บทนำ
บท 1
“จอดป้ายนี้ครับพี่ ขอบคุณครับ”
เพลงเพลินกระชับสายกระเป๋าที่สะพายไว้ด้านหลังขณะก้าวลงจากรถเมล์ โชคดีเหลือเกินที่เขาทันรถเที่ยวสุดท้ายของค่ำคืนนี้ ไม่เช่นนั้นคงต้องจ่ายค่าแท็กซี่ในราคาแพงหูฉี่เพราะบ้านของเขาอยู่ย่านชานเมือง
ชายหนุ่มวัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีมาหมาด ๆ กำลังหางานทำอย่างยากลำบากในยุคที่มีคนตกงานมากกว่าได้งาน เพลงเพลินเป็นคนหนึ่งที่หางานมาแรมเดือนแต่ยังไม่มีที่ไหนตอบรับ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่หนุ่มน้อยปลอบใจตัวเองว่ามันยังไม่ใช่วันของเขา
“เฮ้อ”
เขาถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะล้วงเอาสมาร์ตโฟนตกรุ่นออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทันทีที่แสงสว่างจากหน้าจอกระทบเข้ามาในดวงตาสีน้ำตาล เปลือกตาของเขาก็เบิกกว้างเพราะตัวเลขบนหน้าจอบอกเวลาว่ามันเกือบจะห้าทุ่มแล้ว สองเท้าในคัตชูคู่เก่าพื้นสึกจึงรีบก้าวยาว ๆ เข้าไปในซอยมืด จุดหมายปลายทางคือบ้านหลังใหญ่ท้ายซอยที่เขาอยู่อาศัยมาตั้งแต่แบเบาะ
ระหว่างที่เพลงเพลินกำลังเร่งฝีเท้า หัวคิ้วเรียวของเขาก็ต้องขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยว่าเหตุใดคืนนี้ทางเข้าบ้านที่เขาคุ้นเคยมันดูผิดตาไปมาก บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นระยะสองข้างทางไร้แสงสว่างราวกับเป็นบ้านร้าง ดวงไฟบนยอดเสาทุกต้นพร้อมใจกันดับสนิท มีเพียงแสงจากพระจันทร์ทรงกลดเหนือศีรษะของเขาเท่านั้นที่มันส่องลงมาช่วยนำทาง
อีกทั้งหมอกควันก็หนาตา มันลอยเอื่อยอยู่เบื้องหน้าส่งผลให้ตาพร่ามัว เพลงเพลินเขม้นมองฝ่าความสลัว สองเท้าก้าวเข้าไปอย่างไม่ได้นึกกลัวเพราะมันเป็นถิ่นของเขาที่เข้าออกจนชินเสียแล้ว
แต่แล้วเพลงเพลินก็ต้องตกใจเมื่อเขาก้าวพ้นกลุ่มควันสีขาว เพราะแทนที่ภาพเบื้องหน้าจะเป็นบ้านของเขา แต่มันกลับเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น บรรยากาศแปลกประหลาดชวนให้ขนลุกชัน นี่เขากำลังฝันหรือว่ามันเป็นภาพลวงตา
เพลงเพลินกะพริบตาถี่ ๆ อยู่หลายครั้ง ภาพตรงหน้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และแม้ว่าเขาจะพยายามก้าวถอยหลัง แต่ภาพคฤหาสน์หลังนั้นก็ยังเคลื่อนเข้ามาหา
แล้วทันใดนั้นเพลงเพลินก็ได้เห็นแผ่นหลังกว้างของใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าคฤหาสน์
ชายผู้นั้นอาจกำลังตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับเขา ถึงได้ยืนนิ่งไม่ไหวติงเช่นนั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นเพลงเพลินจึงรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ เอื้อมมือไปแตะหัวไหล่แล้วเรียก
“คุณครับ”
ชายร่างสูงค่อย ๆ เอี้ยวใบหน้ามาช้า ๆ ในเสี้ยวเวลานั้นเพลงเพลินก็สังเกตใบหน้าอีกฝ่ายไปด้วย
ใบหน้าด้านข้างช่างคมสัน สันกรามเป็นกรอบชัด ปลายคางเหลี่ยม ริมฝีปากเป็นกระจับ จมูกโด่งพุ่งออกมา แต่ทว่าดวงตาของชายผู้นั้น…
กรี๊ดดด!!!
ร่างของเพลงเพลินสั่นสะท้านราวกับถูกเขย่า เขาหวีดร้องอย่างตกใจเพราะใบหน้าของชายผู้นั้นแม้จะหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยาก แต่ดวงตาของเขากลับน่ากลัวจนเพลงเพลินขวัญผวา เพราะเขาไม่มีตาดำ มีเพียงดวงตาสีเงินลูกโตที่มันเบิกโพลงยามที่หันมาหาเพลงเพลิน
“น้อง น้อง!”
เพลงเพลินหลับหูหลับตาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่เสียงเรียกนั้นก็ตามมาหลอกหลอนราวกับมันดังอยู่ข้างหูของเขาตลอดเวลา
“น้อง! ตื่น ๆ รถหมดระยะแล้ว”
เพลงเพลินผงะเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนจากผู้ชายดวงตาสีเงินเป็นพี่กระเป๋ารถเมล์หน้าตี๋ที่เขาบอกไว้ว่าให้ช่วยปลุกก่อนถึงป้าย
“รถเข้าอู่แล้วน้อง”
เพลงเพลินรีบกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วเขาก็เห็นรถเมล์หลายคันจอดเรียงกันเป็นตับ กลิ่นควันกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งบ่งบอกให้รู้ว่าที่นี่เป็นอู่รถเมล์อย่างแน่นอน
“เราฝันไปเหรอเนี่ย” หนุ่มน้อยพ่นลมออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะหันมาต่อว่ากระเป๋ารถเมล์หน้าตี๋ “ผมบอกให้พี่ปลุกก่อนถึงป้ายบ้านสวนไง”
“ผู้โดยสารมีเป็นสิบคน พี่จะจำได้ไงล่ะน้องว่าใครจะลงป้ายไหน”
“ถ้าจะจำไม่ได้ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่าว่าไม่รับฝากอะ แล้วผมจะกลับยังไง”
“เรื่องของมึง”
กระเป๋ารถเมล์ถกชายเสื้อขึ้นมาแล้วล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ ก่อนจะเดินลงรถไปอย่างไม่ไยดี
เพลงเพลินลุกตามลงมา มองซ้ายมองขวาอีกครั้งอย่างหนักใจเพราะอู่รถเมล์อยู่ในซอยค่อนข้างลึก สองข้างทางมีแต่สวนกล้วยไม้และมะพร้าวน้ำหอม วินมอเตอร์ไซค์ก็ไม่มี ยิ่งรถโดยสารยิ่งไม่ต้องหวัง หนุ่มน้อยล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลาแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเหมือนตอนอยู่ในความฝันเพราะว่ามันใกล้จะห้าทุ่มแล้วจริง ๆ
“พี่ ๆ พี่จะกลับบ้านยังไงอะ”
ที่พึ่งเดียวตอนนี้เห็นทีจะมีแค่กระเป๋ารถเมล์หน้าตากวนประสาท เพราะเพลงเพลินเห็นคนขับเดินไปปัดฝุ่นบนแคร่ในเพิงหมาแหงนแล้วล้มตัวลงนอนทั้งแบบนั้น
กระเป๋ารถเมล์คนนั้นโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้ปลายเท้าขยี้ ก่อนจะพเยิดหน้าไปที่รถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ คันหนึ่ง
“ผมขอซ้อนท้ายออกไปด้วยได้ไหมครับ”
“มาดิ แต่กูไปแค่เซเว่นตรงหน้าปากซอยนะ”
“ได้ครับ ๆ เดี๋ยวผมหารถต่อไปเอง”
เพลงเพลินรีบวิ่งดุ๊ก ๆ ไปซ้อนท้ายกระเป๋ารถเมล์หน้าตี๋ คิดว่าออกไปตรงร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยก็ยังดี เพราะตรงนั้นคงมีวินมอเตอร์ไซค์หรือไม่ก็ยังพอจะหาแท็กซี่ที่หลงเข้ามาแถวนี้ได้บ้าง
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเพลงเพลินก็มายืนอยู่หน้ารั้วบ้านหลังใหญ่อย่างสิ้นหวัง เพราะเวลาล่วงเลยมาห้าทุ่มกว่าเสียแล้ว เขาเอื้อมมือไปขยับแม่กุญแจตัวใหญ่ที่คล้องประตูรั้วไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีทางที่จะปลดมันออกได้เพราะเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ถือกุญแจ ทางเดียวที่เพลงเพลินจะเปิดประตูเดินเข้าไปเหมือนคนทั่วไป คือเขาต้องกลับถึงบ้านก่อนห้าทุ่มเท่านั้น
เมื่อหมดหวังเพลงเพลินก็ต้องทำเรื่องที่เขาไม่ชอบนัก นั่นคือการปีนรั้วบ้านของตัวเอง
พึ่บ
เสียงรองเท้าคัตชูคู่เก่ากระทบกับพื้นหญ้าภายในรั้วบ้านพร้อมกับเสียงดังกร๊อบของกระดูกข้อเท้าทำเพลงเพลินต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่แล่นเข้าใส่ รองเท้าที่ไม่เหลือดอกยาง แถมพื้นยังสึกจนบาง รับแรงกระแทกได้ไม่ดีนัก
“ถ้าได้งานแล้วเงินเดือนเดือนแรกออก ฉันจะเปลี่ยนคู่ใหม่ แกทนอีกหน่อยแล้วกันนะเจ้าเพื่อนยาก”
บทล่าสุด
#95 บทที่ 95 เดือนพราวแสงชั่วนิรันดร์
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#94 บทที่ 94 แสงแห่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#93 บทที่ 93 เคียงเดือนในคืนดาวดาด
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#92 บทที่ 92 อบอวล อบอุ่น และแสนงดงาม
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#91 บทที่ 91 ใบปลิวสื่อรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#90 บทที่ 90 กินมื้อค่ำอย่างเพลิดเพลิน
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#89 บทที่ 89 รักกันไม่มีวันพัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#88 บทที่ 88 บนเขามีแผ่นดินไหว
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#87 บทที่ 87 อาบแสงจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#86 บทที่ 86 กระท่อมร้อนรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













