บทนำ
สาวน้อยวัยดรุณีถลกแขนเสื้อโค้ทขึ้นสูง แล้วยื่นลำแขนให้ชายหนุ่มข้างกายดูขนเส้นเล็กบนลำแขนที่ลุกชันตามอากาศหนาวเหน็บ ด้วยความหนาวเย็นนี้เองทำให้สาวร่างเล็กเบียดชิดผู้ปกครองวัยกำหนัดเพื่อหาไออุ่นอย่างเสียมิได้ ทั้งที่เธอสวมชุดกันหนาวแบบเต็มยศแล้วก็ตาม
“ชะ...ใช่ค่ะอากาศมันเริ่มหนาวแล้ว หนาวมากๆ ด้วยค่ะ”
เสียงใหญ่พูดขึ้น พยายามข่มอารมณ์บางอย่างที่แล่นพล่านในร่างกาย เธอหนาว...แต่เขากลับรู้สึกร้อน ร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว จนอยากจะถอดเสื้อผ้าออกจากกายแล้วใช้ความเย็นของอากาศดับไฟในร่าง ยิ่งเธอเบียดชิดร่างกายหาไออุ่น อุณหภูมิความร้อนยิ่งเพิ่มมากขึ้น ธาตุไฟในร่างแตกซ่านจะไม่ให้เขาเกิดอาการเช่นนี้ได้อย่างไร ก็เธอเล่นเบียดกระแซะกายหาไออุ่นอย่างเด็กขาดความอบอุ่น ดอกอุบลที่อยู่ภายใต้เสื้อโค้ทสัมผัสกับท่อนแขนกำยำของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
‘จะทนได้สักกี่น้ำวะเนี่ย’ คนปากแข็งพล่ามในใจ ปรายตามองณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปี เด็กในปกครองตามันระยับที่โจนาธานปรารถนาจะพุ่งเข้าใส่วันละหลายๆ รอบ
บท 1
สวัสดีค่ะคุณอา
คุณอาเป็นยังไงบ้างคะ สบายดีหรือเปล่า กุ๊กสบายดีค่ะ ต้องขอโทษคุณอาด้วยนะคะที่ไม่ได้เขียนจดหมายมาหาคุณอาหลายเดือน ช่วงนี้กุ๊กยุ่งๆ ค่ะ ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องการทำหนังสือเดินทาง แต่ดีหน่อยที่คุณอาช่วยเหลือเรื่องวีซ่า ไม่อย่างนั้นกุ๊กคงไม่ได้ไปหาคุณอาแน่ๆ เลยค่ะ
กุ๊กตื่นเต้นที่สุด เดือนหน้ากุ๊กก็จะได้เจอคุณอาแล้ว ไม่รู้ว่าคุณอายังจำกุ๊กได้หรือเปล่า เพราะครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน ตอนนั้นกุ๊กเรียนอยู่ม.6 มันก็สี่ปีแล้วนะคะที่เราไม่ได้เจอกัน กุ๊กคิดถึงคุณอามากๆ เลยค่ะ ทั้งตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอคุณอาและได้ไปเมืองนอกเป็นครั้งแรกในชีวิต
กุ๊กมีเรื่องยินดีจะบอกคุณอาด้วยนะคะ กุ๊กได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งค่ะ กุ๊กเก่งหรือเปล่าคะคุณอา กุ๊กเรียนเก่งอย่างนี้แล้วคุณอาจะให้อะไรเป็นของขวัญคะ อ้อ...อีกอย่างนึงที่กุ๊กจะอวดคุณอา ตอนนี้กุ๊กพูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้นมากแล้วนะคะ อาจารย์ยังบอกเลยว่าฉายเดี่ยวได้แล้ว ทีนี้กุ๊กก็จะได้คุยกับคุณอาได้เสียที
กุ๊กรบกวนคุณอาแค่นี้นะคะ เดือนหน้าเจอกันค่ะคุณอา
รักคุณอาค่ะ
น้องกุ๊ก
โจนาธานอ่านเนื้อความในกระดาษจดหมายสีชมพูด้วยรอยยิ้ม จดหมายฉบับนี้ทิ้งห่างจากฉบับที่แล้วร่วมสามเดือน จะมีใครรู้หรือไม่ว่าคนอย่าง โจนาธาน แมคเคนซีจะเฝ้ารอจดหมายของสาวน้อยวัยละอ่อนนามว่า ณัฏฐลักษณ์ อัศวนันท์ หรือน้องกุ๊กทุกวัน ครั้นจะเขียนจดหมายไปหาเองก็ไม่ถนัดนัก เพราะโจนาธานไม่ถนัดเขียน ถนัดพูดซะมากกว่า
เขายกกระดาษจดหมายฉบับนั้นขึ้นสูง ก่อนจะมาแนบตรงปลายจมูกแล้วสูดดมกลิ่นหอมจากแป้งเด็กที่เธอเทใส่ไว้ในซองจดหมายอย่างเช่นทุกครั้ง มันช่างชื่นใจเหลือเกิน กลิ่นแป้งยี่ห้อนี้ติดจมูก ติดอยู่ในจิตใจและความรู้สึกของเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สูดดม ประหนึ่งว่าเขากำลังจุมพิตแก้มหอมๆ ของเจ้าของจดหมายก็ไม่ปาน
จดหมาย คือการสื่อสารระหว่างคนที่อยู่สหรัฐอเมริกากับคนที่อยู่เมืองไทย ณัฏฐลักษณ์ในเวลานั้นพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง ไม่คล่องหรือจะพูดได้ว่า สื่อสารกับชาวต่างชาติไม่ได้เลย แม้ว่ามารดาของเธอจะได้สามีใหม่เป็นชาวอเมริกัน ทว่าแมทธิวพูดภาษาไทยได้ดีมาก จึงสื่อสารกับเธอเป็นภาษาไทยทุกคำ ณัฏฐลักษณ์จึงไม่ใส่ใจเรียนภาษาอังกฤษเท่าใดนัก
จนกระทั่งมารดากับพ่อเลี้ยงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในวันที่เดินทางไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด โจนาธานน้องชายแมทธิวรีบรุดมาเมืองไทยหลังจากทราบข่าวว่าพี่ชายได้รับอุบัติเหตุอาการสาหัส พอมาถึงคนที่กำลังใกล้จะเสียชีวิตพูดฝากฝังณัฏฐลักษณ์ที่แมทธิวรักไม่ต่างกับลูกไว้กับโจนาธาน พอน้องชายรับปากแมทธิวก็หมดลมหายใจ จากโลกนี้ไปอย่างไร้ความกังวล
ในเวลานั้นณัฏฐลักษณ์ในวัย 12 ปีเหมือนเรือที่ลอยคว้างกลางทะเล หาที่พึ่งไม่ได้ ทว่ายังดีที่เธอยังมีโจนาธาน อาหนุ่มที่เข้ามาดูแลทั้งเรื่องความเป็นอยู่และการเรียน แรกๆ ทั้งคู่แทบจะไม่คุยกันเลย เพราะสื่อสารกันคนละภาษา สนทนาผ่านล่ามเท่านั้น และในอีกหนึ่งเดือนต่อมา โจนาธานได้เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากจัดการเรื่องหลานสาวนอกไส้เสร็จสิ้น
โจนาธานจะมาเยี่ยมณัฏฐลักษณ์ปีละสองครั้งนานหกปี เขาจึงมีความคิดว่า สมควรที่จะให้หญิงสาวเรียนภาษาอังกฤษได้แล้ว เขาจึงจ้างครูสอนภาษามาสอนเธอเป็นการส่วนตัว และนับตั้งแต่นั้น ณัฏฐลักษณ์เริ่มเขียนจดหมายมาหาตน เพราะถือว่าเป็นการฝึกปรือเรื่องการเขียนอ่านไปในตัว
“ชื่นใจจัง” คนที่สูดดมจดหมายพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะพับจดหมายให้อยู่ในรูปเดิม สอดเก็บเข้าไปในซองจดหมายที่มีแป้งฝุ่นโรยอยู่ด้านใน จากนั้นก็ไปรวมเก็บไว้ในกล่องไม้ใต้โต๊ะทำงานที่มีจดหมายหลายสิบซองซ้อนทับในนั้น แล้วยังมีดอกกุหลาบแห้งหลายสิบดอกวางอยู่ในกล่องไม้กล่องนั้นด้วย เป็นดอกกุหลาบที่เขาและเธอช่วยกันปลูก
จากนี้ก็รอเวลาที่เขาและเธอจะได้พบกันครั้งแรกในรอบสี่ปี...
หนึ่งเดือนต่อมา
“จอนคะ จอน” เสียงร้องปานขาดใจดังลอดผ่านปากของสาวร้อนแรงแห่งปี โมนิก้า ฟรองซัวส์ นางแบบสาวลูกครึ่งอเมริกัน-ฝรั่งเศสที่นอนร่างสั่นสะเทือนอยู่ใต้ร่างหนาที่เคลื่อนไหวอย่างดุดัน ไม่ปรานีร่างสาวที่บิดเร้า ร้องเรียกหาความสุขไม่ขาดปาก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้ง ส่งผลให้พายุอารมณ์ของโจนาธานสะดุดลงกลางคัน แต่ทว่าเขายังควบขี่เหนือร่างระหงเร็วรี่ หวังว่าตนเองจะเดินทางไปยังสวรรค์เบื้องบนเร็วๆ ทว่า...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูยังคงดังไม่หยุด
“โธ่โว้ย!...อะไรนักหนาวะ”
เจ้าของห้องสบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อตนเองตกสวรรค์เอาดื้อๆ ดึงร่างของตนเองออกห่างร่างอ่อนระทวยของคู่ขาสาว ก้าวลงจากเตียงก่อนจะคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับร่างล่อนจ้อนของตัวเอง
“มีอะไรไซลัส ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนมึงเจ็บตัวแน่”
โจนาธานพูดใส่หน้าเจ้าของมือที่เคาะประตู ส่งสายตาดุๆ ไม่พอใจให้ไซลัส แต่คนที่อยู่นอกห้องหาได้เกรงกลัว เพราะคิดว่าเรื่องที่ตนจะบอกเจ้านายขี้โมโหของตนนั้นนั้น สำคัญกับโจนาธานมาก
“คุณจอนต้องไปรับคุณกุ๊กที่สนามบินนะครับ ลืมหรือเปล่าครับคุณจอน” ไซลัสตอบเจ้านายหนุ่มสุดหล่อ
“ตายห่า...ลืมไปเลย” โจนาธานอุทานเสียงดัง หน้าตาตื่นตกใจ “นายไปรอข้างล่าง อีกยี่สิบนาทีฉันจะลงไป” เขารีบปิดประตูทันทีที่สั่งลูกน้องเสร็จ
“มีอะไรคะจอน” โมนิก้าลุกขึ้นนั่ง คว้าผ้าห่มมาปกปิดร่างกาย มองดูท่าทางรีบร้อนของเขาด้วยความสงสัย
“ฉันมีธุระด่วน เธอใส่เสื้อผ้าแล้วกลับบ้านไปได้เลย” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ เดินเข้าไปในห้องน้ำรีบอาบน้ำแล้วออกมาแต่งตัวกะจะให้เสร็จภายในสิบห้านาที
“คุณจะไปไหนคะจอน” เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นโจนาธานแต่งตัวอย่างเร่งรีบ ซึ่งไม่ใช่นิสัยของเขาเลย
“ฉันต้องไปรับกุ๊กที่สนามบิน”
เขาตอบไปแต่งตัวไป เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นในสมองของเธอทันที กุ๊กคือใคร มีความสำคัญอะไรที่โจนาธาน แมคเคนซีต้องไปรับด้วยตัวเอง
“ใครคะกุ๊ก” โมนิก้าย้อนถาม
“ไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะต้องรู้ เธอแต่งตัวเสร็จแล้วก็กลับอพาร์ตเม้นต์ของเธอซะ” คนที่กำลังง่วนกับการแต่งตัวสั่งอีกครั้ง
หลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เจ้าของห้องก็เร่งฝีเท้าไปยังประตูห้อง เปิดออกกว้างแล้วเดินออกไปทันที ปล่อยให้คนที่อยู่ในห้องจมอยู่กับความสงสัยเพียงลำพัง
“ใครนะกุ๊ก” โมนิก้าพูดเหมือนถามตัวเอง กุ๊กเป็นใครกัน อาจจะเป็นลูกค้าคนสำคัญที่โจนาธานต้องดูแล หรืออาจจะเป็นหญิงคนใหม่ของเขาก็เป็นได้ เพราะเขาเปลี่ยนคู่ควง คู่นอนเป็นว่าเล่น ความอยากรู้บวกกับไม่ต้องการให้ตนเองกระเด็นออกมาจากตำแหน่งคู่ควงคนใหม่ของชายผู้โด่งดัง คิดได้ดังนั้นนางแบบสาวรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเร็วๆ ออกไปจากห้อง ตามหลังโจนาธานไปติดๆ งานนี้เธอต้องรู้ให้ได้ว่า กุ๊กคือใคร
บทล่าสุด
#82 บทที่ 82 เมียจำเลย CEO Chapter 18 (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#81 บทที่ 81 เมียจำเลย CEO Chapter 17
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#80 บทที่ 80 เมียจำเลย CEO Chapter 16
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#79 บทที่ 79 เมียจำเลย CEO Chapter 15
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#78 บทที่ 78 เมียจำเลย CEO Chapter 14
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#77 บทที่ 77 เมียจำเลย CEO Chapter 13
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#76 บทที่ 76 เมียจำเลย CEO Chapter 12
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#75 บทที่ 75 เมียจำเลย CEO Chapter 11
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#74 บทที่ 74 เมียจำเลย CEO Chapter 10
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025#73 บทที่ 73 เมียจำเลย CEO Chapter 9
อัปเดตล่าสุด: 11/18/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













