บทนำ
“หล่อแต่ปากจัญไรก็ไม่น่าเอาไปทำพันธุ์ จะใจแตก แรด ร่านยังไง ฉันก็ไม่ได้ไปเอากับใครบนหัวคุณ มาเดือดร้อนไรด้วย ปล่อย!”
“ไม่เดือดร้อนสักนิด แต่เสียเวลาดูแลมาหลายปี ถ้าจะถอนทุนคืนสักทีหรือหลายๆ ทีจะเป็นไรไป”
บท 1
“เฮ้ย! ไอ้ยะ แกอย่าโกงดิวะ เล่นงี้ วันนี้ทั้งวัน ฉันจะได้สักเท่าไหร่เนี่ย”
“ปากหมาแล้วยัยสาม ฉันโกงบ้าอะไร ดูดิ๊ สองถุง ข้างหลังแกนั่น บ้านแกเรียกไม่เท่าไหร่เหรอหา! ยัยนี่ น้ำหน้าอย่างไอ้ยะไม่มีคำว่าโกงเว้ย เรื่องแบบนี้มันต้องฝีมือล้วนๆ เว้ยเฮ้ย”
“ไอ้ขี้คุย เดี๋ยวคอยดู รอบนี้ฉันจะเหมาให้เกลี้ยงตู้ ไอ้ตัวโบนัสนั่นต้องเป็นของนังสามรอบนี้”
“จัดไปถ้าคิดว่าแน่นังหนู ฮ่าๆ”
เสียงตอบโต้กันโหวกเหวกหยุดชะงักฝีเท้าที่ก้าวเอื่อย ขณะเจ้าของร่างสูงสง่ากำลังจะเดินผ่านจุดบริการเครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองไทย ตาคมกวาดผ่านแบบช้าๆ ทีท่าไม่ใคร่ใส่ใจอะไรมากมาย ไปตามเครื่องเล่นต่างๆ ก่อนจะไปหยุดตรงตู้คีบตุ๊กตา ซึ่งเป็นตู้ขนาดใหญ่ มีตุ๊กตาตัวเล็กหลากหลายกองสุมอยู่ในนั้น และมันกำลังหมุนเป็นวงกลมตามกลไกสายพานที่ตั้งไว้ ด้านนอกตู้กระจก มีผู้เล่นสี่คนนั่งอยู่คนละมุมรอบตู้ แต่ละคนกำลังขะมักเขม้นบังคับเจ้านิ้วเหล็กซึ่งใช้เป็นคีมคีบจับตุ๊กตาขึ้นมาวางบนสะพานเพื่อดันให้มันไหลออกมาจากตู้ ก่อนที่จะถูกชนตกลงไปในกองเหมือนเดิม เขาเห็นแต่ละคนจริงจังราวกับกำลังห้ำหั่นศัตรูของชาติก็ไม่ปาน โดยเฉพาะเจ้าของเสียงแจ๋นๆ ที่ตะโกนพูดคุยท้าทายกับเพื่อนตลอดเวลา
ชายหนุ่มมองเลยไปที่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอมีถุงตุ๊กตาถุงใหญ่วางอยู่สองถุง ผู้เล่นคนอื่นก็มีถุงตุ๊กตา กะประมาณจากสายตาแล้ว เธอคนนั้นได้มากกว่าคนอื่นๆ ใบหน้าด้านข้างที่เขาเห็นเวลานี้มันแผล็บ หน้าตาที่ปราศจากเครื่องสำอาง ผมยาวหยักที่รวบมัดไว้ด้านหลัง มองเผินๆ เธอก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไปที่พากันมาเล่นเครื่องเล่นในบริเวณนั้น เพชรพญายกมือขึ้นมาดูเวลา บ่ายสามโมงเศษ แต่เพราะอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน บริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยเด็กๆ และเด็กวัยยี่สิบที่เพิ่งจบ ปวส.อย่างเจ้าหล่อนคนนั้นน่าจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว หางานทำเป็นหลักเป็นฐาน ใช่เอาเวลามานั่งเล่นเกมแบบนี้ แล้วเล่นเกมได้ตุ๊กตาเยอะขนาดนั้น มีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก หมดเงินไปกับเกมกี่มากน้อย ช่างไม่มีความคิดเอาซะเลย!
“อยากเล่นเหรอเพชร”
“หืม...”
“เครื่องเล่นไง เพชรอยากเล่นเหรอ แจ๋มเห็นคุณมองตู้คีบตุ๊กตาตั้งนานแล้ว ตอนนี้เรายังมีเวลาอีกสิบห้านาทีหนังถึงจะฉาย แวะเล่นกันไหมคะ”
“บ้าน่า ผมแค่คิดว่า เดี๋ยวนี้เครื่องเล่นพวกนี้มีเยอะแยะหลากหลายจริงๆ แบบนี้ก็ล่อลวงให้เด็กๆ แอบหนีเรียนมาเล่นกันสนุกใหญ่ ไม่ได้มองเพราะอยากเล่นหรอกครับแจ๋ม” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบเรื่อย ยิ้มบางๆ ให้หญิงสาว
จีระภายิ้มหวานปนล้อเลียน
“แจ๋มนึกว่าคุณอยากเล่น ตู้พวกนี้แจ๋มเคยลองเล่นนะคะ คีบเท่าไหร่ก็ไม่ได้ตุ๊กตาสักตัว เด็กๆ พวกนั้นเก่งจัง ได้ตุ๊กตากันถุงเบ้อเริ่ม”
“หรืออีกนัยคือ เล่นจนชำนาญแสดงว่าเล่นบ่อยๆ แล้วเอาเวลาไหนมาเล่น ไม่พ้นหนีเรียนกันมา แบบนั้นไม่น่าชื่นชมเลยสักนิด”
“เสี่ยเพชรก็... ซีเรียสเกินไปนะคะ” สาวสวยยิ้มกว้าง เอียงหน้า ช้อนตาขึ้นมอง ทำเสียงล้อเลียน
เจ้าของร่างสูงยักไหล่ ตวัดตากลับไปมองแม่สาวน้อยนักคีบอีกครั้ง
“ยังไงแบบนี้ผมก็ว่าไม่เหมาะอยู่ดี”
จีระภาหัวเราะเบาๆ นับแต่รู้จักกับชายหนุ่ม เธอพอรู้ว่า เพชรพญาค่อนข้างมีระบบระเบียบในการใช้ชีวิตและการทำงาน ส่วนเรื่องผู้หญิง เขาไม่ชอบผู้หญิงจุ้นจ้านจู้จี้งี่เง่าไร้สาระ หากต้องการอยู่ในวงจรชีวิตของเขานานๆ เธอต้องรู้จักปรับตัว นั่นเพราะเธอคาดหวังว่า จะได้เป็นผู้หญิงตัวจริงของเขาในสักวัน
ก่อนจะเดินผ่านจุดเครื่องเล่นเพื่อจะไปยังโซนโรงฉายภาพยนตร์ หญิงสาวจึงเอ่ยขอตัวไปทำธุระส่วนตัวก่อน
เพชรพญาก็เพียงพยักหน้า อันที่จริงแล้ว เขาไม่ชอบดูหนังสักเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องการหักหาญน้ำใจของหญิงสาว จีระภากับเขารู้จักกันมาหลายปี เธอเป็นลูกสาวของคู่ค้าทางธุรกิจคนหนึ่ง รู้จักมักคุ้นกับเขาเป็นอย่างดี นับแต่ที่เขาเข้ามารับช่วงดูแลกิจการของครอบครัว เธอรู้จักวางตัว ไม่งี่เง่าวุ่นวาย เขาจึงเต็มใจที่จะสานสัมพันธ์ด้วย แน่นอนว่า เพชรพญามองไกลถึงอนาคต จีระภาเหมาะที่จะเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกของผู้ชายสักคน แต่ติดเรื่องเดียว คือตอนนี้ความรู้สึกของเขายังไม่พัฒนาไปจนถึงระดับนั้น ยังอยู่ที่ความประทับใจและคิดว่าเธอเหมาะสมเท่านั้น
ตาคมกวาดมองไปเรื่อย และหยุดที่สาวน้อยคนเดิม ดูท่าทางการเล่นเกมที่ออกรสออกเดชของแม่เจ้าประคุณรุนช่องแล้ว อดส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ไม่ได้ มองแล้วก็นึกถึงใครอีกคนที่มักจะไปไหนตัวติดกันเป็นตังเม กรณิการ์...
ใช่แล้ว! เขารู้จักเธอ แม่สาวนักคีบ ตรีนุช นพรัตนา น้องสาวของเปมิศา นพรัตนา ภรรยาของคุณกอบเกื้อ พุทธรัก หนึ่งในอดีตซัพพลายเออร์คนสำคัญของบริษัทของเขาเอง คุณกอบเกื้อเป็นบิดาของกรณิการ์ นอกเหนือจากนั้น เขารู้จักเปมิศาตั้งแต่เมื่อครั้งสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยเป็นคนรักฟ้าคราม หรือเฮียคราม รุ่นพี่ที่เขาเคารพ แต่พอเรียนจบเธอกลับเลือกแต่งงานกับคุณกอบเกื้อแทน ส่วนกรณิการ์เป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเก่าของคุณกอบเกื้อ และมันช่างตลกสิ้นดี เมื่ออาทิตย์ก่อน เขาเพิ่งไปส่งเธอกับฟ้าครามที่สถานีรถไฟ พ่อของเฮียครามเป็นเพื่อนกับคุณกอบเกื้อและพวกเขาต้องการรับเธอไปอุปการะตามคำสั่งเสียของคุณกอบเกื้อ ซึ่งเรื่องนี้เขาสนับสนุนเต็มที่
บทล่าสุด
#115 บทที่ 115 Chapter 115 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#114 บทที่ 114 Chapter 114
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#113 บทที่ 113 Chapter 113
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#112 บทที่ 112 Chapter 112
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#111 บทที่ 111 Chapter 111
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#110 บทที่ 110 Chapter 110
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#109 บทที่ 109 Chapter 109
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#108 บทที่ 108 Chapter 108
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#107 บทที่ 107 Chapter 107
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#106 บทที่ 106 Chapter 106
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













