บทนำ
บท 1
แสงแดดเดือนเมษายนของประเทศไทยไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะกับ ‘อัญภัทร’ หรือ ‘หนูอัญญา’ บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเตะฝุ่นว่างงานมาหมาด ๆ และตอนนี้... เธอกำลังยืนขาแข็งอยู่ท่ามกลางดงฝุ่นแดง ๆ ของจังหวัดชัยภูมิ
“แม่นะแม่... บอกว่าไปสมัครงานที่ระยองก็ไม่ให้ไป ดันส่งมาตกระกำลำบากอะไรที่นี่เนี่ย!”
หญิงสาวร่างบางในชุดเดรสลูกไม้สีขาว ที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนเพราะฝุ่น บ่นกระปอดกระแปดขณะลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ไปตามทางลูกรัง มืออีกข้างพยายามกางร่มกันยูวีที่ดูจะสู้แรงแดดเปรี้ยง ๆ ตอนบ่ายสองไม่ไหว
สาเหตุที่เธอต้องระเห็จมาไกลถึงอีสาน ทั้งที่ใจอยากนอนตากแอร์อยู่กรุงเทพฯ ก็เพราะคำสั่งประกาศิตจาก ‘คุณนายแม่’ สายมูเตลูตัวมัมตัวมารดานั่นเอง
ย้อนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว...
‘อัญญา... ซินแสบอกว่าดวงปีนี้ชงหนัก ตกงาน แฟนทิ้ง (ซึ่งก็จริง) หนักกว่านั้นถึงขั้นเลือดตกยางออก ทางแก้เดียวคือเอ็งต้องไปไหว้พระธาตุ แล้วไปรอดู ‘ดอกกระเจียวบาน’ ที่ชัยภูมิ ไปขอพรกับดอกแรกที่มันแทงยอดขึ้นมา แล้วชีวิตเอ็งจะรุ่งโรจน์!’
‘โธ่แม่! นี่มันเดือนเมษา! หน้าแล้ง! ดอกกระเจียวบ้านไหนมันจะบานตอนนี้ มันต้องหน้าฝนโน่น!’ เธอเถียงคอเป็นเอ็นในตอนนั้น
‘ก็ไปรอสิยะ! ไปดัดนิสัยซะบ้าง จบมาก็ยังไม่ได้ทำงานทำการ ไปอยู่กับป้าดวงญาติห่างๆ ของแม่ที่นั่น เขาฝากฝังเจ้าของไร่ไว้ให้แล้ว ไปช่วยงานเขาแลกข้าวแลกน้ำ รอจนกว่าดอกมันจะบานค่อยกลับมา!’
และนั่น... คือจุดเริ่มต้นของมหกรรมความซวย
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดังมาจากด้านหลัง ทำให้อัญภัทรสะดุ้งสุดตัว รถกระบะโฟร์วิลคันใหญ่สีดำสนิทขับปาดหน้าเธอแล้วเบรกจนฝุ่นตลบ
“แคกๆๆ!” หญิงสาวสำลักฝุ่นจนหน้าดำหน้าแดง รีบเอามือปิดจมูก
ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นดินแห้งแล้ง ตามมาด้วยเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ก้าวลงมายืนประจันหน้าเธอ
อัญภัทรอึ้งไปชั่วขณะ... ไม่ใช่เพราะความสูงหรือหุ่นนายแบบของเขา แต่เป็นเพราะ ‘ออร่าความขาว’ ที่กระแทกตาเข้าอย่างจัง
ผู้ชายตรงหน้าผิวขาวจัด... ขาวแบบไม่เกรงใจแดดเมืองไทย ขาวจนเธอที่ทาครีมกันแดดมาสิบชั้นยังต้องอาย ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิทไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาราวกับกำลังตีราคา!... และดูเหมือนผลการตีราคาจะออกมา ‘ติดลบ’
“อัญภัทร... ลูกสาวคุณน้าดวงใจใช่ไหม?” เสียงทุ้มถามห้วน ๆ ไม่มีหางเสียง
“เอ่อ...ไม่ใช่ลูกค่ะเป็นหลานค่ะ หนูชื่ออัญญาเองค่ะ” เธอยกมือไหว้เก้ๆ กังๆ และแทนตัวเองว่าหนู ดูเหมือนเขาจะแก่กว่าเธอน่าจะอายุอานามสักสามสิบห้าได้ แต่เขาดูดีมาก ๆ
ชายหนุ่มรับไหว้ด้วยการพยักหน้าเพียงนิดเดียว ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดแบบไม่คิดจะรักษามารยาท
“ผมนึกว่าป้าดวงแกพูดเล่นเรื่องจะส่งหลานมาดัดนิสัย... ไม่นึกว่าจะส่งมาจริงๆ”
“เอ่อ...” อัญภัทรหน้าชา
“ผมชื่อ ‘หมอกคราม’ เจ้าของไร่นี้” เขาแนะนำตัวสั้นๆ สายตายังคงจับจ้องที่ชุดกระโปรงลูกไม้และรองเท้าส้นสูงของเธอด้วยความขัดใจ
“บอกไว้ก่อนนะว่าที่นี่ไร่ ไม่ใช่รีสอร์ท และตอนนี้ก็ไม่ใช่หน้าฤดูท่องเที่ยว...!”
เขากวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่แห้งแล้งและฝุ่นสลับกับมองคนตรงหน้า ที่ใส่ชุดมาราวกับจะไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ที่เชียงใหม่
“ดอกกระเจียวมันยังไม่บานหรอกคุณ... มาผิดฤดูแล้ว”
“ทราบค่ะ...อัญภัทรกัดฟันตอบแต่คุณแม่บอกว่า...”
“ช่างเถอะ มาแล้วก็แล้วกันไป” พ่อเลี้ยงหนุ่มตัดบทอย่างรำคาญใจ “ขึ้นรถ เดี๋ยวผมไปส่งที่พัก”
อัญภัทรใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจไปส่ง... เธอรีบลากกระเป๋าจะไปขึ้นรถ แต่เขากลับยืนกอดอกนิ่ง ไม่คิดจะช่วยยกกระเป๋าใบหนักอึ้งขึ้นท้ายกระบะให้เลยสักนิด
‘ไอ้ผู้ชายหน้าขาวใจดำ!’ เธอก่นด่าในใจ พลางออกแรงยกกระเป๋าขึ้นรถอย่างทุลักทุเล
รถกระบะแล่นเข้ามาลึกในเขตไร่ ผ่านบ้านเรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่โตสวยงามที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนิน อัญภัทรยิ้มออก คิดในใจว่าอย่างน้อยที่พักก็น่าจะสบาย...
แต่รถกระบะกลับไม่ได้เลี้ยวเข้าไปจอดที่บ้านหลังนั้น พ่อเลี้ยงหมอกครามขับเลยผ่านไป... ผ่านไป... จนถึงท้ายไร่ที่ติดกับชายป่า และจอดสนิทหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่าคร่ำครึ หลังคาสังกะสีเริ่มมีสนิมเกาะ
“ถึงแล้ว”
อัญภัทรมองบ้านตรงหน้าสลับกับหน้าหล่อๆ ของคนขับ ก่อนถามออกมา “เอ่อ... ที่นี่คือ...”
“บ้านพักคนงานเก่า” เขาตอบหน้าตาย
“ตอนนี้คนงานย้ายไปอยู่เรือนใหม่กันหมดแล้ว เหลือหลังนี้ว่างอยู่... คุณนอนที่นี่แหละ”
“บ้านคนงาน!?” อัญภัทรตาโต
“แต่... แต่คุณแม่บอกว่าป้าดวงฝากฝังหนูไว้กับคุณแล้วนี่คะ คุณแม่บอกว่าจะให้อยู่...”
“ป้าดวงฝากให้ผมช่วยดูแล... ไม่ได้บอกให้ผมรับมาเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นคุณหนู” หมอกครามสวนกลับเสียงเรียบ เดินลงมายืนพิงรถ มองเธอด้วยสายตาที่ทำให้อัญภัทรรู้สึกตัวเล็กลงเหลือสองนิ้ว
“ฟังนะคุณอัญญา... งานในไร่ผมยุ่งมาก ช่วงนี้ต้องเตรียมหน้าดิน ผมไม่มีเวลามานั่งเทคแคร์เด็กฝากหรือเด็กเส้นใครทั้งนั้น”
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดหน้าผาก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก
“อยู่ได้ก็อยู่... อยู่ไม่ได้ก็กลับไป ที่นี่ไม่ต้องการ ‘ภาระ’ เพิ่ม... เข้าใจตรงกันนะ?”
พูดจบพ่อเลี้ยงหน้าหยกก็โยนกุญแจบ้านเก่าๆ ลงบนมือเธอ แล้วเดินกลับขึ้นรถ ขับออกไปทิ้งฝุ่นตลบใส่หน้าเธอเป็นรอบที่สอง
อัญภัทรยืนกำกุญแจแน่น น้ำตาตกในท่ามกลางแดดเปรี้ยง
“ไอ้พ่อเลี้ยงบ้า! ไอ้คนใจร้าย! คอยดูเถอะ... ฉันจะอยู่ให้ได้ จะอยู่รอจนกว่าดอกกระเจียวบ้านี่มันจะบานประชดหน้าคุณเลย คอยดู!”
เธอลากกระเป๋าเข้าบ้านพักคนงานเก่าๆ ด้วยความแค้นใจ ภารกิจรอคอยดอกไม้บานเริ่มขึ้นแล้ว... พร้อมกับสถานะ **“ภาระ”**ที่ถูกยัดเยียดให้ตั้งแต่วันแรก!
บทล่าสุด
#61 บทที่ 61 บทที่ 60 ผลผลิตแห่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#60 บทที่ 60 บทที่ 59 เข้าหอขอจัดหนัก
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#59 บทที่ 59 บทที่ 58 วันแห่งคำมั่นสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#58 บทที่ 58 บทที่ 57 เตรียมงานวิวาห์
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#57 บทที่ 57 บทที่ 56 ทุ่งดอกกระเจียวแห่งความทรงจำ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#56 บทที่ 56 บทที่ 55 สัญญาใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#55 บทที่ 55 บทที่ 54 ความลับของพ่อเลี้ยง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#54 บทที่ 54 บทที่ 53 ฟ้าหลังฝนและคนของใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#53 บทที่ 53 บทที่ 52 กรงขังอดีต
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#52 บทที่ 52 บทที่ 51 แขกไม่ได้รับเชิญ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~













