บทนำ
บท 1
เสียงปืนนัดที่สามเจาะทะลุกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมจนแตกละเอียด เศษแก้วร่วงกราวลงกระแทกพื้นราวกับห่าฝน เสียงกรีดร้องของเด็กนักเรียนนับร้อยดังก้องสะท้อนผนัง หักล้างกับเสียงตะโกนกร้าวของชายฉกรรจ์ที่กวัดแกว่งอาวุธอยู่กลางห้อง
"หุบปากให้หมด!"
ขวัญใจตะครุบปากตัวเองแน่น ร่างเล็กขดตัวสั่นสะท้านอยู่ใต้โต๊ะไม้พับหลังเวที หัวเข่าสองข้างรวบชิดอกจนปวดเกร็ง กระโปรงนักเรียนสีกรมท่าเปรอะเปื้อนทั้งฝุ่นและคราบเลือดข้นคลั่กที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร
กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นดินปืนลอยคลุ้ง บีบคั้นให้ความหวาดกลัวเกาะกินลึกถึงขั้วหัวใจ เด็กสาววัยสิบแปดปีพยายามกลั้นเสียงสะอื้นสุดกำลัง ก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือที่หน้าจอแตกร้าว แบตเตอรี่เหลือเพียงสี่เปอร์เซ็นต์พอๆ กับความหวังที่ริบหรี่ลงทุกที
ข้อความสุดท้ายยังค้างเติ่ง ส่งไม่ถึงผู้เป็นแม่
'แม่จ๋า วันนี้โรงเรียนมีแนะแนวอาชีพ หนูกลับเย็นนะ'
ขวัญใจเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด ได้กลิ่นสนิมจางๆ ในโพรงปาก เมื่อเช้าเธอยังอิดออดไม่อยากมาโรงเรียนเพราะต้องตื่นแต่เช้ามืดมาช่วยครูจัดสถานที่ แถมยังเถียงกับแม่เรื่องขนมปังสองชิ้นที่ถูกยัดใส่กระเป๋าทั้งที่บอกว่าไม่หิว
แต่ในวินาทีนี้ สิ่งเดียวที่เธอโหยหาคือการได้กลับบ้านไปกินขนมปังชิ้นนั้น กลับไปเถียงกับแม่เรื่องเดิมๆ และกลับไปนอนบนเตียงที่รกไปด้วยหนังสือเตรียมสอบ กลับไปมีชีวิตที่แสนธรรมดาอีกครั้ง
"ใครอยู่ตรงนั้น!"
เสียงตวาดกร้าวทำเอาลมหายใจของเด็กสาวสะดุด รองเท้าหนังเปื้อนฝุ่นก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะที่เธอซ่อนตัว เสียงพื้นรองเท้าย่ำลงบนเศษกระจกแตกดังกรอบแกรบ ทีละก้าว ดังก้องราวกับมัจจุราชกำลังเคาะประตูเรียก
ขวัญใจรีบยกมือปิดจมูก กลั้นหายใจจนรู้สึกแสบร้อนลึกถึงปอด หยาดน้ำตาร่วงเผาะอาบแก้ม
เมื่อสิบห้านาทีก่อนทุกอย่างยังปกติดี โรงเรียนจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพประจำปี มีทั้งแพทย์ วิศวกร ทหาร และตำรวจมาเป็นวิทยากรให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเกือบสองร้อยชีวิต กระทั่งเสียงรถยนต์พุ่งชนรั้วโรงเรียนดังสนั่น
ชายสี่คนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในอาคาร คนหนึ่งเลือดอาบแขน อีกคนกระชากลากถูครูเวรติดมือมาด้วย พวกมันกำลังหนีตายจากการไล่ล่า ก่อนจะตัดสินใจใช้เด็กนักเรียนและวิทยากรเป็นโล่กำบัง
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะตั้งรับทัน ครูหลายคนถูกบังคับให้นั่งรวมกันกลางห้อง นักเรียนถูกไล่ให้หมอบคว่ำหน้า วิทยากรแพทย์ฉุกเฉินที่พยายามเข้าไปช่วยห้ามเลือดคนที่ถูกยิง กลับถูกคนร้ายใช้ด้ามปืนตบจนทรุดลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มกระเบื้องสีขาว
"เมื่อกี้กูเห็นอะไรขยับ"
เสียงแหบพร่าอยู่ใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่เหม็นสาบปนกลิ่นเหงื่อ โต๊ะไม้พับสั่นกึกเมื่อมือหยาบกร้านคว้าหมับเข้าที่ขอบโต๊ะ
ขวัญใจหลับตาแน่น ในหัวมีเพียงใบหน้าของแม่
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากประตูด้านหน้า ควันสีขาวพุ่งทะลักปกคลุมทั่วห้องประชุม ตามมาด้วยเสียงปืนรัวไม่ยั้ง หูของขวัญใจอื้ออึงไปหมด
"ตำรวจ!" "หมอบลง!" "ทิ้งอาวุธ!"
คนร้ายที่กำลังจะพลิกโต๊ะหันขวับไปทางต้นเสียง มันง้างไกยิงสวนกลับไปในม่านควันโดยไม่ลังเล กระสุนพุ่งเจาะผนังและเก้าอี้ดังหูดับตับไหม้ เศษไม้และปูนปลิวว่อน
ขวัญใจยกมืออุดหู ร่างทั้งร่างสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ โต๊ะพับเหนือศีรษะถูกชนจนล้มโคร่ง เผยให้เห็นเงาดำหลายร่างในชุดยุทธวิธีเคลื่อนที่ฝ่าม่านควันเข้ามาอย่างเฉียบขาด
ท่ามกลางความโกลาหล คนร้ายที่อยู่ใกล้ที่สุดหันกลับมา นัยน์ตาแดงก่ำเบิกกว้างเมื่อสบเข้ากับเด็กสาวที่ไร้ทางหนี
"มึง!"
มันกระชากต้นแขนเธอ ดึงร่างบางขึ้นจากพื้นอย่างป่าเถื่อนจนหัวไหล่แทบหลุด เสียงกรีดร้องของขวัญใจถูกกลืนหายไป ท่อนแขนแข็งแรงรัดลำคอเธอแน่นจนหายใจไม่ออก ก่อนที่ความเย็นเยียบของปลายกระบอกปืนจะกดจ่อลงบนขมับด้านขวา
"ถอยไป!" มันตะโกนก้อง คอหอยสั่นเครือ "ถอยไป ไม่งั้นกูยิงเด็กนี่!"
ขวัญใจตัวแข็งทื่อ เบื้องหน้าคือเจ้าหน้าที่สามนายที่เล็งอาวุธตรงมา ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางสูงกว่าคนอื่นเล็กน้อย เขาสวมหมวกนิรภัยและหน้ากากไหมพรมสีดำสนิท มีเพียงนัยน์ตาคมกริบดุดันที่ทะลุผ่านความมืดมิดมาหยุดอยู่ที่เธอ
แววตาคู่นั้นเยือกเย็น เยือกเย็นจนขวัญใจรู้สึกเหมือนเสียงโกลาหลรอบตัวถูกตัดขาดไปชั่วขณะ
"วางปืน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเด็ดขาดดังก้องลอดหน้ากาก
"มึงอย่าเข้ามา!" คนร้ายตะโกนพลางกระชากคอขวัญใจแน่นขึ้น "เปิดทางให้กู เดี๋ยวนี้!"
ขวัญใจหายใจไม่ออก น้ำตาไหลอาบแก้มขณะจ้องดวงตาของชายชุดดำตรงหน้าอย่างเว้าวอน ปลายกระบอกปืนกดลึกลงบนผิวเนื้ออ่อนจนรู้สึกถึงความเจ็บปวด
ชายชุดดำขยับเท้าเข้าใกล้หนึ่งก้าวโดยไร้สุ้มเสียง
"บอกให้ถอยไปไงวะ!"
"ใจเย็น" เขาพูดเสียงราบเรียบ ต่างจากคนร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่งอย่างสิ้นเชิง "มองออกไปข้างนอก คุณก็รู้ว่าไม่มีทางหนีรอด กองกำลังของเราล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว"
"มึงหุบปาก! เอารถมาให้กูเดี๋ยวนี้!"
คนร้ายตะเบ็งเสียงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ชายชุดดำลดปลายกระบอกปืนในมือลงช้าๆ คล้ายจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทว่าแววตายังคงจับจ้องเหยื่อไม่กะพริบ
"ผมจัดรถให้คุณได้" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง แต่แฝงความคุกคามอยู่ในที "แต่คุณต้องมีชีวิตเดินออกไปขึ้นรถ ไม่ใช่กลายเป็นศพอยู่ที่นี่"
คนร้ายชะงักไปเล็กน้อย
"เพื่อนคุณที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่ถึงมือหมอภายในสิบนาที เขาตายแน่" ชายชุดดำชี้ให้เห็นถึงความจริงที่บีบคั้น "โทษค้ายามันยังพอสู้คดีได้ แต่ถ้าคุณลั่นไกฆ่าเด็กคนนี้ คุณจะไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าออกจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว"
คำขู่ที่มาพร้อมกับความจริงอันเยือกเย็นทำเอาคนร้ายลอบกลืนน้ำลาย แขนที่รัดคอเด็กสาวสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด มันกำลังตื่นกลัว ลังเล และสับสน
"ปล่อยเด็กซะ" เขายื่นข้อเสนอสุดท้าย "แล้วผมจะสั่งให้ลูกน้องถอยไป"
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 คำตอบที่รอคอย
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#32 บทที่ 32 เพราะผมเป็นตำรวจ
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#31 บทที่ 31 ร่องรอยในอดีต
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#30 บทที่ 30 คอยดูแล
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#29 บทที่ 29 ขวัญใจของสารวัตร
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#28 บทที่ 28 คำสารภาพ
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#27 บทที่ 27 มองผม
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#26 บทที่ 26 คนร้อนตัว
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#25 บทที่ 25 หมอตัวแสบ
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#24 บทที่ 24 รอคำสั่ง
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
ใต้เงาเสน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักไม่หลอก
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า













