บทนำ
บท 1
แฟ้มเอกสารปกหนังถูกโยนโครมลงกลางโต๊ะกระจกเสียงดังปัง ทำเอาเสียงกระซิบกระซาบในห้องประชุมเงียบลงทันที
"กดราคาต่ำกว่าตลาดตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์..." มิรากวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มตัวแทนต่างชาติฝั่งตรงข้าม เรียวนิ้วแต้มสีนู้ดเคาะพนักเก้าอี้เบาๆ "นี่พวกคุณมายื่นข้อเสนอ หรือว่าจะมาปล้นกันแน่คะ?"
"คุณมิราครับ สถานการณ์ของอรรถศิขรคอร์ปตอนนี้..." ตัวแทนฝรั่งวัยกลางคนพยายามคุมเสียงให้ดูเหนือกว่า "ใครๆ ก็รู้ว่าหุ้นกำลังดิ่ง ผมว่ารับข้อเสนอนี้ไป น่าจะเจ็บตัวน้อยสุดแล้วนะ"
"เจ็บน้อยที่สุดสำหรับพวกคุณน่ะสิคะ" หญิงสาวสวนทันควัน รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนริมฝีปากเคลือบสีแดงสด "อรรถศิขรไม่ได้ขาดสภาพคล่อง เราแค่โดนใส่ร้ายด้วยข่าวลือโง่ๆ ถ้าคิดจะฉวยโอกาสนี้มาฮุบสัมปทานเหมืองในเอเชียใต้ล่ะก็... กลับไปบอกเจ้านายคุณนะคะ ว่ามิรา อรรถศิขร ไม่ขายแม้แต่ตารางนิ้วเดียว... ปิดการประชุมค่ะ"
เธอผลักเก้าอี้ลุกพรวดโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของบอร์ดบริหาร
ร่างระหงหมุนตัวเดินออกจากห้อง เสียงส้นสูงกระทบพื้นพรมดังเป็นจังหวะหนักแน่น บ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขวาง
ทันทีที่พ้นประตูห้องประชุม มือถือในกระเป๋าสูทก็สั่นครืดขึ้นมา มิราล้วงมันขึ้นมาดู ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
"คุณพ่อเหรอ? ร้อยวันพันปีไม่เคยวิดีโอคอลเวลางาน" เธอพึมพำยิ้มๆ ก่อนกดรับ "ว่าไงคะท่านประธาน"
"มิรา..."
เสียงของวรเมธแหบพร่าและขาดห้วง หญิงสาวชะงัก รอยยิ้มจางหายไปทันที "พ่อคะ? ทำไมเสียงสั่นๆ... มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะพ่อ?"
"ลูกอยู่ไหน?"
"หน้าห้องประชุมชั้นสี่สิบห้าค่ะ กำลังจะลงไปลานจอดรถ"
"ฟังพ่อนะมิรา" น้ำเสียงปลายสายเครียดขึ้นมาจนคนฟังใจคอไม่ดี "ยกเลิกนัดดินเนอร์คืนนี้ให้หมด ห้ามแวะที่ไหนเด็ดขาด เรียกการ์ดมาเพิ่มแล้วตรงกลับคอนโดทันที... เข้าใจที่พ่อพูดไหม?"
"เดี๋ยวสิคะพ่อ พูดแบบนี้มิราใจคอไม่ดีนะ มีเรื่องอะไรที่มิรายังไม่รู้?"
"พ่อไม่มีเวลาอธิบาย จำไว้แค่อย่างเดียว... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเชื่อใจใครนอกจากอังคาน"
ติ๊ด
สายถูกตัดไปดื้อๆ มิราลดมือถือลง มองหน้าจอที่ดับมืดด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง เธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมสติที่เพิ่งกระเจิง แล้วเร่งฝีเท้าตรงไปที่ลิฟต์ผู้บริหารทันที
ลานจอดรถ VIP ชั้น B3 เงียบเชียบผิดปกติ ไฟนีออนบนเพดานกะพริบติดๆ ดับๆ อยู่ตรงสุดทางเดิน
อังคาน บอดี้การ์ดหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนสแตนด์บายอยู่ข้างรถยุโรปคันหรู เขายืดตัวตรงทันทีที่เห็นเจ้านายสาวก้าวออกจากลิฟต์ แต่สัญชาตญาณอดีตหน่วยรบพิเศษทำให้เขาจับสังเกตสีหน้าเคร่งเครียดของเธอได้แทบจะในทันที
"คุณมิรา... มีอะไรรึเปล่าครับ?" อังคานถาม เสียงทุ้มแฝงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำเสียงราบเรียบ
"คุณพ่อโทรมา สั่งให้กลับคอนโดเดี๋ยวนี้" เธอตอบสั้นๆ
อังคานพยักหน้ารับ เขากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แต่แล้วสายตาคมกริบก็ตวัดข้ามไหล่หญิงสาวไปมองเงามืดมุมเสา
รถตู้สีดำทึบสองคันจอดดับเครื่องซุ่มอยู่... ป้ายทะเบียนขาวล้วนบ่งบอกว่าไม่มีทางเป็นรถของบริษัท และที่สำคัญ หัวรถหันจ่อเตรียมพุ่งออกทุกเมื่อ
"คุณมิรา" อังคานกดเสียงต่ำจนแทบเป็นเสียงกระซิบ มือขวาเลื่อนไปแตะด้ามปืนที่เอวโดยอัตโนมัติ "อย่าหันกลับไปมอง ถอยหลังกลับเข้าลิฟต์... ช้าๆ ครับ"
มิราไม่ใช่ผู้หญิงหัวอ่อนที่ต้องให้สั่งซ้ำ สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตรายจากแววตาของบอดี้การ์ดหนุ่ม หญิงสาวค่อยๆ ก้าวถอยหลัง แต่ยังไม่ทันที่แผ่นหลังจะก้าวพ้นบานประตูลิฟต์...
เอี๊ยดดดด!
เสียงยางบดพื้นซีเมนต์ดังสนั่น ลำแสงไฟหน้ารถตู้สาดวาบเข้ามากระแทกตา รถคันแรกพุ่งทะยานเข้ามาปาดหน้าลิฟต์ ขณะที่อีกคันพุ่งมาอุดท้ายรถของเธอ ปิดตายทางหนีทุกเส้นทาง
ประตูรถตู้เลื่อนเปิดกว้างอย่างเร็ว ชายฉกรรจ์ชุดดำสวมไอ้โม่งพร้อมปืนกลมือกระโจนลงมาห้าคน
"หมอบลง!!" อังคานตะโกนสุดเสียง
เขากระชากแขนมิราเหวี่ยงหลบหลังเสาคอนกรีต ก่อนจะชักปืนพกคู่ใจสาดกระสุนสวนกลับไปแทบจะในวินาทีเดียวกัน
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังกึกก้องลานจอดรถ กระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น ชายชุดดำคนแรกทรุดฮวบลงไป แต่อีกสี่คนที่เหลือกระจายกำลังบุกเข้าตีวงล้อม
อังคานงัดทักษะการต่อสู้ระยะประชิดออกมาใช้ เขาพุ่งเข้าเตะอัดข้อพับคนร้ายที่ถลันเข้ามาใกล้สุด แย่งปืนมาได้ก็ซัดด้ามปืนกระแทกขมับมันจนสลบเหมือด
"ไปที่บันไดหนีไฟ! วิ่ง!!" อังคานตะโกนสั่งพร้อมยิงกดหัวพวกมันไว้
มิราไม่มีเวลามากรีดร้อง รีบสะบัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง วิ่งเท้าเปล่าลัดเลาะไปตามแนวรถ หัวใจเต้นกระหน่ำจนปวดร้าวไปทั้งอก สายตาจดจ่ออยู่แค่ประตูเหล็กสีแดงที่มีป้าย 'EXIT' เรืองแสงอยู่ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบเมตร
มือเรียวเอื้อมไปแตะแถบผลักประตู...
พลั่ก!
บานประตูถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจากฝั่งตรงข้าม ร่างทะมึนของชายชุดดำอีกสองคนโผล่พรวดเข้ามาขวางทาง มิราเบิกตากว้าง พยายามจะหมุนตัววิ่งหนีกลับไปทางเดิม แต่ช้าเกินไป!
ท่อนแขนแข็งแรงล็อกเข้าที่ลำคอของเธอจากด้านหลัง หญิงสาวดิ้นรนสุดชีวิต เล็บจิกข่วนท่อนแขนนั้นสุดแรงเกิด แต่เรี่ยวแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้แรงผู้ชายที่ถูกฝึกมาอย่างดีได้เลย
"อังคาน!" เธอพยายามตะโกน แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมามีเพียงเสียงเค้นเครือในลำคอ
ท่ามกลางความชุลมุน ภาพสุดท้ายที่มิรามองเห็นผ่านช่องว่างระหว่างรถ คือร่างของอังคานที่ถูกท้ายปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างแรง ร่างสูงทรุดฮวบลงไปจมกองเลือดบนพื้น เขาพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นและเอื้อมมือมาทางเธอ แต่กลับถูกฝ่าเท้าหนักๆ ของพวกมันกระทืบซ้ำจนนิ่งสนิท
"เลิกดิ้น!" เสียงแหบพร่าของไอ้โม่งที่ล็อกตัวเธอตวาดลั่น ก่อนที่ความเจ็บจี๊ดจะแล่นปลาบเข้าที่ซอกคอ
เข็มฉีดยา...
ของเหลวเย็นเฉียบถูกฉีดอัดเข้าเส้นเลือด มิรารู้สึกถึงความชาหนึบที่แล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว แขนขาพาลหมดเรี่ยวแรง เปลือกตาหนักอึ้ง ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและเลือนรางลง
ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบจมดิ่งสู่ความมืดมิด เธอได้ยินเสียงทุ้มเหี้ยมของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นเหนือหัว
"ได้ตัวลูกสาวอรรถศิขรแล้ว... เตรียมพาตัวไปหาชีคอาดิล"
บทล่าสุด
#28 บทที่ 28 เบาะแส
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#27 บทที่ 27 คนที่เกลียด
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#26 บทที่ 26 พยานสำคัญ
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#25 บทที่ 25 แขกส่วนตัว
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#24 บทที่ 24 เชลยกิตติมศักดิ์
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#23 บทที่ 23 ฉันไม่ได้สั่ง
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#22 บทที่ 22 เปลวแดด
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#21 บทที่ 21 ขโมยของหลวง
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#20 บทที่ 20 ปีศาจเลือดเย็น
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#19 บทที่ 19 นักโทษของข้า
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รักไม่หลอก
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













