บทนำ
ระหว่างการสัมภาษณ์ เจนอ้างว่ายังโสด สร้างความฮือฮาอย่างมาก
คุณปุณณ์เตชะกุล หย่าร้าง และพุ่งขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของการค้นหา
ทุกคนรู้ว่า เจน เป็นนักวางแผนที่โหดเหี้ยม
ขณะที่ทุกคนคิดว่าเขาจะฉีกหน้า เจน ออกจากกัน บัญชีที่ลงทะเบียนไว้ได้แสดงความคิดเห็นในบัญชีส่วนตัวของเจน: "คีย์บอร์ดกับทุเรียน คืนนี้อยากดูอันไหนกัน?"
บท 1
“คุณเจนครับ ผมเสียใจที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า... จากการวินิจฉัยอย่างละเอียด เรายืนยันได้ว่าคุณไม่ได้เป็นแค่โรคกระเพาะอาหารอักเสบ แต่คุณเป็น ‘มะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย’ ครับ... ยังไงลองโทรหาทางบ้านอีกครั้งดีกว่านะครับ”
พอได้ฟังคำพูดของคุณหมอ และเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารของอีกฝ่าย เจนก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ เผลอกำผ้าปูที่นอนใต้ร่างของเธอไว้แน่น
“เป็นไปได้ยังไงกันคะ? ฉันเป็นแค่โรคกระเพาะอักเสบที่เกิดจากกรดไหลย้อนเองนะคะ แน่ใจเหรอคะว่าเป็นมะเร็ง? ไม่มีโอกาสที่จะวินิจฉัยผิดพลาดเลยเหรอคะ?”
พยาบาลนิ่งเงียบไปชั่วครู่ และเจนนก็เข้าใจความหมายของท่าทีนั้นได้ในทันที
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้! ทั้ง ๆ ที่เธอก็แข็งแรงดีมาตลอดแท้ ๆ!
“ยังไงก็รีบติดต่อญาติโดยเร็วนะคะ หลังจากนี้ถ้าคุณเลือกที่จะรักษา ก็ต้องให้ญาติเซ็นยินยอมด้วยค่ะ”
คำพูดนี้ไม่ต่างอะไรกับการประกาศโทษประหารชีวิตของเธอเลยสักนิด
เจนเอ่ยถามด้วยริมฝีปากและปลายนิ้วที่สั่นเทา “คุณหมอคะ... ฉันเหลือเวลาอีกนานแค่ไหนคะ?”
“อย่างมากที่สุด... ก็สามเดือนครับ”
“ค่ะ... หนูเข้าใจแล้ว”
หลังจากพูดจบ คุณหมอก็เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป
เธอก้มหน้าลง พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ก่อนจะกดโทรหา ‘อาร์ต’ สามีของเธออีกครั้ง
ทว่าเสียงสัญญาณเรียกเข้าที่ดังลากยาวนานหลายวินาที กลับจบลงด้วยการตัดสายไปเอง... ไม่มีคนรับสายเลย
เธอพยายามโทรออกไปอีกหลาย ๆ ครั้งอย่างใจลอย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง “ตื๊ด!” ดังขึ้นจากปลายสาย เจนดีใจจนรีบเงยหน้าขึ้นกำลังจะเอ่ยปากพูด แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นคำว่า “วางสายแล้ว” ตัวใหญ่ ๆ อยู่บนหน้าจอ
ในที่สุดเส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของเจนก็ขาดสะบั้นลง เธอขดตัวอยู่บนเตียงคนไข้ กอดตัวเองแล้วปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างสุดกัก
เธอเข้าโรงพยาบาลเพราะอาการปวดท้องรุนแรงมาสองวันแล้ว จากที่ตอนแรกปวดจนแทบจะทนไม่ไหว จนกระทั่งตอนนี้อาการเริ่มคงที่เพราะฤทธิ์ยาแล้ว เธอคิดว่าตัวเองหายดีแล้วแท้ ๆ แต่ใครจะไปคิดว่านี่เป็นเพียงแค่ความรู้สึกดีขึ้นชั่วคราวก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ลง ส่วนโทรศัพท์ของอาร์ต สามีของเธอนั้น... เธอโทรหาเขาไม่ติดเลย ส่งข้อความไปก็เงียบหายราวกับก้อนหินที่จมดิ่งลงสู่ก้นทะเล
พอโทรหาผู้ช่วย อีกฝ่ายก็เอาแต่พูดกรอกหูซ้ำ ๆ ว่า ‘ท่านประธานช่วงนี้งานยุ่งมากครับ จะแจ้งเรื่องที่คุณป่วยให้ทราบ แต่ท่านประธานอาจจะมาไม่ทันที่...’
เจนนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยใบหน้าซีดขาว รู้สึกเพียงว่าช่องท้องของเธอกลับมาปวดร้าวทรมานอีกครั้ง
“รบกวนทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ฉันด้วยค่ะ ไม่ต้องรักษาแล้ว”
เมื่อร้องไห้จนพอใจแล้ว เจนก็จัดการทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ในเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาอันแสนเฮงซวยนี้ได้ แทนที่จะเอาเวลาที่เหลือมาเสียไปกับการนอนซมอยู่ในโรงพยาบาล สู้เอาเวลาสามเดือนที่เหลือไปทำในสิ่งที่อยากทำดีกว่า
ทว่า ทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย สายตาของเจนก็เหลือบไปเห็นอาร์ตกำลังอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งรีบร้อนเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วยท่าทีลนลาน!
“เอ๊ะ! นั่นมันดาราคนที่กำลังดังอยู่ช่วงนี้ คุณแคลร์ไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่เลยเธอ! เห็นเมื่อกี้ท่านประธานรีบร้อนขนาดนั้น ฉันก็นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไร ที่แท้ก็แค่น้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นลม”
“ท่านประธานดูเป็นห่วงและกังวลขนาดนั้น ดูท่าข่าวลือในเน็ตคงเป็นเรื่องจริงสินะ...”
เสียงซุบซิบนินทาของพยาบาลสาวสองคนลอยเข้าหูของเจน
ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันตา เธอกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่นจนสั่น
ไม่นานนัก ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก แคลร์ถูกส่งตัวเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วย เจนเผลอตัวเดินตามไปเงียบ ๆ ราวกับมีอะไรบางอย่างดลใจ
เธอได้ยินเสียงอาร์ตกำลังเอ่ยปากไล่ผู้จัดการของแคลร์มาแต่ไกลด้วยความหงุดหงิด “ต่อไปอย่าจัดตารางงานให้แคลร์เยอะขนาดนี้อีก ถ้าเธอเป็นลมไปอีกจะทำยังไง? ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพของเธออีกแล้ว!”
เจนยังไม่ยอมแพ้ เธอฝืนใจลองโทรหาอาร์ตอีกครั้ง ชายหนุ่มก้มลงมองโทรศัพท์ในมือ ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญก่อนจะยอมกดรับสาย
"ฮัลโหล มีอะไร?" น้ำเสียงนั้นห้วนและเย็นชา
เจนจิกฝ่ามือตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ พยายามทำให้น้ำเสียงของตัวเองฟังดูสงบนิ่งที่สุด “คุณอยู่ไหนคะ? จะกลับบ้านเมื่อไหร่?”
อาร์ตตอบกลับมาอย่างแสนเย็นชาและไร้เยื่อใย “ติดธุระอยู่”
เจนหัวเราะเยาะ “มาติดธุระ... ถึงขั้นต้องมาเฝ้ากันที่โรงพยาบาลเลยเหรอคะ?”
คิ้วของอาร์ตขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นทันที เขาเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ตัวแต่ไม่เห็นใคร ทว่าน้ำเสียงที่ตอบกลับมากลับเย็นเยียบ “เธอส่งคนมาสืบเรื่องฉันเหรอ?”
“ฉัน...”
“เจน เมื่อไหร่เธอจะเลิกงี่เง่าสักที? ฉันยังมีธุระสำคัญต้องทำ”
ไม่รอให้เจนได้พูดแก้ตัวจนจบประโยค อาร์ตก็ตัดสายทิ้งไปในทันที
เจนยืนนิ่งงันอยู่กับที่ เธอรู้สึกปวดแปลบที่กระเพาะอาหารขึ้นมาอีกอีกครั้ง มือเท้าเย็นเฉียบไปหมด...
ทั้ง ๆ ที่เห็นคาตาตัวเองแล้วแท้ ๆ ทำไมถึงยังไม่ยอมแพ้โทรไปหาเขาอีกนะ? ในหัวใจของอาร์ตไม่เคยมีที่ว่างสำหรับเธอเลย แล้วจะหาเรื่องเจ็บตัวไปทำไมกัน
ที่หน้าโรงพยาบาล เจนบังเอิญเจอกับ ‘เพิร์ล’ เพื่อนสนิทที่มาหาหมอเพราะเป็นหวัด พออีกฝ่ายเห็นใบหน้าซีดขาวของเธอก็ตนใจจนสะดุ้งสุดตัว
เพิร์ลถามด้วยความเป็นห่วงทันที “เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรไปเจน? ทำไมเธอผอมลงไปขนาดนี้”
ตอนแรกเจนคิดจะปิดบัง เธอไม่อยากเปิดเผยเรื่องชีวิตแต่งงานอันแสนรันทดและน่าเศร้าของตัวเองให้เพื่อนต้องมารับรู้ ไม่ว่าจะเป็นความสงสารหรือคำปลอบใจ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้เลย แต่เพิร์ลเป็นเพื่อนรักที่รู้จักเธอดีที่สุด ถ้าเธอไม่ยอมพูด เพิร์ลก็คงจะเดินไปคาดคั้นถามจากหมอเองอยู่ดี เจนจึงทำได้เพียงเล่าและอธิบายสถานการณ์ให้ฟังคร่าว ๆ
เพิร์ลตกใจมาก ระหว่างทางที่ขับรถไปส่งเจน เธอก็บ่นอุบไม่ยอมหยุด “เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกฉันสักคำ?!”
เจนฝืนยิ้มซีดเซียว “นี่ก็ยังเดินไหวอยู่นี่นา ฉันเรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้เหมือนกัน”
“มันจะเหมือนกันได้ยังไง?” เพิร์ลพูดอย่างฉุนเฉียว “แล้วไอ้สามีตัวดีของเธอล่ะ? เขารู้เรื่องไหม?”
เจนนึกถึงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่เขามีต่อแคลร์เมื่อครู่แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ เธอทำเพียงส่ายหน้าเงียบ ๆ “เขายังยุ่งอยู่... ไม่จำเป็นต้องไปรบกวนเขาหรอก”
“ยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง! ทั้งโลกก็มีแต่เขานั่นแหละที่งานยุ่งที่สุด! ถ้าจะยุ่งขนาดนี้ก็ไม่ต้องมีเมียสิยะ ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวแบบนี้ทุกวันมันหมายความว่ายังไง?”
เพิร์ลบ่นอย่างหัวเสียอยู่สองสามประโยค
เจนเห็นว่าเพิร์ลเองก็ดูหน้าตาไม่ค่อยดีเพราะพิษไข้ พอถึงบ้านจึงรีบไล่ให้เพื่อนรักกลับไปพักผ่อน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ พอเอนตัวลงนอน เจนก็เปิดโทรศัพท์และเห็นประเด็นร้อนที่เพิ่งอัปเดตขึ้นมาใหม่ในโลกโซเชียล แคลร์ถูกถ่ายภาพได้ขณะเข้าโรงพยาบาลตอนกลางดึก แม้ใบหน้าของชายหนุ่มในภาพจะไม่ชัดเจน แต่ไม่ว่าเงาร่างนั้นจะเบลอแค่ไหน เจนก็จำได้ในทันทีว่าเป็นอาร์ต...
ด้านล่างโพสต์มีแต่แฟนคลับที่เข้ามาแสดงความห่วงใยต่ออาการป่วยของแคลร์ และเริ่มด่าบริษัทต้นสังกัดที่จัดตารางงานให้หนักเกินไป นอกจากนี้ยังมีบางคนที่เริ่มซุบซิบเกี่ยวกับผู้ชายที่อุ้มแคลร์ในภาพ
ทันใดนั้น ก็มีคนปล่อยข่าวแฉว่าแคลร์กำลังตั้งท้อง! ในภาพคือใบรายงานผลการตรวจที่ระบุชัดเจนว่าแคลร์ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้ว
หนึ่งเดือน... ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับวันที่อาร์ตถูกถ่ายภาพได้ขณะเดินออกมาจากวิลล่าส่วนตัวของแคลร์พอดี
เจนยืนนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางวันแสก ๆ หัวใจเจ็บปวดรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด
เมื่อหวนนึกถึงชีวิตแต่งงานตลอดสามปีที่ผ่านมา มันก็ไม่ต่างอะไรกับเรื่องตลกเรื่องหนึ่งเลย
ความจริงแล้วคนที่อาร์ตรักมาโดยตลอดคือแคลร์ แต่หลังจากที่ตระกูลกิจธนะวรกุลล้มละลาย ปุณณ์เดชะกุลของอาร์ตก็ไม่เห็นด้วยที่พวกเขาจะคบหาดูใจกัน จึงบังคับให้ทั้งสองแยกทางกัน
แคลร์เดินทางไปต่างประเทศเพื่อไล่ตามความฝัน ส่วนอาร์ต... เพื่อต้องการต่อต้านการแต่งงานที่ครอบครัวจัดหาให้ เขาจึงเลือกเจนเป็นคู่แต่งงานต่อหน้าผู้ใหญ่ทุกคน
ทั้ง ๆ ที่ตามความจริงแล้ว คู่หมั้นของเขาควรจะเป็นพี่สาวของเจนต่างหาก
ในตอนนั้นเจนกำลังต้องการที่พึ่งพิงเพื่อหนีออกจากตระกูลนันทพิวัฒน์ เธอจึงตอบตกลง...
ในสายตาของทุกคน เธอกับอาร์ตเป็นเพียงแค่คนที่ต่างฝ่ายต่างก็ใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าเธอชอบอาร์ตมานานมากแล้ว
เธอเต็มใจก้าวเข้าสู่ชีวิตแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรักนี้... ก็เพื่อคำว่ารักคำเดียว
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอทุ่มเทดูแลอาร์ตอย่างดีที่สุด โดยหวังว่าสักวันหนึ่งความดีจะสามารถหลอมละลายหัวใจที่แสนเย็นชาของเขาได้บ้าง
แต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทันทีที่แคลร์กลับมาถึงประเทศ เขาก็รีบวิ่งแล่นไปหาผู้หญิงคนนั้นทันที และตลอดช่วงเวลานี้ก็คอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอไม่ห่าง
เจนถึงเพิ่งจะตาสว่างและได้รู้ว่าคนที่เขารักมีเพียงคนเดียวมาโดยตลอด ส่วนเธอก็เป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อต่อต้านครอบครัวเท่านั้น...
จะมีใครไปหลงรักเครื่องมือกันล่ะ?
ต่อให้เธอทำดีมากมายแค่ไหน สุดท้ายมันก็เป็นเพียงความพยายามที่สูญเปล่า
ตอนที่อาร์ตเดินเข้ามาในบ้าน ในห้องนั่งเล่นมืดสนิท ไม่มีโคมไฟดวงนั้นที่คอยเปิดรอเขาจนดึกดื่น และไม่มีคนที่คอยนอนขดตัวอยู่มุมโซฟาเพื่อรอเขากลับมา
เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่คุ้นชินตา ก่อนจะเอื้อมมือเปิดไฟทันที
พ่อบ้านได้ยินเสียงจึงรีบลงมาจากชั้นบน อาร์ตยื่นเสื้อนอกให้เขาแล้วเอ่ยปากถาม “เธอไปไหน?”
แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่ออกมาตรง ๆ แต่พ่อบ้านก็เข้าใจได้ในทันที “คุณผู้หญิงกลับเข้าห้องไปตั้งแต่หัวค่ำแล้วครับ ตอนนี้น่าจะหลับไปแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของอาร์ตก็ไหววูบไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เขาโบกมือไล่พ่อบ้าน แล้วเดินก้าวยาว ๆ กลับขึ้นห้องนอนไป
พอผลักประตูเข้าไป ก็เห็นเงาเล็ก ๆ นูนขึ้นมาบนเตียง อาร์ตเดินผ่านเตียงนอนตรงเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายในห้องน้ำ
ขณะที่เขาทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างพร้อมกับไอความร้อนจากน้ำที่เพิ่งอาบเสร็จ ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็พลิกตัวขึ้นมาจูบเขาในทันที อาร์ตชะงักไปครู่หนึ่ง
“นี่ยังไม่นอนอีกเหรอ?”
เกิดเรื่องขนาดนี้แล้ว... เจนจะข่มตาหลับลงได้อย่างไร?
เธอใช้แขนเรียวโอบรอบคอของอาร์ตไว้แน่น ก้มลงบดจูบริมฝีปากบางของเขา มือของเธอเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อนอนของชายหนุ่มอย่างชำนาญ ก่อนจะลูบไล้เข้าไปตามแนวกล้ามเนื้อแกร่งและเริ่มสัมผัสร่างเขาอย่างเร้าร้อน...
บทล่าสุด
#200 บทที่ 200 เพิ่มเข้าบัญชีดำ
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#199 บทที่ 199 สาดใส่หน้าเขา
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#198 บทที่ 198 ถ้าไม่ชดใช้เงินก็อย่าหวังว่าจะได้ไปไหน
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#197 บทที่ 197 รถเสีย
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#196 บทที่ 196 ถูกแทงก้น
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#195 บทที่ 195 ไม่รู้จักปลอบใจเด็กผู้หญิง
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#194 บทที่ 194 ทิ้งรอยแผลเป็น
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#193 บทที่ 193 รอดพ้นจากเคราะห์ร้าย
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#192 บทที่ 192 การสอบสวนสลับกัน
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#191 บทที่ 191 กล้องวงจรปิดถูกทำลาย
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!













