บทนำ
จบลงด้วยความเจ็บปวดและคำลวง
เหลือไว้เพียงชีวิตภินท์พังกับหัวใจดวงน้อยในครรภ์
"คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า"
เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
"คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ" ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
"หยุด!" สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
"อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว"
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อของเรื่อง 'บ่วงมัจจุราช' (หมอพริม & พ่อเลี้ยงปราณ)
เพิ่มตอนพิเศษท้ายเล่ม
บท 1
เสียงไก่ขันบอกเวลาเช้ามืดทำให้ทิพย์ทิวาตื่นตามปกติ ลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับรับรู้ถึงอาการเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายกำยำที่เธอโอบกอดมาตลอดทั้งคืนทำให้ไม่อยากจะฝืนลุกจากเตียง...
ใบหน้าขาวแนบกับไหล่ขวา เอื้อมมือข้างหนึ่งลูบไล้อกซ้ายอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี รอยสักแบบ Tahitian ที่กินพื้นที่แผงอกข้างนั้นไปจนถึงกลางแขนข้างเดียวกันช่วยเสริมความดุดันและน่าเกรงขาม มันเป็นหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่ทำให้เธอรักในตัวเขา
แล้วเขาเล่า...เขารักอะไรในตัวเธอบ้างหรือเปล่า?
เพียงแค่ย้อนถามตัวเองในใจ กระบอกตาสวยก็ร้อนผ่าว เธอจึงได้หลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำใสๆ ไหลเลอะต้นแขนใหญ่ ภายใต้ฝ่ามือเล็กข้างนั้น ทิพย์ทิวายังคงรับรู้ถึงแรงกระตุกอันเป็นจังหวะของสิ่งที่เรียกว่า ‘หัวใจ’
ผู้ชายคนนี้ยังมีชีวิตและมีหัวใจอยู่จริงๆ หรือ?
แล้วทำไมตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาทั้งใจร้ายและเย็นชากับเธอเหลือเกิน จนเธอเผลอคิดไปว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจ แต่เธออาจหลงลืมไปว่าหัวใจของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อเธอ เธอควรจำเอาไว้ทิพย์ทิวา อย่าลืมเชียวว่าเขาไม่ได้รักเธออีกต่อไปแล้ว
เธอปรารถนาเพียงที่จะหยุดเวลาไว้เท่านี้ ให้ได้เฝ้ามองเขาหลับใหล ให้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เคยรักเธอหมดหัวใจก่อนที่เรื่องบ้าๆ จะเข้ามาทำลายความรักที่เคยมีให้กันจนเหลือแต่เพียงรอยสิเน่หากลางหัวใจที่ทำให้เธอเจ็บปวดทุกครั้งยามนึกถึงคืนวันอันแสนปราโมทย์ที่ผ่านมา
“ผู้หญิงที่รู้อยู่เต็มอกว่าผู้ชายไม่ชอบน้ำตา แต่ก็ยังจะร้องไห้อย่างน่ารำคาญ คุณว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่”
จู่ๆ คำถามอย่างคนไม่สบอารมณ์ก็ดังขึ้น เธอรีบผละออกจากไหล่แข็งแรง สองมือปาดน้ำตาให้แห้งสนิท คำพูดของเขาสื่อความหมายชัดเจนแล้ว
“ทับทิมไม่ได้ตั้งใจ” ทิพย์ทิวาบอกเสียงอ่อนขณะที่ร่างใหญ่เปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่ง แล้วหันกลับมามองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองมา
“ผมว่าพวกเธอกำลังเรียกร้องคะแนนความสงสาร ทั้งที่รู้ว่ามันน่าสมเพช” ชายหนุ่มตอบคำถามของตัวเอง สายตาถูกดึงดูดให้จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเจ้าหล่อนอย่างห้ามไม่อยู่
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณสินธุ์” ร่างเล็กลุกขึ้นพร้อมกุมผ้าห่มปิดทรวงอก สายตายังคงจ้องเขาอยู่ “ทับทิมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” แม้น้ำเสียงไม่ได้สั่นแต่แววตากลับไม่มีประกายเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเล็กๆ ในจิตใจที่สินธุ์ไม่อาจบังคับได้มันอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า แต่ผู้หญิงคนนี้เธอเคยก่อเรื่องที่เขาไม่อาจให้อภัย แค่เธอยังเสนอหน้าอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนก็เป็นอันตรายต่อครอบครัวเขามากแล้ว ฉะนั้นเขาต้องปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ แม้มันจะขัดกับความรู้สึกที่ลึกที่สุดในหัวใจเขาก็ตาม
ความเงียบทำให้หัวใจดวงน้อยปวดแปลบ ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับความจริง สินธุ์ตัดสายตาจากดวงตาคู่สวยแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ผ้าขนหนูขาวสะอาดถูกหยิบออกมาพันรอบกาย เดินไปนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ปลายเตียง
ทิพย์ทิวาคว้าชุดนอนที่ถูกถอดพาดโคมไฟไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาสวมแล้วพาร่างกายบอบช้ำตรงเข้าไปในห้องน้ำอย่างรู้หน้าที่ เตรียมน้ำอุ่นให้เขาชำระล้างร่างกายก่อนที่เขาจะไปรับประทานอาหารเช้าที่บ้านหลังใหญ่
บ้านหลังนั้นซึ่งมีคนที่เขาต้องการ...ไม่ใช่ที่ที่มีแต่ผู้หญิงอ่อนแอ เจ้าน้ำตาและน่ารำคาญที่เขาไม่เคยสนใจไยดี
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
หญิงสาวเดินออกมาบอกกับเขาเบาๆ หลังตระเตรียมทุกอย่างในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อสินธุ์พยักหน้าเธอจึงไปนั่งรอที่เตียงด้วยความสงบ
หน้าที่เธอยังไม่หมด วันนี้สินธุ์จะต้องเดินทางไปประชุมที่กรุงเทพ เมื่อคืนเขาเปรยว่าทานมื้อเช้าเสร็จแล้วจะออกเดินทางเลย ฉะนั้นเธอต้องอยู่รอแต่งตัวให้เขาก่อนถึงจะออกไปทำกับข้าวอย่างง่ายๆ กินเพียงลำพัง
“ครั้งนี้จะไปนานกี่วันหรือคะ”
“...” สินธุ์เงียบอยู่แบบเดิม เหมือนไม่สนใจคำถามของเธอ ทิพย์ทิวา กลืนน้ำลายลงคอเฝื่อนๆ เม้มปากสนิท จัดการผูกไทให้เขาต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อไม่อยากตอบเธอก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้เขาเสียอารมณ์
“คุณถามทำไม” จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ก้มมองคนที่กำลังติดกระดุมสูทให้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง อยากรู้ว่าคำถามของเธอมีอะไรแอบแฝงมากกว่าแค่อยากรู้ธรรมดา
“ฉันแค่อยากรู้เท่านั้นค่ะ” เธอรู้ว่าสินธุ์ต้องการหาเรื่อง แต่มันผิดนักหรือที่ภรรยาอยากจะรู้ความเป็นไปของสามีอย่างเขา
สินธุ์เป็นคนเงียบขรึม สุภาพกับคนอื่นเสมอซึ่งหนึ่งในนั้นไม่รวมเธอ ทั้งยังเก็บอารมณ์ได้เก่ง จนคิดว่าเวลาสามปีที่อยู่ด้วยกันมามันไม่เพียงพอที่จะให้เธอได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย
“ผมจะปล่อยให้นางปีศาจมันเฝ้ามองครอบครัวผมนานๆ ได้ยังไง”
คำพูดเชือดเฉือนหัวใจหลุดออกมา มือบางชะงักค้าง ช้อนสายตามอง คนตรงหน้าอย่างตัดพ้อ
‘นางปีศาจ’ ที่เขาหมายถึงคือตัวเธอ
แต่เพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับการทะเลาะกันจึงเลือกที่จะเงียบ ทว่าน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วนั้นกลับคลอหน่วยตาอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของผู้ชายที่ตัวเองรักเธอก็ยิ่งเจ็บ
สินธุ์ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ปัดมือเธอออกเหมือนรำคาญเหลือทน ก่อนจะก้าวเข้าหากระจกบานใหญ่เพื่อจัดเสื้อผ้าด้วยตัวเอง ไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไงเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องทนเห็นน้ำตาของเธอ พอเรียบร้อยแล้วก็ทำท่าว่าจะเดินจากไป
“คุณสินธุ์คะ” เสียงหวานเรียกชื่อเขา สินธุ์หันกลับมาจ้องเธอ แววตา เต็มไปด้วยคำถาม ทิพย์ทิวาสูดหายใจรวบรวมความกล้า ก่อนนี้เธอมีเรื่องอยากจะถามเขามากมาย แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ
“ถ้าไม่สำคัญไว้ค่อยคุยตอนผมกลับ” เขาถอนหายใจ คิดจะเดินต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนตัวบางโผเข้ามารั้งแขนไว้ จำเป็นจะต้องหันไปหาเธออีกครั้ง ถ้าครั้งนี้ยังไม่พูดอะไรอีกเขาจะไม่ใจดีกับเธออีกแล้ว
“คุณยังรักทับทิมอยู่หรือเปล่า” เสียงหวานสั่นระริกแต่คงน้อยกว่า ก้อนเนื้อในอกซ้าย แม้จะรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไรแต่ก็ยังเชื่อว่าที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยังโกรธเธออยู่ แล้วสินธุ์ก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยายามสะบัดเธอให้หลุด
“คุณไม่รักทับทิมแล้วจริงๆ หรือคะ” ทิพย์ทิวาดื้อรั้นไม่ยอมปล่อย
“หยุด!”
สินธุ์กดเสียงต่ำน่ากลัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างหนึ่งของเธอแล้วบีบแรงราวปรารถนาให้กระดูกน้อยแตกละเอียด ทิพย์ทิวาเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องฝืนเก็บเสียงร้องเอาไว้เพราะรู้ว่าจะทำให้เขารำคาญ
“อย่าพูดคำว่ารักให้ผมได้ยินอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไว้ด้วยว่าทุกวันนี้ผมขยะแขยงคุณจะแย่อยู่แล้ว”
หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่อยู่ในหัวใจเขา...ท้ายสุดแล้วเธอก็เห็นแค่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจแตกสลาย
หากสายตาอ้อนวอนของเธอกลับทำให้สินธุ์ชะงักนิ่ง แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เขาข่มใจตัวเองเอาไว้แล้วสะบัดมือออกจากแขนเรียว แรงอันมหาศาลทำให้หญิงสาวเซถลาจนแทบล้ม...แต่ก็ยัง
“คุณจะใช้โอกาสนี้เก็บข้าวของออกจากบ้านผมไปก็ได้นะ” สินธุ์เลือดเย็น
เหลือเกินที่แนะนำเธอแบบนี้ หรือเพราะรู้ว่าต่อให้ไล่อย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็จะไม่มีวันไปไหน
“ทับทิมไม่ไปหรอกค่ะ” เธอก้มหน้าตอบทั้งน้ำตา
“ตามใจ! ตอนนี้คุณจะอยู่หรือไปมันก็ไม่สำคัญ” เขาเหนื่อยที่จะต้องถามเหตุผลจากเธอเสียแล้ว
“คุณจะให้ทับทิมไปได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของทับทิมยังอยู่ตรงนี้” ทิพย์ทิวาเสียงสั่น น้ำตาไหลพราก รู้ว่าต่อให้อ้อนวอนเขามากเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเย็นชา และแม้จะรู้ว่าเขาไม่มีทางหันมาสนใจ แต่ก็จะทนต่อไปจนกว่าจะหมดความอดทน เธอยังหวังว่าสักวันจะได้สินธุ์คนเดิมที่รักเธอสุดหัวใจกลับคืนมา แต่เธออาจลืมไปว่าความรักสำหรับผู้ชายมันเริ่มจากร้อยและลดน้อยลงไปจนถึงศูนย์
“ผมไม่สน” คนเย็นชาบอกชัดถ้อยชัดคำและเพราะไม่อาจทนเห็นน้ำตาของเธอได้ เลยรีบหันหลังให้ก่อนจะพูดสั่ง “ระหว่างที่ผมไม่อยู่ อย่าก่อเรื่องให้ลูกกับเมียผมเดือดร้อน ไม่งั้นคุณจะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้อีก”
“แล้วทับทิมล่ะคะ” หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านขณะเอ่ยถาม ลึกลงไปในความรู้สึก เธอปรารถนาที่จะได้ยินเขาพูดในสิ่งที่เธออยากจะฟัง
“ตอบมาได้ไหมว่าคุณเห็นทับทิมเป็นอะไร”
“...” สินธุ์ก็ยังคงเป็นสินธุ์อยู่วันยังค่ำ เพราะนอกจากจะไม่ตอบคำถามเขาก็เลือกที่จะเดินจากไปโดยไม่ไยดีความรู้สึกของคนข้างหลัง
ไม่มีคำใดสามารถหลุดออกมาจากปากของเธอได้อีกนอกเสียจากเสียงสะอื้นอย่างคนหัวใจสลาย น้ำตาอุ่นจัดไหลนองแก้มขาว ร่างกายที่เหมือนสิ้นเรี่ยวแรงจึงนั่งแปะลงกับพื้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บที่ถูกผู้ชายที่ตัวเองรักไล่เหมือนไม่ใช่คน ใช่ว่าเธอไม่มีที่ไปหรือว่าจนตรอก...แต่ที่ทนอยู่ก็เพราะ ‘รัก’ เพราะความหวังที่ว่าสักวันจะได้คนรักกลับคืนมา และเพื่อบางสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า ‘หัวใจ’
แต่ยิ่งนานเธอก็ยิ่งไม่แน่ใจ...หัวใจเขาอาจเปลี่ยนไปเป็นของคนที่เขา ยกย่องออกหน้าออกตาว่าเป็นเมียเขาแล้วก็ได้
ร่างบางหยุดที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอนกว้าง ดวงตาหม่นเศร้าไล่
มองรอยช้ำตามต้นแขนและเนินอก ทุกครั้งที่สินธุ์มาที่บ้านนี้พร้อมกับแรงปรารถนา สิ่งที่เหลือไว้คือความเศร้าที่ซึมลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ เธอรู้สึกถึงความเดียวดายปวดร้าวอย่างที่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนไหนจะเข้าใจ น้ำตาอุ่นจัดไหลเป็นทาง ร่องรอยแห่งความร้าวรานนี้เหมือนเป็นเชื้อเพลิงที่กระตุ้นให้หัวใจดวงน้อยโหยหาคืนวันเก่าๆ มากขึ้นทุกขณะ...เธออยากได้สัมผัสอ่อนโยนอย่างคนรักกัน อยากได้สินธุ์คนเดิมเมื่อสามปีที่แล้วกลับคืนมา เนิ่นนานทีเดียวกว่าจะพาตัวเองไปนั่งบนเตียงแล้วเปิดลิ้นชักหยิบสมุดเล่มเล็กที่เป็นเหมือนเพื่อนแท้ยามเหงาขึ้นมา เธอเปิดหน้าหนึ่งที่เขียนค้างไว้เพื่อบันทึกต่อจากหน้าสุดท้ายที่เขียนไปวันก่อน
‘คุณสินธุ์ขา... ถึงแม้เรื่องราวระหว่างเราจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่ตอนนี้ทับทิมพูดได้เต็มปากว่าทับทิมรักคุณสินธุ์หมดทั้งหัวใจ รักจากที่ไม่เคยคิดจะรัก รักทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณสินธุ์เปลี่ยนไปแล้ว แต่ทับทิมก็ไม่ยอมสิ้นหวังและยังจะขอรักคุณต่อไปนะคะ...หากความรักที่นำไปสู่น้ำตาคือหายนะ ความรักที่ทับทิมมีต่อคุณสินธุ์ก็คงเป็นหายนะที่งดงามที่สุด’
ในคืนหนึ่งทิพย์ทิวามีโอกาสได้เจอสินธุ์เป็นครั้งแรกที่บ้านของเขา ทำให้ชายหนุ่มมองเธอในแง่ลบ เพราะคงไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนกล้าไปหาผู้ชายแปลกหน้าถึงบ้านในเวลานั้น ส่วนเธอก็ไม่ได้คิดกับเขาดีไปกว่ากันนัก เนื่องจากเขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปแทรกความรักคนอื่น เกือบทำให้เด็กตาดำๆ ที่กำลังจะเกิดมาต้องกำพร้าพ่อ เลยกลายเป็นว่าเธอเกลียดขี้หน้าเขาทั้งที่เจอกันแค่ครั้งเดียว
...แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชีวิตเธอมาถึงจุดพลิกผัน
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 The end รอยสิเน่หากลางใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#32 บทที่ 32 หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#31 บทที่ 31 คนไม่ถูกเลือก
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#30 บทที่ 30 ว่ากันเรื่องเมีย (น้อย)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#29 บทที่ 29 ฮีโรตายตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#28 บทที่ 28 ถูกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#27 บทที่ 27 เลือกเองเจ็บเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#26 บทที่ 26 When I was your man
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#25 บทที่ 25 ไม่อาจรั้ง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#24 บทที่ 24 ผู้ชนะที่แท้จริง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
น้องเมียเอามัน (หลายP)
ความสาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์เรื่องเซ็กจึงตกเป็นของพี่เขย เพราะว่าอารมณ์และความอยากพาไป จนเมื่อไปเที่ยวพบกับชายหนุ่มชื่อมังกรที่โปรไฟล์ดีเริศ แต่เหมือนชีวิตสาวน้อยผู้อาภัพ จะไม่ได้เขาเป็นรักสุดท้าย เพราะเห็นธาตุแท้อันน่าขยะแขยงเสียก่อน
เมื่อความผิดหวังบวกความเสียใจ นำพาให้เธอต้องมาพักใจบ้านเพื่อนแล้วก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอ และอยากรู้ความจริงบางอย่างจากมังกร
เพื่อนรักที่แสนดีก็ช่วยเหลือเธอ จนได้รู้ความจริงที่แสนจะวุ่นวาย เพราะมังกรไปแอบแซ่บกับแฟนพี่ชายของเพื่อนสาว แล้วพี่ชายของเพื่อนสาวก็ดันมาชอบเธอ
Not Love | ไม่รัก(อย่ากั๊ก!!)
นั่นคือประโยคที่มันย้ำเตือนให้ฉันเจียมตัวแล้วต้องเลิกรักผู้ชายเย็นชาอย่างพี่เรย์
ในเมื่อเขาบอกกับฉันอย่างชัดเจนขนาดนั้น ฉันคงไม่โง่รักเขาต่อ....
คืนเดียว...ที่หัวใจถูกขโมยโดยซีอีโอ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันรีบแต่งตัวและหนีออกมา แต่กลับต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อไปถึงบริษัทแล้วพบว่าผู้ชายที่ฉันนอนด้วยเมื่อคืนกลับเป็น CEO คนใหม่...
(ขอแนะนำนิยายสนุกๆ ที่ทำเอาฉันติดงอมแงม อ่านรวดเดียวสามวันสามคืนจนวางไม่ลงเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามสุดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด ชื่อเรื่องคือ 《โอกาสครั้งที่สอง: แต่งงานกับมหาเศรษฐี》 สามารถค้นหาชื่อเรื่องนี้ได้ในช่องค้นหาเลยค่ะ)













