บทนำ
บท 1
ทิพชยาเพ่งพินิจหน้าปกนิตยสารในมือด้วยความสนใจเป็นเวลานานทีเดียว บนหน้านิตยสารไทม์ซึ่งเป็นหนังสือที่มีคนดังระดับโลกขึ้นปกนั้นคือใบหน้าคร้ามคมของบุรุษซึ่งหญิงสาวลูกครึ่งไทย ญี่ปุ่น ในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ บุตรสาวคนเดียวของโปรโมเตอร์มวยคนดังของอเมริกา ยาซาโน่ ไนต์ คุ้นเคยและจดจำความหล่อเหลานั้นได้ไม่เคยลืม
เจ้าของใบหน้าคมคายผู้มีผิวสีแทนกร้านแดดดูคมเข้มอย่างหนุ่มรัสเซีย เรือนผมสีน้ำตาลบรูเน็ตนั้นดูอบอุ่นทว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มแกมทองแดงกลับดูแข็งกร้าวไม่เกรงกลัวใคร จมูกโด่งยาวเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักหนาและรอยกดลึกข้างแก้มทั้งสองซึ่งเป็นรอยลักยิ้มที่ยังตราตรึงในความทรงจำของหญิงสาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเสมอ
“ลูกคงยังจำเขาได้สินะ โคเลสนิก รอชนีเชนโก?”
เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ร่างบอบบางในชุดกระโปรงฉลุลูกไม้ทั้งตัวหันกลับไปยังประตูห้องทำงานซึ่งที่นั่นชายชาวญี่ปุ่นทว่ารูปร่างสูงใหญ่ยืนมองมาด้วยแววตาอันอบอุ่น
“คุณพ่อ...มานานแล้วหรือคะ?”
ทิพชยาถามก่อนวางนิตยสารเล่มนั้นลงบนโต๊ะ ยาซาโน่ในชุดลำลองดูสบาย ๆ ก้าวเข้ามาในห้องทำงานอันโอ่อ่าของเขาและหยุดลงตรงหน้าบุตรสาวคนเดียวซึ่งเขาเพิ่งเรียกตัวเธอกลับมาจากมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซนต์ มาร์ติน ในลอนดอนอย่างกะทันหัน
ชายวัยห้าสิบซึ่งใบหน้าคมสันนั้นยังดูกร้าวแกร่งตามแบบฉบับของชาวอาทิตย์อุทัยที่มีเชื่อสายอเมริกันครึ่งหนึ่งไล้นิ้วไปบนเรือนผมสีวอลนัทเงางามของบุตรสาวและยิ้มจาง ๆ
“พ่อก็เพิ่งเข้ามาเมื่อครู่ พอคนขับรถรายงานว่าลูกกลับมาถึงแล้วพ่อก็รีบกลับมาจากที่ทำงานทันที”
ที่ทำงานซึ่งยาซาโน่กล่าวถึงคือบริษัทซึ่งเขากุมบังเหียนเป็นผู้อำนวยการใหญ่ในฐานะโปรโมเตอร์มวยชั้นนำของอเมริกา ไนต์ บอกซิ่ง โปรโมชั่น ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงแอตแลนตา
“แทมมี่...ลูกสบายดีมั้ย ดูผอมไปมากนะ เรียนหนักหรือ?” ยาซาโน่ถามเสียงเนิบเนือย
“แทมสบายดีค่ะพ่อ ว่าแต่คุณพ่อเถอะค่ะ ดูหน้าตาไม่ค่อยสบายเลย งานที่บริษัทยุ่งมากหรือคะ...แล้ว...คุณพ่อมีอะไรด่วนหรือเปล่าคะถึงได้เรียกตัวหนูกลับมากะทันหันแบบนี้”
จบคำถามนั้นหญิงสาวก็ได้ยินเสียงชายวัยกลางคนถอนหายใจ แม้เสียงนั้นจะเบาแต่สำหรับทิพชยามันบ่งบอกว่าบิดากำลังมีปัญหาหนักอยู่ในใจ
“ว่ากันตามจริงมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างด่วนมาก...สำหรับพวกเรา”
ยาซาโน่ว่าพลางหันไปยังโต๊ะทำงานของเขาและค้ำมือข้างหนึ่งไว้ขอบโต๊ะ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไปยังนิตยสารที่บุตรสาวเพิ่งวางมันลงเมื่อครู่
“บริษัทของเรากำลังประสบปัญหา ลูกอาจนึกไปไม่ถึงว่าบริษัทโปรโมเตอร์ชั้นนำของอเมริกาอย่างไนต์ บ๊อกซิ่ง โปรโมชั่นกำลังแย่เพราะตอนนี้นักมวยในสังกัดของเราพร้อมใจกันย้ายค่ายไปอยู่บริษัทอื่นกันหมด”
“ว่ายังไงนะคะคุณพ่อ?” ทิพชยาขึ้นเสียงสูง เธอขมวดคิ้วมุ่นกระทั่งยาซาโน่กล่าวต่อ
“มันอาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่นักกีฬาไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็ย่อมอยากไปอยู่ในที่ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มกว่า แต่มันก็มีเรื่องที่น่าหนักใจมากกว่าการย้ายค่ายที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของนักมวยในสังกัดของเรา”
ยาซาโน่หยุดไปชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจซ้ำอีก ใบหน้าของเขาบอกความเป็นกังวลจนทิพชยาก็พลอยรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย
“พวกนักมวยดังที่เคยสังกัดบริษัทของเราย้ายไปอยู่กับอาคิลลา (Aquila) เกือบหมด”
“อาคิลลา อย่างนั้นหรือคะ?”
ความสงสัยและกระหายรู้กระจายอยู่ในดวงตาคู่งาม กระทั่งบิดาของเธอหยิบนิตยสารเล่มเดิมขึ้นมาและยื่นกลับไปให้เธอ
“เขาคืออาคิลลา หรือในแวดวงหมัดมวยรู้จักดีในชื่อ ดิ อีเกิล...โปรโมเตอร์ค่ายมวยยักษ์ใหญ่ที่กำลังผงาดขึ้นมาเป็นพญาอินทรีบดบังรัศมีของไนต์ บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น”
ทิพชยารับหนังสือเล่มนั้นมาไว้ในมือ เธอก้มลงมองมันอีกครั้งทว่าคราวนี้เป็นการมองด้วยความรู้สึกอีกอย่างที่แปลกไปกว่าเดิม
“โคเลสนิก รอชนีเชนโก...เขาคือคีธ...ที่เคยเป็นนักมวยชื่อดังที่อยู่กับคุณพ่อนี่ไม่ใช่หรือคะ?”
ยาซาโน่พยักหน้ารับ “ใช่...แต่นั่นมันก็เป็นแค่อดีต ตอนนี้คีธ คือเจ้าของอาคิลลา โปรโมเตอร์...เขากลายเป็นดิ อีเกิล พญาอินทรีแห่งวงการหมัดมวยที่มีอิทธิพลอย่างมากบนสังเวียนนักสู้ของกีฬาประเภทนี้ คีธสามารถปั้นนักมวยในสังกัดฝีมือระดับพระกาฬอย่างจอร์จ ซีวิส เก่งกาจขนาดที่ว่าขึ้นเวทีไหนก็ได้แชมป์จากการน็อคเอ๊าท์เวทีนั้น คีธดังมากขนาดที่นิตยสารไทม์ยกย่องให้เขาเป็นโปรโมเตอร์มวยอันดับหนึ่งที่มีอิธิพลมากที่สุดของสหรัฐในตอนนี้เลยทีเดียว”
“เราควรดีใจกับความสำเร็จของเขาใช่ไหมคะพ่อ?”
ทิพชยาไม่ได้ตั้งใจทำให้บิดาหดหู่ เธอพูดทุกอย่างออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง แต่ดูเหมือนว่ายาซาโน่จะไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
“ทำไม...พ่อทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าของบิดา ชายวัยกลางคนผละไปนั่งที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานและกล่าวเสียงเครียด
“ใช่...โคเลสนิกกำลังประสบความสำเร็จในอาชีพใหม่ของเขา...เขาเคยเป็นนักมวยที่พ่อปั้นมากับมือ แต่ตอนนี้เขาไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แทมมี่”
“มีอะไรอย่างนั้นหรือคะพ่อ หนูแค่รู้สึกว่าช่วงเวลาสองปีที่หนูไปเรียนออกแบบที่ลอนดอนมันมีอะไรเกิดขึ้นมากมายที่นี่”
ดวงหน้างามของสาววัยยี่สิบปีบริบูรณ์เต็มไปด้วยความใคร่รู้ซึ่งเธอไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของครอบครัว
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 กลเกมสวาท บทที่ 22
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#83 บทที่ 83 กลเกมสวาท บทที่ 21
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#82 บทที่ 82 กลเกมสวาท บทที่ 20
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#81 บทที่ 81 กลเกมสวาท บทที่ 19
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#80 บทที่ 80 กลเกมสวาท บทที่ 18
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#79 บทที่ 79 กลเกมสวาท บทที่ 17
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#78 บทที่ 78 กลเกมสวาท บทที่ 16
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#77 บทที่ 77 กลเกมสวาท บทที่ 15
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#76 บทที่ 76 กลเกมสวาท บทที่ 14
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#75 บทที่ 75 กลเกมสวาท บทที่ 13
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













