บทนำ
มันไม่แย่สักเท่าไร เพราะอย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากสังคมนั้น
ทว่าพอได้งานใหม่
เขาดันเจออดีตเพื่อนซึ่งเคยแอบรัก และเสียดายที่ไม่ได้บอกออกไปตั้งแต่สมัยยังเรียน
เมื่อเรียกความมั่นใจกลับมาได้ เลยเขียนจดหมาย ‘รัก’ อีกครั้งเพื่อไม่ให้รู้สึกติดค้างอย่างที่เคยผ่านมา
แต่ทำไมจดหมายใบนั้นถึงตกไปอยู่ในมือของตัวพ่อ 'แบดบอย’ อย่างท่านประธาน!?
...
“คนหนุ่มสมัยนี้รุกแรงจีบแรงนะ ไม่ได้พักหายใจเลย”
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ”
“ยอมรับว่าจีบดี ๆ หรือจะโดนหอมให้แก้มช้ำก่อน”
...
บท 1
“เดี๋ยวงานใหม่ผมจะช่วยดูให้นะ” คำพูดเรียบเชียบถูกเอ่ยออกมาจากผู้จัดการฝ่าย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองซองขาวเบื้องหน้าที่ถูกเลื่อนส่งมาถึงมือเขา
ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายในการทำงาน ทั้งที่เมื่อเช้าเขาเพิ่งตั้งมั่นกับตัวเองในกระจก ว่าจะตั้งใจทำงานและไม่สนสิ่งเร้ารอบตัว โฟกัสที่การหาเงินมาใช้จ่ายเอง จะได้ไม่รบกวนป๊าและม้าอีกต่อไป
ล้มเหลว คือสิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในความคิดของต้นหยง เขาทราบดีว่าเหตุผลการถูกไล่ออกกลางคันมาจากสาเหตุอะไร จึงได้แต่พรูลมหายใจ ก่อนจะโคลงศีรษะเล็กน้อยให้กับคุณอู๋ที่เป็นคนมาแจ้งเรื่องนี้กับเขา
“เรื่องมันไปถึงผู้บริหาร เลยมีการสั่งตรวจสอบ...” อีกฝ่ายเว้นช่วงประโยค ขณะทอดสายตามองเขา ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“บริษัทเราเข้มงวดมาก ต้นหยงรู้ใช่ไหม”
“ผมทราบดีครับ”
“ขอบคุณที่เข้าใจทางเรานะ”
ต้นหยงโคลงหัวอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาละสายตาลงมองซองขาวในมือ ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะมีบริษัทไหนอ้าแขนรับหรือเปล่า เพราะตัวเขามีอายุงานเพียงหนึ่งปี แถมยังถูกเชิญออกกะทันหันอีก
เขาเดินออกมาจากห้องผู้จัดการ เรื่องนี้ทุกคนภายในฝ่ายคงรู้กันหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มองมาทางเขาเป็นตาเดียว ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาที่โต๊ะทำงานของตน แล้วหยิบกล่องกระดาษขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะค่อย ๆ เก็บของใช้ลงไปอย่างเป็นระเบียบ
“เดี๋ยวพี่ช่วยเก็บ”
“ไม่เป็นไรครับ ของผมมีนิดเดียว” ต้นหยงหันไปปฏิเสธเธอด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ เพราะคนที่เสนอตัวช่วยเขาเป็นหนึ่งในหัวโจกเลยก็ว่าได้ ย้งไม่เข้าใจ..ว่าทำไมบางคนถึงสามารถตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน
ในขณะที่ต้นหยงเก็บของก็ไม่มีใครเดินเข้ามาอีก ทุกคนต่างยินดีที่เขาถูกไล่ออก เพราะคิดว่าตำแหน่งที่เขาได้เลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เป็นเพราะไปสนิทสนมกับบุคคลหนึ่ง
แม้มีบางส่วนที่เป็นความจริง แต่ต้นหยงเชื่อมั่นในผลงานของตนเองว่าทำออกมาได้อย่างดีที่สุด และสมควรได้รับในสิ่งที่ควรได้
‘ว่าแล้วต้องมีวันนี้’
‘สมน้ำหน้าเนอะ’
ในระหว่างที่กำลังเดินออกไป เขามักจะได้ยินเสียงนินทาตามหลังมาเสมอ แม้กระทั่งตอนนี้
ที่ต้นหยงไม่ได้รู้สึกดิ่งมากเมื่อโดนไล่ออก อาจเป็นเพราะได้ก้าวพ้นออกจากสังคมที่เต็มไปด้วยความไม่จริงใจ แม้เบื้องหน้าจะเป็นบริษัทชั้นนำ แต่บุคลากรกลับไม่ได้เจริญทางจิตใจตาม ทั้งแบ่งพักแบ่งฝ่าย นินทาว่าร้าย เขาเคยเป็นคนที่ต้องฝืนนั่งฟังคนพวกนี้นินทากันเองมาตลอด จนกระทั่งหลายเดือนมานี้กลับเป็นต้นหยงเสียเองที่กลายเป็นหัวข้อสนทนา
ต้นหยงเดินตรงไปยังลิฟต์ พยายามไม่ใส่ใจคำซุบซิบที่ไล่ตามหลัง ในขณะที่กำลังจะกดปุ่มปิด กลับมีมือหนาของใครบางคนแทรกกลางพร้อมสอดตัวเข้ามาภายใน
ต้นหยงเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นใคร อีกฝ่ายเองก็มีสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน แค่คนละความรู้สึก
“ต้นหยง พี่บอกให้รอก่อน พี่กำลังคุยให้” ธีรวิชญ์เดินเข้ามาคว้าแขนของต้นหยง พร้อมบีบเอาไว้แน่นหมายรั้งเขาเอาไว้
“พี่วิชปล่อยครับ”
“ทำไมดื้อแบบนี้ฮะ” วิชดันต้นหยงเข้าไปด้านใน แล้วหันไปกดปิดประตูลิฟต์ก่อนจะมีใครมาเห็น
“ผมดื้อเรื่องอะไรครับ”
“พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าให้รอพี่ก่อนค่อยเข้าไปพบผู้จัดการ” วิชขมวดคิ้ว ไม่ยอมปล่อยข้อมือเล็ก แม้รู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มเจ็บแล้วก็ตาม
“ผมคิดจะลาออกอยู่แล้วครับ”
“พูดอะไร!?” วิชตะคอกใส่ทันทีหลังได้ยินประโยคนั้น
“ปล่อยครับ!” ต้นหยงสะบัดตัวออก พร้อมผลักอกอีกฝ่ายให้ห่างจากตัว
“พี่ควรเลิกยุ่งกับผม แล้วกลับไปสนใจภรรยาตัวเอง”
“ก็บอกแล้วไง ว่าพี่จะหย่ากับขิม!”
“ต่อให้พี่หย่า ก็ไม่ได้ความว่าผมจะยอมเป็นอะไรกับพี่”
“ต้นหยง!!” ธีรวิชญ์ตะคอกออกมาเสียงดัง เขาอุตส่าห์ตามจีบตั้งนานและให้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ทว่าพอต้นหยงรู้ความจริงว่าเขาแต่งงานแล้วกลับตีตัวออกหาก ทั้งยังปฏิเสธทุกอย่างที่เขามอบให้ไม่เหมือนที่ผ่านมา
ต้นหยงถอนหายใจ ข่าวลือยังไงก็มีมูล ตั้งแต่เขารู้ความจริง ต้นหยงก็แทบไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย แต่ธีรวิชญ์กลับตามติดแจ ทำให้พนักงานภายในเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ และเริ่มเอาไปพูดคุยแถมเติมแต่งเรื่องราวเข้าไปอีก ต้นหยงไม่สามารถห้ามปากคนได้ เลยต้องกลายเป็นคนตกงานอยู่นี่ไง
“เลิกยุ่งกับผม” เขาบอกน้ำเสียงเด็ดขาด เป็นเวลาเดียวกันกับที่ลิฟต์เปิดออก ต้นหยงดันอีกฝ่ายแล้วเบี่ยงตัวเดินหนีออกมาทันที
เขาหลีกเลี่ยงทางออกด้านหน้า แล้วมาทางประตูหลังแทน เมื่อพ้นตัวบริษัทแล้วถึงได้ชะลอฝีเท้าลง
“....” ต้นหยงถอนหายใจขณะทอดสายตามองถนนเบื้องหน้า หรือเขาควรกลับบ้านไปพักใจก่อนเริ่มหางานใหม่ ป๊าม้าเองก็คอยโทรมาถามไถ่ทุกวันว่าจะกลับเมื่อไร แต่พอมีเรื่องนี้เข้ามา ต้นหยงกลัวจะหลุดปากพูดออกไปจนทำให้ท่านทั้งสองเป็นห่วง
ร่างสูงโปร่งเดินคอตกมาตามข้างทาง อยากใช้เวลานี้ในการคิดทบทวนว่าควรเอาอย่างไรต่อดี เขาอยากแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน กระทั่งมาหยุดยืนหน้าร้านกาแฟ
บางทีถ้าได้กินของหวาน ๆ อาจจะช่วยอะไรได้บ้าง คิดได้ดังนั้นจึงดันประตูกระจกเข้าไป
“Latte หวานห้าสิบครับ..แล้วก็เค้กส้มหนึ่งชิ้นครับ” พอจะได้กินของที่ชอบ เขาถึงได้รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย
“Americano ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่เปรี้ยว แก้วหนึ่ง”
ต้นหยงที่กำลังกดโทรศัพท์ขณะยืนรอออเดอร์ของตนเองต้องย่นคิ้วกับประโยคเมื่อครู่ จนต้องเหลือบมองคนข้างกาย
“....” เขาชะงักไปเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยพบคนหน้าตาดีมากในระแวกนี้สักเท่าไร ไหนจะความสูง ใบหน้าคมหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันเด่นชัด ผิวขาวเนียนตัดกับผมสีควันบุหรี่โคนดำ ทำให้ดูน่าค้นหาแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน
“เดี๋ยวผมสั่งให้ดีกว่าไหมครับ”
“ไม่ต้อง เรื่องแค่นี้ฉันทำเองได้”
ต้นหยงรีบดึงสติตัวเองกลับมา หลังจากได้ยินคนข้างกายและใครอีกคนเริ่มสนทนากัน แถมทั้งคู่ดูเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา จากชุดแต่งกายและการวางมาด
แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอีกครั้ง เขาอยากมีส่วนสูงและสัดส่วนใบหน้าให้ได้ครึ่งแบบนี้จัง แต่เหมือนจะเผลอสำรวจนานไปเสียหน่อย ทำให้คนข้างกายที่รู้ตัวหันมาย่นคิ้วใส่และจ้องกลับมาบ้าง จ้องในแบบที่ทำให้คนเผลอเสียมารยาทอย่างเขาเลิ่กลั่กทันที
“ออเดอร์ที่ 44 ได้แล้วค่ะ”
ต้นหยงเบนสายตาไปทางอื่น แล้วรีบรับออเดอร์ของตัวเองมาถือเอาไว้ ก่อนจะปลีกตัวไปนั่งที่โต๊ะมุมประจำ
ต้นหยงผ่อนลมหายใจ เกือบมีเรื่องแล้วไหมล่ะ สายตาของบุคคลเมื่อครู่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับใครสักเท่าไรเลย เขานั่งดื่มกาแฟและกินเค้กรสชาติโปรดเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ ในระหว่างนั้นก็ใช้เวลาว่างหางานไปพลาง ๆ
ทว่าความรู้สึกแปลก ๆ ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมา และพลันสบเข้ากับนัยน์ตาคมดวงหนึ่งพอดิบพอดี
“....” ต้นหยงกลืนน้ำลายลงคอ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ขมวดคิ้วจนแทบผูกเป็นปม แถมจ้องหน้าเขาอีก
ต้นหยงกระแอมในลำคอรีบก้มหน้าลงแกล้งกดโทรศัพท์ทันที เขาสาบานเลยว่าเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิดหน่อย ท่าทางอย่างกับมาเฟียในหนังไม่มีผิด ต้นหยงรีบกินเค้กรวมถึงกาแฟให้หมดแล้วลุกขึ้นเดินออกไปทางหลังร้านทันที
แต่เพราะกินกาแฟทีเดียวหมดแก้ว เลยทำให้ต้องวนกลับมาแวะเข้าห้องน้ำของทางร้านอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งใช้เวลาพอสมควร
จริง ๆ ถ้าไม่ถูกมองหน้าเหมือนหาเรื่องเขาคงจะนั่งเล่นสักชั่วโมงหรือสองชั่วโมง ยิ่งอุณหภูมิสามสิบสี่องศาทำเขาไม่อยากเดินทางกลับหอตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็รีบเดินออกทางหลังร้าน เพราะมีตรอกซอยหนึ่งให้ใช้เป็นทางลัดไปป้ายรถเมล์ได้ แต่แดดก็แรงเปรี้ยงปร้างเสียจนต้องหยีตาและก้มหน้าลงเล็กน้อย เขาก้าวเดินเร็วจนไม่ได้คำนึงถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ปึก!!
“อ๊ะ ขอโทษครับ” ต้นหยงแสดงสีหน้าเหลอหลาทันทีที่เขาไม่ทันระวังแล้วไปเดินชนใครเข้า
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีชามองมวนบุหรี่ของตนที่ตกอยู่บนพื้น
“อ่า เวรเอ้ย”
คำสบถจากเสียงทุ้มแผ่วเบาทำย้งขนลุกวาบ เพราะคนที่เขาชนดันเป็นคนเดียวกันกับในร้านกาแฟ
“ขะ..ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมไม่คิดว่าจะมีคนเดินอยู่แถวนี้” ต้นหยงรีบก้มลงเก็บบุหรี่ขึ้นมา แล้วทำท่าจะส่งมันคืนให้เจ้าของ หากไม่เห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของอีกฝ่ายจนชะงักไปเสียก่อน
“ตกพื้นแล้วคิดว่าจะสูบได้หรือไงวะ?”
ต้นหยงกะพริบตาปริบ เชยสายตาขึ้นมองบุคคลตรงหน้าที่กำลังเสยผมสีเทาขึ้นลวก ๆ
“ผมไม่ได้ตั้งใจ..” ต้นหยงกล่าวเสียงอ่อย ทำคนที่กำลังหงุดหงิดและไม่ได้สนใจคู่กรณีต้องละสายตาขึ้นมามอง ร่างสูงใหญ่นิ่งไปชั่วครู่ มือหนาหยิบบุหรี่อีกมวนขึ้นมาจุดสูบ แล้วเบนสายตาไปทางอื่น ก่อนจะกลับมาทิ้งสายตาไว้ที่ต้นหยง ซึ่งเป็นอย่างนี้สลับกันหลายครั้ง จนต้นหยงตัวเกร็งเพราะไม่กล้าเดินออกไปเฉย ๆ
“มุกเห่ย ๆ ดูละครมากไปหรือเปล่า”
“ครับ?”
ต้นหยงกะพริบตาปริบ ไม่เข้าใจคำถามนั้นสักเท่าไร อีกฝ่ายหมายถึงเรื่องอะไรกันแน่ และดูเหมือนการแสดงออกทางสีหน้าของเขาจะทำให้ผู้ชายตรงหน้าร้อง ‘ฮึ’ ออกมาในลำคอ
“เดี๋ยวผมชดใช้ค่าบุหรี่ให้ ซองเท่าไรเหรอครับ” ต้นหยงรีบรูดซิบกระเป๋าผ้า แล้วหยิบกระเป๋าเงินใบเล็กออกมา ทำหล่นแค่มวนเดียว แต่เขาอุตส่าห์ใจป้ำชดใช้ให้ทั้งซอง อีกฝ่ายคงไม่ติดใจหรือคิดทำอะไรเขาหรอก..ใช่ไหม
“ฉันไม่เอาของแทนตัวของใคร”
“....” ต้นหยงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สีหน้าบ่งบอกว่างงกับประโยคที่เอ่ยออกมาของอีกฝ่ายจริง ๆ
แค่จะเอาเงินให้เป็นค่าเสียหาย..
“คุณสองครับ ผมว่า..” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งข้างกายเหมือนพยายามจะพูดอะไรออกมา
“หยุดเลย นายก็เข้าใจดีว่าเป็นจิตวิทยาที่ทำให้ฉันจดจำและนึกถึง”
มือหนายกขึ้นปรามมือขวาของตนเอง ก่อนปรายตามองคู่กรณีที่กำลังยืนอ้าปากค้าง
ต้นหยงมองร่างสูงใหญ่ที่คาบมวนบุหรี่ไว้ในปาก สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“สมถุยกางร่มซิ”
เสียงทุ้มแหบใช้ช่องว่างจากปากอีกฝั่งที่ไม่ได้คาบบุหรี่หันไปสั่งมือขวาของตน ก่อนคนที่ชื่อ‘สมถุย?’ จะรีบกางร่มสีดำสนิท นัยน์ตาคมหันกลับมาที่ย้งอีกครั้ง ก่อนช่วงขายาวจะก้าวเยื้องวนรอบตัวต้นหยงช้า ๆ
เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ต้องทำเหมือนสำรวจเขาด้วย ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันเกิดจากการเดินชน และบุหรี่ตกเพียงแค่มวนเดียว
“ก็พอใช้ได้” พอเดินวนครบสามรอบ อีกฝ่ายถึงกลับมายืนตรงหน้าเขา ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเล็กน้อย รวมถึงนัยน์ตาคมกริบที่กดลงมองมาด้วยเช่นกัน นิ้วเรียวยาวคีบมวนบุหรี่ออกจากปากแล้วปล่อยกลุ่มควันสีขาว จนต้นหยงต้องเบี่ยงตัวหนี
“เอาเบอร์มาสิ”
“ครับ?” ต้นหยงเอียงคอ รู้สึกคันยุบยิบที่ศีรษะทันที
เขาพลาดอะไรตรงไหนไปหรือเปล่า? เป็นคำถามที่คิดอยู่ภายในใจซ้ำ ๆ
บทล่าสุด
#29 บทที่ 29 3
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#28 บทที่ 28 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#27 บทที่ 27 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#26 บทที่ 26 ปัจฉิมบท
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่ 25
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#24 บทที่ 24 ตอนที่ 24
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#23 บทที่ 23 ตอนที่ 23
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#22 บทที่ 22 ตอนที่ 22
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#21 บทที่ 21 ตอนที่ 21
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#20 บทที่ 20 ตอนที่ 20
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
สัญญารักประธานร้าย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













