บทนำ
บท 1
“ที่แท้เป็นเพราะมึง!”
เสียงสองเสียงดังตึงตังกันอยู่ด้านบนของคฤหาสน์ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม
“ปล่อยกู!”
“กูปล่อยแน่!”
ผลัวะ!
‘มึงจะทำอะไร!?’
.
.
.
‘พวกคุณชายตีกันมาพักใหญ่แล้วนะ ออกไปดูดีมั้ย?’
‘โอ๊ย! ก็พึ่งถูกไล่กันจนต้องยกโขยงมาอยู่กันตรงเนี้ย จะไปให้โดนด่าเหรอ?’ สองสาวใช้ซุ่มเถียงกันโดยมีคนรับใช้คนอื่นๆ แม้กระทั่งคนครัวและคนสวนมายืนหลบ ถึงจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องเจ้านาย แต่อีกใจก็กลัวโดนลูกหลง
‘ไอ้มานพไปไหน?’ แม่ครัวถาม
‘ตอนโดนไล่ก็ไม่เห็นมันเดินตามมานะ’
‘สงสัยไปแอบอู้มั้ง สาธุ ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ขอให้คุณชายพลาดตีไปโดนหัวกบาลมันสักทีเถ๊อะ’ หนึ่งในคนรับใช้พนมมือกล่าวขอเจ้าที่เจ้าทาง
ใครๆ ก็รู้ว่าเวลาพวกคุณชายทะเลาะกัน ถ้าบังเอิญไปอยู่แถวนั้นมักจะโดนลูกหลงเจ็บหนักกว่าเจ้าตัวที่ทะเลาะกันเสมอ
ตึง! ตึง! ตึง!
ก่อนเสียงสุดท้าย...
ตึง...!!!
‘เฮ้ย! มันไม่ปกติแล้วนะ ออกไปดูกันเหอะ ถ้าเกิดอะไรกับพวกคุณชาย พวกเราเนี่ยแหละซวย’ คนรับใช้ต่างมองหน้ากันและเหมือนจะเห็นพ้องกัน ก่อนจะพากันเกาะกลุ่มเดินตรงไปยังโถงกลางคฤหาสน์
‘คุณชาย..!’
พวกเขาเดินตามเสียงมาก็เห็นสภาพของคุณชายที่แยกไม่ออกว่าคนไหนเป็นคนไหน แต่มีคนหนึ่งกำลังนอนแผ่ตรงพื้นด้านล่าง
‘คะ คุณชายเป็นอะไรมากมั้ยคะ?’ คนถูกถามไม่ตอบ แต่กลับชี้นิ้วขึ้นไปด้านบน พอมองตามเหล่าคนใช้ก็เห็นคุณชายอีกคนยืนนิ่งอยู่ตรงหัวบันได
‘บอกป๊า...มัน..ทำ..’ บอกก่อนจะหมดสติไป
‘คุณชาย! คุณชาย!’
.
.
.
‘กูไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ลูกกูถึงเป็นทั้งตุ๊ดทั้งฆาตกร!’
‘ผมไม่ได้ทะ...’
ผลัวะ!
‘ไอ้ลูกทรพี! คิดว่ากูรู้ไม่ทันมึงเหรอ?! คงอิจฉาพี่มึงมากสินะ’
‘...ผมไม่..ดะ’
ผลัวะ! ผลัวะ!
‘ยังไม่สำนึก!’
‘อึก ผมพูดอะไรไป... คุณก็ไม่คิดจะฟัง...’
‘ในเมื่อมึงทำให้กูเหลือแค่มึง จากนี้มึงต้องชดใช้คืนให้กู ไม่งั้น...’
โทรศัพท์ที่ตกลงบนพื้นถูกเก็บขึ้นมา หน้าจอมือถือถูกเปิดโชว์ให้เห็นรูปคู่
‘กูจะให้ไอ้วิปริตนี่ชดใช้แทน’
‘อย่ายุ่...ค..! แค่ก!’
ฝ่ามือหนาบีบเข้าที่ลำคอพร้อมกับกระชากให้ตัวลอยขึ้นมาประจันกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยตีนกาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสิบปี
‘ในเมื่อ ชนะศึก เป็นแค่ไอ้เด็กผิดเพศ งั้นลูกกูก็สมควรเหลือแต่ ชัยชนะ เท่านั้น’
‘คึก..! คึก..!’ จงใจใช้นิ้วกดตรงหลอดลมให้ขาดอากาศหายใจ แววตาที่มองลงมามีแต่ความเย็นชาจับขั้วหัวใจ
‘เข้าใจความหมายไหม..?’
เสียงของผู้บัญชาการประจำบ้านทวนคำถาม ฝ่ามือแข็งกระด้างค่อยๆ คลายออกยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้สูดลมหายใจเข้าปอด
ใครว่าความรักของพ่อแม่ปลอดภัยที่สุด
มันไม่เสมอไป...!
.
.
.
เพราะติดต่อคนรักไม่ได้มาหลายวัน ร่างสูงใหญ่เกือบ 190 ออกมายืนสูบบุหรี่ระหว่างพักเพื่อคลายความหงุดหงิด นับเป็นมวนที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ก็นบุหรี่ที่เกลื่อนพื้นเป็นของเขาทั้งหมด
‘เด็กไม่มาหาหลายวันจัด คนแก่แถวนี้เลยเสี้ยนจนต้องหาอะไรมาดูดแก้เครียดอะเนาะ’ คนหัวเกรียนเดินถือไขควงเข้ามาทักลูกพี่หนุ่มที่คิ้วขมวดมาตลอดทั้งวัน
‘ไปไกลๆ ตีนกูไอ้บอล’ พ่อหนุ่มช่างยนต์เตือนเสียงต่ำ
‘โว๊ะ ผิดไอ้บอลคนนี้อีก สงสัยเด็กมันไปติดของใหม่แถวนี้แหละ ของตายก็รอหน่อย เดี๋ยวเบื่อมันก็กลับมา’ เพราะอยู่ด้วยกันมานานบอลเลยกล้าเล่นของแรง
ผลัวะ!
บอลถูกถีบจนหน้าทิ่ม พอลุกแล้วหันไปจะโวยวายก็ต้องชะงักกับรังสีอำมหิต จึงทำแค่ยกมือไหว้แล้วเผ่นหนีเอาตัวรอด แต่ก็ไม่วายตะโกนบอกว่าเจ้านายฝากให้ปิดอู่อย่างเคย
‘เฮีย’
‘หึ โผล่มาได้แล้วเหรอ?’ คนร่างใหญ่ผิวแทนไม่ได้เงยหน้ามองตามเสียงเรียก แต่ทิ้งบุหรี่ที่เหลือลงพื้นก่อนใช้ส้นเท้าขยี้ทั้งที่สูบยังไม่ถึงครึ่ง
‘พอดีติดธุระนิดหน่อย’
‘ฝี-มือ-ใคร’
พอเงยหน้ามองเด็กเลี้ยงแกะ ใบหน้าคมก็เปลี่ยนเป็นเครียดขึง เมื่อเห็นคนรักมีปลาสเตอร์ติดตรงปลายคิ้วและมุมปาก โหนกแก้มมีรอยช้ำข้างหนึ่งเด่นชัด
‘ไม่มีอะไรหรอกเฮีย แค่ทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนนิดหน่อย มันมาพูดจาหาเรื่องเลยซัดกันไปหลายตุบ’
‘ซัดประสาห่าไร?! ทำไมเป็นมึงที่ช้ำขนาดนี้ฮะ! กูเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ชอบเห็นมึงเจ็บตัว ถ้าใครหาเรื่องให้มาบอกกู’ มือใหญ่จับใบหน้าดึงเข้ามาตรวจดูใกล้ๆ อยากจะตีซ้ำแต่เห็นว่าเด็กมันเจ็บอยู่
‘คนอย่างชนะศึก ฆ่าได้หยามไม่ได้ โอ๊ย~! เจ็บๆ กดมาได้ มือหรือตีนฮะหนักฉิบ’ คนเก่งร้องโอดโอยเมื่อถูกกดที่แผลด้วยความหมั่นไส้
‘อวดเก่งระวังจะโดนกูตีซ้ำ’
‘เฮียก็พูดไป เฮียไม่กล้าใช้มือตีศึกหรอก’
‘แล้วใครบอก ว่ากูจะตีด้วยมือ’
คนฟังหน้าแดง ด้วยรู้ความหมายค่อนข้างลึกซึ้งเพราะโดนบ่อย
‘ไม่กล้าแล้วครับ กอดหน่อย คิดถึง’
อยู่ดีๆ ก็โผเข้ารวบเอวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจนคนถูกกอดตั้งตัวไม่ทัน
‘คิดถึงแล้วหลบกูทำไม กูจะไปส่งโรงเรียนก็ไม่ยอม จะไปรับก็งอแง’
‘..กลัวเฮียเห็นแผลแล้วโกรธ แล้วก็ไม่อยากให้รู้ว่าโดนพักการเรียน แต่แผลบ้านี่มันไม่ยอมหายสักที ทนคิดถึงไม่ไหวแล้วเลยมาหา เฮียรำคาญศึกมั้ย? อยากเลิกรึเปล่า?’
‘เลิกเหี้ยอะไร มึงรวยจะตาย เลิกแล้วกูจะเกาะใครกิน’ ทศกัณฐ์พูดติดตลก แต่อีกฝ่ายกลับขำไม่ออก
‘แล้วถ้าศึกเลิกกับเฮียขึ้นมาจริงๆ เฮียจะทำยังไง?’
‘การกระทำของกูชัดเจนมาตลอด แต่ถ้านั่นยังไม่พอสำหรับมึง กู..จะปล่อยมึงไป’
มือหนาลูบผมที่ไว้ยาวจนสามารถเซ็ตผมตามแฟชั่นเกาหลีได้
‘ถ้าไม่มีเฮีย ศึกจะตายให้ดู’
โป้ก!
โดนเขกหัวไปหนึ่งกรุบ
‘ใครสอนให้มึงพูดเรื่องตายฮะ พูดไปงั้นแหละ กูเนี่ยนะจะยอมปล่อยมึงไปง่ายๆ วันจันทร์กูจะไปส่ง ห้ามปฏิเสธ ห้ามงอแง’
เด็กมัธยมปลายในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงยีนถึงกับชะงักไปหลังจากได้ยินว่าอีกฝ่ายจะไปส่ง ทำไมใจมันเจ็บแปล๊บเหมือนมันรู้ว่าวันที่เฮียจะไปส่งหน้าโรงเรียนเหมือนเคยจะไม่มีอีกแล้ว
‘อื้ม’ โอบเอวหนาแน่นกว่าเดิม อยากจมหายเข้าไปในอ้อมอกนี้ ตลอดไป...
‘กูจะไปดูหน้าคนที่กล้าตีเมียกู’
‘กระทืบมันเลยนะเฮีย หาเรื่องใครไม่หา มาหาเรื่องเด็กเฮียทศต้องเจอๆ เนอะเฮียเนอะ! โอ๊ย!’
ชนะศึกที่เปลี่ยนอารมณ์อย่างเร็วผละออกมาลูบศีรษะป้อยๆ เพราะเจ็บจากการโดนเขกกระบาลซ้ำแต่ครั้งนี้แรงกว่าเดิม
‘ยังไม่เข็ด’
‘เข็ดแล้วครับ~ จะไม่ตีกับใคร จะตั้งใจหมั่นเพียรเร่งศึกษา ข้าน้อยจะได้ทำงานดีๆ แล้วหาเงินมาสู่ขอท่านเฮียขอรับ’
เด็กเลี้ยงแกะยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มของลักยิ้มข้างหนึ่งชัดเจน
‘ลูกผู้ชายพูดแล้วก็ทำให้ได้ ตั้งใจเรียนดีๆ กูจะรออยู่นี่ไม่ไปไหน’
คนใจอ่อนยวบพอเจอลูกหยอด เขาเองก็จะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างอนาคตกับไอ้เด็กนี่เหมือนกัน และอีกไม่นานเขาก็จะได้ทำอย่างที่ตั้งใจ กว่าเด็กจะเรียนจบเขาคงหาเงินให้มันมีกินมีใช้สบายไปทั้งชาติ
จะได้ไม่ต้องทำงาน มานั่งให้กำลังใจผัวทำงานพอ
‘เฮียต้องรอนะ ศึกเรียนจบจะออกจากบ้านไปหางานทำ ไม่อยู่ใต้เงาป๊า ต่อให้จะถูกป๊าตีตายศึกก็ไม่กลัว’
‘ถ้าป๊ามึงกล้าตีคนของกูอีก คราวนี้กูจะบุกไปจัดการให้รู้แล้วรู้รอด ใครสอนให้แม่งกล้าตีเมียกูวะ กูเลี้ยงของกูมากูตีได้คนเดียว’
มือหนาลูบหัวชนะศึกอย่างอ่อนโยน แต่น้ำเสียงที่พูดกลับตรงกันข้าม
‘ฮ่าๆๆ เฮียทศคนจริงว่ะ! กล้าตีคนระดับเจ้าสัวเลยอ่อ’ ชีวิตจริงไม่ต้องมีเจ้าชายหรอก แค่อัศวินสักคนก็เหลือเฟือ ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง
‘ใครกล้ามาแตะมึง กูกระทืบหมดแหละ’
มุมปากสีพีชถึงกับยกยิ้มพลางซุกหน้าเข้าไป นึกถึงตอนที่แฟนหนุ่มจับได้ว่าเขาถูกที่บ้านตีก็ควันออกหูจะบุกไปเอาเรื่องบ้านเขาให้ได้ ดีว่าห้ามทันไม่งั้นคงได้มีรักทางไกล มีลูกกรงมาขั้นกลาง
‘เก็บไว้กระทืบคนเดียวอะเนาะ น่ารักที่สุด’ ใบหน้าขาวตี๋เอ่ยชมพลางหยิกแก้มคนตัวโตอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอนหัวพิงอกแกร่งเอาคางเกยอกเงยหน้าขึ้นสบตาคมดุ
‘มึงน่ารักกว่า’
มือใหญ่ลูบไล้ริมฝีปากสีพีช คอหนาโน้มตัวลงประกบลงบนริมฝีปาก จูบซับอย่างละเมียดก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเมื่อลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปด้านใน กลิ่นบุหรี่เข้มข้นติดอยู่ที่ปลายลิ้นก่อนจะกระจายไปทั่วปาก เสียงดูดดังจ๊วบจ๊าบช่วยเร่งอารมณ์ให้สูงตามอุณหภูมิร่างกายขึ้นไปเรื่อยๆ
คนรุกก่อนใช้สองมือตรึงใบหน้าไม่ให้ขยับหนี คนรับก็ไม่เพียงรองรับการบดขยี้จากอีกฝ่ายอย่างเร้าอารมณ์แต่ยังตอบสนองกลับไปให้ถึงใจไม่แพ้กัน
มือหนาสอดเข้าไปยังข้อพับแล้วอุ้มขึ้นบดเบียดกลางกายให้แนบชิด บางสิ่งที่นูนเด่นชนเข้าหากันพลางเสียดสีไปมาจนเกิดคราบเหนียวเยิ้มออกมาบริเวณเป้ากางเกงที่โป่งพอง
‘ยั่วกูเก่งจริงนะ ทำงานเสียเหงื่อมาทั้งวันยังไม่เปลืองน้ำเท่าตอนอยู่กับมึงเลย’
ช่างซ่อมรถว่าพลางวางคนตัวเล็กกว่าลงมายืนเต็มสองเท้าก่อนดันชิดกับประตูเหล็ก เขาถอนจูบเพื่อแวะพูดหยอกแฟนหนุ่มเล็กน้อย พลางก้มเลียน้ำลายที่ไหลหยดค้างข้างมุมปากของอีกฝ่าย ก่อนจะบดขยี้ปากคู่นั้นอย่างมันเขี้ยวอีกรอบ
มือของคนที่เด็กกว่าสอดเข้าไปใต้เสื้อกล้ามสีขาวไต่ขึ้นไปยังหน้าท้องลอนหนาที่เกิดจากการใช้แรงงานและยกเวตเป็นประจำ เขาดึงดันถอดเสื้อกล้ามอีกฝ่ายออก ก่อนจะใช้นิ้วสะกิดไล่ไปสะกิดจุกนูนสีน้ำตาลให้อีกคนสะดุ้งเล็กน้อย แล้วลูบไปทั่วแผงอกข้างซ้ายที่มีรอยสักกลบทับรอยแผลเก่าที่เจ้าตัวไม่เคยพูดถึง
ปากหนาก้มต่ำลงไปดูดดึงเสียงจ๊วบจ๊าบ ไม่นานรอยกุหลาบก็เต็มทั่วลำคอขาวแทบไม่เหลือพื้นที่
‘อืมมม!...ศึกชอบรอยสักเฮีย’ เขาเอ่ยชมทั้งที่เป็นคนเลือกลายสักให้
‘ตัวกูเป็นของมึง อะไรที่มึงว่าดี กูก็ว่าดี’
ถึงจะหยุดตอบแต่จมูกโด่งยังคงซุกอยู่ตรงซอกคอ เขาชอบดมกลิ่นแฟนตัวเอง แต่เป็นแค่กับเด็กคนนี้เท่านั้น
‘ขออย่างเดียว...’ เว้นจังหวะขบงับบนหัวนมชมพู
‘อึก..!’ ความรู้สึกซ่านเสียวก่อกวนจนแทบไม่มีสมาธิฟัง
‘อย่าหายไปจากกูก็พอ กูทนไม่มีมึงในชีวิตไม่ไหว’
.
.
.
ใบหน้าคมคายอาบย้อมไปด้วยหยดเลือดกว่าครึ่งซีก บริเวณหน้าขาเนื้อผ้ากางเกงยีนขาดลากยาวเปรอะทั้งดินทรายผสมปนกับเลือด
สติที่ขาดผึงเพราะข่าวที่พึ่งรู้ทำให้ร่างใหญ่บิดเร่งเครื่องจนมิดไมล์เพื่อมาถึงที่นี่ให้เร็วที่สุด ส่งผลให้ไม่ทันระวังชนกับรถจนล้มกลิ้ง แต่เขาก็ไม่สนใจยังขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์ที่กระจกด้านข้างแตกละเอียดขี่มาจนถึงสถานที่แห่งนี้
ที่ๆ คนรักรอเขาอยู่...
ถึงจะแทบทรงตัวไม่อยู่แต่ขายาวก็ยังคงยืนตรงเต็มความสูง ไม่มีเข่าอ่อนให้ได้เห็น สายตาทอดมองยาวไปยังด้านใน แต่สองเท้ากลับไม่ขยับไปข้างหน้า เหมือนไม่กล้าก้าวเข้าไปรับความจริงตรงหน้า
แขกเหรื่อที่กำลังไว้อาลัยหันมามองเป็นตาเดียวเพราะสภาพของคนที่ยืนนิ่งอยู่นั้น มันดูไม่ปกติเลยสักนิด...
‘สงสัยจะเป็นแฟนหนุ่มที่ลูกชายแอบซุกไว้ค่ะ’
‘ลูกชาย? คนไหนคะ?’
‘คนในโลงไงคะ อีกคนเขาไม่ไปทางนั้นหรอกค่ะ’
‘ว๊าย! น่าเสียดายนะคะ หน้าตาดีนามสกุลดังไม่น่าเป็นตุ๊..’
‘ชู่~ เบาๆ ค่ะ ก็ตั้งแต่สังคมเปิดกว้างคนประเภทนี้ก็ออกมากันเยอะ เหมือนเลียนแบบกันไปตามค่านิยมนั่นแหละค่ะ สงสารก็แต่ท่านเจ้าสัวคงขายหน้าน่าดู’
‘สาธุ.. อย่าหาว่าพูดไม่ดีถึงคนตายเลยนะคะ แต่ก็ถือว่าโชคดีค่ะ ยังเหลือลูกชายที่สามารถมีทายาทสืบทอดธุรกิจให้ท่านเจ้าสัวได้ชื่นใจ’
‘แต่ไม่เห็นตาแชมป์เลยนะคะ’
‘เห็นว่าทางบ้านกลัวตาแชมป์ทำใจไม่ได้เลยส่งไปต่างประเทศ ไม่ยอมให้มางานศพน้อง อย่างว่าฝาแฝดกันนี่คะ’
บรรดาแขกที่มาในงานหันไปกระซิบกระซาบ มีบางเสียงก็ดังจนลอดมาให้ได้ยิน แต่เขาไม่คิดสนใจ เขาสนใจเพียงเจ้าของงานเท่านั้น
ขาสองข้างเริ่มขยับเดินอีกครั้ง เมื่อเขยิบเข้าใกล้ศาลาจัดงานขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ภาพถ่ายที่ตั้งตระหง่านตรงหน้าชัดตาม ใบหน้าที่เคยส่งรอยยิ้มใสซื่อมาให้เสมอมาตอนนี้กลับขาวซีดราวกับกระดาษ
‘ศึก...! อึก...ชนะ..ศึก..!’
น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มไม่อายใคร แต่ยังไม่แตะสัมผัสร่างไร้วิญญาณของคนรัก
‘เฮียมาแล้ว..ศึก...’
‘คุณกลับไปเถอะ ท่านเจ้าสัวไม่อนุญาตให้คุณเข้าไป’ การ์ดคนนึงเข้ามาดึงเขาออกไป
‘กูจะเข้าไปหาเมียกู!’
การ์ดดลุ่มเดิมก็ถูกสะบัดออกด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล
‘พาไอ้คนนี้ไปให้พ้นหน้าฉัน และอย่าให้คนที่ชื่อ ทศกัณฐ์ เข้ามายุ่งในงานนี้ได้อีก’
เจ้าสัวชัยกรสั่งทั้งการ์ดและลูกชายคนโตต่อหน้าผู้บุกรุก เขาไม่ต้องการให้แฟนลับๆ ของลูกชายมาทำให้เขาขายหน้าผู้คนที่มีลูกเป็นเกย์!
การ์ดกรูเข้ามาเพิ่มเพื่อช่วยกันดึงร่างที่ใหญ่โตราวกับยักษ์ตามชื่อออกไปตามคำสั่งที่ได้รับมา
‘บอกให้ปล่อยไงวะ นั่นเมียกู! บอกให้..ปล่อย...!’ สายตาเริ่มพร่าเลือน ก่อนทุกอย่างจะพลันดับวูบ
แต่ในช่วงอึดใจสุดท้าย ปากหนายังคงพึมพำเสียงเบา
‘ศึก..อย่า..ทิ้ง..เฮีย..ไป..’
.
.
.
ณ สนามบิน
‘ดูแลตัวเองด้วยนะ’
เด็กหนุ่มพูดพลางเหม่อมองไปยังท้องฟ้ากว้าง หวังส่งคำพูดนี้ไปกับกระแสลมแรงที่พัดผ่านตัวเขาจนแจ็กเก็ตกันหนาวถูกพัดโป่งไปทางด้านหลัง ก่อนจะก้มหน้าเพื่อเก็บซ่อนหยาดน้ำตาเอ่อคลอไม่ให้ใครเห็น มือข้างหนึ่งจับยึดหมวกปิดบังใบหน้า ส่วนอีกข้างกำสายรัดกระเป๋าเป้ไว้แน่น
‘ถึงเวลาแล้วครับ’ ชายสวมแว่นดำเข้ามาบอกพร้อมออกนำพาเดินเข้าสู่โถงด้านในที่มีนกยักษ์รอให้เขาขึ้นขี่เพื่อโบกบินลาจากทุกอย่างที่นี่ไปให้ไกลสุดขอบสายตา
‘ขอโทษ..ที่ไม่ได้อยู่ด้วยอย่างตามสัญญา’
คำสุดท้ายที่เขาจะกล่าวออกมาเพื่อฝากฝังไว้ยังธรณีแห่งนี้
ณ ที่แห่งนี้ เราเคยรักกัน...
บทล่าสุด
#62 บทที่ 62 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#61 บทที่ 61 มาวินไม่ยอมจบ (อวสาน)
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#60 บทที่ 60 มาวินไม่ยอมจบ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#59 บทที่ 59 ทุกอย่างถูกเฉลย
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#58 บทที่ 58 ทศกัณฐ์หรือมหาชนก
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#57 บทที่ 57 เป็นไปตามแผน
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#56 บทที่ 56 วันเปิดประมูล
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#55 บทที่ 55 น้ำตาที่มาจาก...
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#54 บทที่ 54 เริ่มเดินเกม
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026#53 บทที่ 53 คลานกลับมาขอโทษเมีย (ภาคน้ำตายักษ์) 2
อัปเดตล่าสุด: 8/6/2026
คุณอาจชอบ 😍
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด













