บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 เด็กในอุปการะ
หากนับถอยหลังไปในรอบสี่สิบปีที่ผ่านมา วงการนักพนันบนโต๊ะสักหลาดทั่วโลกไม่มีใครไม่รู้จัก “แมทธิว” เซียนพนันอันดับหนึ่งที่ปีนขึ้นไปยืนอยู่บนหอคอยแห่งความสำเร็จได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่มีคนโง่ที่ไหนกล้าวางเดิมพันกับเขา กาสิโนทุกแห่งทั่วโลกต่างขึ้นบัญชีดำห้ามผู้ชายคนนี้ลงเล่นเกมทุกชนิดเพราะทุกคนรู้ว่ามันเสียเวลาเปล่าและเท่ากับเอาเงินยัดใส่กระเป๋าให้เขาไปฟรีๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าเซียนพนันอย่างเขาจะมา ตกม้าตายเพราะเด็กอายุคราวลูกซึ่งตนอุปถัมภ์ค้ำชูมาตั้งแต่ยังพูด ไม่รู้ความ
“จะพูดอะไรก็พูดมา ยืนยิ้มอยู่ได้”
“คุณแมทธิวครับ...เอ่อ น้องตองส่งพัสดุมาให้คุณ”
โจเซฟผู้ช่วยมือวางอันดับหนึ่งเจ้าของร่างสูงเกือบเจ็ดฟุตเดิน เข้ามาหาเจ้านายภายในห้องซึ่งปรับมันให้มีลักษณะไม่ต่างจากบ่อนกาสิโน โต๊ะสักหลาดขนาดใหญ่ด้านบนมีการ์ดไพ่ลวดลายขอบทองหรูหราวางคว่ำบ้างหงายบ้าง ด้านข้างเป็นขวดบรั่นดีซึ่งมีร่องรอยการพร่องหายไปเกือบครึ่งขวด มือหนาถือไพ่อีกครึ่งสำรับสลับสับไปมาอย่างชำนาญ
“ให้ฉัน?” เจ้าของคิ้วหนาสีน้ำตาลทองกระตุกเข้าหากัน
“ครับ มันจ่าหน้ากล่องพัสดุถึงแด๊ดดี้”
ตอง...เป็นหนึ่งในเด็กกำพร้าจำนวนหลายร้อยคนที่แมทธิวรับอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียให้ทุนการศึกษาส่งให้เรียนจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เมื่อสองสามเดือนก่อนคลับคล้ายคลับคลาว่าเด็กคนนี้ ส่งเอกสารแจ้งผลการเรียนเทอมสุดท้ายมาให้แมทธิวรับรู้ผ่านมาทาง โจเซฟผู้ช่วยของเขาว่าตัวเองเรียนจบแล้วและกำลังสมัครงาน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กในอุปการะทุกคนที่จะเขียนจดหมายแจ้งผลการเรียนให้เขาทราบเสมอเป็นประจำทุกเทอม
โดยเด็กๆ ที่ได้รับการอุปการะดูแลทุกคนนั้นมักเรียกเขาว่า “แด๊ดดี้” แทนการเรียกชื่อจริงเพราะในข้อตกลงการอุปการะนั้นแมทธิวหรือแม้แต่สถานสงเคราะห์ต่างๆ จะไม่แจ้งให้เด็กๆ รู้ว่าพ่ออุปถัมภ์นั้นเป็นใครมาจากไหน ชื่ออะไร เพราะถือว่าเป็นการช่วยด้วยความสุจริตใจไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น
โดยในการรับอุปการะเขาไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ นอกเสียจากข้อแม้อันเล็กน้อย เพียงแค่เด็กทุกคนส่งรายงานผลการเรียน การสอบมาให้เขาทราบผ่านจดหมายเท่านั้น แต่ก็อาจมีบ้างบางครั้งที่เด็กเหล่านั้นจะส่งการ์ดอวยพรมาให้พ่ออุปถัมภ์อย่างเขาตามวาระสำคัญในแต่ละปีนอกเหนือจากผลการเรียน
“มีจดหมายเขียนมาด้วยครับ แต่มันไม่ได้เขียนจากลายมือของตองเหมือนทุกที ในจดหมายนี้เขียนว่าเป็นของขวัญซื้อจากเงินเดือน เดือนแรกให้แด๊ดดี้ ขอให้แด๊ดดี้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง รวยๆ เฮงๆ” โจเซฟวางการ์ดใบหนึ่งลงไปบนโต๊ะสักหลาดเยื้องไปทางด้านหน้าเจ้านาย แมทธิวเพียงแค่เหลือบตาลงไปมองดูการ์ดแทนคำขอบคุณใบนั้น นิดหน่อย แล้วพยักหน้าไปทางกล่องพัสดุใบใหญ่ซึ่งมีบอดี้การ์ดสองคนยืนถือมันอยู่ด้วยความสงสัย
“ในกล่องนั่นอะไร?” เจ้าของดวงตาคมพยักหน้าไปทางกล่องกระดาษใบโตจนน่าสงสัยนั้นทันที
“เอ่อครับคือ...มัน ข้างในนั้นก็แบบว่าเป็น...” โจเซฟผู้ช่วยหนุ่มอายุสามสิบห้าเจ้าของใบหน้าทะเล้นยิ้มกริ่มก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากแห้งของตัวเองเล่น
“อย่าทำหน้ากวนตีนได้มั้ยโจเซฟเอาออกมาดู ฉันอยากรู้ว่าเด็กนั่นส่งอะไรมา” เจ้าของรองเท้าหนังเบอร์สิบเอ็ดตวัดขาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะสักหลาดชนิดเฉียดปลายจมูกผู้ช่วยคนสนิทไปเพียงนิ้วเดียวเท่านั้น
“โอเคครับ โอเคเอาออกมาดุก็ได้” โจเซฟหันไปพยักหน้าให้กับบอดี้การ์ดสองคนซึ่งช่วยกันอุ้มกล่องพัสดุนั้นไว้ ก่อนที่ทั้งสองคน จะจัดการวางกล่องกระดาษนั้นลงไปบนพื้นซึ่งปูพรมสีเข้มราคาแพงเอาไว้อย่างเบามือ
“ของขวัญสุดพิเศษเพื่อตอบแทนบุญคุณของแด๊ดดี้...”
ตุ๊กตาลักษณะรูปร่างคล้ายคนหรือจะเรียกว่ามันเป็นตุ๊กตาคน ก็ไม่ผิดนัก ตุ๊กตาตัวนี้ทำขึ้นมาจากซิลิโคนเนื้อนิ่มรูปร่างเป็นผู้ชายผิวขาวแบบชาวเอเชียไม่สวมเสื้อผ้า ถูกมือของโจเซฟคว้าคอมันขึ้นมาจากกล่องลังแล้วโยนโครมลงมาวางไว้กลางโต๊ะจะด้วยเพราะไอ้แท่งยางดุ้นยาวๆ ตรงกลางตัวของไอ้ตุ๊กตาตัวนี้มันถ่วงดุลหนักเกินไปหรือไม่ แมทธิวก็ไม่ค่อยมั่นใจนักแต่เมื่อโจเซฟคว่ำมันลงมาบั้นท้ายงอนสีขาวสว่างตานั้นโก่งกระดกจนแทบจะทิ่มลูกตาเซียนพนันวัยสี่สิบห้าปีทันที มือซึ่งกำลังสับไพ่อยู่เมื่อครู่ถึงกับชะงักหยุดลง
“โจเซฟไอ้ตัวนี้ นี่นายแน่ใจเหรอว่าตองส่งไอ้ตัวนี้มาให้ฉัน”
“ครับ ตอนแรกผมก็ไม่มั่นใจเลยลองโทรกลับไปถามน้องตอง ดูอีกที แต่น้องตองยืนยันว่าตั้งใจส่งของชิ้นนี้มาให้แด๊ดดี้แทนคำขอบคุณ ที่อุปการะตองมาตลอด” ผู้ช่วยหนุ่มยืนอมยิ้มเหมือนอยากล้อเลียนเจ้านาย
“ไอ้เด็กบ้านี่มันคิดอะไรของมันอยู่กันแน่” ดวงตาคู่สีน้ำตาลทองจ้องมองไปยังไอ้ตุ๊กตายางเจ้าปัญหาอย่างไม่ค่อยเชื่อมั่นเท่าไรนัก
“บางทีน้องตองอาจจะไม่รู้ว่าแด๊ดดี้ชอบของจริงมากกว่า”
“หุบปากของนายไปเลยโจเซฟ แล้วโทรกลับไปบอกตองด้วยว่าถ้าอยากตอบแทนบุญคุณฉันให้มาตอบแทนด้วยตัวเอง”
“เอาจริงดิ” โจเซฟเหลือกตาโตถลนขึ้นมาทันที
“โจเซฟนายอยากโดนกระทืบเหรอ นายก็รู้ว่าฉันไม่ยุ่งกับเด็ก ในอุปถัมภ์” แมทธิวยื่นปลายรองเท้าไปเตะเข้าตรงอกเสื้อผู้ช่วยคนสนิทเป็นเชิงปราม
“ก็ผมไม่รู้นี่ครับ อีกอย่างผมไม่เคยเห็นใครส่งของแบบนี้มาให้คุณแมทธิวมาก่อนแล้วนี่คุณแมทธิวจะให้ผมทำยังไงกับไอ้ตัวนี้” โจเซฟ ใช้มือล็อกคอตุ๊กตายางตัวใหญ่ก่อนจะตบฝ่ามือลงไปบนบั้นท้ายกลมเสียงดังแปะๆ แล้วเริ่มสำรวจคุณภาพยางซิลิโคนตรงร่องกลางระหว่างแก้มก้นทั้งสองของมันด้วยการแหวกนิ้วมือส่องดูร่องลึกด้านในก่อนจะพยักหน้าทำท่าเหมือนทึ่งในความยืดหยุ่นของตุ๊กตายางซิลิโคนเกรด พรีเมียม
“ก็เอามันไปเก็บรวมไว้กับของขวัญชิ้นอื่นของเด็กๆ ที่เคยส่งมาให้ฉันนั่นแหละ” ปลายรองเท้าหนังสะบัดไปเตะข้อมือหนาของคนที่ยังเล่นสนุกด้วยการแหย่นิ้วเข้าไปในร่องซิลิโคนสีชมพูเหมือนเห็นเป็นเรื่องสนุก
“โอเคครับ เอาไปเก็บ” โจเซฟพ่อหนุ่มหน้าทะเล้นพยักหน้าเหมือนเป็นการรับคำสั่ง
“เดี๋ยว”
“ครับ คุณแมทธิวจะเปลี่ยนใจเหรอครับ”
“ฉันไม่ได้จะเปลี่ยนใจ แค่อยากเตือนพวกนายว่า...อย่าให้ฉันรู้นะว่าพวกนายแอบเอามันออกมาใช้งาน” แมทธิวชี้นิ้วพุ่งไปยังใบหน้า เจ้าเล่ห์ของผู้ช่วยตัวเอง
“โธ่คุณแมทธิวเห็นพวกผมเป็นคนยังไงกันครับ”
“ก็เห็นเหมือนที่เห็นไง พวกนายแต่ละคนไว้ใจได้สักคนหรือไง”
ตุ๊กตายางก้นอวบขาวๆ ถูกจับยัดใส่กลับลงไปในกล่องแล้วโดนอุ้มยกออกไปจากห้องในเวลาต่อมา ส่วนเจ้าของใบหน้าหล่อคมคายอย่างชายชาวตะวันตกยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม บรั่นดีสีเข้มถูกรินเติมใส่ลงไปในแก้วอีกครั้ง
“ตองนี่ได้งานทำที่ไหนนะ” ริมฝีปากหนาจรดจิบน้ำรสชาติขมดีกรีเข้มก่อนจะปรายตาเงยหน้าขึ้นไปสบตาผู้ช่วยส่วนตัว
“บริษัทในเครือของเราครับ เห็นว่าอยู่ฝ่ายจัดซื้อเพิ่งผ่านทดลองงานเดือนนี้เอง”
“ฉันจำได้ว่าเด็กคนนี้ ตอนเขียนจดหมายมาหาฉันทุกปีก็ดูเป็นเด็กเรียบร้อยดีนี่นาแล้วทำไมถึงส่งตุ๊กตาบ้านั่นมาให้ฉันได้”
“ก็คงโตตามวัยมั้งครับ”
“โจเซฟนายรู้หรือเปล่าว่าตองพักอยู่ที่ไหน”
“ไหนบอกไม่กินเด็กในอุปถัมภ์ไงครับ”
“ฉันแค่จะไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาสบายดีมั้ยแล้วไอ้ที่ส่งตุ๊กตา มานี่หมายความว่ายังไงเท่านั้น”
“แน่ใจนะครับว่าแค่ไปดูเฉยๆ ให้ผมเตรียมถุงยางเผื่อเอาไว้มั้ย”
“นายนี่มันไอ้คนรู้มากจริงๆ นะโจเซฟ แต่ว่า...เตรียมหน่อยก็ดี”
“นั่นแน่ะ แล้วมาทำเป็นพูดว่าไม่กินเด็กในอุปถัมภ์”
“ไอ้โจเซฟ!”
“ครับ ไม่กิน ไม่กิน แต่ชิมนิดชิมหน่อยก็คงได้แหละ อุตส่าห์ส่งของมายั่วถึงขนาดนี้แล้วนี่จริงมั้ยครับ” คิ้วสีน้ำตาลเข้มของผู้ช่วยวัยสามสิบห้าปีกระตุกหยักขึ้นไปถี่ๆ บวกกับรอยยิ้มมุมปากคลี่ยกขึ้นสูง ตรงมุมข้างหนึ่งดึงเส้นเอ็นหัวเข่าของเจ้านายวัยสี่สิบห้าให้สะบัดขาดีด ถีบเปรี้ยงเข้ากลางแผงอกแกร่งเสียงดังอัก
“นายนี่ถ้าไม่ถูกฉันกระทืบสักทีคงไม่มีความสุขใช่มั้ยโจเซฟ”
“โอ๊ย คุณแมทธิวเจ็บนะครับเนี่ย”
“ไปเตรียมรถฉันจะไปดูหน้าเจ้าเด็กบ้านั่นสักหน่อย”
กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรที่ใครๆ ก็บอกว่ามันเป็นเมืองหลวงที่เจริญแล้ว แต่น่าแปลกเหลือเกินเมื่อฝนตกทีไรน้ำซึ่งรอการระบายไหลลงท่อนั่นมันถึงไม่เคยทันใจประชาชนคนตาดำๆ หาเช้ากินค่ำที่ต้องเดินย่ำลุยน้ำสูงครึ่งหน้าแข้งแล้วแย่งกันกระโดดขึ้นรถเมล์ฟรีเพื่อไปยืนดมรักแร้กันตลอดเส้นทางเพื่อกลับบ้าน
พนักงานบริษัทยักษ์ใหญ่สาขารองซึ่งเพิ่งพ้นระยะทดลองงานลากสังขารอันอ่อนเปลี้ยเพลียกลิ่นเต่าเมากลิ่นเหงื่อ เดินโซซัดโซเซมาจนถึงทางเข้าซอยซึ่งเป็นที่ตั้งของอพาร์ตเม้นต์เล็กๆ ราคาไม่กี่พันบาทของตัวเอง ปกติไอ้ซอยเปลี่ยวนี้มันก็ไม่ได้ดูน่าปลอดภัยเท่าไรนัก ยิ่งวันนี้มีฝรั่งตัวอย่างกับยักษ์แถมหน้าตาเหมือนพวกขี้ยามานอนซุกอยู่มุมตึกแบบนี้ด้วย ความปลอดภัยในชีวิตน้อยๆ ของเด็กกำพร้าตาดำๆ จึงเหมือนจะยิ่งต่ำลงกว่าเดิม
“ใครวะ!” เจ้าของหน้าแข้งเรียวซึ่งพันทบขากางเกงสแล็คสำหรับทำงานหนีน้ำท่วมขึ้นไปสูงเกือบถึงหัวเข่าสาวเท้าเข้าไปยืนจดๆ จ้องๆ มองก้อนดำๆ ของฝรั่งตัวใหญ่ซึ่งแกล้งนอนขดอยู่ข้างถนน
“คุณ...คุณ เฮ้ ตายหรือยัง” เท้าเปล่าสีขาวซีดเตะป้าบๆ ลงไปบนกล้ามเนื้อสะโพกแข็งสองสามทีอย่างไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่นัก
“อือ” แมทธิวซึ่งแกล้งนอนหมอบสะดุ้งตัวทันทีเพราะไม่คิดว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้จะทักทายเขาด้วยหลังเท้า ยังไม่ทันจะเงยหน้าพลิกตัวกลับมาเซียนพนันใหญ่ก็รู้สึกจั้กจี้เหมือนมีอะไรมาเขี่ยก้น
“คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าให้ผมเรียกตำรวจมั้ย” ประโยคคำถามถูกส่งไปพร้อมกับปลายนิ้วเท้าที่ยื่นไปสะกิดตูดฝรั่งตัวโตที่แกล้งนอนหลบอยู่มุมตึก
“นี่คุณ...เอ๊ย”
ป้าบ! อารามความตกใจเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่คว้าลงมาจับข้อเท้าเปลือยตามสัญชาตญาณการปกป้องตัวเองของเด็กกำพร้าจากสถานสงเคราะห์จึงถูกสั่งการให้ดีดปลายเท้าอีกข้างสะบัดงัดเปรี้ยงเตะเสยปลายคางไอ้ฝรั่งมือไวเข้าให้ทันที
“โอ๊ย นี่เธอทำอะไรเนี่ยมาเตะฉันทำไม”
“คุณนั่นแหละทำอะไร อยู่ๆ มาจับขาผมแบบนี้ บอกมานะเมายาหรือเปล่า ฉี่สีม่วงมั้ยเนี่ยเป็นฝรั่งจรจัดเหรอหลบหนีเข้าเมืองหรือว่าหนีตำรวจมา” คนตัวเล็กถอนกรูดห่างออกมาอีกสองเมตรทันทีเพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมของคนซึ่งไม่รู้จักกัน
“ฉันแค่มีปัญหานิดหน่อย”
“สภาพแบบนี้ไม่หน่อยแล้วมั้ง หนีเข้าเมืองมาเหรอ...มีพาสปอร์ตหรือเปล่าเนี่ยใบแรงงานต่างด้าวล่ะมีมั้ย”
“นี่หน้าตาฉันดูแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“เอากระจกมั้ยล่ะ” เสียงแจ๋วตอบกลับมาอย่างทันควันจนเซียนพนันหนุ่มใหญ่ความมั่นใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ไม่เอาอะไรทั้งนั้น อีกอย่างฉันไม่ได้หน้าตาแย่ขนาดนั้นลองมองดีๆ อีกทีสิ” เจ้าของความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบห้าเซนติเมตรขยับตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบปลายคางตัวเองสำรวจกระดูกกรามขากรรไกร ว่ายังอยู่ดีหรือเปล่าหลังจากโดนหลังเท้าเล็กๆ นั่นเตะเข้าเต็มแรง
“ถึงจะดูไม่แย่แต่ก็ไม่น่าไว้ใจ แล้วคุณมานอนทำอะไรแถวนี้นี่มันทางเข้าอพาร์ตเม้นต์นะ” เสียงใสกังวานเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งบุ้ยปากไปด้านหลังของฝรั่งร่างยักษ์ อพาร์ตเม้นต์ทรงบ้านผีสิงแสดงอาถรรพ์ประกอบฉากด้วยคราบตะไคร้น้ำลากเป็นทางยาวลงมาตั้งแต่ดาดฟ้าจรดพื้นด้านล่างเห็นเป็นริ้วเป็นลายสลับกับรอยแตกร้าวของผนังตึกซึ่งดูคร่าวๆ จากสายตาแล้ว ไอ้อพาร์ตเม้นต์หลังนี้คงปลูกสร้างมานานมากกว่าสามสิบปีและตลอดระยะเวลาเจ้าของคงไม่เคยปรับปรุงทาสีหรือพยายามทำให้มันดูใหม่ขึ้นจากเดิมแน่ๆ
“อย่าตัดสินใครเพียงแค่เพราะรูปลักษณ์ภายนอก” แมทธิวขยับเท้าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วเพ่งสายตามองดูเด็กในอุปการะของเขาอย่างพินิจ
“ก่อนจะพูดคำนี้ออกมากรุณาส่องกระจกดูสภาพตัวเองซะก่อน นี่ถ้ามือข้างหนึ่งแบกถุงปุ๋ยหรือถือขวดพลาสติกสักหอบ คำตอบที่ได้คือคนเก็บของเก่าขายเลยนะ”
“ฉันขี้เกียจเถียงกับแล้ว เธอพักที่นี่เหรอ” นัยน์ตาสีน้ำตาลทอง ละสายตาจากตึกเก่าโกโรโกโสมามองใบหน้าของเด็กในอุปถัมภ์อีกครั้ง
หากเขาจำไม่ผิดแมทธิวเคยเจอเด็กคนนี้ครั้งหนึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว เมื่อตอนเข้าไปสถานสงเคราะห์เพื่อเซ็นรับเด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในความดูแล ตอนนั้นเด็กหนุ่มคนนี้ยังเป็นเพียงทารกนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่เลย จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านไปยี่สิบปี ไม่คิดว่าเมื่อล้างไอ้คราบ ขี้มูกแห้งเกรอะกรังนั่นทิ้งไปแล้วโตมาเจ้าหนูขี้แงจะหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักขนาดนี้
“ถามทำไม” คิ้วเรียวสีดำสนิทกดเข้าหากันพร้อมกับดวงตากลมหรี่เล็กลงเหมือนไม่ไว้ใจฝรั่งรูปหล่อ
“ฉันขอเช่าห้องของเธอนอนสักคืนได้หรือเปล่า”
“ฮะ...เช่าห้องผม คุณจะบ้าเหรอนี่คุณเห็นห้องผมเป็นโรงแรมม่านรูดหรือไงใครจะไปตกลง...”
“หนึ่งหมื่นบาท ฉันจะจ่ายให้เธอเป็นค่าเช่าห้องเธอคืนนี้” ธนบัตรใบละพันปึกหนึ่งถูกยื่นส่งออกมาด้านหน้าในทันที
“หนึ่งหมื่นเลยเหรอ ตกลง โอ๊ยหนึ่งหมื่นนี่ตกลงเลยยื่นเงินมาตั้งแต่แรกก็จบแล้ว” เจ้าของดวงตากลมโตจ้องมองเงินสดในมือหนาแล้วคว้ามาถือไว้ในทันที
“นี่เธอตกลงง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอ” แมทธิวแค่นหัวเราะออกมาพร้อมกับยืนมองคนที่คว้าเงินไปจากมือเขาด้วยความเร็วแสง ริมฝีปากบางยังพึมพำนับเลขหนึ่งถึงสิบไปพร้อมกับนิ้วมือที่กรีดนับธนบัตร
“อือง่ายๆ แบบนี้แหละ ช่วงนี้เงินทองหายากอะไรได้ตังก็ต้องเอาไว้ก่อน ว่าแต่คุณคงไม่ใช่พวกพ่อค้าขายยาหรือเป็นพวกทำงานผิดกฎหมายที่กำลังหลบหนีตำรวจมาหรอกนะผมไม่อยากซวยเดี๋ยวจะติดร่างแหเข้าคุกเข้าตารางไปด้วย แล้วนี่เงินจริงหรือเปล่าช่วงนี้แบงก์ปลอมกำลังระบาดไหนขอเช็กก่อน” เจ้าของมือบางรับเงินมาคลี่ออกนับแล้วยกธนบัตรใบละพันพลิกซ้ายพลิกขวากลับหน้ากลับหลังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกขึ้นส่องกับไฟทางเดินเมื่อเห็นว่าธนบัตรใบสีเทานั้นไม่มีตำหนิต้องสงสัยจึงรีบยัดมันใส่ลงไปในกระเป๋าทันที
“นี่ไอ้ฝรั่งผมให้เช่าคืนเดียวนะแล้วก็...ห้ามตุกติก ห้ามเล่นตลก ห้ามลามกอนาจารเข้าใจมั้ยไม่งั้นผมจะยิงคุณทิ้งจริงๆ ด้วย”
“ยิงฉันทิ้ง เธอมีปืนเหรอ”
“มี!” ใบหน้าเรียวพยักหงึกด้วยท่าทางจริงจัง
“ไหนปืนของเธออยู่ไหน”
“นี่ไง!” หนังสติ๊กทำจากง่ามไม้มะขามขัดจนมันเลื่อมสนนราคาไม่น่าจะเกินด้ามละหนึ่งร้อยบาทถูกเจ้าของห้องตัวจิ๋วล้วงออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างอวดฝรั่งร่างใหญ่ในทันที
“นี่นะปืนเธอ ยิงใครจะตายเนี่ย”
“ก็พกปืนเดี๋ยวตำรวจจับ หนังสติ๊กนี่ก็ยิงได้อยากลองมั้ยล่ะ”
“เฮ้อ...”
ภายในห้องเช่าขนาดความกว้างยาวไม่เกินสี่เมตร มันเล็กเสียจนแค่ยืนเฉยๆ ก็ยังรู้สึกอึดอัด ภายในห้องมีเพียงเตียงนอนโครงเหล็กขนาดสามฟุตครึ่งตั้งอยู่สุดติดมุมห้องด้านหนึ่ง ตู้เสื้อผ้าไม้อัดเก่าๆ กับโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นนอกจากเตารีดกลางเก่ากลางใหม่ซึ่งวางทิ้งไว้บนขาตั้งรองรีดและพัดลมตั้งโต๊ะฝุ่นจับกับกาต้มน้ำร้อนขนาดเล็กก็ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างอื่นอีก บ่งบอกได้ชัดถึงสภาพคล่องทางการเงินของเด็กซึ่งพ้นจากพันธะการอุปการะของเขาคนนี้
“เธออยู่คนเดียวเหรอ” พ่ออุปถัมภ์ฝรั่งหันกลับมาถามหลังจากสำรวจห้องนั้นอย่างถี่ถ้วนโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น
“เห็นคนอื่นมั้ยล่ะ”
“แล้วนี่เธอมีเสื้อผ้าให้ฉันเปลี่ยนหรือเปล่าเนี่ย” เจ้าของเสื้อเชิ้ตชุ่มน้ำฝนเอ่ยถาม พร้อมกับผายมือออกกว้างเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองต้องการเสื้อผ้าที่แห้งและสะอาด
“ไม่มีหรอก ถึงมีคุณก็ใส่ของผมไม่ได้อยู่ดี”
“แล้วจะให้ฉันแก้ผ้าอยู่หรือไง ช่วยบริการฉันให้สมกับเงินหมื่น ที่ฉันจ่ายไปหน่อยได้หรือเปล่า”
“ข้อตกลงของเราคือห้ามลามก ห้ามอนาจารจำได้มั้ยแล้วจะมาแก้ผ้าแก้ผ่อนอะไรเดี๋ยวก็ดีดจู๋ขาดเลยนี่”
เจ้าของห้องตัวจิ๋วยืดง้างเส้นยางของหนังสติ๊กออกเล็งไปทางเจ้าของร่างสูง เจ้าของห้องทำท่าเหมือนง้างหนังสติ๊กเล็งลงมายังเป้ากางเกงชุ่มน้ำฝน ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวสีอ่อนออกมาส่งใส่ลงไปในมือผู้เช่าห้องรายวันทันที
“เอ้านี่นุ่งไปก่อน เดี๋ยวค่อยเอาเสื้อผ้าคุณไปซักตากไว้หลังห้อง พรุ่งนี้คงแห้งมั้ง”
“ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเนี่ยนะ”
“มีผ้าเช็ดตัวกับผ้าเช็ดตีนจะนุ่งอะไรล่ะ จะเอาหรือไม่เอาเรื่องมากจังเลยมาอาศัยห้องคนอื่นอยู่หัดเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้างนะ”
“แต่ฉันจ่ายเงินอย่าลืมสิ ไม่ได้มาขออยู่ฟรีๆ สักหน่อยอย่างน้อยเธอก็ควรมีบริการที่ดีให้ฉันบ้าง” ใบหน้าคมสะบัดส่ายไปมาช้าๆ ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเล็กๆ
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็สบู่ แชมพู ยาสีฟันในห้องน้ำนั่นใช้ฟรีแค่นี้น่าจะพอนะ” ริมฝีปากบางเบะยิ้มอย่างทะเล้นไม่ได้สนใจฝรั่งตัวใหญ่ เพราะเวลานี้ธนบัตรใบละหนึ่งพันปึกหนาในมือสำคัญกว่าสิ่งใด
แมทธิวเดินเข้ามายืนหมุนคอมองห้องน้ำขนาดแคบชนิดเรียกได้ว่ามันกว้างแค่พอให้นั่งลงบนชัดโครกแล้วเข่าไม่ติดผนังเท่านั้น ชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำเล็กๆ มีสิ่งของจำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้นที่เขาสามารถหยิบจับนำมาใช้ทำความสะอาดร่างกายได้ประกอบกับฝักบัวรั่วจนน่าเวทนา
เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วภาพของเด็กหนุ่มในอุปการะวัยยี่สิบเอ็ดปีกำลังนำพวงมาลัยดอกมะลิสดวางลงไปบนชั้นไม้เก่าๆ ก่อนจะจุดเทียนหอมพร้อมกับยืนพนมมือคล้ายไหว้อะไรบางอย่าง หยุดสายตาของฝรั่งหนุ่มใหญ่ซึ่งเดินหอบเอากลิ่นสบู่กลิ่นแชมพูสระผมออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กพันเอวเอาไว้เท่านั้น
“เธอทำอะไรน่ะ”
“สาธุ สาธุ สาธุ น้องตองขอให้แด๊ดดี้สุขภาพดีแข็งแรงร่ำรวยๆ ดวงเฮงๆ อายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปีนะครับ โอมเพี้ยง สาธุ” ฝ่ามือบางซึ่งประกบเข้าด้วยกันวางชิดติดกลางแผ่นอกเรียบนั้นค่อยๆ ยกขึ้นมาแล้วจรดนิ้วหัวแม่มือขึ้นไปเหนือหัวพร้อมคำอธิษฐานที่ฟังแล้วแมทธิวถึงกับ อมยิ้มอดขำไม่ได้
พ่ออุปถัมภ์เด็กในอุปการะขยับมายืนมองข้ามหัวไหล่เตี้ยๆ นั้นไปเห็นเป็นซองจดหมายปึกหนึ่งตั้งเอาไว้บนพานสีทองกับกล่องหนัง ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งเขาจำได้ว่ามันเป็นกล่องปากกาที่เขาส่งให้เป็นของขวัญวันเกิดสำหรับเด็กในอุปการะของเขาทุกคน นอกจากนั้นยังมีของเล็กๆ น้อยๆ ชิ้นอื่นๆ ซึ่งเขาสั่งให้ผู้ช่วยส่งมาให้เด็กในอุปถัมภ์ทุกคนเหมือนกัน ทุกอย่างถูกจัดถูกวางเอาไว้อย่างดีบนแท่นบูชาราวกับเจ้าของห้องนี้นับถือมันต่างสิ่งศักดิ์สิทธิ์
“นั่นเธอทำอะไรน่ะ” นิ้วมือถูกยื่นไปสะกิดบนไหล่บาง
“ยุ่งน่านี่ของสำคัญของผม ห้ามคุณเข้ามายุ่งเข้ามาวุ่นวายนะเข้าใจมั้ย” เจ้าของแพขนตางอนสะบัดเปลือกตาเหลือกขึ้นมามองเขาตาขวางพร้อมสะบัดไหล่แคบหนีปลายนิ้วมืออุ่น
“สำคัญขนาดนั้นเชียว”
“นี่เป็นของที่แด๊ดดี้ผู้มีพระคุณของผมให้มา ยังไงมันก็สำคัญ แล้วนี่คุณจะนุ่งผ้าเช็ดตัวให้มันดีกว่านั้นไม่ได้หรือยังไง” มือเรียวคลายออกมาจากท่าพนมแล้วสะบัดปลายนิ้วมาปัดชายผ้าซึ่งเปิดอ้าแหวกออกจนเห็นโคนขาสีขาวเหลืองของชายชาวตะวันตก
“ก็ผ้าเช็ดตัวของเธอมันผืนเล็กแทบจะปิดอะไรไม่มิดอยู่แล้ว นี่ฉันก็พยายามนุ่งมันดีที่สุดแล้วนะ”
“เหอะ จะอวดว่าของตัวเองใหญ่ว่างั้นเถอะ” ริมฝีปากบางเบะยกหยักขึ้นจนน่าหยิกให้ปากเจ่อ
“อย่างฉันไม่จำเป็นต้องอวดหรอกเพราะเห็นแค่นี้เธอก็รู้แล้วละมั้งว่าใหญ่หรือเปล่า” นิ้วมือเย็นๆ ถูกจิ้มลงบนปลายจมูกเชิดพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“โธ่เอ๊ยไอ้หรั่งขี้คุย อย่ามาทำเป็นพูดโม้หน่อยเลยใหญ่ไม่กลัวกลัวไม่อึด จิ้มสองจึ๊กน้ำแตกกระจายก็ไร้ประโยชน์เก็บหำหดๆ ของคุณไปเถอะผมไม่สนหรอก”
บทล่าสุด
#41 บทที่ 41 เริ่มต้นใหม่...อีกครั้ง (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#40 บทที่ 40 (ปรับ) ความเข้าใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 ความ (ไม่) เข้าใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 เป็นอิสระแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 สัญชาตญาณ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 เข้าใจแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 ความในใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 รัก เหมือนกันมั้ย
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#33 บทที่ 33 ทำตามหน้าที่
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#32 บทที่ 32 ไม่ต้องการ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
รักระรินใจ
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ม่านหมอก
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”













