บทนำ
บท 1
ในห้องนอนขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์สีครีมลวดลายไม้เครือเถาสีส้มขลิบทองดูงดงามแบบคลาสสิค ภายในห้องอบอุ่นด้วยเตาผิง บนพรมหน้าเตาผิงมีร่างโปร่งบางของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนคว่ำอ่านหนังสืออยู่ ใบหน้าเรียวรูปไข่คางมนมีผิวเหลืองนวลอย่างคนเอเชียกำลังทำท่าคิ้วขมวดมุ่น มีตำราเล่มหนากางอยู่ตรงเบื้องหน้า เจ้าตัวกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านอยู่
ตุลยา อริยสรรค์ถอนหายใจออกมาแรงๆ และผลักหนังสือเล่มใหญ่ออกห่างจากตัวด้วยความรู้สึกว่าพอกันทีสำหรับวันนี้ หญิงสาวฟุบหน้าลงกับหมอนใบนุ่มด้วยความเมื่อยล้าสมอง คิดว่าไม่น่าอ่านอะไรหนักๆ สำหรับวันหยุดวีคเอนด์แบบนี้เลย แต่เพราะกำลังหาข้อมูลเพื่อจะเอาไปเขียนนิยาย ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่ตุลยารัก
"เฮ้อ!"
เสียงพ่นลมหายใจออกมา พร้อมกับกลิ้งตัวพลิกนอนหงายมองเพดานที่มีแชนเดอร์เลียห้อยระย้าอยู่กลางห้อง หนังสือที่อ่านนั้นเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อเมริกาที่หญิงสาวซื้อมาจากร้านหนังสือตรงหัวมุมนี่เอง ตุลยาเป็นหนอนหนังสือและรักการอ่านหนังสือทุกชนิด ตั้งแต่หนังสือการ์ตูน นิยายไปจนถึงหนังสือประวัติศาสตร์ การเมือง วิทยาศาสตร์ มนุษย์ต่างดาว เรื่องจักรวาลและพลังงานนอกโลก ฯลฯ เรียกว่าอ่านได้ทุกอย่างที่มันน่าสนใจ
ส่วนเรื่องการเรียนนั้น ขณะนี้หล่อนกำลังศึกษาปริญญาโทปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในมหานครแห่งนางฟ้า เมือง Los Angeles เรียนด้านการออกแบบสื่อโฆษณา ปีสุดท้ายนี้กำลังฝึกงานหรือที่เรียกว่า internship คือการออกฝึกงานในสถานที่จริง หญิงสาวได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทสื่อมีเดียขนาดใหญ่ เธอได้รับความช่วยเหลือจาก พี่ชาย ในการเข้าทำงานที่นี่เพราะเขารู้จักคนในนี้
ตุลยานั้นเป็นคนที่ชอบเรียน ก่อนจะมาอเมริกา หล่อนได้รับปริญญาตรีถึงสองใบจากเมืองไทย คือ ปริญญาตรีสาขาการบริหารและจัดการจากมหาวิทยาลัยมีชื่อของรัฐ และปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีสากลจากมหาวิทยาลัยที่เรียนทางไกลและเรียนออนไลน์ซึ่งถือว่าสะดวกมาก หล่อนทำได้ดีทั้งคู่ และคว้าปริญญาตรีมาได้ตามเป้าหมายเมื่ออายุยี่สิบสองปี
ทีแรกนั้นวางแผนว่าพอเรียนจบก็จะหยุดพักเบรกสักหนึ่งปีก่อนแล้วจึงค่อยเรียนต่อ คิดว่าจะกลับไปช่วยงานทางบ้านสักพัก แต่มารดาและบิดาเลี้ยงกลับไม่เห็นด้วย พวกท่านคิดว่าตุลยาควรเรียนปริญญาโทต่อทันทีเพื่อไม่ให้หมดไฟในการเรียน เรียนให้จบแล้วจึงค่อยกลับไปรับช่วงธุรกิจต่อ หญิงสาวจึงต้องทำตามคำขอร้องแกมบังคับนั้น โดยเลือกเรียนสาขาที่แตกต่างจากสมัยเรียนปริญญาตรี เพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน... เชื่อว่าความรู้ทุกอย่างในโลกนี้มีมากมายและล้วนมีประโยชน์ เรียนรู้เอาไว้ให้มากที่สุดเมื่อมีโอกาส สักวันหนึ่งก็หวังว่าสิ่งที่ได้ร่ำเรียนมานั้นจะยังประโยชน์ให้แก่ตนเอง ครอบครัว รวมทั้งสังคมและประเทศชาติได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ครอบครัวของตุลยาอยู่ที่จังหวัดหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทย ที่บ้านมีหุ้นส่วนในกิจการไร่ชา รวมทั้งมีสวนลำใยและสวนลิ้นจี่ขนาดใหญ่ เป็นกิจการที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่าและคุณตาคุณยาย กล่าวคือ ไร่ชาเป็นสมบัติทางคุณปู่คุณย่า ส่วนสวนผลไม้อันกว้างใหญ่เป็นสมบัติของทางคุณตาคุณยาย
ครอบครัวของตุลยามีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี ตุลยาเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ เมื่อหล่อนอายุได้สิบขวบ บิดาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตุลยาและมารดาเศร้าโศกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันครั้งนั้น ไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะจากไปเร็วเช่นนี้
มารดาของหญิงสาวตกพุ่มม่ายได้สามปีก็ได้พบกับคนรักเก่าซึ่งเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนต่างประเทศ ชื่อ เมษ มุติยากร ต่อมาจึงแต่งงานกัน ซึ่งขณะนั้นตุลยาอายุได้สิบสามปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง หล่อนเรียกบิดาเลี้ยงว่า คุณลุงเมษ ท่านเป็นคนใจดีและเป็นคนใจเย็น ไม่นานตุลยาก็ทั้งรักและเคารพท่านเสมือนบิดาคนที่สอง ซึ่งนั่นมันก็เป็นเวลาสิบปีมาแล้ว
เวลานี้มารดาของตุลยาเป็นผู้บริหารคนหนึ่งของกิจการไร่ชา โดยมีหุ้นส่วนอีกคนซึ่งเป็นเพื่อนรักของบิดาตุลยาเป็นผู้ดูแลเป็นหลัก คุณลุงเมษก็ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้คุณแม่ตามโอกาส แต่ท่านไม่ได้ยุ่งเรื่องงานบริหารอย่างเป็นทางการ เพราะคุณลุงเองก็มีทรัพย์สินส่วนตัวอยู่มากมาย และท่านก็อยู่ในวงการตลาดหุ้น ตุลยาเคารพรักคุณลุงอย่างสนิทใจ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีเมตตาน่าเคารพเลื่อมใส ไม่ใช่พ่อเลี้ยงใจร้ายเหมือนในนิยายน้ำเน่าแต่อย่างใด
ฤดูหนาว เดือนธันวาคมอย่างนี้เป็นช่วงที่บ้าบิ่นมากสำหรับที่นี่ เพราะใกล้คริสต์มาสเข้าไปทุกที ผู้คนตามห้างสรรพสินค้าและพลาซ่าทุกแห่งยั้วเยี้ยอย่างกับหนอน เพราะต่างจะต้องชอปปิงสำหรับเทศกาลคริสต์มาส
ปีที่แล้วตุลยาบินกลับไปเมืองไทย เพราะหล่อนยังไม่คุ้นเคยกับพี่ชายต่างมารดา และเขาเองก็ใช้เวลาส่วนใหญ่กับเพื่อนฝูงในสังคมแฟชั่นของเขา ตุลยาจึงรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าแม้ว่าจะอยู่ในบ้านหลังเดียวกันก็ตาม
พี่ชายต่างมารดาของตุลยาชื่อว่า มาร์ช เขาเป็นลูกชายของคุณลุงเมษกับภรรยาชาวอังกฤษซึ่งเสียชีวิตไปนานแล้ว หลังจากคุณลุงเมษแต่งงานกับมารดาของตุลยา ท่านก็เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคเหนือ ส่วนมาร์ชนั้นใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่อเมริกา เวลาเขาไปเมืองไทย เขามักจะอยู่ที่บ้านของคุณลุงที่กรุงเทพฯ หรือไม่ก็ไปเยี่ยมเพื่อนฝูงของเขาแถวเมืองชายทะเล ดังนั้นเขากับตุลยาจึงเรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกันมาก แม้ว่าพ่อของเขากับแม่ของหล่อนจะแต่งงานกันได้หลายปีก็ตามที
ปีนี้เป็นปีที่สองที่ตุลยาอาศัยอยู่ในบ้านของเขา เขาได้รับคำสั่งจากคุณลุงให้เป็นผู้ปกครองคอยดูแลหล่อน ซึ่งเขาไม่ค่อยมีเวลาแต่ก็พยายามเจียดเวลาอันน้อยนิดมาคอยถามไถ่เรื่องเรียนอยู่เนืองๆ และเขาก็ช่วยเหลือฝากให้ตุลยาเข้าฝึกงานที่บริษัทนี้
คริสต์มาสนี้มารดาและคุณลุงจะเดินทางมาที่นี่ มาร์ชเกริ่นกับตุลยาว่าจะต้องช่วยกันตกแต่งบ้านตามธรรมเนียมของคริสต์มาสเพื่อเตรียมต้อนรับพวกท่าน ถนนที่มาร์ชอยู่นี้เรียกว่าเป็นถิ่นอาศัยของผู้มีอันจะกินและผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง บ้านแต่ละหลังล้วนใหญ่โตโออ่า และช่วงคริสต์มาสก็เริ่มมีการตกแต่งบ้านอย่างครึกครื้น... ยามค่ำคืนจะเห็นไฟแสงสีประดับประดาแสนสวยงาม เป็นรูปแซนต้าบ้าง กวางเรนเดียร์บ้างและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลแห่งความสุขนี้... ปีนี้คิดว่าจะเป็น White Christmas เหมือนปีที่แล้ว ซึ่งเมืองทั้งเมืองเป็นสีขาวโพลนปกคลุมด้วยหิมะ มีตุ๊กตาหิมะปั้นที่เรียกว่าสโนว์แมนตั้งอยู่หน้าบ้านแทบทุกหลัง
ตุลยาลุกขึ้นยืน รู้สึกหิว เมื่อมองนาฬิกาเห็นว่าเป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว หล่อนยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย แต่เหตุผลหนึ่งที่ยังไม่อยากลงไปก็เพราะเมื่อคืนนี้มาร์ชมีผู้หญิงมาค้างด้วย เมื่อเช้าตอนที่ตุลยาตื่นและลงไปเพื่อชงกาแฟข้างล่าง เห็นร่างสูงสมาร์ตของเขาสวมเพียงแค่เสื้อคลุมสีน้ำเงิน มีสาวฝรั่งผมสีแดงคลอเคลียโอบกอดอยู่ด้านหลังในขณะที่เขากำลังชงกาแฟอยู่ เจ้าหล่อนมือไม้ซุกซนไปตามร่างสูงอย่างเสรี มาร์ชหันมา สาวเจ้าก็ยื่นหน้าไปจูบปากเขาอย่างดูดดื่ม
ตุลยาโผล่พ้นประตูครัวเข้าไปพอดี หล่อนยืนตัวแข็งทื่อและหน้าแดงเถือก... เขาเห็นหล่อนเข้าก็เบี่ยงหน้าหนีและพูดกับหญิงสาวเบาๆ เจ้าหล่อนหยุดจูบ หันมามองตุลยาและทำหน้าไม่สบอารมณ์ให้ ตุลยาไม่ได้ทักทายรีบหันหลังเดินกลับขึ้นข้างบน เพราะวางสีหน้าไม่ถูก
ตุลยาเห็นเขากับผู้หญิงนัวเนียกันหลายครั้งในบ้านหลังนี้ แต่เขาไม่รู้ว่าหล่อนเห็น เพราะตุลยาจะรีบหลบเลี่ยงหนีทันทีที่เห็น เขาคงเคยชินกับการทำอะไรแบบนี้ในบ้านของตัวเองก่อนที่จะมีตุลยามาอาศัยอยู่ด้วย และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่าหล่อนเห็นเขา แต่ตุลยาทราบว่าฝรั่งเขาไม่ถือกันในเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะผู้ชายเพลย์บอยอย่างมาร์ช
หญิงสาวคิดว่าตอนนี้คู่เดตของเขาน่าจะกลับไปแล้ว และเขาเองก็คงจะกลับเข้าห้องนอนไปนอนต่อเช่นกัน ตุลยาจึงลงบันไดไปข้างล่าง ตรงประตูหน้า ซึ่งตรงกับบันไดพอดี ตุลยาชะงักเมื่อเห็นร่างสูงกำลังจูบลาคู่ควงประจำสัปดาห์อยู่ เจ้าหล่อนโน้มคอเขาลงมาหาและจูบแลกลิ้นกัน ทำท่าเหมือนจะไม่อยากกลับแต่อยากจะขึ้นไปต่อกันข้างบนมากกว่า ตุลยารีบเดินเลี่ยงไปเร็วๆ สู่ห้องครัว จะบ้าตาย! ตุลยาคิดไม่พูดออกมา
แม่พูดบ่อยๆ ว่าตุลยาเป็นคนฉลาดพูดและมีวาจาฉะฉาน เพียงแต่ไม่ค่อยชอบพูดออกมาเท่านั้น โดยเฉพาะกับคนที่ไม่คุ้นเคยกัน หญิงสาวได้ยินเสียงรถแล่นออกไปจากบ้าน คงจะลากันเรียบร้อยแล้วล่ะ! อาลัยอาวรณ์กันขนาดนี้ ไม่รู้จะกลับไปทำไม น่าจะนอนต่ออีกสักคืน ตุลยาคิดแทนให้เสร็จสรรพพลางย่นจมูกทำท่าหมั่นไส้ใส่ลมใส่แล้งไปตามเรื่อง
บทล่าสุด
#125 บทที่ 125 ฤทธิรณ & สุรัชยา 11 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#124 บทที่ 124 ฤทธิรณ & สุรัชยา 11 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#123 บทที่ 123 ฤทธิรณ & สุรัชยา 11 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#122 บทที่ 122 ฤทธิรณ & สุรัชยา 10
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#121 บทที่ 121 ฤทธิรณ & สุรัชยา 10
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#120 บทที่ 120 ฤทธิรณ & สุรัชยา 10
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#119 บทที่ 119 ฤทธิรณ & สุรัชยา 9 NC+
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#118 บทที่ 118 ฤทธิรณ & สุรัชยา 9 NC+
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#117 บทที่ 117 ฤทธิรณ & สุรัชยา 8
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#116 บทที่ 116 ฤทธิรณ & สุรัชยา 8
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักระรินใจ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รักไม่หลอก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













