บทนำ
บท 1
บทที่ 1 ชีวิตที่แสนวุ่นวายในเมืองหลวง
ยามเช้าเป็นช่วงเวลาที่แสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นจากหลายบ้านในขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เสียงนกร้องเบา ๆ ปะปนกับเสียงเครื่องยนต์ที่เริ่มต้นทำงาน ถนนหนทางเต็มไปด้วยรถราที่เริ่มวิ่งขวักไขว่ ยังมีเสียงแตรรถยนต์ที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว เพิ่มความวุ่นวายให้กับบรรยากาศในเมืองหลวงเป็นอย่างยิ่ง
แสงแดดแรกของวันเริ่มสาดส่องผ่านตึกสูงระฟ้า ส่องลงมายังถนนหนทางที่เต็มไปด้วยผู้คนและรถยนต์ คนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเร่งรีบขับผ่านฝูงชน รถแท็กซี่สีสันสดใสรอรับผู้โดยสารอยู่ริมถนน พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารเช้าตามทางเดินเท้า กลิ่นหอมของข้าวเหนียวหมูปิ้งและกาแฟร้อน ๆ ลอยมาในอากาศ นี่จึงทำให้คนที่เดินผ่านต้องหยุดชะงักแล้วหันมามอง และก็มีหลายคนที่แวะซื้ออาหารข้างทางที่อร่อยแต่ราคาไม่แพงนักเพื่อเป็นอาหารเช้าสำหรับตัวเอง
เวลาเร่งด่วนแบบนี้ผู้คนต่างพากันรีบร้อนเดินทางไปยังจุดหมายของตนเอง บางคนสวมสูทและถือกระเป๋าเอกสาร บางคนก็สวมเครื่องแบบนักเรียนถือกระเป๋าหนังสือใบใหญ่ ทุกคนมีท่าทีเร่งรีบต่างก็มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าหรือป้ายรถเมล์แล้วแต่ความถนัดและเงินในกระเป๋าของตนเอง
เสียงประกาศจากสถานีรถไฟฟ้าดังก้องไปทั่วชานชาลา “ขบวนถัดไปกำลังจะเข้าสู่ชานชาลา”
ทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศ ผู้โดยสารต่างเร่งรีบมายืนรอที่จุดบริการเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าที่แออัดไปด้วยผู้คน
“นี่ถ้าไม่คิดว่าใกล้จะสายแล้ว ฉันไม่ขึ้นหรอกนะรถไฟฟ้าเนี่ย แพงก็แพง เงินเดือนก็แค่นี้ ถ้าขึ้นทุกวันเงินไม่เหลือหรอก” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินมากับเพื่อนพูดขึ้น
“เอาเถอะน่าแค่วันเดียวเอง อย่าขี้เหนียวไปหน่อยเลย ระหว่างเสียเงินขึ้นรถไฟฟ้ากับโดนหักค่ามาสายอะไรจะเยอะกว่ากันเธอลองคิดสิ ไปกันเถอะรถไฟมาแล้ว” เพื่อนของเธอตอบ ก่อนจะดันหลังเพื่อต่อคิวขึ้นรถไฟฟ้าที่มาถึงชานชาลาเรียบร้อยแล้ว
เสียงสนทนาของทั้งคู่ดังเข้าหูนลินที่ยืนอยู่ไม่ไกล เธอได้ยินก็อดที่จะสงสารไม่ได้ นั่นเพราะว่าคนเมืองหลวงไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้น ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเร่งรีบและเต็มไปด้วยความกดดัน ซึ่งคนอื่น ๆ ต่างก็เป็นเหมือนกัน
จากนั้นจึงก้าวขึ้นรถไฟฟ้าด้วยความเร่งรีบ เพราะเธอจำเป็นต้องไปถึงที่ทำงานก่อนเวลาแปดโมงเช้า
รถไฟฟ้าในช่วงเช้ามีคนแน่นไปหมด อย่าว่าแต่จะหาที่นั่งเลย แม้แต่ที่ยืนก็ยังหายาก นลินพยายามหาที่ว่างพอที่จะยืนอย่างมั่นคง เธอทอดสายตาออกไปมองเมืองหลวงที่วุ่นวายผ่านหน้าต่างรถไฟฟ้าที่สะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ ทำให้นึกถึงบ้านที่ต่างจังหวัดที่เธอจากมา
เลยคิดย้อนไปถึงบทสนทนาระหว่างเธอกับแม่ตอนที่จะมาเรียนที่กรุงเทพ ซึ่งความทรงจำเหล่านั้นยังคงชัดเจนในใจแม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม
“แม่ หนูจะไปกรุงเทพฯ แล้วนะ อีกสองสามวันก็จะเปิดเทอมแล้ว ตอนนี้เพื่อนที่สอบได้ที่เดียวกัน เขาก็ย้ายเข้าไปอยู่หอกันหมดแล้วด้วย” นลินบอกกับแม่ขณะที่กำลังจัดเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นใส่กระเป๋า
แม่ของเธอยิ้มทั้งน้ำตา พร้อมกับพูดด้วยความดีใจที่ลูกสาวคนนี้กำลังจะมีอนาคตที่ดี “ไปเถอะลูก ไปหาความรู้และอนาคตที่ดี แม่อยู่ทางนี้จะเป็นกำลังใจ ให้ลูกของแม่ฝ่าฟันทุกอย่างจนถึงจุดหมายปลายทาง”
“หนูไปอยู่ที่นู่น กว่าจะกลับมาบ้านก็ช่วงปิดเทอม หนูคงคิดถึงแม่แย่เลย” เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา แล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของแม่เพื่อหาความอบอุ่น ที่หลังจากนี้เธอไม่สามารถโอบกอดได้ทุกวันอีกแล้ว
“แม่ก็จะคิดถึงหนูเหมือนกัน แต่แม่เชื่อว่านลินของแม่จะทำได้ แม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอนะ ลูกรัก” สมรโอบกอดลูกสาวด้วยความรักและห่วงใย เธอเองพยายามซึมซับอ้อมกอดนี้ไว้ นั่นเพราะคงอีกนานกว่าจะได้กอดลูกแบบนี้อีก
“แล้วแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินนะ เดี๋ยวหนูจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ไม่ให้แม่ต้องลำบากทำงานหนักหาเงินส่งหนูเรียน” นลินบอกแม่อย่างมั่นใจ สีหน้าของเธอดูมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เรื่องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เธอตั้งใจจะทำแบบนั้นจริง ๆ
“เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจะไหวเหรอลูก เดี๋ยวก็เรียนไม่ทันเพื่อนหรอก แม่กับพ่อก็ยังทำงานได้อยู่ แม่กับพ่อส่งลูกเรียนได้ ขอแค่ลูกตั้งใจเรียนให้ดีก็พอ” คนเป็นแม่เองก็ไม่อยากให้ลูกลำบากเช่นกัน นางรู้ว่าการเรียนอย่างเดียวก็เหนื่อยมากแล้ว นี่ลูกสาวยังจะเรียนไปทำงานไปด้วย สมรกลัวว่าลูกสาวจะเหนื่อยเกินไป
“ได้สิจ๊ะแม่ คนอื่นเขาก็ทำแบบนี้กันเยอะแยะ แม่ไม่ต้องห่วงหรอก หนูจัดการบริหารเวลาได้ จะไม่ทำให้เสียการเรียนแน่นอนค่ะ” เธอกล่าวย้ำอย่างจริงจังอีกครั้ง หญิงสาวไม่ต้องการให้พ่อกับแม่ต้องลำบากหาเงินส่งเสียเธอเรียน เพราะท่านทั้งสองอายุไม่น้อยแล้ว
นลินคือเด็กต่างจังหวัดที่จากบ้านมาไกลเพื่อเล่าเรียนและทำงานเลี้ยงตัวเองไปด้วย เธอเติบโตมาจากครอบครัวที่อบอุ่นแต่ขัดสน และรู้ดีว่าทุกบาททุกสตางค์ที่เธอหามาได้นั้นมีค่าแค่ไหน และทุกหยาดเหงื่อที่หลั่งออกมาเป็นความภาคภูมิใจ ที่เธอสามารถแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ นลินพยายามอย่างหนักในทุกวัน เพื่อให้สามารถสร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเองและคนที่เธอรัก
เวลาผ่านไปเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว ด้วยความขยันหมั่นเพียรและความมุ่งมั่นเลยสามารถหางานที่ดีทำได้ หญิงสาวยังคงเลือกที่จะทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะได้เงินเดือนที่ดีเธอตั้งใจทำงานเพื่อส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่และน้อง ๆ ที่ยังต้องการการสนับสนุน
แม้ว่าการทำงานในเมืองหลวงนั้นไม่ง่าย แต่เธอไม่เคยย่อท้อ ต่อให้จะต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าและความกดดันจากการทำงานแค่ไหนก็ตาม
ในใจของหญิงสาวนั้นมีความฝันที่เรียบง่าย เธอหวังไว้ว่าจะทำงานเพื่อเก็บเงินให้ได้สักก้อน แล้วก็จะลาออกจากงานและกลับไปเปิดกิจการเล็ก ๆ ทำที่บ้านเกิด
นลินฝันถึงการเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ หรือร้านขายขนม หญิงสาวนึกภาพที่ทำงานอยู่ในร้านของตัวเอง แค่นี้ก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งที่รัก และสามารถดูแลพ่อแม่ในบั้นปลายชีวิตของพวกท่านได้
หญิงสาวมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำความฝันให้เป็นจริง แม้ว่าหนทางอาจจะยาวไกล แต่เธอเชื่อว่าด้วยความพยายามและความตั้งใจ จะสามารถสร้างชีวิตที่ดีและมีความสุขได้ เธอจะไม่หยุดฝันและจะไม่หยุดเดินทางในเส้นทางที่เธอเลือก
หญิงสาวนึกย้อนกลับไปถึงเช้าวันหนึ่งที่ทำให้เธออารมณ์เสียไม่หาย ตอนนั้นเธอกำลังทำงานที่แผนกเครื่องสำอางของห้างสรรพสินค้า ลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับทำหน้าตาไม่พอใจและถามถึงผลิตภัณฑ์ที่นลินไม่สามารถหาให้ได้ในตอนนั้นเพราะสินค้าหมดสต๊อก เธอจึงได้พยายามอธิบายอย่างสุภาพ แต่ลูกค้ากลับโวยวายเสียงดัง
“เธอเป็นผู้ช่วยผู้จัดการแผนกประสาอะไร ไม่มีความสามารถเลยหรือยังไง แค่นี้ก็ทำไม่ได้” ลูกค้าตะคอกใส่เธอเสียงดังอย่างไม่พอใจ
นลินรู้สึกหงุดหงิดและกดดันอย่างมาก แต่ก็ยังพยายามอธิบายอย่างใจเย็น นั่นเพราะไม่อยากถูกตำหนิหรือถูกหักเงินเดือน “ขอโทษค่ะ สินค้าตัวนี้หมดสต๊อก แล้ว แต่ถ้าคุณลูกค้าต้องการจริง ๆ ดิฉันสามารถสั่งมาให้ใหม่ได้ค่ะ”
“ไม่ต้องมาอ้างเลย ฉันไม่อยากรอ” ลูกค้าพูดพลางโยนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมือใส่นลินด้วยความฉุนเฉียว
บทล่าสุด
#66 บทที่ 66 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#65 บทที่ 65 บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#64 บทที่ 64 จากลากันอีกครั้ง
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#63 บทที่ 63 จบปํญหา
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#62 บทที่ 62 บ้านหลินมาอีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#61 บทที่ 61 ท้อง 4 เดือนแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#60 บทที่ 60 กลับมาเยี่ยมบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#59 บทที่ 59 ผู้กองซ่ง
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#58 บทที่ 58 เป็นที่ยอมรับของทุกคน
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#57 บทที่ 57 อิจฉาตาร้อน
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักระรินใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ













