บทนำ
"นอนกับฉัน ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง"
"นอนกับคุณ...ผมเป็นกะหรี่เหรอ?"
"ฮึ...ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เพราะผู้ชายขายตัวอาจมั่วนอนกับคนไม่เลือกหน้า แต่เธอมีหน้าที่นอนกับฉันได้แค่คนเดียวเท่านั้น อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะเบื่อ หรือมีคนใหม่....เข้าใจมั้ย"
"ครับ...เข้าใจแล้ว"
“ก็ดีครับ แต่ผมชอบนอนกอดน้องๆ มากกว่า”
“นี่กอดของฉันมันไม่ได้เรื่องขนาดสู้น้องชายสองคนของเธอไม่ได้เชียวเหรอ”
“ผมไม่ได้ว่ากอดคุณเฮนรี่แย่สักหน่อย แต่นุกับนัทเป็นน้องชายที่ผมรักมากที่สุด การได้นอนกอดคนที่เรารักมันก็ต้องรู้สึกดีกว่าอยู่แล้วนี่ครับ ต่อให้มันจะเป็นแขนสั้นๆ กับบางครั้งอาจถูกตีศอก ตีเข่าบ้าง แต่นั่นแหละผมมีความสุขทุกครั้ง ทุกคืนที่พวกเราสามคนได้นอนกอดกัน”
“แล้วฉันล่ะ...เธอไม่....รู้สึกอะไรเลยเหรอ”
“ผมจะไปรู้สึกอะไรได้เล่าครับ ก็คุณเฮนรี่เป็นคนสั่งห้ามเอาไว้เองว่าระหว่างเราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน ผมไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยกันคุณหรอก ผมกลัวตกงาน โลกนี้มีผู้ชายสามคนที่ผมยอมให้กอด ยอมให้จูบ อันดับหนึ่ง อันดับสอง นอนอยู่ห้องโน้น ส่วนอีกคนคุณเฮนรี่คงรู้ว่าเป็นใคร”
“ฮึ่ม...มันเขี้ยวจัง”
บท 1
ตอนที่ 1
สัญญาณไฟจราจรสีแดงตรงห้าแยกเป็นสัญญาณบอกให้รถทุกคันบนถนนต้องหยุดลง แต่มันคือสัญญาณไฟเขียวในการออกไปหาเงินของผม นมเปรี้ยวขวดเล็กซึ่งถูกเรียงใส่ไว้ในถุงพลาสติกแช่ถังน้ำแข็งเย็นๆ ถูกผมหิ้วเดินฝ่าเปลวแดดของยามบ่าย ออกไปเร่ขายมันให้กับผู้คนที่นั่งตากแอร์เย็นๆ อยู่ภายในรถทั้งคันเล็ก คันใหญ่
“พี่เอานมเปรี้ยวมั้ยครับ” ประโยคคำถามแบบเดิมซ้ำๆ ที่วันหนึ่งๆ ผมต้องพูดมันเป็นพัน เป็นหมื่นรอบ แขนสองข้างยกขึ้น ยกลงอวดนมเปรี้ยวในมือจนปวดร้าวล้าระบม เปลวแดดแผดเผาทะลุผ้าคลุมแบบไอ้โม่งที่ผมใช้มันโพกหัวเพื่อบดบังเปลวแดดที่รุนแรงไม่ต่างกับเปลวไฟ
“ขายเท่าไหร่?” กระจกข้างของรถยนต์คันหนึ่งถูกเลื่อนลงไป แทนที่ด้วยใบหน้าหล่อคมคายที่หากใครเห็นคงต้องยืนตะลึงตาค้างหรืออาจเผลอมองจนเหลียวหลังเพื่ออยากเห็นใบหน้านั้นซ้ำอีกหน
“ถุงเล็กหนึ่งโหล ร้อยสี่สิบบาทครับ ถุงใหญ่สองโหลสองร้อยหกสิบบาท พี่เอาถุงเล็กหรือถุงใหญ่ดีครับ”
“เอาถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่ดีครับทุกคน” ผู้ชายคนนั้นทำท่าเหมือนหันไปปรึกษากับใครสักคน หากแต่เมื่อผมชะเง้อคอมองผ่านเข้าไปกลับไม่เห็นใครนอกจากโทรศัพท์มือถือที่มันห้อยอยู่กับก้านยึดสีดำบนหลังคารถ
“เอ่อ...พี่ถามผมเหรอ”
“เปล่า...ถามคนอื่นน่ะ อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่” เสียงทุ้มต่ำหวานเต็มไปด้วยเสน่ห์ตอบผมกลับมา บนหน้าจอโทรศัพท์ที่มันสว่างๆ ด้านหลังแสดงภาพผู้ชายคนนี้มีจุดสีแดงเล็กๆ ลอยขึ้นมาจนเต็มหน้าจอ ใบหน้าหล่อจนเกินพอดียื่นดันสันจมูกโด่งพ้นขอบกระจกรถออกมาด้านนอก
"ว่ายังไง...อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่"
“อยากขายหมดนี่เลย” ผมตอบตามความเป็นจริง แล้วยกหัวไหล่ขึ้นมาถูเช็ดเม็ดเหงื่อที่กำลังไหลลงมาตามกรอบหน้า อากาศช่วงบ่ายร้อนระอุจนเสื้อผ้าเปียกแฉะไปทั้งตัว
“ฮึ โลภมากเหมือนกันนะเรา”
“พี่จะซื้อมั้ย ไฟจะเขียวแล้ว ผมจะเดินไปขายให้คันอื่น” ผมแหงนคอขึ้นไปมองไฟแดงบนเสาสัญญาณสูงเริ่มนับถอยหลังไปเรื่อยๆ กระวนกระวายใจเพราะรอบนี้ยังขายไม่ได้สักถุงเดียว
“ได้ฉันซื้อหมดนั่นก็ได้” คิ้วเข้มกระตุกสูง ใบหน้าหล่ออย่างเทพเจ้าพยักลงมายังถุงในมือ
“ซื้อหมดนี่จริงนะ”
“จริงสิฉันไม่โกหกเธอหรอก...นี่เงิน...ไม่ต้องทอน” ธนบัตรใบละพันสองใบถูกยื่นมาให้ แต่เพราะมือสองข้างของผมพะรุงพะรังไปด้วยถุงหิ้วหกเจ็ดชุด หัวไหล่ปวดจนแทบยกไม่ขึ้น ผมจึงยื่นปากออกไปคาบธนบัตรสองใบนั้นไว้แล้วรีบส่งนมเปรี้ยวให้ผู้ชายนิสัยรวย ทันเวลากับสัญญาณไฟเขียวพอดิบพอดี
“ขายได้หมดเลยเหรอพี่เนย” น้องชายตัวเล็กที่กำลังนั่งไถรถของเล่นพลาสติกเก่าๆ ซึ่งเมื่อวานก่อนผมเก็บมาจากถังขยะกระตุกลุกขึ้นมานั่งตัวตรงทันที เมื่อเห็นผมเดินกลับเข้าไปยังใต้สะพานใหญ่ข้ามแยกด้วยมือเปล่า
“อืม ขายหมดเลย นี่ไงเงิน” ผมชูธนบัตรมีค่าสองใบอวดให้น้องชายคนเล็กเห็น
“ไชโย” นุ น้องชายวัยห้าขวบลุกขึ้นมากระโดดจนกางเกงขาสั้นยางยืดจนย้วย หลุดลงไปกองอยู่ตรงหัวเข่า เจ้านุน้อยห้อยโผล่ลงมาอยู่กลางห้าแยก เราสองคนพี่น้องนั่งหัวเราะกันอย่างมีความสุข ก่อนจะช่วยกันเอานมเปรี้ยวในถังน้ำแข็ง ขึ้นมาเรียงใส่ถุงพลาสติกใหม่เพื่อรอขายในรอบไฟแดงถัดไป
“ทำไมวันนี้พี่เนยกลับเร็วล่ะ” นัท น้องชายวัยสิบขวบยังอยู่ในชุดนักเรียนประถมเก่าจนเหลืองเงยหน้าขึ้นมาถาม
“วันนี้ขายหมดเร็วน่ะ พี่ซื้อกับข้าวมาให้นัทด้วย ฝากนัทหาข้าวให้น้องกินด้วยนะ เดี๋ยวพี่จะรีบไปร้านเฮียโก้ต่อวันนี้ที่ร้านเขามีงาน ต้องไปช่วยเขาหลายอย่าง” ผมรีบเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเก่าๆ มาจากไม้แขวน แล้วเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ที่ผมใส่มันซ้ำไปซ้ำมานานหลายปี สีเดิมจากดำซีดจางจนเกือบกลายเป็นสีเทา
“พี่เนยไม่กินข้าวก่อนเหรอ” น้องชายคนรองนั่งขัดสมาธิแกะหนังยางแกงถุงที่ผมซื้อกลับมาเทใส่ชามอยู่กลางห้องเช่าเล็ก
“วันนี้ไม่กินหรอก เดี๋ยวพี่ไปกินที่ร้านเฮียโก้ แล้วก็...อันนี้ค่าเทอมของนัท พรุ่งนี้เอาไปให้ครูนะ พี่ไปทำงานล่ะ”
ธนบัตรหลายสี ต่างมูลค่าที่ผมรวบรวมเก็บมาตลอดทั้งเดือน หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ถูกหนังยาวสีแดงมัดรวมกัน แยกเป็นธนบัตรสีแดง สีเขียว นับครบจบตามจำนวนเป็นค่าเทอมของน้องชายผมต้องจ่ายก่อนถึงวันสอบปลายภาคเรียน ห่อไว้ด้วยถุงพลาสติกถูกยื่นให้น้องชาย
“พี่เนย...” ดวงตาเล็กเรียวรีไร้เดียงสาช้อนขึ้นมาพร้อมกับม่านน้ำใสสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย
“พี่ไปทำงานก่อนนะ อย่าพาน้องนอนดึกล่ะ” ผมหันไปหอมหัวน้องชายสองคนก่อนจะวิ่งออกมาตามตรอกเล็กๆ ของสลัมใหญ่ที่พวกเราสามพี่น้องใช้มันอาศัยโดยปราศจากผู้ใหญ่ที่ใครๆ เรียกกันว่าพ่อแม่
ร้านเฮียโก้ เป็นร้านคาราโอเกะกึ่งผับ เปิดให้บริการตั้งแต่หนึ่งทุ่มไปจนถึงตีสองหรือบางทีก็ลากยาวจนถึงตีห้าหรือหกโมงเช้าหากลูกค้าเยอะ เมื่อเก็บร้านเสร็จผมถึงจะได้กลับไปนอนพักสักสองหรือสามชั่วโมง แล้วจึงออกไปรับนมเปรี้ยวเพื่อนำไปขายต่อ
“ดาราเหรอพี่” ผมเขย่งปลายเท้าพยายามยืดคอมองไปยังเวทีกลางเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดของคนในร้าน
“เน็ตไอดอลมั้ง หล่อฉิบหาย”
“ทีแรกผมนึกว่าเขามาถ่ายหนังกัน มีแต่คนสวยๆ หล่อๆ ทั้งนั้นเลย” ผมรำพึงออกไปเพราะมองจากระยะไกลเห็นกล้องจำนวนมากทั้งกล้องเล็ก กล้องใหญ่ กล้องมือถือหันไปทางผู้ชายที่ยืนเด่นอยู่กลางเวที
"เขาเรียกอะไรวะ...แอคคง แอคเค่ออะไรไม่รู้ เห็นเฮียโก้บอก"
"อ่อ" ผมพยักหน้าทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจความหมาย
ผมไม่มีเวลาสนใจคนพวกนั้นเท่าไหร่นักเพราะมัวแต่ออกไปยกลังเหล้า ลังเบียร์ ตักน้ำแข็ง อีกทั้งยังต้องเข้าไปเตรียมอาหารออเดิร์ฟต่าง ๆ ข้างในครัว แค่หน้าที่เหล่านี้มันก็ยุ่งจนผมแทบไม่มีเวลาหายใจแล้ว
“เอ้า...ไอ้เนย” พี่พนักงานคนหนึ่งยื่นจานอาหารของลูกค้าที่เก็บใส่ถาดมาจากข้างนอกวางลงบนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ”
เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาล่วงเข้าตีสาม นักเที่ยวกลางคืนเกินครึ่งทยอยออกไปจากร้าน พวกเราจึงมีโอกาสรีบไปเก็บเคลียร์แก้ว เคลียร์จานมาเตรียมล้างเพื่อจะได้กลับบ้านไวขึ้นไก่ทอด ไส้กรอก ของเหลือเดนที่ยังอยู่ในสภาพดี ถูกผมแยกใส่กล่องพลาสติกเก็บไว้ต่างหากเพื่อนำมันกลับไปเป็นอาหารสำหรับตัวเองและให้น้องชายทั้งสองได้กิน
รถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ในมุมมืดระหว่างทางเดินกลับบ้าน ผมชะงักฝีเท้า ตกใจจนเกือบขว้างถุงกับข้าวในมือทิ้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องเหมือนมีใครกำลังได้รับความเจ็บปวดทรมาน ดังลอดออกมาจากรถคันใหญ่ แรงสั่นสะเทือนเคลื่อนขยับ โยกขึ้น โยกลงของรถกับเสียงที่ได้ยินนั้นทำให้ผมพอเดาออกว่าด้านในนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้น
“อ๊า...ซี้ด”
ตึง ฝ่าเท้าสีขาวขนาดใหญ่พาดทาบติดบานกระจก มองเห็นเงารางๆ เป็นท่อนขาสองข้างกางชี้ชูสูงจนติดหลังคา เสียงคำรามฮึ่มฮัมสะใจในลำคอ รับกับเสียงกระแทกหนักๆ เหมือนมีคนชกต่อยกัน แต่ผมว่ามันไม่ใช่เพราะภายในรถแคบนั้นคงมีคนทำอย่างอื่นกันมากกว่า
“อ๊า....” ใบหน้าผู้ชายคนหนึ่งทะลึ่งพรวดโผล่ขึ้นมาชิดบานกระจก ดวงตาโตเบิกกว้างมองมายังผมก่อนจะร้องห้ามใครอีกคนด้านใน
“เดี๋ยวครับเฮนรี่ มีคนแอบดูเรา”
“เปล่าแอบดูสักหน่อย” ผมเถียงออกไปเบาๆ แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปตามทางเพื่อกลับบ้าน ไล่หลังมานั้นผมได้ยินเสียงปิดประตูรถดังโครมใหญ่
“เดี๋ยว..” มือหนาแต่ทว่านุ่มมาก กระชากผมจนเกือบล้มลงนอนกองบนถนน
“เอ๋...คุณที่ซื้อนมผม เมื่อกลางวันนี่...” ผมจำหน้าหล่อๆ นั้นได้ในทันที
“ซื้อนม...หรือว่าเธอคือเด็กขายนมเปรี้ยวเมื่อกลางวันอย่างนั้นเหรอ” ดวงตาคมหรี่ลงมามองผม ก่อนจะยิ้มแปลกๆ
“อืม...แต่ผมไม่ได้แอบดูคุณนะ” ผมก้มหน้าเบนสายตาไปทางอื่น เพราะไม่อยากมองคนหล่อมากแบบตรงๆ มองนานๆ แล้วผมรู้สึกใจคอไม่ดียิ่ง เจ้าของรถยนต์วิ่งลงมาทั้งที่ตัวเองมีเพียงเสื้อเชิ้ตผ่าอกไม่ติดกระดุม กับกางเกงในที่มันแหวกเป้าตรงกลางจนท่อนเนื้ออันใหญ่โผล่ยาวยื่นชี้ออกมาด้านนอก ส่วนหัวรูปทรงเหมือนดอกเห็ดเป็นสีแดงยังมีคราบน้ำขาวๆ เป็นเมือกเคลือบอยู่เต็มลำ
“กลางวันขายนม...กลางคืนมาขายอะไร”
บทล่าสุด
#39 บทที่ 39 แค่คนเดียว (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#38 บทที่ 38 กลุ่มลับพนักงาน
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#37 บทที่ 37 [Part จีน] แฟนใหม่...กว่าเดิม
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#36 บทที่ 36 เรียกมันว่า...ความสุข
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#35 บทที่ 35 มวยถูกคู่
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#34 บทที่ 34 สามีครับ
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#33 บทที่ 33 เหตุผลของการเลิกรา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#32 บทที่ 32 สีแดง 2 ขีด
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#31 บทที่ 31 คุณสามีที่รัก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#30 บทที่ 30 คนที่ตามหา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เจ้าพ่อมาเฟีย
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
กับดักรักท่านประธาน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ดวงใจธาม
‘ขวัญจิรา’ จำเป็นต้องสวมบทภรรยาของ ‘ธาดา’ ตามคำขอร้องของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งนายจ้าง การเดินทางมาอยู่ใกล้เขาอีกครั้งทั้งที่เกลียดขี้หน้ากันจึงเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ใครอีกคนกลับเฝ้ารอการมาถึงของเธออย่างใจจดใจจ่อ พยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเขาในวันนี้กับเขาในอดีตนั้นแตกต่างกันแค่ไหน และพยายามทำให้เธอรู้...ว่าในหัวใจของเขานั้นมีใครซ่อนอยู่
ธาดา - คำสัญญาไร้สาระของคุณยายทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก จึงจำเป็นต้องดึงเธอคนนั้นให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมาอยู่ใกล้ หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านมานาน นานจนไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่ไกลจากสายตาไปได้อีก
ขวัญจิรา – เธอไม่ได้เต็มใจมาช่วยเขาเพราะคิดเสมอว่าเขากวนประสาทและไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ ได้ลองเปิดใจมองเขาในมุมใหม่ๆ สิ่งที่เคยคิดไว้กลับตรงข้ามไปเสียทุกอย่าง เพราะนอกจากเขาจะดีกับเธอมากแล้ว ยังขยันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอแปรเปลี่ยนไปเสียเหลือเกิน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













