บทนำ
เซี่ยหลัวเยี่ยน คุณหนูใหญ่ตระกูลแม่ทัพผู้หยิ่งทะนง ท่ามกลางเกมอำนาจที่รุมเร้าและการใส่ร้ายป้ายสีที่หมายมั่นจะทำลายตระกูลเซี่ย นางไม่ได้มีดีแค่ใบหน้าโฉมสะคราญที่พิชิตใจคนทั้งวังหลวง แต่มาพร้อมกับมันสมองระดับอัจฉริยะที่พร้อมตอกหน้าทุกคนที่ดูแคลน
สตรีที่กล้าดื่ม ‘ถ้วยเปล่า’ ต่อหน้าฮองเฮา และประกาศกร้าวว่าสตรีคือกลิ่นหอมของเหมยที่บุรุษขาดไม่ได้... ใครจะกล้าเป็นศัตรูกับนาง?
บท 1
ตอนที่ 1 คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย 1/2
ณ จวนสกุลเซี่ยตั้งตระหง่านอยู่กลางผืนแผ่นดินประหนึ่งป้อมปราการแห่งศักดิ์ศรี อำนาจ และรสนิยมของตระกูลแม่ทัพใหญ่ผู้คุมกำลังแห่งแคว้น กำแพงหินสูงทอดยาวโอบล้อมพื้นที่กว้างใหญ่ ภายในแบ่งเป็นระเบียบงดงาม ห้าเรือนหลัก สี่เรือนรอง จัดวางตามหลักภูมิสถาปัตย์อย่างสุขุมและหนักแน่น
ประตูจวนเป็นไม้หนาหนัก แกะสลักลวดลายมังกรและเมฆมงคลอย่างประณีต ทุกครั้งที่เปิดปิด เสียงไม้กระทบกันดังก้องดุจเตือนถึงกฎเหล็กของตระกูล ทหารยามในชุดเกราะยืนเฝ้าหน้าจวนอย่างสง่า ดวงตาคมกริบไม่ปล่อยให้สิ่งใดเล็ดลอดสายตา
ภายในจวน บ่าวไพร่นับร้อยชีวิตเคลื่อนไหวเป็นระเบียบราวฟันเฟืองเดียวกัน ห้องครัวใหญ่ตั้งอยู่ด้านหลังเรือนหลัก ควันอุ่นจากเตาไฟลอยอ้อยอิ่ง กลิ่นอาหารชั้นเลิศไม่เคยขาดเป็นเสมือนหัวใจที่หล่อเลี้ยงทั้งจวน
สระน้ำใหญ่ทอดยาวสะท้อนเงาเรือนไม้และท้องฟ้า เก๋งจีนริมสระตั้งอย่างสงบ เป็นที่จิบน้ำชาและรับแขกผู้มีเกียรติ เสียงน้ำกระทบผิวนุ่มนวลช่วยกลบความแข็งกร้าวของอำนาจด้วยความละเมียดละไม
ลึกเข้าไปคือห้องหนังสือเรือนแห่งปัญญาและสงคราม ผนังประดับอาวุธหลากชนิด ดาบ หอก ธนู วางเคียงกับชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน เต็มไปด้วยตำราพิชัยสงครามและหนังสือหายากจากทั่วแผ่นดิน บนโต๊ะไม้เข้มตั้งแท่นฝนหมึกคู่พู่กัน แจกันโบราณและเครื่องลายครามถูกจัดวางอย่างสมดุล แสดงถึงรสนิยมที่หลอมรวมความงามกับอำนาจไว้ด้วยกัน
ลานหินกว้างกลางจวนล้อมด้วยหญ้าเขียวขจี ดอกไม้นานาพันธุ์เรียงลดหลั่นสูงต่ำ สีสันสอดประสานราวผลงานของศิลปินเอกแห่งยุค ทุกย่างก้าวให้ความรู้สึกสงบ ทว่าแฝงพลังเงียบงัน
เรือนไม้ฉาบสีน้ำเงินขลิบเส้นเข้มด้วยสีทองตั้งเด่นรับแสงอาทิตย์ เมื่อแสงแดดสาดต้อง ผืนไม้เปล่งประกายขรึมขลังและสง่างามยิ่งนัก และที่เรือนคุณหนูใหญ่ต้นเหมยออกดอกสะพรั่ง กลีบขาวอมชมพูปลิวไหวท่ามกลางลมหนาว ราวจะกระซิบว่า ภายใต้ความแข็งแกร่งของจวนแม่ทัพแห่งนี้ ยังมีความงามอ่อนโยนซ่อนเร้นอยู่เสมอ
ยามฟ้าสาง แสงเงินบางเบาแทรกผ่านหมอกจาง ดั่งม่านสวรรค์ค่อย ๆ เปิดออก นกน้อยเริ่มขานรับวันใหม่
บ่าวไพร่เดินเป็นแถวระเบียบมุ่งตรงไปยัง เรือนคุณหนูใหญ่ของตระกูลผ่านต้นเหมยที่ดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอม ในมือต่างถือกล่องเครื่องประดับ เสื้อผ้าแพรพรรณประณีตงดงาม
เรือนคุณหนูใหญ่ตั้งอยู่อย่างสงบในมุมที่งดงามที่สุดของจวน ราวกับถูกแยกออกจากความแข็งกร้าวของโลกภายนอก ภายในเรือนตกแต่งอย่างประณีตทุกตารางนิ้ว แสดงถึงรสนิยมอันสุขุม ละเอียด และสูงส่งของผู้อยู่อาศัย
ตัวเรือนแบ่งสัดส่วนอย่างชาญฉลาด ห้องนอน ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำถูกจัดให้อยู่ภายในพื้นที่เดียวกันแต่กั้นแยกเป็นสัดเป็นส่วน มิให้รบกวนกันแม้เพียงเล็กน้อย พื้นไม้ขัดมันสะอาดสะอ้าน ส่งกลิ่นหอมอ่อนของไม้เก่าแก่ผสานกับกลิ่นสมุนไพรอ่อนจาง
มุมหนึ่งของห้องจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งไม้เนื้อละเอียด กระจกใสขอบบางสะท้อนแสงอย่างนุ่มนวล ข้างกันคือชั้นและตู้เก็บเสื้อผ้าที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ถัดไปเป็นชั้นวางกล่องเครื่องประดับหลากขนาด แต่ละกล่องประณีตงดงามไม่แพ้ของภายใน ราวกับเป็นงานศิลป์มากกว่าวัตถุหรูหรา
ทั้งเรือนไม่อับชื้นหรืออุดอู้ ด้วยบานหน้าต่างทรงโค้งกลมหลายบาน เปิดรับลมและแสงได้อย่างพอเหมาะ ฉากกั้นลายดอกไม้ถูกตั้งไว้อย่างละเมียด แยกพื้นที่ใช้สอยโดยไม่ทำลายความโปร่งโล่ง เบื้องหน้าหน้าต่างมีตั่งไม้เตี้ยสำหรับนั่งจิบชา ทิวทัศน์สวนเขียวขจีภายนอกทอดยาวราวภาพมีชีวิต และเหนือขึ้นไปบนผนัง ประดับภาพวาดทิวเขานทีผืนยาวขวางเต็มความกว้าง ประดุจผนังห้องอีกด้านหนึ่ง เปี่ยมด้วยความสงบและพลังเงียบงัน
กลางห้องคือเตียงนอนไม้สลักเสาสี่มุม ลวดลายเรียบงามไม่ฉูดฉาด ผ้าปูแพรพรรณสีอ่อนนุ่มตา ม่านถูกมัดรวบไว้กับเสาอย่างเรียบร้อย ครั้นยามคลี่ลงกลับพลิ้วไหวดุจม่านหมอกบาง ไม่ทึบหนา ไม่กดทับบรรยากาศ
เตาอุ่นเตียงถูกจัดวางอย่างแนบเนียน ให้ความอบอุ่นสม่ำเสมอ ตะเกียงเสาสูงโครงระย้าเคลือบทองตั้งอยู่ข้างเตียง แสงไฟสาดส่องนวลละมุน สว่างไสวราวกลางวัน แต่ไม่แสบตา
ทั้งหมดนี้ทำให้เรือนคุณหนูใหญ่ดูเรียบหรู งดงาม และมีราคา มิใช่ด้วยการโอ้อวด หากแต่ด้วยการจัดวางที่รู้จักพอดี สมดังนิสัยของเจ้าของเรือน ผู้สูงศักดิ์ เยือกเย็น และมั่นคงในตัวเองอย่างแท้จริง
“คุณหนูเจ้าคะ นี่คือเครื่องประดับ กับชุด ให้คุณหนูเลือก เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงในวังคืนนี้เจ้าค่ะ” บ่าวหญิงเอ่ยจบก็ก้มหน้าไม่เอ่ยคำใดให้สิ้นเปลืองอีก
หญิงสาวเหลือบแลสายตาเย็นชามองไปทีละกล่อง จึงลุกขึ้นอย่างสง่า เดินหยิบสิ่งที่ต้องการ นี่มิใช่เครื่องประดับเลอค่าที่ทันสมัยที่สุดในยุคนี้หรอกหรือ สีสันไม่อ่อนก็เข้มฉูดฉาด มือบางเลื่อนไปตามแพรพรรณและตัดสินใจหยิบชุดสีแดงเลือดนก เครื่องประดับทอง เข้าชุด
บ่าวรีบค้อมกายเอ่ยขึ้น
“นี่คือชุดดอกเหมยใต้หิมะ เจ้าค่ะคุณหนูสวมใส่แล้วต้องโดดเด่นยิ่งกว่าหญิงใด”
กล่าวจบนางมิมีสีหน้าเยินยอเกินจริงแม้แต่น้อย
เพราะหากนางเอ่ยเกินไป ชีวิตดีๆอาจไม่รอดพ้นเซี่ยหลัวเยี่ยน คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเซี่ย นางย่อมมีวิธีเลือกคนเป็นแบบฉบับเฉพาะของตน จนไม่มีใครกล้าต่อต้านรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย
“อืม จัดการแต่งตัวให้ข้า”
ร่างระหงส์เดินทอดเรียวขายาว ตรงไปยังอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ปล่อยกายขาวสะอาดนวลเนียน ให้ผ่อนคลายไปกับน้ำอุ่นและกลีบดอกไม้
หลังจากทำความสะอาดเรือนกาย บ่าวรับใช้เตรียมชุด พร้อมสวมใส่ให้นาง ดอกเหมยใต้หิมะ ผ้าไหมแท้ทอมือสีเงินขาวแซมลายเหมยแดงทั้งชุด ท่อนนอกเป็นเสื้อคลุมยาวลากพื้น ปักดิ้นเงินละเอียดเป็นลายเกล็ดน้ำแข็ง
ส่วนท่อนในเป็นผ้าซับบางเบา สีแดงเลือดนกเผยออกมารำไรเวลานางก้าวเดิน เข็มขัดทำจากไหมทองถักด้วยเส้นด้ายเงิน ประดับพลอยแดงรูปดอกเหมยตรงกลาง ทั้งชุดเข้ากันกับทรงผมยกมวยสูงแซมด้วยปิ่นเงินรูปกิ่งเหมย ประดับปอยผมข้างแก้มอ่อนช้อย
ติดต่างหูหยกสีเลือดนก สร้อยคอเงินบางเส้นเดียว สร้างความคมชัดให้ใบหน้าขาวซีด
ผู้ที่ปรากฏในกระจกบานใหญ่ ใบหน้างดงามเย้ายวน ทอดตามองอย่างพึงใจ ริมฝีปากยกยิ้มมั่นใจ
“ข้าพร้อมพิชิตความยิ่งใหญ่เสมอ”
ณ ห้องหนังสือถัดไปอีกเรือนหนึ่ง ใบหน้าเคร่งเครียดของแม่ทัพใหญ่ เลยวัยฉกรรจ์แล้ว กำลังเคร่งเครียดกับม้วนกระดาษในมือ ถ้อยคำเหล่านั้นล้วนเป็นการบอกว่าเขานั้นก่อกบฏ มือหนาใหญ่สั่นไหวไม่หยุด ในอกอัดอั้นไปด้วยแรงแค้น ในหัวกลับเฝ้าคิดว่าใครกัน ที่กล้ากล่าวหาเขาเช่นนี้ ตรากตรำทำศึกน้อยใหญ่มาทั้งชีวิต ผลงานเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่ยุคฮ่องเต้องค์ก่อนจนถึงตอนนี้ แม้แต่สตางค์แดงเดียวก็ไม่เคยคิดคดทรยศ สร้างสมคุณงามความดี เพื่อที่จะพบเจอเรื่องเช่นนี้หรือ
ปัง! เสียงทุบโต๊ะดังสนั่น ทั่วทั้งบริเวณกลับไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้า
“ข้าต้องรู้ให้ได้ ใครกันกล้าใส่ร้ายข้าเช่นนี้ ข้าจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เพื่อกราบทูลความบริสุทธิ์”
หานกั๋วซินกุนซือประจำกายก้าวออกมา
“เรียนท่านแม่ทัพ โปรดอย่าเพิ่งวู่วาม ข้าเชื่อว่าศาลต้าหลี่จะต้องสอบสวนคืนความเป็นธรรมให้กับท่านอย่างแน่นอน” เขานั้นใบหน้ายิ้มแย้ม เอ่ยปลอบใจผู้เป็นนาย
แม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนจึงมีทีท่าสงบลง “ข้าก็เชื่อเช่นนั้น องค์รัชทายาทจะต้องทรงมีความยุติธรรม”
ความกังวลแม้จะลดน้อยลงไป หากแต่เขาก็ยังคงครุ่นคิดแค้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่น้อย
หานกั๋วซินริมฝีปากยกยิ้มพราย หากสายตากลับอ่านยากยิ่ง
บทล่าสุด
#34 บทที่ 34 ตอนที่ 33 หนทางสู่เมืองใต้ 2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#33 บทที่ 33 ตอนที่ 32 หนทางสู่เมืองใต้
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#32 บทที่ 32 ตอนที่ 31 สกัดทุกทาง
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#31 บทที่ 31 ตอนที่ 30 การโกงที่ฝังรากลึก
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#30 บทที่ 30 ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#29 บทที่ 29 ใต้แสงจันทร์หัวใจพันธนาการ 1
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#28 บทที่ 28 ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#27 บทที่ 27 ตอนที่ 26 เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#26 บทที่ 26 ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













