บทนำ
แต่หารู้ไม่ว่าแม่วัวตัวนี้... สมองเพชร ปากจัดจ้าน และพร้อมตอกกลับจนบอสต้องเสียอาการ!
‘ปานชีวา’ บัณฑิตสาวดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต้องมารับตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยส่วนตัว’ พ่วงหน้าที่ ‘เนื้อคู่บุญแก้เคล็ด’ ให้กับ ‘วิษณุ’ ซีอีโอหนุ่มหน้าหล่อแต่ปากร้ายยิ่งกว่ากรรไกร!
เขาตั้งป้อมรังเกียจเธอตั้งแต่แรกเห็น สารพัดความเผด็จการถูกงัดมาใช้เพื่อบีบให้ยัยเนื้อคู่กำมะลอทนไม่ไหวแล้วลาออกไปเอง
แต่ฝันไปเถอะ! นางเอกยุคใหม่อย่างหนูอีฟมีหรือจะยอมก้มหัวให้โดนโขกสับฟรีๆ ด่ามาด่ากลับ ไม่โกง! ยิ่งเจ้านายปากหมาใส่ เธอก็ยิ่งงัดความฉลาดและความกวนขั้นสุดไปปั่นประสาทให้เขาสติหลุด
จากที่สาดสงครามประสาทใส่กันทุกห้านาที... ไปๆ มาๆ ทำไมอีตาบอสมาเฟียจอมเผด็จการถึงเริ่มออกอาการ ‘หวงก้าง’ ขั้นสุดซะงั้น!?
ยิ่งเมื่อปานชีวาบังเอิญไปรู้ความลับระดับสิบกะโหลกว่า ‘นางฟ้า’ แสนดีในใจของบอส แท้จริงแล้วกำลังสวมเขาให้เขายาวเฟื้อยข้ามทวีป...
งานนี้แม่วัวพยศจะใช้ความแซ่บขยี้สิงโตหนุ่มให้ตบะแตกคาห้องทำงานยังไง?
เตรียมพบกับสมรภูมิรักที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรี ความฟิน และความแซ่บซี๊ดถึงใจ! มาพิสูจน์ความตัวตึงของหนูอีฟกันค่ะ รับรองว่าสะใจทุกบรรทัด
บท 1
กลิ่นดอกมะลิและดอกดาวเรืองที่ตลบอบอวลอยู่ในร้าน ‘ธิชา มาลัยศิลป์’ ไม่ได้ช่วยให้จิตใจของฉันสงบลงได้เลยสักนิด
ฉันกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น นัยน์ตาสั่นพร่าขณะจ้องมองข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอเมื่อห้านาทีก่อน... มันเป็นข้อความจาก ‘เสี่ยกริช’ เจ้าหนี้นอกระบบรายใหญ่แห่งปากช่อง ที่ส่งรูปถ่ายหน้าบ้านสวนของครอบครัวฉันมาให้ พร้อมกับประโยคข่มขู่ที่ทำให้ฉันแทบจะหยุดหายใจ
[‘ถ้าสิ้นเดือนนี้ไม่มีเงินก้อนห้าแสนมาโปะหนี้ที่พ่อแม่หนูค้ำประกันไว้ เตรียมตัวเก็บกระเป๋ามาเป็นคุณนายบ้านเสี่ยได้เลยนะจ๊ะหนูอีฟ... หรือจะยอมเห็นพ่อแม่โดนยึดบ้านจนไม่มีที่ซุกหัวนอน ก็เลือกเอา’]
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก พ่อของฉันเป็นคนซื่อ ท่านหลงเชื่อใจญาติสนิทจนยอมเซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ สุดท้ายญาติคนนั้นก็เชิดเงินหนี ทิ้งหนี้ก้อนโตพร้อมดอกเบี้ยมหาโหดร้อยละยี่สิบต่อเดือนไว้ให้ครอบครัวเราต้องเผชิญชะตากรรม
ปลายนิ้วที่สั่นเทาของฉันเลื่อนปิดแชตนั้น แล้วกดเข้าไปดูรูปถ่ายครอบครัวในอัลบั้ม... ภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ เป็นเพียงภาพเดียวในชีวิตที่ฉันรู้สึกว่าตัวเอง ถูกรัก
ฉันกัดฟันสู้ชีวิต ปากกัดตีนถีบ ส่งเงินทุกบาททุกสตางค์กลับบ้านเพื่อแก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หวังเพียงแค่สักวัน... จะได้รับสายจากพ่อแม่ที่โทรมาถามว่า ‘กินข้าวหรือยัง’ หรือ ‘เหนื่อยไหมลูก’ ฉันหวังเพียงแค่พวกท่านจะหันมามองและภูมิใจในตัวฉันบ้าง แต่ไม่เคยเลย... สิ่งเดียวที่ถูกส่งมาถึงฉันเสมอ คือตัวเลขหนี้สินและภาระที่ทิ้งให้ฉันต้องดิ้นรนเพียงลำพัง
หยาดน้ำตาร้อนผ่าวหยดแหมะลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ฉันมองรูปนั้นด้วยสายตาสิ้นหวัง ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอและสะอื้นไห้อย่างไร้เสียง... เพียงแค่ครู่เดียว ฉันก็ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวกๆ แล้วสะบัดหน้าหนีความเจ็บปวดนั้นราวกับรังเกียจมัน
จะมัวมาร้องไห้เรียกร้องความรักที่ไม่มีอยู่จริงไม่ได้ ฉันต้องรอด
“ยัยอีฟ... เป็นอะไรไป หน้าซีดเชียว”
ธิชา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความเป็นห่วง ฉันรีบสูดลมหายใจเข้าลึก กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ซ่อนความเปราะบางเหวอะหวะทั้งหมดเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มมั่นใจและท่าทีที่ไม่เคยแคร์โลกเหมือนที่ทำทุกครั้ง
“เปล่าหรอก... แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะ วันนี้ฉันมีสัมภาษณ์งานที่ วี เอนเนอร์จี กรุ๊ป นะเว้ย บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศเลยนะ”
ฉันพยายามปรับเสียงให้ร่าเริง ลุกขึ้นปัดกระโปรงทรงเอสีเบจที่จับคู่กับเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบ
“ระดับปานชีวา เกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาการตลาดพ่วงดีกรีเหรียญทอง แกต้องได้งานนี้แน่นอน สู้ๆ นะเว้ย!”
ธิชาชูสองนิ้วให้กำลังใจ
“อืม... ฉันต้องได้”
ฉันพึมพำกับตัวเอง แววตาเด็ดเดี่ยวขึ้น
“เพราะนี่คือทางรอดเดียวของชีวิตฉัน”
. สองชั่วโมงต่อมา ...
ฉันนั่งหลังตรงแหน่วอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวมภายในห้องสัมภาษณ์ของบริษัท วี เอนเนอร์จี กรุ๊ป บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาร่วมงาน ฝั่งตรงข้ามของฉันคือ ‘คุณสมศรี’ หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ก็คือ... ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ เธอยังไม่แม้แต่จะเปิดดูพอร์ตโฟลิโอแผนการตลาดที่ฉันอดนอนทำมาทั้งสัปดาห์เลยด้วยซ้ำ เธอเอาแต่จ้องหน้าฉัน สลับกับมองหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังวิดีโอคอลกับใครบางคนอยู่
“เอ่อ... ขออนุญาตนะคะ พอดีเคสของคุณปานชีวา ค่อนข้างจะ พิเศษ นิดหน่อยค่ะ”
คุณสมศรียิ้มแหยๆ ก่อนจะหันหน้าจอแท็บเล็ตมาทางฉัน
บนหน้าจอปรากฏภาพของชายชราท่าทางภูมิฐาน นัยน์ตาแหลมคมดุจพญาเหยี่ยว เขากำลังนั่งจิบชาและก้มมองแผ่นกระดาษยันต์สีแดงในมือสลับกับมองหน้าฉันผ่านกล้อง... เขาคือ ‘เจ้าสัวธนกร’ ประธานใหญ่ผู้ก่อตั้งบริษัทแห่งนี้
(“อืม... หน้าผากอิ่มเอิบ แววตาสุกใสมีพลังแต่แฝงความใจเย็น โหงวเฮ้งดีมาก!”)
เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังลอดลำโพงออกมา (“ยิ่งวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากที่ซินแสให้มา... ดวงชะตาเป็นธาตุน้ำหล่อเลี้ยง ส่งเสริมธาตุไฟของตาวิษณุมันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เกิดมาเพื่อเป็น คู่บุญ ดับไฟในใจลูกชายฉันชัดๆ!”)
ฉันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะหุบไม่ลงคู่บุญ? ธาตุน้ำ? นี่ฉันมาสัมภาษณ์งานตำแหน่งนักการตลาด หรือมาดูดวงหาคู่สมพงษ์ให้ลูกชายเจ้าสัวกันแน่วะเนี่ย!
(“รับเด็กคนนี้เข้าทำงานเดี๋ยวนี้คุณสมศรี! จัดให้อยู่ในตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยส่วนตัว’ ของตาวิษณุ ให้เงินเดือนสตาร์ทเจ็ดหมื่น! รีบเอามาช่วยแก้เคล็ดปัดเป่าความซวยด่วนเลย เพราะยัยคู่หมั้นน่ะดวงกาลกิณี ขัดโชคขัดลาภ ทำเอาลูกชายฉันเกือบรถคว่ำดวงตกมาหลายรอบแล้ว! และถ้าหนูอีฟช่วยปรับนิสัยเกรี้ยวกราดของมัน หรือจับมันทำผัวได้ ฉันมีเงินขวัญถุงให้อีกสิบล้าน!”)
“เดี๋ยวสิคะท่าน!”
ฉันลุกพรวดขึ้นทันที ความอดทนขาดผึง
“หนูมาสมัครงานเพราะความสามารถ ไม่ได้มาเป็นเครื่องรางแก้เคล็ด หรือรับจ้างแต่งงานนะคะ ถ้าท่านไม่พิจารณาจากผลงาน หนูขอสละสิทธิ์ค่ะ”
ฉันหอบพอร์ตโฟลิโอแนบอก เตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้องแห่งนี้ ทว่าคุณสมศรีกลับถลากระโดดข้ามโต๊ะมาคว้าแขนฉันไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แววตาของเธอแทบจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด
“เดี๋ยวสิหนูอีฟ! ใจเย็นๆ ก่อนลูก! ฟังพี่ก่อน!”
เธอละล่ำละลัก อ้อนวอนเสียงสั่น
“หนูมาทำงานเป็นผู้ช่วยบอสวิษณุจริงๆ จ้ะ ใช้สมองและความสามารถของหนูนี่แหละ ส่วนเรื่องดวง ถือว่าเป็นความสบายใจของเจ้าสัวท่าน... พี่ขอร้องล่ะลูก พี่หาคนมาทำงานกับบอสวิษณุไม่ได้เลย ใครมาก็อยู่ไม่ถึงเดือน โดนบอสอาละวาดไล่ออกหมด!”
คุณสมศรีกระซิบเสียงเบาลง แววตาจริงจัง
“ถ้าหนูรับงานนี้... ต่อให้หนูทนบอสไม่ไหว หรือบอสแกล้งประเมินไม่ผ่านโปร ทางบริษัทมีเงื่อนไขพิเศษ จ่าย ค่าตกใจ ให้หนูทันทีหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ขอแค่หนูอดทนทำงานให้ครบสามเดือน อย่าชิงลาออกไปเองก็พอ ช่วยพี่เถอะนะ ถือว่าช่วยต่อลมหายใจให้พี่!”
ฝีเท้าของฉันหยุดชะงักราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้กับพื้น สมองที่เคยประมวลผลกลยุทธ์การตลาด เริ่มคำนวณตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว...
เงินเดือนเจ็ดหมื่น คูณสามเดือน เป็นสองแสนหนึ่งหมื่น... บวกกับค่าตกใจอีกแสนห้า... รวมเป็นสามแสนหกหมื่นบาท
ยอดหนี้ห้าแสนของเสี่ยกริชจะถูกปลดเปลื้องไปเกินครึ่งภายในเวลาแค่สามเดือน และที่สำคัญ... ฉันจะได้รอดพ้นจากการถูกจับไปทำเมียน้อยขัดดอก
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่ววินาที ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยความเด็ดเดี่ยว... ในเมื่อโชคชะตามันบีบคั้น ฉันก็ต้องใช้ความสามารถและดวง ที่เจ้าสัวยัดเยียดให้นี่แหละ เป็นอาวุธในการเอาตัวรอด
“ตกลงค่ะ...”
ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับคุณสมศรี
“หนูจะเซ็นสัญญา แต่ระบุเงื่อนไขเงินชดเชยแสนห้านั่นให้ชัดเจนด้วยนะคะ”
บทล่าสุด
#99 บทที่ 99 บทพิเศษ : คนสวยของพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#98 บทที่ 98 บทพิเศษ:หัวใจที่เสียอาการ
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#97 บทที่ 97 พันธะร้าย... กลายเป็นรักนิรันดร์
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#96 บทที่ 96 คำสัญญาของเขยหมื่นล้าน
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#95 บทที่ 95 คำอธิษฐานใต้แสงจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#94 บทที่ 94 สงกรานต์ของไอ้โบ้ขี้หวง
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#93 บทที่ 93 วิกฤตการณ์พิสูจน์รัก
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#92 บทที่ 92 ไอ้โบ้ตามจีบเมีย
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#91 บทที่ 91 ประกาศิตสิงโต
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#90 บทที่ 90 นายจ้างหน้าเลือด
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~













