บทนำ
คราวซวยแรกแมวเธอข่วนหมาเขา
ซวยหนสอง เธอขับรถชนท้ายป้ายแดงของเขา
หนต่อมา เธอเป็นเพื่อนบ้านเขา
และครั้งสุดท้ายเธอกลายเป็น 'เมีย' เขา
บท 1
ควันดำสายสุดท้ายลอยออกจากปล่องเมรุ เป็นสัญญาณสิ้นสุดของทุกสิ่ง หรือไม่มันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่าง ‘วาริชา’ เงยหน้ามองมันจนลับสายตา เกียรตินิยมที่ได้มาจากอเมริกาไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่วาริชาเลื่อนแว่นกรอบเงินออกจากใบหน้า ปล่อยให้หยาดฝนชะล้างคราบน้ำตาบนพวงแก้ม ดวงตากลมโตทอดมองพื้นถนนที่เปียกชื้น ไม่ต่างจากหัวใจของเธอที่แหลกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่นานสายฝนก็เทกระหน่ำลงมาราวกับจะตอกย้ำความโศกเศร้า ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มีเพียงเสียงร้องโหยหวนของฝูงกาที่บินวนเวียนอยู่เบื้องบน ราวบทเพลงไว้อาลัยแด่การสูญเสียที่ไม่มีวันจบสิ้น
“วีด้าลูก ตัวเปียกหมดแล้ว กลับบ้านกันเถอะ ไปอยู่คอนโดป้าก่อนก็ได้” อัญชลีร้องเรียกหลานสาวด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้ามากางร่มให้อย่างไม่ลังเล
ทว่าในจังหวะที่วาริชาเตรียมขยับตัวเดิน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พร้อมชื่อบนหน้าจอที่เธอไม่อยากเห็น ‘วาฤทธิ์’ หรือ ‘ไอ้ว่าน’ น้องชายแท้ๆ ผู้มีนิสัยต่างกันราวฟ้ากับดิน
“วียังไม่กลับคอนโดค่ะ วีจะไปคุยกับไอ้ว่านที่บ้าน”
วาริชาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น การตัดสินใจครั้งนี้ เธอรู้ดีว่าต้องเดินหมากอย่างไร
“ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจยังไง ป้าก็อยากให้หนูเลือกตัวเองก่อนนะลูก ถ้าป้าย้ายไปอยู่สวีเดนกับเชอรีนแล้ว หนูก็อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะวีด้า” อัญชลีที่เพิ่งเสียสามีไปเพิ่งทำเรื่องโยกย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับครอบครัวลูกสาวที่โน่นตามความต้องการของวิทวัช สามีของเธอ
“วีไม่สนใจตัวเองแล้วค่ะ วีอยากตอบแทนคุณลุงคุณป้าบ้าง ให้วีจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองนะคะ” วาริชายิ้มมุมปากพลางจับมือข้างหนึ่งของอัญชลีเพื่อให้เธอวางใจ
บ้านบรรลือพงศ์
เกือบสิบกว่าปีแล้วหลังจากที่แม่เสีย ส่วนเธอถูกขับออกจากตระกูลของพ่อ นามสกุลของที่เธอเคยใช้มาตั้งแต่เด็กก็เปลี่ยนไปเป็นนามสกุล ‘อสมาภร’ ของลุง นับตั้งแต่วันที่เธอไปพบเจอว่าพ่อที่เป็นเขยของบ้านกำลังมีปากเสียงกับลุง
วินาทีนั้น เธอจับใจความสำคัญอะไรไม่ได้นอกจากประเด็นเรื่อง หนี้สินทั้งหมดที่พ่อกำลังแบกอยู่ เป็นผลพวงมาจากการศึกษางี่เง่าของเธอ ไม่ว่าจะเป็น คอร์สเรียนไวโอลินที่เธอรัก คอร์สเรียนขี่ม้าและค่าเทอมมหาวิทยาลัยของเธอ พ่อล้วนโทษว่าเป็นความผิดเธอแต่เพียงผู้เดียว จึงได้ตามมาไล่บี้ลุงที่มีทรัพย์สมบัติมหาศาลให้ช่วยแบ่งมรดกส่วนหนึ่งมาบ้าง
รวมทั้งอ้างว่าเพื่อส่งลูกคนโตให้สำเร็จการศึกษาสูงสุด แต่พ่อแทบไม่เคยเอ่ยชื่อลูกชายตัวปัญหาอีกคนเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่มันเก่งแต่สร้างปัญหา โดดเรียนออกไปแว้น กินเหล้าเมายากลายเป็นลูกรัก และเธอที่ตั้งใจทำทุกอย่างให้อยู่บนความซื่อสัตย์ เดินตามกรอบที่พ่อแม่ขีดไว้กลับกลายเป็นลูกน่าชังและน่ารังเกียจแทน
อาจเป็นเพราะว่าแต่เดิมครอบครัวเธอมีพี่น้องสามคนได้แก่ พี่วู้ด พี่ชายคนโต ส่วนเธอลูกสาวคนกลางและไอ้ว่านเป็นน้องคนสุดท้อง กระทั่งพี่ป่วยด้วยโรคหายากและจากไปกะทันหันในวัยเพียงสิบเจ็ดปี นับจากนั้นเธอก็กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของพ่อ ขณะที่แม่ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงในการออกความคิดเห็นอะไรมากนัก เพราะถูกความเป็นปิตาธิปไตยของพ่อข่มขู่และคุกคามมาโดยตลอด
จนถึงวันที่แม่ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม เธอจึงอาสาลดค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวด้วยการเปลี่ยนที่เรียน ยกเลิกคอร์สเรียนต่างๆ
ยกเลิกการแข่งขันไวโอลิน ขี่ม้า กิจกรรมทุกอย่างที่เธอทำได้ดีและชื่นชอบทั้งหมด เพื่อนำค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งไปรักษาแม่ ขณะที่ไอ้น้องคนเล็กกลับไม่เคยเลือกอะไรเลย แถมยังเพิ่มภาระให้พี่สาวอย่างเธอ ด้วยการทำผู้หญิงท้อง
แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ตอนนั้นเธอเพิ่งเรียนอยู่ปีสอง และมีวุฒิภาวะมากพอจะรับมือกับสารพัดปัญหาที่ประเดประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อย แต่เธอก็ยังเลี้ยงดูหลานในไส้ของตัวเองได้จนกระทั่งเด็กน้อยอายุครบสองขวบ
จนวันหนึ่ง ภรรยาคนแรกของน้องชาย และหลานสาวคนแรกของเธอก็ย้ายไปอยู่สิงคโปร์กับสามีใหม่ จากวันนั้นเป็นต้นมา เธอก็ไม่เคยได้พบหน้าโบตั๋นอีกเลย
หลังจากนั้นไม่นาน ยายก็จากไปเพราะเส้นเลือดในสมองแตก ตาก็เสียตามไปด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน และเมื่อแม่ของเธอล้มลงเป็นรายถัดมา ความเงียบงันก็เข้าครอบคลุมทุกตารางนิ้วของบ้านหลังเดิม ในห้วงเวลาที่เปล่าเปลี่ยวที่สุด ลุงจึงยื่นข้อเสนอหนึ่งให้เธอไปเรียนต่อด้านการทำเบียร์ที่อเมริกา โดยเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ข้อแม้เดียวที่ลุงขอ คือเมื่อเรียนจบแล้ว เธอต้องกลับมาบริหาร ‘ไฮฟ์’ บริษัทคราฟต์เบียร์ที่เขาเริ่มต้นจากศูนย์ ด้วยสองมือและหยาดเหงื่อของตนเอง
หลังจากสำเร็จการศึกษา เธอใช้เวลาหาประสบการณ์อยู่เพียงสองปี พยายามเรียนรู้ทุกอย่างในอุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ เก็บเกี่ยวทฤษฎีและลงมือปฏิบัติให้มากที่สุด จวบจนได้เข้าไปร่วมงานกับบริษัทเบียร์ระดับโลกของอเมริกาได้เพียงหกเดือน ป้าก็โทรมาร้องห่มร้องไห้ว่าลุงเสียชีวิตแล้ว เมื่อเธอเดินทางกลับมาร่วมงานศพ แทนที่จะได้แสดงความเสียใจอย่างสงบ ไว้อาลัยให้ผู้มีพระคุณท่ามกลางความเงียบสงบ กลับเจอไอ้ว่านและเมียใหม่ป้ายแดงคนทีสี่ ไฮโซสาวที่มีแต่เปลือก ทายาทจากตระกูลหนึ่งที่กำลังล้มละลาย คอยตามราวีและรังควานให้เธอช่วยเซ็นยกหุ้นทั้งหมดของไฮฟ์เบียร์ให้พวกมัน
ก่อนหน้านั้นเธอไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งได้อ่านจดหมายที่ลุงฝากป้าเอาไว้พร้อมกับพินัยกรรมฉบับหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเธอต้องได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของคีน รวมทั้งบ้านราคายี่สิบห้าล้านของลุงจะตกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
แต่เมื่อหุ้นที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านของไฮฟ์เบียร์ตกอยู่ในกำมือเธอเรียบร้อย ไอ้ว่าน น้องชายหน้าเลือดกับเมียก็เริ่มตามกระแหนกระแหนเธอไม่หยุด คอยเหน็บแนมอยู่ตลอดว่า คนอย่างเธอไม่มีปัญญาบริหารไฮฟ์รอด แต่เธอไม่ได้สนหรอกว่าคนพวกนั้นจะกล่าวหาเธอยังไงบ้าง
สิ่งเดียวที่ทำให้เธอคลางแคลงใจ จนต้องจ้างนักสืบเอกชนไปไล่ตรวจสอบก็คือ โรงงานคราฟต์เบียร์แห่งแรกที่ลุงสร้างมาด้วยน้ำตาและหยาดเหงื่อ ตกไปเป็นของไอ้ว่านกับเมียมัน แถมตำแหน่งรองผู้บริหารและกรรมการบริษัทยังถูกสองผัวเมียยึดอำนาจไว้หมด ในขณะที่ป้าเองก็ไม่เคยรับรู้มาก่อน รวมทั้งไม่มีการระบุไว้ในพินัยกรรม ไม่มีใครล่วงรู้ที่มาที่ไปว่าไอ้ว่านกับเมียมันได้โรงงานและตำแหน่งใหญ่ของไฮฟ์เบียร์ไปไว้ในครอบครองด้วยวิธีการไหนกันแน่
ทุกครั้งที่เธอไปทวงถามถึงเหตุผล สองผัวเมียนั่นก็ตอบเพียงว่า
“ลุงวิทยกให้” ทั้งที่ลุงเคยบอกเอง ว่าโรงงานนี้จะเก็บไว้ให้เธอดูแล เพราะลูกสาวคนเดียวของลุงอย่างพี่เชอรีน แต่งงานและย้ายไปอยู่สวีเดนกับสามีมาหลายปีแล้ว และไม่เคยคิดจะหันกลับมาทำธุรกิจนี้อีกเลย เธอแค่ต้องการใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว ดังนั้น ภาระทั้งหมด จึงตกมาอยู่บนบ่าของเธอโดยปริยาย
วาริชาทรุดกายนั่งบนเก้าอี้ไม้สักตัวยาวในสภาพผมเผ้าเปียกโชก ขณะที่วาฤทธิ์กับกรรณณิการ์ไล่สายตามองเธอด้วยความรังเกียจและหยามเหยียดอย่างออกนอกหน้า
“มาแล้วเหรอยัยวี” คณิณ พ่อของเธอเดินเข้ามานั่งใจกลางห้องแล้วพยักพเยิดให้วาฤทธิ์เปิดประเด็น
“สรุปตัดสินใจได้หรือยัง” วาฤทธิ์เอ่ยถามพลางกระแทกหนังสือสัญญาหนึ่งฉบับกับปากกาลงบนโต๊ะ
“หนูวีคิดให้ดีๆ นะลูก”
ป้าอัญชลียื่นหน้ามากระซิบกระซาบข้างหู
“เธอแค่เป็นผู้บริหารไฮฟ์และดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทโดยไม่เปิดเผยตัวตน เอกสารทุกฉบับจะมีแค่ชื่อเธอ แต่โพรไฟล์ในเว็บไซต์ของบริษัทจะไม่มีรูปเธอ การตัดสินใจเรื่องสำคัญฉันจะยกให้เธอเป็นคนจัดการ แต่เธอจะไม่มีวันได้ออกสื่อ ไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์และแสดงศักยภาพใดๆ หน้ากล้องเด็ดขาด ส่วนเงินเดือนท่านประธานฉันจะให้ฝ่ายบัญชีโอนให้เท่ากับพนักงานระดับล่างละกันนะ สักสามหมื่นห้าก็พอยาไส้แล้วมั้ง”
“ไอ้ขี้โกง!!! นี่มันจะกดขี่กันเกินไปหรือเปล่าวะ” วาริชาเตรียมพุ่งเข้าไปสวนหมัดใส่น้องชายบังเกิดเกล้า แต่ถูกอัญชลีรั้งแขนไว้เสียก่อน
“ไม่เอาจ้ะหนูวี ใจเย็นๆ ลูก” อัญชลีส่ายหน้า
“จะเป็นผู้บริหารอยู่ละ เธอยังควบคุมความอารมณ์ไม่ได้เลย แล้วแบบนี้จะไปคุมพนักงานของไฮฟ์ได้เหรอวะ คิดให้ดีๆ นะ”
“ไอ้ว่าน ไอ้เลว ไอ้ตอแหล ไอ้แพศยา” วาริชาตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า เพราะยังไงตอนนี้เธอกับมันก็แตกหักไปนานแล้ว แต่เธอไม่คิดเลยจริงๆ ว่ามันจะโลภโมโทสันถึงขนาดเอาโรงงานที่มีพนักงานเกือบห้าสิบคนที่นั่นมาขู่เธอ ทุกชีวิตที่นั่นคือแขนขา คือกำลังที่ทำให้ไฮฟ์เบียร์อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้
“จะด่าอะไรก็ด่าไปเถอะ เพราะยังไงเธอก็ไม่มีทางมีอำนาจเหนือฉันอยู่ดีนั่นแหละยัยวี ถ้าเธอยังตุกติกคิดเล็กคิดน้อย โรงงานมูลค่าสามร้อยกว่าล้านจะตกไปเป็นของนายทุนที่ฉันจัดหาไว้ทันที”
“แกหลอกให้ลุงช่วยปลดหนี้ แต่สุดท้ายกลับเหยียบย่ำความหวังดีของคนอื่น ด้วยวิธีต่ำๆ แบบนี้เหรอวะ” วาริชากระแทกเสียงใส่ มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูด
วาฤทธิ์กลั้วหัวเราะ ก่อนหยิบบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาสูบอย่างยียวน
“นั่นมันเรียกว่าวิธีของคนฉลาด ส่วนมึงก็แค่ลาขี้ข้าที่อยู่ให้คนชี้นิ้วสั่งไปทั้งชีวิต” เขากลั้วหัวเราะพลางเหล่สายตาดั่งผู้มีอำนาจเหนือกว่ามาให้เธอ
วาริชาหลับตาลง ราวกับกำลังสั่งให้ตัวเองไม่สะเทือน เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดสั้นๆ หนึ่งครั้ง สะกดทุกคลื่นอารมณ์ไม่ให้ระเบิด เธอรู้ทันความพยายามของน้องชาย เพราะนี่ไม่ใช่แค่คำด่า แต่มันคือ‘เครื่องมือ’ เพื่อทำลายกำลังใจ
“ถ้ากูเป็นลา...”
เธอลืมตาขึ้นช้าๆ เสียงหนักแน่นราวกับกำลังสาป
“กูก็เป็นลาที่มีสมองมากกว่ามึงแน่นอน ไอ้ว่าน”
กล่าวจบก็คว้าปากกาขึ้นมาโดยไม่ลังเล เซ็นชื่อของตัวเองลงบนสัญญาฉบับนั้น เหมือนวางหมากตาแรกในเกมระยะยาว
เธอรู้ดีว่ากำลังก้าวเข้าสนามรบที่เต็มไปด้วยกลโกงและเล่ห์เหลี่ยม แต่เธอก็เดินเข้าไปโดยไม่ไหวหวั่น เพราะเธอไม่ใช่คนที่วิ่งหนีจากกับดัก ทว่าเธอคือคนที่รู้วิธีเปลี่ยนกับดักให้กลายเป็นอาวุธต่างหาก
วาฤทธิ์กับกรรณิการ์หันมายิ้มให้กันทันที
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ...และความหลงตัวเอง
พวกเขาคิดว่าเธอพ่ายแพ้แล้ว แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าผู้หญิงตรงหน้านี้ไม่ได้เซ็นสัญญาเพราะยอมจำนน แต่เพราะกำลังเริ่มนับหนึ่งใหม่
“ไหนๆ ฉันก็เป็นผู้บริหารแล้ว ฉันขออะไรอย่างหนึ่ง”
วาฤทธิ์พ่นควันออกมาแล้วไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“อะไรก็ได้ ที่ไม่ขัดกับสัญญาที่เพิ่งเซ็นไป”
“ฉันจะรีแบรนด์ใหม่” เธอพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ฉันจะเปลี่ยนชื่อแบรนด์ จากไฮฟ์ไปเป็นคีน”
คำว่า คีน (Keen) หล่นลงกลางอากาศ เหมือนใบมีดบางเฉียบที่พร้อมจะกรีดโครงสร้างเดิมให้พังครืน
“ได้...” วาฤทธิ์ตอบในที่สุด “แล้วแต่เธอเลย”
คงคิดละสิว่าตนเองได้เปรียบ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า ภูเขาน้ำแข็งไม่ได้จมเรือยักษ์เพราะขนาดที่สายตามองเห็น แต่มันฆ่าทุกชีวิตนั่น เพราะสิ่งที่ซ่อนลึกลงไปใต้ผิวน้ำ
บทล่าสุด
#13 บทที่ 13 หายทันที
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#12 บทที่ 12 ข้ามจากแฟนมาเป็นเมีย
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#11 บทที่ 11 แค่ร้องออกมา
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#10 บทที่ 10 กลิ่นไหม้ น้ำตา พายุ
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#9 บทที่ 9 ตัวตนที่แท้จริง
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#8 บทที่ 8 เอลฟ์สาวปริศนา
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#7 บทที่ 7 เกือบโป๊ะ
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#6 บทที่ 6 เป็นไปไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#5 บทที่ 5 สาวเชียร์เบียร์
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#4 บทที่ 4 เพื่อนบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
รักระรินใจ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
สัญญารักประธานร้าย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)













