บทนำ
หลังจับได้ว่าคู่หมั้นนอกใจ ‘สายขิม’ พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ตัดสินใจทำสิ่งบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต เธอจูบ ‘ภาคิน’ ประธานบริษัทต่อหน้าคนทั้งงาน เพื่อให้คนรักเก่ารู้ว่าตัวเองไม่ได้มีค่าแค่คนเดียวในโลกของเธอ
แต่แทนที่ภาคินจะโกรธ เขากลับยื่นข้อเสนอให้เธอเป็น ‘คู่รักกำมะลอ’ อย่างจริงจัง เพราะต้องใช้ภาพลักษณ์ความรักที่มั่นคงต่อสู้กับกฤษณ์และผู้ถือหุ้น
ข้อตกลงเริ่มต้นด้วยจูบหลอก ๆ เดตปลอม ๆ และคำโกหกที่มีวันหมดอายุ ทว่าทุกครั้งที่เขายื่นมือมาช่วย ทุกครั้งที่เธอยืนหยัดปกป้องเขา และทุกครั้งที่ทั้งคู่หัวเราะด้วยกัน เส้นแบ่งระหว่างการแสดงกับความรู้สึกจริงก็ค่อย ๆ จางลง
เมื่อความจริงเปิดเผยว่าภาคินตกหลุมรักเธอมานานแล้ว สายขิมจะกล้าเชื่อหรือไม่ว่า ผู้ชายที่เธอใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้น อาจเป็นคนเดียวที่รักเธอโดยไม่เคยคิดจะครอบครองเธอเลย
บท 1
ตอนที่ 1 จูบกลางงาน
แสงไฟจากห้องจัดเลี้ยงชั้นสามสิบห้าสะท้อนผ่านผนังกระจกจนเมืองทั้งเมืองดูราวกับถูกห่อหุ้มไว้ด้วยประกายสีทอง เสียงดนตรีแจ๊ซลอยคลออยู่ในอากาศปะปนกับเสียงหัวเราะของแขกเหรื่อและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเป็นจังหวะ งานเปิดตัวโครงการใหม่ของวารินกรุ๊ปกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น สมบูรณ์แบบเหมือนทุกอย่างในบริษัทที่มีชื่อของตระกูลวรภัทรอยู่เบื้องหลัง
สายขิมยืนอยู่ข้างเวทีด้วยรอยยิ้มที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตสำหรับเช็กกำหนดการ ส่วนอีกข้างกอดแฟ้มเอกสารแนบลำตัวแน่น เธออยู่ในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กำหนดให้ใส่ในคืนนี้ ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าต่ำ เผยให้เห็นใบหน้าสดใสที่แม้จะเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ยังคงยิ้มต้อนรับแขกทุกคนได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณขิมคะ นักข่าวจากสำนักข่าวธุรกิจขอสัมภาษณ์คุณภาคินก่อนเริ่มช่วงนำเสนอค่ะ” ผู้ช่วยสาวรีบเดินเข้ามารายงาน
“บอกเขาว่ารออีกสิบนาทีนะคะ คุณภาคินกำลังคุยกับกลุ่มผู้ถือหุ้นอยู่ เดี๋ยวขิมจะไปประสานให้เอง” ขิมตอบพร้อมรอยยิ้ม “แล้วช่วยเช็กไฟล์วิดีโอเปิดงานอีกครั้งด้วยนะคะ อย่าให้มีปัญหาเหมือนรอบซ้อม”
“ได้ค่ะ”
เมื่อผู้ช่วยเดินจากไป ขิมจึงยกแท็บเล็ตขึ้นตรวจตารางงานอีกครั้ง ทุกอย่างตรงตามเวลา เธอควรจะรู้สึกโล่งใจ ทว่าความรู้สึกหนักอึ้งที่กดอยู่ในอกมาตลอดทั้งวันกลับไม่ได้เบาลงเลยแม้แต่น้อย
วันนี้เป็นวันครบรอบห้าปีที่เธอกับธันวาคบกัน
และอีกสองวันข้างหน้า พวกเขาจะมีงานหมั้นเล็ก ๆ ระหว่างครอบครัว
ขิมเหลือบมองแหวนวงบางที่นิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่ธันวาเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง เขาบอกว่าไม่อยากให้มันใหญ่เกินไป เพราะเธอเป็นคนเรียบง่าย และเธอก็เชื่อเขา เชื่อทุกคำพูด เชื่อทุกแผนการที่เขาวางไว้สำหรับอนาคตของพวกเขา
อย่างน้อยก็จนกระทั่งเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือสั่นขึ้น ขิมหยิบมันออกมาโดยคิดว่าอาจเป็นข้อความจากทีมงาน แต่ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอกลับเป็นชื่อของ ‘ธันวา’ ตามด้วยข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้าง
ธันวา : ผมอยู่ที่ห้องรับรองชั้นสาม มาหาผมหน่อย มีเรื่องต้องคุย
ขิมอ่านซ้ำอยู่สองรอบ ก่อนที่จะพิมพ์ตอบกลับไปว่า
สายขิม : ตอนนี้ขิมกำลังทำงาน มีอะไรโทรมาคุยก็ได้ค่ะ
ข้อความตอบกลับมาแทบจะทันที
ธันวา : มาคนเดียว อย่าให้ใครเห็น
หัวใจของขิมกระตุกวูบ ความรู้สึกไม่ดีแล่นขึ้นมาจากปลายเท้าจนถึงกลางใจ เธอหันไปมองห้องรับรองที่อยู่สุดทางเดิน กระจกฝ้าบานใหญ่ปิดบังสิ่งที่อยู่ด้านในเอาไว้ แต่เธอเห็นเงาคนสองคนผ่านผิวกระจก หนึ่งในนั้นเป็นธันวาอย่างไม่ต้องสงสัย
ขิมสูดลมหายใจลึกๆ พยายามบอกตัวเองว่าเขาอาจกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์หรือมีเรื่องงานที่ไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน เธอเดินออกจากงานอย่างเงียบ ๆ ส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมรับช่วงดูแลแขกแทน แล้วก้าวไปตามทางเดินที่เงียบกว่าด้านหน้าอย่างช้า ๆ
ประตูห้องรับรองเปิดแง้มอยู่ เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังลอดออกมาเบา ๆ ตามด้วยเสียงของธันวาที่เธอจำได้ดี
“พรุ่งนี้ผมจะคุยกับพ่อเรื่องหุ้นให้เรียบร้อย ขอแค่คุณรออีกนิด”
“แล้วขิมล่ะคะ คุณจะเลิกกับเธอเมื่อไร”
คำถามนั้นทำให้มือของขิมเย็นเฉียบ เธอหยุดอยู่หน้าประตู ไม่ได้ผลักเข้าไปในทันที เพราะส่วนหนึ่งในใจยังพยายามหาคำอธิบายให้เขา เสียงข้างในเงียบไปชั่วครู่ ก่อนธันวาจะหัวเราะเบา ๆ
“ขิมน่ะเหรอ เธอไม่ไปไหนหรอก ต่อให้รู้ ผมก็รู้ว่าเธอต้องให้อภัยผมอยู่ดี”
โลกทั้งใบของขิมเหมือนถูกใครสักคนดึงปลั๊กออก เสียงดนตรีจากห้องจัดเลี้ยงที่อยู่ไกลออกไปยังดังเหมือนเดิม แต่กลับเหมือนมาจากสถานที่ที่ห่างไกลเหลือเกิน
เธอผลักประตูเข้าไปแทบจะทันที
ธันวากับผู้หญิงอีกคนผละออกจากกันทันที แก้วไวน์ในมือของผู้หญิงคนนั้นเอียงจนไวน์สีแดงหกลงบนโต๊ะ เธอเป็นคนสวย แต่งตัวดี และขิมจำได้ว่าเคยเห็นเธอในข่าวธุรกิจหลายครั้ง ‘ลลิน รัตนเวช’ รองกรรมการบริษัทคู่แข่งของวารินกรุ๊ป
“ขิม...” ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยสีหน้าตกใจ
“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้ค่ะ” ขิมพยายามยิ้ม แต่เสียงของตัวเองกลับเบากว่าที่คิด “ขิมมารบกวนหรือเปล่า”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”
“ถ้าอย่างนั้นมันเป็นอย่างไหนคะ”
ธันวาลุกขึ้น เขาขยับเข้ามาหาเหมือนทุกครั้งที่ต้องการปลอบเธอ แต่ขิมถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ผมกำลังจะบอกคุณอยู่แล้ว”
“บอกอะไรคะ ว่าคุณนัดผู้หญิงคนอื่นในโรงแรมที่เราจัดงานหมั้น หรือบอกว่าคุณคิดว่าขิมจะให้อภัยคุณเสมอ”
สีหน้าของธันวาเปลี่ยนไป ลลินก้มมองแก้วในมือ ไม่พูดอะไรออกมา ขิมมองผู้ชายที่เธอคบมาห้าปีด้วยสายตาที่ไม่คุ้นเคยเป็นครั้งแรก
“เราเลิกกันเถอะ” ธันวาพูดขึ้นในที่สุด “ผมกับลลินมีเรื่องงานที่ต้องร่วมมือกัน คุณเข้าใจผมหน่อยได้ไหม”
ขิมหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่น้ำตาร้อนผ่าวขึ้นมาจนมองเห็นทุกอย่างพร่าเลือน
“ขิมเข้าใจค่ะ เข้าใจว่าคุณเลือกแล้ว” เธอถอดแหวนออกจากนิ้ว วางลงบนโต๊ะข้างแก้วไวน์ที่ยังมีหยดสีแดงไหลอยู่ ก่อนจะหันหลังเดินออกมา
“ขิม เดี๋ยวสิ”
เสียงธันวาดังตามหลัง แต่เธอไม่หยุด เธอเดินผ่านทางเดินกลับเข้าสู่งานด้วยสีหน้าที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติ ทั้งที่ในใจเหมือนมีใครกำลังใช้มือขยำหัวใจจนแหลกละเอียด
บนเวที พิธีกรกำลังประกาศช่วงสำคัญที่สุดของค่ำคืน
“ขอเชิญท่านประธานบริหารวารินกรุ๊ป คุณภาคิน วรภัทร ขึ้นกล่าวเปิดงานครับ”
เสียงปรบมือดังขึ้น ภาคินก้าวออกมาจากกลุ่มผู้ถือหุ้นด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง เขาสวมสูทสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบไม่มีเนกไท ใบหน้าคมคายแทบไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ นอกจากแววตาที่เฉียบคมและท่าทางมั่นใจของคนที่คุ้นเคยกับการควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในมือ
ขิมเคยเห็นเขาจากระยะไกลหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีเหตุผลให้ต้องเข้าใกล้มากกว่าการส่งเอกสารหรือรายงานข่าวบริษัท
คืนนั้น เธอกลับเห็นเขาเป็นคนเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายโดยไม่มีใครกล้าล้ำเส้นเข้าหา
ภาคินกล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ขิมไม่ได้ฟังเนื้อหาทั้งหมด เธอกำมือแน่น พยายามกลั้นน้ำตาและความรู้สึกอับอายที่ไหลวนอยู่ในหัว ธันวาเดินออกมาจากห้องรับรอง เขายืนอยู่ไม่ไกล ราวกับต้องการคุยกับเธออีกครั้ง
เธอไม่อยากฟังคำแก้ตัว
ไม่อยากเห็นสายตาที่บอกว่าเธอเป็นคนเดิม คนที่พร้อมจะให้อภัยเพราะกลัวการถูกทิ้ง
ขิมเงยหน้ามองบนเวที ภาคินกำลังกล่าวถึงโครงการใหม่ของบริษัท โครงการที่ต้องการสร้างตลาดให้ชุมชนริมคลองและยกระดับสินค้าท้องถิ่นให้เข้าถึงคนทั่วไป เธอเคยเป็นคนเขียนแนวคิดประชาสัมพันธ์ส่วนหนึ่งให้โครงการนี้ และรู้ว่ามันเป็นงานที่ดีจริง ๆ
ดีเกินกว่าจะถูกทำลายด้วยหัวใจที่กำลังพังของเธอ แต่ธันวากำลังเดินเข้ามาใกล้
“ขิม เราคุยกันดี ๆ ได้ไหม”
คำพูดของเขาทำให้คนรอบข้างเริ่มหันมามอง ขิมเห็นสายตาสงสัยของแขกบางคน เห็นลลินเดินออกมาจากห้องรับรอง และเห็นธันวายื่นมือมาคว้าข้อมือเธอ
ในวินาทีนั้นเอง ขิมตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำตลอดชีวิต เธอหันไปทางภาคินที่เพิ่งลงจากเวที เขากำลังเดินผ่านเธอเพื่อไปยังกลุ่มผู้ถือหุ้น ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ
ขิมคว้าปกเสื้อสูทของเขาไว้ ชายหนุ่มหยุดชะงักและก้มมองเธอ ดวงตาคมสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเธออย่างตรงไปตรงมา
“คุณ...”
ขิมเขย่งปลายเท้าแล้วจูบเขา
เสียงรอบข้างเงียบลงในทันที ราวกับทั้งห้องหยุดหายใจพร้อมกัน ริมฝีปากของภาคินนิ่งสนิทอยู่ใต้ริมฝีปากของเธอ ไม่มีการตอบสนอง ไม่มีการผลักไส แต่ความนิ่งนั้นกลับทำให้ขิมรู้สึกถึงความอุ่นและกลิ่นสะอาดจาง ๆ จากตัวเขาชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
เธอเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกก่อน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก
“ขอโทษค่ะ” ขิมกระซิบ ทว่าเสียงของเธอดังพอให้คนใกล้ ๆ ได้ยิน “ฉันต้องการให้แฟนเก่ารู้ว่า ต่อให้ไม่มีเขา ฉันก็ยังมีทางเลือกอื่นอีก”
ภาคินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขาไม่แสดงความโกรธอย่างที่เธอคาดไว้ กลับมีบางอย่างคล้ายความสนใจซ่อนอยู่ลึก ๆ
“ถ้าจะใช้ผมแก้แค้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “ก็ใช้ให้คุ้ม”
ขิมยังไม่ทันเข้าใจความหมายของคำพูดนั้น ภาคินก็ยกมือขึ้นจับข้อมือเธอไว้ ไม่ได้บีบรัด แต่หนักแน่นพอจะทำให้เธอหยุดถอยหนี
กล้องจากสื่อหลายตัวหันมาทางพวกเขา แสงแฟลชสว่างวาบรัวต่อเนื่อง และในคืนที่เธอเพิ่งเลิกกับคนรัก ขิมก็กลายเป็นผู้หญิงที่จูบประธานบริษัทต่อหน้าคนทั้งงาน
โดยไม่รู้เลยว่า จูบนั้นกำลังเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
บทล่าสุด
#16 บทที่ 16 ตอนที่ 16 จุดเริ่มต้นของวันใหม่
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#15 บทที่ 15 ตอนที่ 15 บทสรุปแห่งสัญญารัก
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#14 บทที่ 14 ตอนที่ 14 บทเรียนของศัตรู
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#13 บทที่ 13 ตอนที่ 13 พายุที่กำลังก่อตัว
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#12 บทที่ 12 ตอนที่ 12 ใต้แสงดาว
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#11 บทที่ 11 ตอนที่ 11 คลื่นใต้น้ำ
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#10 บทที่ 10 ตอนที่ 10 เงาที่ซ่อนอยู่
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#9 บทที่ 9 ตอนที่ 9 รอยแผลในอดีต
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#8 บทที่ 8 ตอนที่ 8 พายุข่าวลือ
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#7 บทที่ 7 ตอนที่ 7 กลิ่นกะเพรา
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













