บทนำ
ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
บท 1
“โอ๊ย เจ็บ ๆ ๆ นี่เรายังไม่ตายหรอกหรือ แต่ถ้าตายแล้วก็คงไม่เจ็บสิ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน ไอ้หลังคาผุ ๆ พัง ๆ นี่มันอไรกัน”
เว่ยจื้อโหยวได้แต่พูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเธอกำลังนอนหลับอยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะพาเธอไปเข้าร่วมทีมหน่วยลับหรอกหรือ แล้วทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้ แล้วที่นี่มันที่ไหนหลังคาผุ ๆ นี่มันจะพังลงมาทับเธอหรือไม่
แล้วทำไมข้างนอกนั่นเสียงดังอะไรกัน ยายป้าปากตลาดที่ไหนมาด่าทอทะเลาะกันเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่นเอาเสียเลย เว่ยจื้อโหย่วที่ยังปวดหัวและนอนซมด้วยพิษไข้ได้แต่คิดในใจ เมื่อไหร่คนพวกนั้นจะเลิกด่าทอกันเสียที
ด้านนอกบ้านนางเซียนซื่อกำลังก่นด่าบ้านรองด้วยถ้อยคำหยาบคาย นางก่นด่าลูกชายและลูกสะใภ้รวมถึงหลานสาวว่าเป็นพวกอกตัญญู เป็นหมาป่าตาขาวและเป็นพวกเนรคุณ
สาเหตุที่นางเซียนซื่อยืนก่นด่าบ้านรองอยู่เพราะลูกชายขัดขืนไม่ยอมให้นางขายเว่ยจื้อโหยวให้กับเศรษฐีเฒ่า ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่พอใจและบีบคั้นบ้านรองทุกวิถีทาง อ้างความจำเป็นในการใช้เงินก็แล้วอ้างถึงความกตัญญูที่พึงมีต่อบุพการีก็แล้ว แต่ลูกชายของนางอย่างเว่ยเจี้ยนป๋อก็หาได้ยินยอมไม่
แต่ไหนแต่ไรมาลูกชายคนนี้ของนางหัวอ่อนและยอมลงให้นางมาตลอด นางเองไม่ได้มีใจรักใคร่บุตรชายคนนี้นักด้วยหมอดูได้ทำนายทายทักเอาไว้แล้วว่าหลานชายของนางจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ตระกูล ในตอนนั้นนางมีหลานชายเพียงคนเดียวคือบุตรชายของบุตรชายคนโต
ด้วยความเชื่อที่แสนจะงมงายของหมอดูปลอม ๆ ที่ทำมาหากินกับความเชื่อของชาวบ้าน หลังจากนั้นมานางก็ทุ่มเททุกอย่างให้กับครอบครัวของบุตรชายคนโตอย่างเว่ยอี้หานและมีสะใภ้ใหญ่อย่างนางเหอซื่อคอยยุแยงเป่าหูแม่สามีอยู่ทุกวัน
นางเหอซื่อมีชื่อเดิมว่าเหอเหมี่ยวแต่งงานกับเว่ยอี้หานมีลูกชาย 2 คน และมีลูกสาว 1 คน ลูกสาวนั้นอายุไล่เลี่ยกับเว่ยจื้อโหย่วคือ 17หนาว ส่วนลูกชายคนโตตอนนี้เรียนอยู่ที่สำนึกศึกษาในเมืองอายุ 14 หนาว ลูกชายอีกคนอายุ 7 หนาว
สะใภ้ใหญ่เป็นญาติทางฝั่งแม่ของนางเซียนซื่อ เมื่อแต่งเข้าบ้านเว่ยจึงทำให้ลูกสะใภ้และแม่สามีที่มีศักดิ์เป็นเครือญาติกันนั้นเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย
เว่ยเจี้ยนป๋อแต่งงานกับนางเหลียนซื่อหรือชื่อเดิมคือเหลียนเหมยชิง สำหรับสะใภ้รองผู้เฒ่าเว่ยเป็นคนสู่ขอให้มาตบแต่งกับเว่ยเจี้ยนป๋อในตอนที่ผู้เฒ่าเว่ยมีชีวิตอยู่ หลังจากเว่ยเจี้ยนป๋อแต่งงานได้สามปี ผู้เฒ่าเว่ยก็ป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เว่ยเจี้ยนป๋อและนางเหลียนซื่อมีลูกทั้งหมด 3 คน โดยมีเว่ยจื้อโหยวเป็นลูกสาวคนโต อายุ 17 หนาว น้องชาย อายุ 14 และ 7 หนาว
เว่ยจื้อโหยวที่ตอนนี้ปวดหัวมาก ตอนนี้จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกในตอนที่เธอกำลังพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงไม้แข็ง ๆ นี่ กลับมีเรื่องราวต่าง ๆ เข้ามาในหัวของเธอจนเธอหมดสติไปอีกครั้ง
ส่วนคนด้านนอกนั้นยังถกเถียงกันและย่าใจร้ายก็ยังไม่หยุดด่า และยังมีลูกสะใภ้เป็นลูกคู่ เว่ยเจี้ยนป๋อมองหน้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยสายตาผิดหวังระคนเสียใจ
ส่วนพี่ชายอย่างเว่ยอี้หานนั้นยืนมองน้องชายและครอบครัวด้วยสายตาเกลียดชัง เขามีความเชื่อไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ หากว่าบุตรชายของเขาสอบได้เป็นขุนนางขึ้นมาเขาไม่ต้องการนับญาติกับน้องชายผู้นี้
“น้องรอง ข้าว่าเจ้ายอมยกลูกสาวของเจ้าแต่งเข้าบ้านเศรษฐีเถอะ นางจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดี เจ้าเองก็จะได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาของเศรษฐีเชียวนะ” อี้หาน
“หากพี่ใหญ่ว่าการไปเป็นอนุของชายแก่คราวปู่มันดีนักหนาเหตุใดท่านไม่ให้ลูกสาวของท่านตบแต่งเข้าไปเสียล่ะขอรับ” เจี้ยนป๋อ
“นี่เจ้า.. เจ้ากล้าพูดจายอกย้อนข้าเช่นนั้นหรือ เดี๋ยวนี้เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง” อี้หานชี้หน้าด่าน้องชาย
“เจ้าลูกอกตัญญู ข้าอุ้มท้องเจ้ามาเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ เจ้ากลับเนรคุณ ตอนนี้ข้าแค่ขอให้เจ้ายกนางตัวไร้ค่าลูกสาวของเจ้าแต่งเข้าบ้านเศรษฐีเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเจ้ากลับไม่ยินยอม ข้าน่าจะเอาขี้เถ้าอุดปากเจ้าให้ตายเสียแต่ยังเด็ก ข้าไม่น่าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ขนาดนี้ ข้าไม่น่าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อให้มาเนรคุณข้าเอง ลูกอกตัญญู” นางเซียนซื่อชี้หน้าด่าลูกชาย
“ก็แค่ลูกสาวไร้ค่าของเจ้า จะเทียบอันใดกับลูกสาวของข้าได้กัน อย่าเอาลูกสาวของเจ้ามาเทียบกับหนิงอันลูกสาวข้า” สะใภ้ใหญ่
“ข้ายังยืนยันคำเดิม ข้าไม่มีวันส่งลูกสาวของข้าให้บ้านเศรษฐีเฒ่า ลูกสาวของข้าข้าจะหาสามีให้นางเอง ในเมื่อทั้งหมดเป็นปัญหาของพวกท่านที่รับปาก พวกท่านก็หาทางแก้ปัญหากันเอาเองเถิด ตลอดเวลาที่ข้าต้องอดทนให้พวกท่านรังแกลูกเมียข้ามันก็เกินพอแล้ว ข้าสู้อุตส่าห์ทำตามคำขอร้องของท่านพ่อที่สั่งเสียเอาไว้ให้พี่น้องรักและสามัคคีกันแต่พวกท่านไม่เคยจะใส่ใจ เอาแต่รังแก กดขี่ข่มเหงบ้านรองของข้า อาหารการกินบ้านรองก็ได้ส่วนแบ่งมาน้อยนิดทั้ง ๆ ที่งานในไร่ครอบครัวของข้าก็ทำมากที่สุด เงินก็เป็นข้าหามามากที่สุด แต่เงินเหล่านั้นไม่เคยตกถึงครอบครัวของข้า ตลอดเวลา 20 กว่าปีมานี้ ข้าถือว่าข้าได้กตัญญูต่อท่านแล้ว ท่านแม่ หากเป็นเช่นนี้ข้าขอแยกบ้านขอรับ” เจี้ยนป๋อพูดออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ
“แยกบ้าน เจ้ากล้าแยกบ้านหรือ อกตัญญู อกตัญญูแล้ว” นางเซียนซื่อทุบขาร้องโวยวายตีอกชกลม
“ท่านแม่ ในเมื่อน้องรองอยากแยกบ้านก็ให้แยกไปเถอะขอรับ แต่ข้าจะไม่แบ่งอะไรให้ทั้งนั้น อยากแยกบ้านเองก็ออกไปแต่ตัวเถอะ” อี้หาน
“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ อีกหน่อยลูกใหญ่ก็จะเป็นขุนนางแล้ว ข้าไม่อยากให้มีปลิงมาเกาะคอยดูดเลือดเจ้าค่ะ” สะใภ้ใหญ่
“ได้ ในเมื่อเจ้าอยากแยกบ้านนักก็ออกไปแต่ตัวก็แล้วกัน เจ้าใหญ่ ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาจัดการให้เรียบร้อย” นางเซียนซื่อ
หลังจากนั้นไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านได้มาทำการแยกบ้านโดยมีเอกสารการแยกบ้านและตัดขาดสามฉบับ ฉบับแรกมอบให้กับนางเซียนซื่อ ฉบับที่สองมอบให้กับเจี้ยนกั๋ว และฉบับสุดท้ายหัวหน้าหมู่บ้านจะนำไปยื่นกับทางการถือเป็นการเสร็จสิ้นการแยกบ้าน
“พวกเจ้ารีบไสหัวออกไปจากบ้านของข้าและอย่าได้หยิบฉวยอะไรของข้าออกไปเด็กขาด สะใภ้ใหญ่คอยจับตาดูเอาไว้” นางเซียนซื่อ
“เจ้าค่ะท่านแม่”
“พวกเราไปเก็บของกันเถอะ อย่าเสียเวลาอีกเลย” เจี้ยนป๋อ
“เจ้าค่ะท่านพี่”
“ขอรับท่านพ่อ”
ครอบครัวของเจี้ยนป๋อเก็บข้าวของที่มีอยู่น้อยนิดใส่ห่อผ้าจากนั้นนางเหลียนซื่อก็ไปช่วยลูกสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่เก็บของ เจี้ยนป๋ออุ้มลูกสาวที่นอนหมดสติอยู่ขึ้นวางใส่รถเข็นอย่างเบามือ คนพวกนี้นับว่ามีจิตใจเหี้ยมโหดเพียงแค่ลูกสาวของเขาไม่ยินยอมไปเป็นอนุของตาเฒ่าบ้ากามผู้นั้น
เขาไม่คิดเลยว่าย่าแท้ ๆ จะทุบตีลูกสาวเขาปางตาย หากเขากลับมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวที่น่ารักแสนดีของเขาคงได้หมดลมหายใจไปแล้ว เพราะเหตุนี้ความอดทนที่เขามีถึงได้ขาดลง เขาทำใจอยู่ร่วมบ้านกับคนพวกนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว หากเขาไม่สามารถปกป้องลูกได้เขาก็ไม่สมควรจะเป็นพ่อใคร
“ท่านพ่อพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนหรือขอรับ” เว่ยหย่งคัง
“พวกเราจะกลับไปอยู่บ้านเดิมของท่านแม่เจ้า กับท่านตาท่านยายของพวกเจ้า” เจี้ยนป๋อ
“ขอรับท่านพ่อ เช่นนั้นเราไปกันเถอะ จะได้รีบพาพี่ใหญ่ไปรักษา” เว่ยหย่งหมิง
ในตอนที่ครอบครัวของเจี้ยนป๋อกำลังเดินออกจากบ้านเว่ยมา อี้หานได้พูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า
“อย่าคิดว่าแยกบ้านแล้วลูกสาวของเจ้าจะหนีพ้น คอยดูลูกสาวของเจ้าเอาไว้ให้ดี ท่านเศรษฐีไม่มีวันรามือ”
เจี้ยนป๋อเข็นรถที่มีร่างของลูกสาวนอนไม่ได้สติอยู่พาลูกเมียเดินออกจากหมู่บ้านลี่เจียงที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิดไปด้วยใจที่แตกสลาย เขาผิดหวังกับมารดาผู้ให้กำเนิดและพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง
ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสงสารเว่ยเจี้ยนป๋อและครอบครัวแต่พวกเขาเป็นคนนอกไม่สามารถจะเข้าไปยุ่งเรื่องของผู้อื่นได้ อีกอย่างแม่สามีกับลูกสะใภ้บ้านนี้นั้นล้วนร้ายกาจ เห็นแก่ตัวและปากร้ายจนไม่มีใครอยากจะข้องแวะด้วย
ใช้เวลากว่า 1 ชั่วยามเดินเท้าจากหมู่บ้านลี่เจียงมาถึงหมู่บ้านต้าหลี่ที่เป็นบ้านเดิมของนางเหลียนซื่อ เมื่อมาถึงก็พบกับพี่สะใภ้ที่กำลังกวาดลานบ้านอยู่พอดี
นางซ่งซื่อหรือซ่งจินเหม่ยเห็นน้องสาวสามีพร้อมด้วยน้องเขยและหลาน ๆ เดินเข้ามาในบ้านและน้องเขยยังได้เข็นรถเข็นที่มีร่างของหลานสาวคนโตที่นอนหมดสติมาด้วย
ด้วยความตกใจนางจึงถามออกมาด้วยความร้อนรน
"น้องสาวน้องเขยเหตุใดจื้อโหย่วถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เกิดอะไรขึ้น"
“พี่สะใภ้เข้าบ้านกันก่อนเจ้าค่ะ ค่อยไปคุยกันในบ้านนะเจ้าคะ” นางเหลียนซื่อ
“เช่นนั้นก็เข้าบ้านกันเถอะ น้องเขยเจ้าอุ้มจื้อโหยวเข้าไปพักข้างในก่อน” นางซ่งซื่อ
“เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงหลังบ้าน” แม่เฒ่าเหลียน
“ท่านแม่ น้องสาวกับน้องเขยมาเจ้าค่ะ หลานสาวเกิดเรื่องแล้ว” นางซ่งซื่อตอบแม่สามี
“อะไรนะ เกิดอะไรขึ้นกับหลานข้า นี่มันเรื่องอันใดกัน” แม่เฒ่าเหลียน
“ท่านแม่ใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ ข้าจะเล่าให้ท่านแม่ฟังเอง และต่อจากนี้ไปข้าและท่านพี่จะขอกลับมาอยู่ที่นี่ได้หรือไม่เจ้าคะ ท่านพี่ตัดขาดจากบ้านเว่ยแล้ว พวกเราจะขออาศัยอยู่กับท่านแม่สักระยะ จากนั้นพวกเราจะหาทางขยับขยายออกไปอยู่กันเองเจ้าค่ะ” นางเหลียนซื่อเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา
“เอาเถอะ ๆ ที่ทางของบ้านเรายังมีพอที่จะให้พวกเจ้าปลูกบ้าน ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก เจ้าบอกมาให้แม่ฟังสิมันเกิดอันใดขึ้น”
หลังจากที่ได้ฟังลูกสาวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแม่เฒ่าเหลียนก็อยากจะไปจัดการกับยายแก่สารเลวบ้านเว่ยจริง ๆ โชคดีที่ลูกเขยของนางตัดขาดออกมาได้ นางไม่เชื่อหรอกว่าคนขยันอย่างเจี้ยนป๋อจะไม่สามารถหาเลี้ยงลูกเมียได้ ถึงตอนแรกจะลำบากไปบ้างเท่านั้น
แต่ปัญหาเรื่องหลานสาวนั้นหากว่าไม่หาทางออกที่ดีไม่พ้นว่าจะโดนอำนาจเงินของตาเฒ่าบ้ากามคนนั้นรังแกเอาได้ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถรอดพ้นจากน้ำมือของตาเฒ่าบ้ากามนั้นได้คือให้หลานสาวแต่งออกไป
หากผู้ใดล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่นถือว่ามีความผิดร้ายแรง แม้ว่าคนผู้นั้นจะมีเงินมีอำนาจมากก็ไม่สามารถที่จะล่วงละเมิดภรรยาของผู้อื่นได้ โทษของผู้ที่ทำความผิดคือต้องไปใช้แรงงานขุดคูเมืองและโดนยึดทรัพย์
บทล่าสุด
#113 บทที่ 113 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#112 บทที่ 112 คนดีพี่มาง้อ
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#111 บทที่ 111 ยอดลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#110 บทที่ 110 ของฝากจากเมืองหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#109 บทที่ 109 เอาคืนให้ชุยต้า(2)
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#108 บทที่ 108 เอาคืนให้ชุยต้า (1)
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#107 บทที่ 107 ไม่ยอมก็ต้องยอม
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#106 บทที่ 106 จวนราชครูสั่นสะเทือน
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#105 บทที่ 105 พวกเจ้าเป็นลูกหลานบ้านไหนกัน??
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#104 บทที่ 104 ไปเมืองหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย้ำรักเลขา NC-20
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”













