บทนำ
แต่ทว่า อาร์วินกลับไปต้องตาอสูรร้ายในอาภรณ์แพรพรรณและเขี้ยวแหลมคม
บัดนี้ เขาตกเป็นของเจ้าชายเลสเตอร์
ไม่ใช่ด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่ด้วยคำสัตย์สาบาน หากแต่เป็นด้วยสายเลือด สัญญา และชะตากรรมอันโหดร้ายที่เล่นตลก
ในราชวังที่เต็มไปด้วยคมดาบและเสียงกระซิบ อาร์วินถูกนำไปอวดโฉมประหนึ่งสัตว์เลี้ยง ถูกสัมผัสราวกับเป็นของรางวัล และถูกจับจ้องดุจเหยื่อ แต่เขาไม่ใช่คนอ่อนแอ ไม่ใช่คนว่าง่าย หากเลสเตอร์ต้องการคนที่ยอมสยบ ก็คงต้องหักหาญเขาให้แหลกลาญ และอาร์วินก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแตกหักโดยง่าย
“จะรักหรือจะเกลียดข้า” เลสเตอร์กระซิบ พลางกดร่างเขาลง “ไม่ว่าจะทางไหน ข้าก็จะเย็ดเจ้าทุกคืน”
แต่อาร์วินจะไม่ยอมถูกครอบครองโดยไม่ขัดขืน
ไม่ว่าจะโดยแวมไพร์ โดยเจ้าชาย หรือแม้แต่โดยจอมมาร
นี่ไม่ใช่เรื่องรักใคร่หวานชื่น แต่มันคือสงครามแห่งตัณหาราคะและการช่วงชิงอำนาจ
และในปราสาทหลังนี้ ผู้ที่ยอมคุกเข่า… อาจเป็นเพียงผู้เดียวที่รอดชีวิต
🔞 โลหิต. อำนาจ. ความเจ็บปวด.
ขอให้เกมจงเริ่มต้นขึ้น
บท 1
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแทบทนไม่ไหว มันข้นคลั่กและเหม็นคาวราวกับโลหะ ติดหนึบตามผิวหนัง เคลือบลิ้น แผดเผาไปทั่วปอด
ไม่ใช่แค่เลือดของคนอื่น แต่มันคือเลือดของข้าด้วย ซึมออกมาจากบาดแผลที่ข้าไม่อาจใส่ใจได้ อากาศอบอวลไปด้วยเสียงกรีดร้อง แต่กลับอู้อี้ ถูกกลบด้วยเสียงหัวใจของข้าเองที่เต้นรัวดังสนั่นจนหูดับ โซ่ตรวนบาดลึกลงไปในผิวที่ชุ่มโชกด้วยเหงื่อ ข้อมือถลอกปอกเปิก ข้อเท้าบวมเป่งจากการดิ้นรน
แท่นบูชาเบื้องหน้าข้าดูสะอาดสะอ้านและหรูหราเกินไปสำหรับภาพการนองเลือดที่มันเป็นตัวแทน แสงจันทร์สาดส่องลงมายังแท่นบูชา ทำให้สัญลักษณ์แห่งความตายนั้นดูราวกับสิ่งปลูกสร้างของทวยเทพ
เสียงกรีดร้องดังระงมขึ้นอีก กลิ่นคาวเลือดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนข้าพะอืดพะอม ข้าเหลือบมองไปทางขวาและพยายามซ่อนความขยะแขยง พวกแวมไพร์กำลังรอคอย เหล่าผีดูดเลือดอีกมากมารวมตัวกันรอบแท่นบูชา
พวกมันสวมอาภรณ์สีดำ ใบหน้าถูกปิดบังไว้ด้วยหน้ากากยิ้มแฉ่งน่าชังนั่น เทศกาลกำลังดำเนินไปอย่างเต็มที่ ร่างกายหลายร่างถูกลากมาข้างหน้า บ้างสะอึกสะอื้น บ้างแหลกสลายเกินกว่าจะขัดขืน บ้างก็เหลือเพียงร่างไร้ศีรษะไปแล้ว
ข้ากลั้นหายใจและเฝ้ามอง ไม่สิ ข้าบังคับตัวเองให้มอง หากข้าละสายตา ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคนตาย ข้าไม่ยอมเป็นหนึ่งในนั้น
ร่างอีกร่างถูกยกขึ้นไปบนแท่นบูชา เพชฌฆาต...อมนุษย์ที่ดูสง่างามและสูงส่งเกินกว่าความน่าสยดสยองที่มันก่อขึ้น ยกมือขึ้น ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีความปรานี ไม่มีเศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ที่พวกมันทั้งหมดเคยมี
ทั้งโถงพิธีเงียบกริบ แม้แต่เหล่าแวมไพร์ในหน้ากากยิ้มแฉ่งก็หยุดหัวเราะและหันไปจับจ้องยังแท่นบูชา เฝ้าดูการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้น เล็บยาวเฟื้อยของเพชฌฆาตฉีกกระชากผ่านผิวหนัง หักซี่โครงออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย และนิ้วของมันก็กำรอบหัวใจที่ยังคงเต้นตุบๆ
เสียงกรีดร้องโหยหวนและเปียกชื้นหลุดออกมาจากปากเหยื่อ ก่อนที่พวกเราจะได้ยินเสียงเขาสำลักเลือดของตัวเองและมองดูชีวิตที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากดวงตาแบบสดๆ หัวใจที่ชุ่มโชกด้วยเลือดถูกโยนไปให้ฝูงแวมไพร์ผู้หิวโหยซึ่งต่อสู้แย่งชิงอวัยวะชิ้นนั้นราวกับสัตว์ป่าคลุ้มคลั่ง
“คนต่อไป!” คำสั่งเสียงต่ำตวาดก้อง และในวินาทีต่อมา มือข้างหนึ่งก็ตะครุบลงบนบ่าของข้า กระชากข้าไปข้างหน้า ถึงตาข้าแล้ว
“ขยับสิวะ ไอ้ไส้เดือน!” แวมไพร์ตัวนั้นคำรามพร้อมกับจิกเล็บลงบนผิวของข้า
ข้ายอมให้มันลากไป ปล่อยให้มันคิดว่าข้าแหลกสลายแล้ว ว่าข้าหวาดกลัว ถึงขั้นส่งเสียงครางหงิงๆ เหมือนสัตว์บาดเจ็บเพื่อตบตา แต่ในจังหวะที่มันคลายมือเพื่อผลักข้าขึ้นไปบนแท่นบูชานั่นเอง ข้าก็เคลื่อนไหว
ประสบการณ์เอาชีวิตรอดนานหลายปีสอนให้ข้ารู้วิธีใช้ร่างกายเป็นอาวุธ ข้าบิดตัว ถ่ายน้ำหนัก แล้วกระทืบเท้าเข้าที่หัวเข่าของตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบชื้นแฉะ เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวด และมันก็ทรุดลง ข้าไม่รอให้มันล้มถึงพื้น ข้าวิ่ง
“จับมันไว้!” ใครบางคนตะโกนลั่น
ความโกลาหลปะทุขึ้นเบื้องหลัง แต่ข้าไม่หันกลับไปมอง ลานกว้างแห่งนี้คือเขาวงกตที่เต็มไปด้วยร่างกึ่งไร้ชีวิต ของคนที่ข้าเคยเรียกว่าเพื่อน ของดวงวิญญาณสิ้นหวังที่กำลังจะตาย
ข้าไม่มีแผน ไม่มีไอเดียจริงๆ ว่าจะหนีออกจากพิธีนี้ได้อย่างไร แต่ลึกๆ แล้วข้ารู้อยู่เสมอว่ามันไม่เคยมีแผนหนีที่แท้จริงอยู่แล้ว สิ่งที่ข้ามีคือความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะรอดชีวิต และความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าถ้าข้าหยุดวิ่ง ข้าจะต้องลงเอยเหมือนทุกคนก่อนหน้านี้...คือตาย
เงาหลายสายเคลื่อนไหวอยู่รอบตัวข้า พวกมันเร็วเกินไป เป็นเพียงภาพพร่ามัวที่เคลื่อนผ่านไปใกล้ๆ ฝูงแวมไพร์ที่มาถึงตัวข้าก่อนที่ข้าจะไปถึงขอบลาน
มือของพวกมันตะครุบฉุดกระชากฉัน กรงเล็บฉีกกระชากเนื้อผ้าบางๆ ของเสื้อฉันได้ง่ายดายไม่ต่างกับฉีกผิวหนัง ฉันต่อสู้เยี่ยงสัตว์ป่า เพราะนั่นคือสิ่งที่ฉันได้กลายเป็นไปแล้ว ทั้งหมัด เล็บ และฟัน...ฉันใช้มันทั้งหมด
ในหัวฉันมีเพียงความคิดเดียวคือต้องรอด สัญชาตญาณเดียวที่เหลืออยู่คือการสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ฉันดิ้นรนต่อไปขณะที่เลือดสาดกระเซ็นเต็มใบหน้าและมือ...เลือดของพวกมันและของฉัน ฉันแยกไม่ออกอีกต่อไปแล้วว่าเลือดใครเป็นเลือดใคร และฉันไม่สนใจด้วยซ้ำ
แล้วกรงเล็บแหลมคมก็ข่วนตะกุยลงบนบ่า ฉีกเนื้อฉันออกเป็นทางอย่างง่ายดาย เท้าหนักๆ กระแทกเข้าที่ซี่โครง ส่งฉันกระเด็นล้มกลิ้ง
ตอนที่ฉันล้มลง เศษดินก็ทะลักเข้าปาก ร่างกายเจ็บปวดรวดร้าวและกรีดร้องประท้วง “ไม่” ฉันกระซิบ ไม่ใช่แบบนี้สิ ฉันจะมาตายแบบนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ด้วยน้ำมืออันละโมบของพวกมัน
ฉันรู้สึกถึงเล็บแหลมของใครบางคนจิกเข้ามาในเนื้อที่แผ่นหลัง แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็งเมื่อปรากฏตัวตนหนึ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า
อากาศรอบตัวเราพลันเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่หนาทึบและน่าอึดอัด มันหนักอึ้งจนน่าคลื่นไส้ ฉันไม่อาจสูดหายใจเข้าไปได้เลย มันอบอวลไปด้วยบางสิ่งที่ฉันไม่อาจเรียกชื่อได้ บางสิ่งที่ฉันรู้ว่าควรจะทำให้ฉันต้องหนี หนีเพื่อเอาชีวิตรอดอีกครั้ง แต่ฉันก็ขยับตัวไม่ได้...เช่นเดียวกับเหล่าแวมไพร์
และแล้ว ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังก้องไปทั่ว แวมไพร์ตนนั้นก็ดึงกรงเล็บออกจากเนื้อของฉัน และพวกมันทั้งหมดก็แตกฮือกระจัดกระจายไปราวกับฝูงแมลงตัวเล็กๆ
ฉันใช้โอกาสในการหลบหนี ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ฉันรู้ว่าจะอยู่ไม่นาน ฉันพยุงตัวขึ้นด้วยข้อศอกแม้จะเจ็บปวด ลมหายใจหอบกระชั้น ดวงตาเบิกกว้างอย่างสิ้นหวัง
แต่ก่อนที่จะทันได้มองหาทางออก ฉันก็เห็นเขา
แสงจันทร์สาดส่องต้องร่างของเขาราวกับฉากในภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ เขาสูงสง่า รูปร่างราวกับรูปสลักชั้นเลิศ...สมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็นจริง เส้นผมยาวสลวยสีเข้มล้อมกรอบใบหน้าของเขาราวกับภาพวาดล้ำค่า ดวงตาของเขาเป็นสีเดียวกับเลือดที่เพิ่งหลั่งไหล...นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นจับจ้องมาที่ฉัน
ลมหายใจของฉันสะดุดในลำคอ ชายคนนั้น...เขาคือบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวทัดเทียมกับความสูงส่งดุจเทพเจ้า และเขากำลังมองฉันอยู่ ไม่ใช่พวกแวมไพร์ ไม่ใช่กองเลือด ไม่ใช่พิธีเฉลิมฉลองที่ฉันวิ่งเข้ามารบกวนระหว่างพยายามหนี...มีเพียงฉันเท่านั้น
เมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้ เลือดในกายฉันก็เย็นเยียบ ฉันจำเขาได้ ชายผู้ที่กำลังมองฉันราวกับเหยื่อรายต่อไปคือตำนาน เลสเตอร์ เจ้าชายแวมไพร์...เทพเจ้าและอสูรกายในร่างไร้ชีวิตเดียวกัน
ชื่อของเขาเป็นสิ่งที่เหล่ามนุษย์ไม่กล้าเอ่ยออกมาดังๆ เช่นเดียวกับฉัน ด้วยความกลัวว่าเพียงแค่เอ่ยนามนั้นก็จะสาปให้พวกเราทุกคนต้องเผชิญหน้ากับเขา
ฉันตัวแข็งทื่ออยู่บนพื้น แหงนหน้ามองเขาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดขณะที่เขาก้าวเข้ามาหยุดห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากจะเผยอออก “ของข้า” ถ้อยคำนั้นดังกระหึ่ม ก้องกังวานเหนือทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นด้วยพลังอำนาจที่ฉันไม่เคยรู้ว่าน้ำเสียงจะครอบครองได้
ผิวของฉันร้อนผ่าว ปั่นป่วนในท้องเมื่อเขายื่นมือมาหา ฉันขยับตัวไม่ได้ แต่ก็เค้นเสียงแผ่วเบาออกมาได้ว่า “ไม่” และพยายามจะเหวี่ยงหมัดใส่เขาขณะที่มือของเขาใกล้เข้ามา
เขาคว้าข้อมือฉันไว้ได้อย่างง่ายดาย แรงบีบนั้นคือคำเตือน...เป็นพลังที่มากพอจะย้ำเตือนฉันว่าเขาสามารถหักกระดูกฉันให้แหลกได้ด้วยความพยายามเพียงน้อยนิด
“ดิ้นรนไปเถอะ มนุษย์ตัวน้อย” เขากระซิบ “มันก็แค่ทำให้การล่ายิ่งหอมหวานขึ้นเท่านั้น”
ฉันดิ้นรนขัดขืน แต่ร่างของเขานิ่งไม่ไหวติง เขามองฉันด้วยความขบขันและบางสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นฉายวูบในดวงตาสีแดงคู่นั้น
“ปล่อยฉันนะ!” ฉันคำราม เล็บข่วนไปตามแขนของเขาอย่างสิ้นหวัง
เลสเตอร์หัวเราะเบาๆ “โอ แต่ข้าเพิ่งจะเจอเจ้า” เขากระซิบ “แล้วเหตุใดข้าถึงจะปล่อยเจ้าไปเล่า”
บทล่าสุด
#203 204
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#202 203
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#201 202
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#200 201
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#199 200
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#198 199
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#197 198
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#196 197
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#195 196
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#194 195
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













