บทนำ
เหมือนกับชีวิตรักที่แสนหอมหวานครั้งแรกของเธอที่ได้เจอกับผู้ชายแสนดี วาดฝันถึงอนาคตของเราไว้ทุกอย่างรอแค่เวลาที่เธอพร้อมตอบตกลง
แต่สุดท้าย รักแรกที่เค้าเคยคิดว่าจากไปตลอดกาล ก็กลับมา...
บท 1
แพรวา
“กลับมาแล้วจ้า~” เสียงของฉันดังขึ้นเหมือนในทุก ๆ วันที่ออกจากบ้านและกลับเข้ามา เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้คนในบ้านรับรู้ว่าลูกสาวสุดสวยอย่างฉันกลับมาถึงอย่างปลอดภัยแล้ว
“เป็นสาวเป็นนางโวกเวกเสียงดัง ถ้าหนุ่ม ๆ มาได้ยินก็ขายไม่ออกกันพอดีสิ”
เหมือนเสียงตอบรับของแม่ปลื้ม แม่สุดที่รักของฉันที่มักจะบ่นออกมาอย่างไม่จริงจังเหมือนเช่นกับทุกวันอย่างไม่เคยเปลี่ยนกับพฤติกรรมของฉันที่แม่มองว่าเหมือนม้าดีดกะโหลกและเด็กน้อยยังไม่โต
“ขายไม่ออกก็ดีสิแม่ ลูกจะได้อยู่บ้านกับเราไปตลอด”
ตามด้วยพ่อสอง พ่อสุดที่รักของฉันเหมือนกัน ท่านพูดตอบแม่ออกไปอย่างไม่เร่งรัดเรื่องแต่งงานของฉันเลยสักนิด ติดจะอยากให้ลูกสาวอยู่ร่วมชายคาเดียวกับพ่อไปนาน ๆ ต่อให้ขึ้นคานพ่อก็ไม่กังวล
“จริงด้วยจ้ะพ่อ แพรจะได้อยู่กับพ่อกับแม่แบบนี้ตลอดไปเลย” ฉันรีบเข้าไปกอดออดอ้อนพ่อทันทีที่พ่อพูดถูกใจและเห็นดีเห็นงามกับความคิดของฉัน
เพราะสำหรับฉันตอนนี้ไม่ได้รีบเร่งเรื่องมีคนรักหรืออยากสร้างครอบครัวของตัวเองขนาดนั้น เพราะฉันมีความสุขกับชีวิตครอบครัวของฉันตอนนี้มาก ๆ จนอยากอยู่เป็นลูกพ่อแม่แบบนี้ไปตลอดเลย
“ได้ยังไงกัน แม่ก็อยากมีหลานอุ้มนะ!”
จะมีก็แต่คุณปลื้มนี่แหละ ที่แม่ยังแย้งกลับมาอย่างไม่เห็นด้วยกับเราสองพ่อลูก เพราะเห็นฉันเป็นลูกคนเดียวเลยคาดหวังจะได้เห็นหลานจากฉัน หรืออีกเหตุผลก็อยากให้ฉันมีคนดูแลในอนาคตนั่นแหละ
“อะไรกันแม่ แพรพึ่งยี่สิบห้าเองจ้า ยังมีเวลาอีกเยอะให้ใช้ชีวิตโสด ๆ สวย ๆ ต่อไป” ฉันเองก็ยังแย้งแม่กลับอย่างไม่ยอมเหมือนกัน เพราะตอนนี้ฉันพึ่งวัยรุ่นอยู่ไม่รีบร้อนและยังมีเวลาอีกเยอะด้วย
ขอสร้างเนื้อสร้างตัวและใช้ชีวิตของตัวเองให้คุ้มค่าก่อน ถึงตอนนั้นเดี๋ยวความรักมันก็วิ่งมาหาเราเองนั่นแหละ
“หาแฟนมาแนะนำให้แม่รู้จักสักคนก่อนไหม แม่จะได้เชื่อ”
แม่พูดออกมาอย่างไม่คิดจะเชื่อกันง่าย ๆ เพราะที่ผ่านมาฉันแค่เคยมีคนคุย ๆ แต่ยังไม่เคยมีแฟนที่ตัดสินใจจะคบกันจริงจังเลยสักคน นั่นเลยทำให้ที่ผ่านมาไม่มีเคยมีใครได้เข้ามาทำความรู้จักกับพ่อแม่ฉันสักที โดยแม่ก็เข้าใจว่าชีวิตวัยเรียนวัยมหาวิทยาลัยการจะมีแฟนมันปกติมาก และลูกแม่ก็ผิดปกติที่ไม่มี ทำให้แม่พาลเข้าใจไปว่าฉันไม่เคยมีแฟนเลยสักครั้ง
แต่ลูกสาวแม่สวยขนาดนี้ต่อให้ไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครเอาสักหน่อย แต่ลูกสาวแม่ที่ไม่เอาพวกเขาเองต่างหาก ไม่รู้จะห่วงทำไมนักหนา
“จ้า~ อีกไม่นานเกินรอหรอก เดี๋ยวแพรจะหาลูกเขยหล่อ ๆ มาฝากแม่สักคนนะจ๊ะ เอาแบบหัวกระไดไม่แห้งเลยดีไหม” ฉันรีบตอบเอาใจคนแก่เค้าออกไปก่อนจะได้ไม่เป็นกังวลกลัวลูกสาวจะขึ้นคาน
แต่เป็นยังไง พออยู่บ้านกันสองคนเริ่มเหงากันแล้วเลยอยากให้ลูกแม่แฟนมีหลานให้มาเลี้ยงอย่างนี้น่ะสิ คนเริ่มแก่ก็แบบนี้เองสินะ (ว่าแม่แก่ให้ได้ยินไม่ได้หรอก อิอิ)
“อย่าให้คนแก่รอเก้อแล้วกัน มันบาปรู้ไหม”
แม่หันมาทำหน้ากวน ๆ ใส่ฉันเหมือนพูดได้แต่ปากแต่กลับทำไม่ได้สักที เพราะฉันมักจะพูดแบบนี้กับท่านบ่อย ๆ จนแม่เบื่อจะฟังแต่สุดท้ายก็ไม่เคยได้พาใครมาให้แม่เห็นหน้าสักคน จนเรียนจบทำงานแล้วก็ยังไม่เคยมีเลย
จริงสิฉันยังไมได้แนะนำตัวเองเลย สวัสดีฉันชื่อ แพรวา ตอนนี้อายุ 25 ปีแล้วค่ะ ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านนี้เองแหละ บ้านเราฐานะพอมีพอกินไม่ได้ร่ำรวยหรือลำบากอะไร แต่บอกเลยว่าเป็นครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นมากจนฉันไม่เคยรู้สึกขาดอะไรสักอย่าง ส่วนนิสัยของฉันก็ตามที่ถูกเลี้ยงมาเลยค่ะ สดใส ร่าเริง เป็นคนจริงใจตรงไปตรงมา (แต่ไม่ขวานฝ่าซากหรอกนะ) และไม่ใช่คนที่จะยอมคนสักเท่าไหร่ด้วย
ฉันเรียนจบคณะบริหารธุรกิจมา ตอนแรกก็ทำงานในบริษัทเล็ก ๆ แห่งหนึ่งได้เกือบสองปีหลังเรียนจบแต่ก็ตัดสินใจลาออกมาแล้วเพราะฉันไปสมัครเป็นเลขาบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งแทน แล้วที่กล้าลาออกจากที่ทำงานเก่าไปสมัครที่บริษัทใหม่ยักษ์ใหญ่ขนาดนั้นก็ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ พอดีพี่ดาวที่รู้จักกันบ้านอยู่หน้าปากซอยที่เค้าทำงานเป็นเลขาที่นั่นมาก่อนตอนนี้กำลังท้อง พอจะเข้าไตรมาสที่สามสามีแกก็เลยให้ลาออกมาอยู่บ้านรอคลอด และด้วยความสนิทกันพี่เค้าก็เลยฝากฝังฉันกับทางบริษัทและให้ฉันไปสมัครที่นั่นแบบนี้นั่นแหละ
จะบอกว่าแอบใช้เส้นได้ไหมนะ? ไม่หรอก
“แล้วเป็นยังไงบ้างลูกไปสมัครงานมา”
แล้วพ่อก็ถามถึงเรื่องที่ฉันออกไปทำมาวันนี้ เพราะฉันพึ่งกลับมาจากสมัครงานที่ใหม่มาอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ
“ข้อสอบยากมากเลย~ แต่ดีนะที่แพรเก่งเลยทำได้หายห่วง” ฉันตอบพ่อกลับไปตามที่ได้ทดสอบมา แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทะเล้นพร้อมชมตัวเองอย่างไม่ถ่อมตัวสักนิดกับความสามารถที่ฉันคิดว่าทำได้อย่างดี
“ดีแล้วลูก ดาวมันบอกแม่ว่ามันคุยกับเจ้านายมันให้อยู่นะว่าจะฝากแพรไปทำงานแทน เปอร์เซ็นได้น่าจะไม่ยาก”
แม่บอกฉันตามที่พี่ดาวบอกแม่มาอีกทีที่พี่ดาวช่วยฝากฝังให้ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็มั่นใจว่าหากได้งานที่นี่จริงก็ไม่ได้เข้าเพราะเส้นสายอย่างเดียวหรอกนะ
วันนี้ที่ไปส่งใบสมัครฉันก็ต้องสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์มาเหมือนกัน ซึ่งการจะผ่านไปสัมภาษณ์ได้ก็ต้องผ่านข้อเขียนก่อนเค้าถึงจะเรียกไปสัมภาษณ์ได้ นั่นแปลว่าคะแนนฉันต้องดีถึงได้เข้าสัมภาษณ์ถูกไหมล่ะ
แต่แม้จะผ่านการสัมภาษณ์แล้วก็ยังไม่ได้แจ้งผลหรอก เพราะต้องรอติดต่อมาอีกที แล้วถ้าหากผ่านสัมภาษณ์ครั้งแรกได้ ก็จะต้องเข้าไปสัมภาษณ์รอบสุดท้ายกับประธานที่จะต้องทำงานด้วยอีกที ซึ่งแน่นอนว่าฉันก็ใช้ความสามารถเข้าร่วมด้วยอย่างเต็มที่ ทำทุกอย่างตามขั้นตอนเหมือนคนอื่นทุกอย่าง เพราะต่อให้เส้นฉันใหญ่แค่ไหน แต่ฉันเชื่อว่าบริษัทใหญ่ขนาดนั้นอีกทั้งต้องทำงานเป็นหน้าเป็นตาให้กับประธาน ถ้าหากฉันโง่และไม่ได้เรื่องเลยยังไงเค้าก็คงไม่รับให้เสียเงินฟรีเสียเวลาหรอกใช่ไหมล่ะ
เพราะแบบนั้นหากฉันได้งานจริง ก็เป็นความดีความชอบของพี่ดาวเดือนที่เปิดโอกาส และก็เป็นเพราะความสามารถของตัวเองด้วยเช่นกัน
“แพรขอให้เป็นแบบนั้นด้วยเถอะเพี้ยง! เพราะบริษัทเค้าใหญ่มากกกก~ ถ้าเกิดแพรได้ทำงานที่นั่นน่ะ ไม่นานแพรต้องรวยแน่เลย” ฉันพูดพร้อมกับพนมมือยกขึ้นไหว้ท่วมหัว ก่อนจะพูดติดตลกออกไปถึงเงินเดือนที่ล่อตาล่อใจ
แต่ใครบ้างจะไม่อยากทำล่ะบริษัทก็ใหญ่โตระดับประเทศแถมตำแหน่งเลขาด้วยล่ะ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการแต่ล่ะเดือน แค่คิดก็มีความสุขแล้ว รู้สึกเหมือนถึงความร่ำรวยที่อยู่แค่เอื้อมแล้ว
“ลูกพ่อเก่งอยู่แล้วยังไงก็ต้องได้แน่นอน”
พ่อที่ได้ฟังก็พูดให้กำลังใจออกมาอย่างที่ทำกับทุกเรื่องเสมอ คอยเป็นพลังบวกและกำลังใจให้ครอบครัวอย่างดีไม่เปลี่ยน
“พ่อพูดถูกเสมอเลย~” ฉันหันไปยิ้มพูดตอบรับกับพ่อและกอดด้วยความเอาอกเอาใจออดอ้อนในความจริงตรงนี้ทันที
“พอ ๆ เลิกอ้อนกันแล้วไปอาบน้ำได้แล้วลูก จะได้ลงมากินขนม”
แม่พูดขึ้นอย่างหมั่นไส้กับความรักของพ่อลูกที่หวานให้กันเสมอ เห็นดีเห็นงามกันไปทุกเรื่องตลอด
“จ้ะ ๆ เดี๋ยวแพรมานะจ๊ะ” เมื่อถูกนายหญิงใหญ่ของบ้านไล่ขัด ฉันจึงตอบกลับแล้วก็ลุกเดินเข้าบ้านไปเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาทำตามที่แม่นายเค้าบอก ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวโดนเฉ่งหัวทั้งพ่อทั้งลูก
บ้านเราเป็นบ้านสองชั้นเล็ก ๆ อยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก มีต้นไม้ร่มรื่นทั้งบริเวณบ้านคล้าย ๆ บ้านสวนทำให้เย็นสบายตลอด เพราะพ่อฉันชอบปลูกนั่นปลูกนี่อยู่บ้านทุกวันไม่หยุด ส่วนแม่ก็ชอบทำขนมไทย เมื่อก่อนท่านเคยทำขายที่ตลาดด้วยแหละ แต่พอฉันเรียนจบภาระหน้าที่ไม่มากแล้วท่านก็เลยหยุดไป แต่ถึงอย่างนั้นฝีมือแม่ก็ทำให้ยังมีพวกลูกค้าประจำยังคอยมาสั่งให้ทำส่งอยู่ตลอดเกือบทุกวันโดยเฉพาะเวลามีงานสำคัญอะไรต่าง ๆ เพราะขนมไทยแม่ฉันนะขึ้นชื่อมาก ๆ เลย คนแถวนี้ไม่มีใครไม่รู้จักขนมไทยแม่ปลื้ม ท่านก็เลยได้ขายขนมอยู่บ้านไม่เหนื่อยมาก ได้ทำสิ่งที่ชอบสร้างรายได้ควบคู่กันไปแทนแบบนี้ไงล่ะ
“สาธุ ขอให้ได้งานทำด้วยเถิด~” เมื่ออยู่คนเดียวก็อดไม่ได้จะขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
บทล่าสุด
#37 บทที่ 37 ตอนพิเศษ(ลิลิน)
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#36 บทที่ 36 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#35 บทที่ 35 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#34 บทที่ 34 เข้าหอ
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#33 บทที่ 33 งานแต่งของเธอ
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#32 บทที่ 32 ลองแทน
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#31 บทที่ 31 สัญญา
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#30 บทที่ 30 จุดสำคัญ
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#29 บทที่ 29 ตั้งใจฆ่า
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#28 บทที่ 28 เลือกชุดแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ













