร...ฉันขอแค่อยู่กับฉันเถอะนะ...”
ผู้คนเดินผ่านไปมามากมายท่ามกลางความเงียบของคนทั้งสอง แม้จะยืนห่างกันไม่ไกลนัก...แต่สำหรับเรามันชั่งไกลออกไปเรื่อยๆ
...ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง...
“มาสมีเหตุผลของมาส...ขอโทษจริงๆ”
ชายหนุ่มหันหลังเดินจากไปเพียงไม่กี่ก้าวได้หยุดเท้าลง เขาเบี่ยงหน้ากลับมาทางคนที่ฟูมฟายตรงที่เดิม เขายิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า...
“ยังไงก็จะรักเสมอนะ...คีย์เซีย”
และคำพูดนี้คือสิ่งที่ฉันมีความสุขทุกๆ ครั้งที่เขาเอ่ยเอื้อนให้ฟัง...แต่มันไม่ใช่สำหรับครั้งนี้ มันไม่มีความสุขเลยสักนิด
เพราะสุดท้ายเขาก็จากไป… ทิ้งให้ฉันเจ็บปวดกับคำพูดของเขาอยู่คนเดียว
‘เพียงแค่สัญญาและคำบอกรักของใครบางคน มันก็ทำให้คนคนหนึ่งแทบเป็นบ้าได้เลย’
สุดท้ายเป็นยังไงน่ะเหรอ ฉันก็ต้องร้องไห้และปลอบใจตัวเองอยู่คนเดียวไง
ฉันดรอปเรียนแล้วไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศได้ราวๆ เกือบ 1 ปี เวลาที่ได้ใช้ไปนั้นมันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด ใช้ชีวิตไปวันๆ ในต่างประเทศ หมกมุ่นอยู่กับตัวเองว่าทำอะไรผิดไปหรือเปล่า...
‘ยังไงก็จะรักเสมอนะ...คีย์เซีย’ เสียงของเขายังก้องอยู่ในหูของฉัน ฉันควรทำยังไง ทั้งที่รู้ว่าต้องลืมได้แล้ว แต่ทำไม...ทำไมยังจำคำบอกรักจอมปลอมนั่นได้อีก จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืมเขาสักที ความทรงจำดีๆ ที่เคยอยู่ด้วยกันมันมีมากกว่าที่เขาทำให้ร้องไห้ ต้องยอมรับว่ายังคงคิดถึงเขาทุกครั้งที่นึกถึงวันเก่าๆ ที่มีร่วมกัน
แต่เวลาที่ผ่านไปกับใจที่บอบช้ำนี้มันก็ทำให้ความรักจางหายไปได้เช่นกัน...เหมือนโซนสมองส่วนลึกบอกกับว่า...
‘โลกใบนี้ไม่ได้มีผู้ชายคนเดียวที่หล่อนจะต้องจมปลักนะยะ! ยังมีผู้ชายอีกหลายล้านคนที่รอหล่อนอยู่นะยัยคีย์เซีย! อย่าทำตัวเป็นนางเอกลืมรักครั้งแรกไม่ได้ไปหน่อยเลย! นังผู้หญิงโลกสวยงงงวยกับชีวิตอันวิบัติ!’
และเหมือนตัวเองก็จะได้ยินเสียงเรียกร้องที่ดูเหมือนจะด่าทอของสมองส่วนลึกบอกอยู่เร่าๆ เนื่องจากห่อเหี่ยวมานานจึงเกิดอาการฮึกเหิมอย่างแปลกประหลาด
แต่ก็จริง...ฉันควรเปิดใจรับคนใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตได้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะไม่ปิดกั้นตัวเองให้จมอยู่กับอดีตอีกต่อไป คีย์เซียคนเดิมกับชีวิตแบบใหม่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วล่ะ
“หลังจากวันนี้ไปฉันจะกลับไปเป็นคนเดิมที่เคยยิ้มได้...ฉันต้องทำให้ได้” พูดเบาๆ กับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากที่ตรงนั้น...
ในที่แห่งเดียวกันนั้น หญิงสาวจะรู้ไหม...ว่ามีใครเฝ้ามองเธอตลอดตั้งแต่ที่เธอมาที่นี่แล้ว...
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าด้วยชุดสูทที่เจ้าตัวมักใส่เป็นประจำ หลังจากที่คุยธุระทางโทรศัพท์เสร็จ เขายังคงจับจ้องหญิงสาวที่นั่งอยู่เก้าอี้ริมทางเดินด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะได้พบกันอีก
“สิ่งที่เคยทำถูกแล้วใช่ไหม...” สายตายังคงไม่ละไปจากหญิงสาว
“ขอโทษนะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง” ชายหนุ่มหลุบตาต่ำก่อนจะพูดคำสุดท้ายออกมาด้วยเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน “ขอโทษ...”
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 บทส่งท้าย (The End)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#75 บทที่ 75 บทที่ 34 คนฉวยโอกาส (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#74 บทที่ 74 บทที่ 34 คนฉวยโอกาส (1)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#73 บทที่ 73 บทที่ 33 เลิกรอได้แล้ว (3)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#72 บทที่ 72 บทที่ 33 เลิกรอได้แล้ว (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#71 บทที่ 71 บทที่ 33 เลิกรอได้แล้ว (1)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#70 บทที่ 70 บทที่ 32 เจ้าหญิงจอมเย็นชา (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#69 บทที่ 69 บทที่ 32 เจ้าหญิงจอมเย็นชา (1)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#68 บทที่ 68 บทที่ 31 เจ้าหญิงและเจ้าชาย (3)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#67 บทที่ 67 บทที่ 31 เจ้าหญิงและเจ้าชาย (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน













