บทนำ
“ผมไม่ได้หวง แค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของผม”
“ฉันไม่ใช่ของนะคะ คุณคีรินทร์”
‘พริม’สาวนักทำขนมวัยยี่สิบสี่ เจ้าของร้านเล็ก ๆ ในตลาดเก่าที่กำลังจะถูกเวนคืน ไม่คิดว่าการเอาขนมปังไหม้ไปวางให้ชายชุดดำหน้าดุชิม จะทำให้เธอกลายเป็นคู่หมั้นกำมะลอของคีรินทร์ เจ้าพ่อมาเฟียวัยสามสิบหกผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและปากแข็งที่สุดในเมือง
เขาเสนอให้เธอเล่นละครเป็นคู่หมั้นเพื่อกันผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน ส่วนเธอขอให้เขาช่วยรักษาตลาดและร้านขนมของครอบครัว สัญญาที่ตั้งใจให้จบในสามเดือนกลับพาพริมเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ พร้อมสามีในอนาคตที่คอยสั่งคนทั้งบ้านว่า ‘ดูแลเธอดี ๆ’ แต่พอเธอถามว่าห่วงหรือเปล่า เขากลับตอบว่า ‘ผมแค่รักษาภาพลักษณ์’
มาเฟียที่ใคร ๆ กลัวอาจคุมทั้งเมืองได้ แต่จะคุมหัวใจเมียเด็กได้หรือไม่… โดยเฉพาะเมื่อเมียของเขาไม่ยอมให้ใครมาคุมชีวิต!
บท 1
ตอนที่ 1 ขนมปังไหม้
กลิ่นขนมปังไหม้ลอยออกจากร้านละมุนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
พริมยืนจ้องถาดขนมในเตาอบ สีหน้าราวกับกำลังพิจารณาคดีฆาตกรรม เธอเอาผ้ากันเปื้อนเช็ดมือ ก่อนเปิดเตาออกช้า ๆ แล้วใช้คีมคีบขนมปังก้อนหนึ่งขึ้นมาดู
ดำตรงขอบนิดหน่อย
นิดหน่อยจริง ๆ ถ้าไม่นับว่าดำเกือบทั้งก้อน
“พี่พริม” เด็กฝึกงานที่ช่วยอยู่หลังร้านชะโงกหน้ามาดู “อันนี้… ยังขายได้ไหมคะ”
พริมพลิกขนมปังในมือ มองด้านหน้า ด้านข้าง แล้วก็ด้านที่ไหม้ที่สุด ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ขายได้สิ”
“จริงเหรอคะ”
“ขายให้ตัวเองไง วันนี้พี่จะกินเป็นมื้อเช้า”
เด็กฝึกงานหัวเราะแห้ง ๆ พริมยิ้มให้ ก่อนวางขนมปังลงบนตะแกรงอย่างระมัดระวังเหมือนมันยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้าง เธอถอนหายใจ เหลือบมองนาฬิกาแล้วรีบคว้าถาดใหม่เข้าเตา วันนี้ตลาดกุหลาบมีคนจากบริษัทวรเมธาจะเข้ามาดูพื้นที่ ร้านค้าทั้งแถบต่างพูดกันตั้งแต่เมื่อวานว่าการมาเยือนครั้งนี้อาจหมายถึงการปรับปรุงครั้งใหญ่
หรือพูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้น รื้อแล้วสร้างใหม่
“พี่พริมคะ ลุงชาญบอกว่าเขาเห็นรถสีดำจอดหน้าตลาดตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” เด็กฝึกงานรายงาน
“รถสีดำมีเยอะแยะไป” พริมตอบขณะจัดเรียงครัวซองต์ “ถ้าเป็นรถสีดำติดฟิล์มมืด มีผู้ชายใส่สูทลงมาสามคน แล้วทำหน้าเหมือนกำลังจะยึดโลก ค่อยน่าตื่นเต้นหน่อย”
เด็กฝึกงานชะโงกออกไปดูทางหน้าร้าน
“มีค่ะ”
มือของพริมหยุดอยู่กลางอากาศ
“มีครบทุกอย่างเลยค่ะ”
พริมวางคีมลง หันไปมองประตูหน้าร้านพอดีกับที่เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น รถคันยาวสีดำแล่นเข้ามาจอดริมทางตรงข้ามร้านอย่างเงียบๆ ชายชุดดำสองคนลงจากรถก่อน คนหนึ่งมองซ้าย คนหนึ่งมองขวา จากนั้นชายอีกคนจึงก้าวลงมาตาม
เขาสูง ไหล่กว้าง สวมสูทสีเข้มเรียบๆ เสื้อเชิ้ตสีดำติดกระดุมจนถึงคอ ใบหน้าคมนิ่งเหมือนคนที่ไม่เคยหัวเราะ หรือถ้าเคย ก็คงเป็นเหตุการณ์สำคัญระดับชาติ
พริมมองเขาแวบเดียวแล้วหันกลับไปจัดขนมต่อ
เธอมีเรื่องสำคัญกว่า เช่นครัวซองต์ชุดใหม่ที่กำลังจะไหม้อีกถาด
เสียงประตูร้านดังกรุ๊งกริ๊ง ชายคนนั้นก้าวเข้ามา กลิ่นน้ำหอมสะอาดเย็น ๆ ลอยมาก่อนเจ้าตัว พนักงานในร้านเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย ลูกค้าสองโต๊ะหันไปมองแล้วรีบก้มหน้าก้มตากินต่อ
“มีอะไรขายบ้าง” เขาเอ่ยถาม
น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ ไม่ดัง แต่ทำให้ทุกคนในร้านได้ยินชัดถ้วนหน้า
พริมเงยหน้าขึ้นจากถาด ก่อนจะเอ่ยตอบน้ำเสียงอ่อนโยน
“มีขนมปัง ครัวซองต์ เค้ก แล้วก็กาแฟค่ะ ถ้าถามถึงอาวุธ ร้านเราไม่มีขายนะคะ”
เด็กฝึกงานทำตาโต พนักงานอีกคนก้มหน้าหลบหลังเครื่องชงกาแฟ
ชายแปลกหน้ามองเธออยู่ครู่หนึ่ง คล้ายกำลังตัดสินใจว่าจะตอบอะไร สุดท้ายเขาเพียงเลิกคิ้วขึ้นนิดเดียว
“ผมถามถึงขนม”
“อ้อ งั้นเชิญดูตรงตู้ได้เลยค่ะ” พริมชี้ไปยังตู้ขนม “หน้าตาอาจไม่เหมือนเจ้าของร้าน แต่รับรองว่าหวานกว่าเจ้าของร้านแน่นอน”
คราวนี้ชายชุดดำด้านหลังเขากระแอมพร้อมกันอย่างน่าสงสัย
“เอากาแฟดำหนึ่งแก้ว”
“รับเป็นอเมริกาโน่ไม่หวานนะคะ”
“อะไรก็ได้ที่ไม่หวาน”
“เข้าใจแล้วค่ะ ไม่หวานค่ะ”
พริมกำลังจะหันไปชงกาแฟ แต่ประตูร้านเปิดขึ้นอีกครั้ง หญิงสูงวัยคนหนึ่งเข็นรถเข็นใส่ลังผักเข้ามา ล้อหน้าติดร่องพื้นตรงทางเข้า เธอออกแรงดันอยู่สองครั้งแต่รถก็ไม่ขยับ พริมรีบเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปช่วย
ทว่าชายชุดดำเดินถึงก่อน เขาจับด้ามรถเข็นแล้วยกข้ามร่องอย่างง่ายดาย
“ขอบใจนะพ่อคุณ” หญิงสูงวัยคลี่รอยยิ้มให้ “พ่อหนุ่มนี่แรงดีจริง”
“ครับ” เขาตอบสั้น ๆ
“มาซื้อขนมให้แฟนเหรอพ่อคุณ”
พริมที่กำลังจะกลับหลังเคาน์เตอร์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ส่วนชายคนนั้นนิ่งไปนิดหนึ่ง
“เปล่าครับ”
“งั้นก็ดี ซื้อให้ตัวเองเถอะ หน้าตาเครียดแบบนี้ควรกินหวานบ้าง”
หญิงสูงวัยหัวเราะแล้วเข็นรถต่อไป พริมเม้มปากกลั้นยิ้ม ชายชุดดำปรายตามองเธอ
“ขำอะไร”
“เปล่าค่ะ แค่คิดว่าป้าพูดตรงดี”
“คนแถวนี้พูดตรงกันหมดเหรอ”
“เฉพาะกับคนที่ทำหน้าเหมือนจะเก็บค่าเช่าทุกลมหายใจค่ะ”
เขามองเธออีกครั้ง คราวนี้แววตาเหมือนมีคำถาม แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยพูดอะไร ชายคนหนึ่งที่ยืนหน้าร้านก็เดินเข้ามากระซิบข้างหูเขา พริมได้ยินไม่ถนัด มีเพียงคำว่า ‘คุณคีรินทร์’ ลอยมาเบา ๆ
เธอยกแก้วกาแฟวางลงตรงหน้าเขา
“กาแฟดำค่ะ”
“เท่าไร”
พริมบอกราคา เขาวางธนบัตรใบใหญ่บนเคาน์เตอร์โดยไม่รอเงินทอน
“ขอบคุณค่ะ แต่ร้านเรามีเงินทอนนะคะ” เธอหยิบธนบัตรขึ้นมา “แล้วก็ไม่รับทิปจากคนที่ยังไม่ได้ชิมกาแฟค่ะ”
“เก็บไว้เถอะ”
“ไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณอยากช่วยร้าน ซื้อขนมเพิ่มก็ได้”
“ขนมอะไร”
พริมชี้ไปยังตะแกรงข้างเตา
“ขนมปังค่ะ เพิ่งอบเสร็จ”
เธอพูดไม่เต็มเสียงนัก เพราะกลิ่นไหม้ยังวนอยู่ในร้าน
ชายคนนั้นมองไปทางตะแกรงขนมปังที่พริมชี้
“นั่นเรียกว่าเพิ่งอบเสร็จเหรอ”
“เรียกว่าขนมปังสูตรเข้มข้นค่ะ”
“มันไหม้!”
“คุณยังไม่ได้ชิม”
“มองก็รู้”
“งั้นลองชิมดูสิคะ จะได้รู้ว่ามองถูกหรือเปล่า”
พริมตัดขนมปังก้อนที่ไหม้น้อยที่สุดออกเป็นชิ้นเล็ก วางลงบนจานแล้วเลื่อนให้ เขามองชิ้นขนมปังเหมือนมันเป็นเอกสารลับที่อาจระเบิดได้
“ไม่ชอบของหวาน” เขาเอ่ยตอบเธอ
“นี่ไม่หวานค่ะ ขมด้วยซ้ำ”
ชายชุดดำด้านหลังทำท่าจะเข้ามาห้าม แต่เขายกมือขึ้นนิดเดียว ทุกคนจึงหยุด เขาหยิบชิ้นขนมปังขึ้นกัดอย่างไม่เต็มใจ เคี้ยวช้า ๆ แล้วกลืนลงไป
พริมรอคำตัดสินอย่างใจจดใจจ่อ
“เป็นยังไงคะ”
“แห้ง แล้วก็ไหม้”
“ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์ที่ละเอียดมากค่ะ” พริมคลี่รอยยิ้มให้ “ถ้าจะให้คะแนน ขอเป็นดาวนะคะ ไม่เอาไฟ”
ชายคนนั้นวางชิ้นที่เหลือลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“เอาที่เหลือทั้งหมด”
“คะ?”
“ขนมปังที่ไหม้ทั้งหมด”
“จะเอาไปทำอะไรคะ”
“กิน”
“คุณเพิ่งบอกว่าแห้งและไหม้”
“ผมไม่ชอบให้ของเสียเปล่า” เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา “คิดเงินมา”
พริมยังไม่แน่ใจว่าเขาล้อเล่นหรือพูดจริง แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังจนลูกน้องไม่กล้าขยับ เธอก็ห่อขนมปังที่ไหม้ทั้งหมดใส่ถุงให้ ถุงนั้นมีอยู่หกก้อน มากพอที่จะให้ชายคนหนึ่งต้องคิดทบทวนการตัดสินใจของตนเอง
“ถ้ากินไม่หมด แช่แข็งได้นะคะ หรือเอาไปทำพุดดิ้งก็ได้” เธอเอ่ยบอกเขา
“ผมจะจำไว้”
เขาจ่ายเงินตามราคา คราวนี้รอรับเงินทอนครบถ้วน พริมยื่นถุงให้ มือของทั้งคู่แตะกันเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาที เธอรู้สึกถึงความอุ่นจากฝ่ามือเขา ก่อนที่เขาจะรับถุงไปอย่างระมัดระวัง
“คุณมาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ” เธอเอ่ยถาม “อย่าบอกนะว่ามาตรวจว่าร้านไหนอบขนมปังไหม้”
“ผมมาดูพื้นที่ตลาด”
“ในฐานะอะไรเหรอคะ”
“คีรินทร์ วรเมธา” เขาเอ่ยตอบ “กรรมการผู้จัดการกลุ่มวรเมธา”
รอยยิ้มของพริมค้างอยู่ตรงริมฝีปาก ชื่อนี้เธอได้ยินมาตลอดทั้งสัปดาห์ บริษัทวรเมธาเป็นเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่รอบตลาดกุหลาบ และเป็นบริษัทที่กำลังพิจารณาแผนพัฒนาใหม่ ชื่อเดียวกับรถสีดำ ชายชุดสูท และข่าวลือว่าร้านค้าหลายแห่งอาจต้องย้ายออก
เธอวางมือลงบนเคาน์เตอร์
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็คือคนที่อาจทำให้ร้านฉันต้องปิดสินะคะ”
คีรินทร์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่จะวางถุงขนมปังไว้ข้างตัว
“ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องร้านของคุณ”
“แต่คุณตัดสินใจเรื่องตลาดได้”
“ผมมาที่นี่เพื่อดูข้อมูลก่อน”
“ข้อมูลที่ว่ามีคนอยู่จริง ๆ ด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ”
บรรยากาศในร้านเงียบลงอีกครั้ง ชายชุดดำด้านหลังเหลือบมองเจ้านาย ราวกับกำลังรอดูว่าจะมีใครถูกไล่ออกหรือไม่ แต่คีรินทร์เพียงสบสายตาพริมนิ่ง ๆ เท่านั้น
“คุณเป็นเจ้าของร้าน?”
“ค่ะ พริม เจ้าของร้านละมุน”
“งั้นผมอยากคุยกับคุณเรื่องตลาด”
“ถ้าจะคุยเรื่องย้ายร้าน คำตอบคือไม่ค่ะ”
“ผมยังไม่ได้พูดเรื่องย้าย”
“ฉันตอบไว้ก่อน จะได้ไม่เสียเวลา”
คราวนี้มุมปากของคีรินทร์ขยับขึ้นนิดเดียว จนพริมไม่แน่ใจว่าเป็นรอยยิ้มหรือแค่เงาจากแสงแดดยามเช้า
“คุณรีบสรุปเก่ง”
“ส่วนคุณก็พูดน้อยเก่งเหมือนกันค่ะ”
เขาหยิบถุงขนมขึ้นอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ผมจะกลับมาคุย”
“ถ้าจะมาซื้อขนมปังไหม้ ร้านเปิดแปดโมงค่ะ”
“ผมไม่ได้บอกว่าจะซื้อ”
“แต่เอาไปตั้งหกก้อนแล้วนะคะ”
คีรินทร์ไม่ได้เอ่ยตอบ เขาหันหลังเดินออกจากร้าน ลูกน้องรีบตามไป ขณะที่เด็กฝึกงานโผล่หน้ามาจากหลังเคาน์เตอร์ทันที
“พี่พริมคะ เมื่อกี้พี่เถียงเจ้าพ่อด้วย”
“เขายังไม่ได้บอกว่าเป็นเจ้าพ่อสักหน่อย”
“แต่หนูได้ยินลูกน้องเรียกคุณคีรินทร์ค่ะ”
“ชื่อคีรินทร์แปลว่าเจ้าพ่อด้วยเหรอ”
เด็กฝึกงานอ้าปากเหมือนอยากจะแย้ง แต่แล้วเสียงรถสีดำก็เคลื่อนออกจากหน้าร้านไปเสียก่อน พริมเหลือบมองตามผ่านกระจก เห็นคีรินทร์นั่งอยู่เบาะหลัง เขากำลังเปิดถุงขนมปังแล้วหยิบขึ้นมากัดอีกคำ
เขาทำหน้าเหมือนเดิม นิ่งสนิทเหมือนเดิม
พริมหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนกลับไปดูขนมในเตาอบ ถาดใหม่สุกพอดี สีทองสวย ไม่มีรอยไหม้ เธอยิ้มอย่างภูมิใจ ทว่าเมื่อหันไปเห็นเศษขนมปังไหม้ที่เหลืออยู่บนตะแกรง ก็อดนึกถึงชายหน้าดุคนนั้นไม่ได้
บางทีพรุ่งนี้เขาอาจกลับมาอีก
ไม่ใช่เพราะขนมปังอร่อยหรอก พริมบอกตัวเอง
คงแค่ไม่อยากให้ของเสียเปล่าเท่านั้นแหละ
และเธอไม่รู้เลยว่าในรถคันสีดำ คีรินทร์กำลังบอกแม็กซ์ให้ช่วยหาร้านกาแฟใกล้ตลาดกุหลาบไว้ด้วย
“คุณคีรินทร์ครับ ปกติคุณไม่กินขนมปังไหม้” แม็กซ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าชอบ”
“แล้วทำไมซื้อไปตั้งหกก้อนครับ”
คีรินทร์ก้มมองถุงกระดาษบนตัก ก่อนตอบน้ำเสียงเรียบ
“ไม่อยากให้เสียของ”
แม็กซ์พยักหน้ารับ แต่แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“พรุ่งนี้จะกลับไปตรวจพื้นที่อีกไหมครับ”
“อืม”
“เพื่อดูตลาด?”
คีรินทร์มองออกไปนอกหน้าต่าง รถกำลังเลี้ยวผ่านซุ้มดอกกุหลาบเก่าของตลาด เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยพูด
“เพื่อคุยกับเจ้าของร้านละมุน”
“แล้วกาแฟล่ะครับ”
“ซื้อด้วย”
“หวานไหมครับ”
“ไม่หวาน”
แม็กซ์ยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารู้จักเจ้านายดีพอจะรู้ว่าคนที่ยืนยันว่าไม่ชอบของหวาน มักเป็นคนที่จำชื่อร้านขนมได้ตั้งแต่ครั้งแรก
ส่วนคีรินทร์ยังก้มมองถุงขนมปังบนตักอยู่อย่างนั้น
แห้งไปหน่อย ไหม้ไปนิด
แต่เขากลับคิดว่าพรุ่งนี้ควรซื้อเพิ่มอีกสักถุง
บทล่าสุด
#15 บทที่ 15 ตอนที่ 15 ศึกชี้ชะตา
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#14 บทที่ 14 ตอนที่ 14 แถลงการณ์
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#13 บทที่ 13 ตอนที่ 13 แผนลับ
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#12 บทที่ 12 ตอนที่ 12 ศึกสายเลือด
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#11 บทที่ 11 ตอนที่ 11 สัญญาณเตือนภัย
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#10 บทที่ 10 ตอนที่ 10 เลโอปรากฏตัว
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#9 บทที่ 9 ตอนที่ 9 รูปคู่ในหน้าข่าว
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#8 บทที่ 8 ตอนที่ 8 เปิดตัวคู่หมั้น
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#7 บทที่ 7 ตอนที่ 7 แหวนยืม
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#6 บทที่ 6 ตอนที่ 6 สัญญาฉบับพริม
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













