บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 ภักดีศัตรู
ค่ำคืนที่พายุกระหน่ำสาดซัดสายฝนลงมาอย่างหนัก หยดน้ำจากฟ้าอันเย็นเฉียบ ละเลียดชะละลายน้ำตาของผมปนไปด้วยกัน เสียงร้องไห้คร่ำครวญอันเกิดจากหัวใจเจ็บแค้นแสนสาหัส ถูกเสียงฟ้าคำรามกลืนกลบไปจนสิ้น สูงขึ้นไปเหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร เงาทะมึนมืดครึ้มของเมฆดำบดบังแสงจันทร์อันริบหรี่ของคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง หากแต่ชีวิตผม คืนนี้มันไม่ต่างอะไรจากค่ำคืนมืดมนอันแสนโหดร้าย แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงไฟจากดวงโคมมากมาย แต่ผมกลับมองไม่เห็นหนทางที่ตัวเองจะย่างเดิน
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ ดูสิเราเจอใคร” ปลายรองเท้าคัทชูสีดำมันเลื่อมขยับก้าวเข้ามายืนใกล้ เสียงหยันเยาะเย้ยน่ารังเกียจอันคุ้นเคยเอ่ยทักทาย เป็นปกติเช่นนี้ทุกครั้ง ยามเมื่อเราสองคนเจอหน้ากัน
“ฮึ” ผมพ่นลมก้อนหนึ่งออกมาทางรูจมูก ขนาดไม่ได้แหงนคอขึ้นไปมองหน้ามัน เห็นแค่ปลายรองเท้าเท่านั้นผมยังรู้สึกเกลียดมันนักหนา
“ทิวา ฉันได้ข่าวว่าเธอตายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงฟื้นตื่นจากหลุมเร็วนักล่ะ”
ทิวา นั่นคือชื่อผม ทั้งที่ความหมายของชื่อนี้คือช่วงเวลากลางวันอันสดใสเต็มไปด้วยรุ่งโรจน์ แต่ใครเลยจะรู้ว่าชีวิตผมตอนนี้นั้นเหมือนกำลังดำดิ่ง จมลงสู่ห้วงเหวหุบนรกไขว่คว้าพยายามตะกายหาทางหลุดพ้นแต่ก็จนปัญญา ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน มีเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่าอันดำมืดช่างห่างไกลกับความหมายของชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เหลือเกิน ส่วนไอ้ผู้ชายรูปหล่อหน้าตาหยิ่งยโสโอหัง เจ้าของสูทดำที่ยืนค้ำหัวผมอยู่นี้คือ พสิษฐ์ คู่อริตลอดกาลของตระกูลผม พวกเราเกลียดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย จ้องคิดทำลายล้างผลาญกันมาหลายชั่วอายุคน
“ตายอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ฉันเพิ่งไปเผาศพพ่อ พี่ชาย แล้วก็มีศพของเธอด้วย” รองเท้าคัทชูสีดำขนาดไซต์ไม่ต่ำกว่าเบอร์สี่สิบขยับใกล้เข้ามา แววตาหยามเหยียบซ้ำขยี้บดจนศักดิ์ศรีความเป็นคนของผมจมลึกลงไปไม่เหลืออะไรอีก
“พ่อกับพี่ตะวัน”
ภาพสุดท้ายที่ผมจำได้ คือดวงตาสองคู่ของพ่อและพี่ชายขณะมองกลับมา พร้อมคำสั่งให้ผมหนีเอาชีวิตรอด ไม่มีคำลา ไม่มีคำสั่งเสีย ไม่มีคำกล่าวสดุดีไว้อาลัยใดๆ และผมไม่มีโอกาส แม้แต่เข้าไปร่วมงานศพของคนที่ผมรัก
“เธอคงไม่ได้ดั้นด้นหนีความตาย เพื่อมานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านฉัน เพียงแค่เท่านี้หรอก...ใช่มั้ย” เจ้าของรองเท้าคู่ใหญ่เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าคมถูกเงาทะมึนครึ้มเมฆบดบังซีกหน้าด้านหนึ่งเอาไว้ เห็นเพียงประกายตาแวววาว
“ผมต้องการแก้แค้น”
“แก้แค้น...แม่เลี้ยงคนสวยของเธอนะเหรอ วันนี้หล่อนสวยมากสวมเครื่องเพชรชุดใหญ่ ฉันจำได้ว่าแม่เธอเคยสวมมันเมื่อนานมาแล้ว ในงานศพวันนี้ แม่เลี้ยงกับพี่ชายต่างแม่ของเธอ ยืนร้องไห้ต้อนรับแขก ดูเสแสร้งดีแต่ก็อย่างว่านะ...หล่อนเป็นนักแสดงเก่านี่นา เอาละบอกมาสิว่าเธอมานั่งขวางประตูบ้านฉันอย่างนี้ต้องการอะไร เงิน หรือเศษอาหาร” คำถากถางดูถูกนั้นทำเอาเลือดผมเดือดปุดๆ อยากจะลุกขึ้นมากระโดดถีบปากมันสักที หากไม่ติดที่จำเป็นต้องมาต่อรองขอความช่วยเหลือ
“คุณอยากได้อาณาจักรของพิทักษ์วัฒนา มานานแล้วไม่ใช่เหรอ” ผมกดสายตาลงต่ำเลือกที่จะมองไปยังรองเท้าสีดำมากกว่าใบหน้าคู่สนทนา
“ฉันเคยอยากได้ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว” เจ้าของร่างสูงย่อตัวลงมานั่งยองอยู่เบื้องหน้า มุมปากแสยะยิ้มแยกเขี้ยวน่ารังเกียจเกินจะมอง
“ทำไม...”
“เพราะอีกไม่นาน อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่ของพิทักษ์วัฒนา มันจะค่อยๆ ล่มสลาย กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพังเหมือนปราสาทเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ไร้ความหมาย มันจะเหลือไว้เพียงตำนานและความทรงจำครั้งเคยรุ่งเรือง ถึงตอนนั้นฉันสามารถใช้เศษเงินอันน้อยนิดซื้อมันมาได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อมันคงไม่ทำกำไร หรือแม้แต่สร้างภาคภูมิใจอะไรให้กับฉันแล้ว” เป็นความจริงอันน่าเจ็บปวด เพราะเมื่อหัวเรือใหญ่ของตระกูลสูญสิ้นลมหายใจไปทั้งสองคน ลำพังเพียงผม ยังไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดหนีการตามล่าของสองแม่ลูกใจอำมหิตนั้นไปได้ไกลหรือว่านานแค่ไหน ซ้ำร้ายญาติพี่น้องทุกคนต่างเข้าใจว่าผมตายไปแล้ว เอกสารหลักฐานการมีตัวตนของผมไม่เหลืออะไรเลย
“แย่งมันมาสิ...” ผมแหงนคอขึ้นไปพูดประโยคที่ทำให้หัวใจรู้สึกหวิว ความรู้สึกเจ็บจี๊ดวิ่งพล่านกัดกินจิตใต้สำนึกลึกๆ
“เธอว่ายังไงนะ”
“แย่งมันมา ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงไป”
“ฉันเพิ่งบอกเธอไป ว่าฉันไม่ได้ต้องการมัน”
“ถ้าคุณไม่ต้องการ อย่างนั้น...ก็ทำลายมันซะ”
“อะไรนะ?”
“ทำลายมันให้ย่อยยับ ผมรู้ว่าคุณทำได้ ใช้ความชั่ว ความเลวของคุณ ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย ใช้ทุกอย่างที่คุณมีพยายามบดขยี้เรา เหมือนสมัยที่พ่อกับพี่ชายผมยังอยู่”
“แน่ใจเหรอว่าเธอต้องการอย่างนั้น”
“ใช่ ผมต้องการอย่างนั้น”
“ฉันพร้อมที่จะบดขยี้มันให้พังพินาศ ไอ้เรื่องสร้างความฉิบหายให้กับคนอื่นนี่ ฉันถนัด ยิ่งถ้ามันเป็นพิทักษ์วัฒนาด้วยแล้ว...ฉันยิ่งชอบ แต่ฉันขอฟังเหตุผลของเธอหน่อยได้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร”
“ในเมื่อคุณบอกว่าอีกไม่นานพิทักษ์วัฒนาจะต้องพบจุดจบ ซึ่งผมเองคิดว่ามันไม่เกินจริง ผมยอมให้มันแหลกสลายในมือคุณที่เป็นศัตรู ดีกว่าปล่อยให้มันย่อยยับด้วยน้ำมือของคนทรยศ ว่ายังไงคุณทำได้เหมือนที่โม้เอาไว้หรือเปล่า” น้ำตาจากความเจ็บแค้นไหลอาบลงมาต่อหน้าศัตรู
“เป็นความคิด ความตั้งใจที่น่าสนใจดี ฉันจะไม่พูดจาโอ้อวดให้มากความนักหรอก ขอแค่เธออย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”
“ผมผ่านช่วงเวลาแห่งความเสียใจมามากพอแล้ว”
“ถ้านี่เป็นการตัดสินใจของเธอ ตกลง...ฉันรับข้อเสนอนี้”
ภายใต้ชายคา อาณาจักรศิวะอัศวโยธิน คู่ปรับและศัตรูตลอดกาลของตระกูลผม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเดินเข้ามาในบ้านของศัตรู นายพสิษฐ์ ผู้ชายหน้านิ่ง นิสัยเย็นชา ปากหมาแถมยังใจสัตว์ เดินช้าๆ มาหยุดลงตรงบันได ซึ่งทอดสูงขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์หลังงาม ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดประดับตกแต่งโอ่อ่าหรูหรา สมฐานะมหาเศรษฐีแถวหน้าใต้ฟ้าเมืองไทย
“ฉันรู้ว่าเธอเคยเป็นทายาทหมื่นล้านมาก่อน แต่ต้องเข้าใจนะเวลานี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เธอเคยเป็นลูกเสือมาก่อน แต่เสือ...เมื่อไม่มีถ้ำก็ไม่ต่างอะไรกับหมาจร ไร้ที่ซุกหัวนอน ไม่มีบารมีพ่อกับพี่ชายคุ้มกะลาหัวเธอมันก็แค่คนธรรมดาไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น”
“ไม่ต้องพูดมาก ถึงผมจะมาขอให้คุณช่วย แต่ไม่เคยคิดจะญาติดีผมเคยเกลียดคุณยังไง วันนี้ยังเกลียดเหมือนเดิม”
“ฉันชอบท่าทีจองหองของเธอ”
“ผมก็เกลียดท่าทางวางตัวโอ้อวด หยิ่งยโส โอหังของคุณเหมือนกัน”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็...แม่บ้านถ้าจำไม่ผิด เรามีห้องเก็บของอยู่ตรงใต้บันไดใช่มั้ยครับ” คิ้วเข้มกระตุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับมุมปาก
“มีค่ะ คุณพสิษฐ์”
“ให้เขาพักที่นั่น แล้วหาเสื้อผ้าคนใช้มาให้เขาเปลี่ยนด้วย ชุดที่เธอใส่อยู่น่ะ...เหม็นสาบ” ไอ้คนทุกเรศทำท่าย่นจมูกฟุดฟิด ปากเบะบิดเบี้ยวน่าเตะให้ปากฉีก
“เอ่อ คุณพสิษฐ์คะแต่ว่า...”
“บ้านหลังนี้นอกจากเสื้อผ้าของฉัน ก็มีแค่ชุดคนใช้เท่านั้นที่เธอพอใส่ได้ คงไม่ว่ากันนะ”
ห้องใต้บันไดแคบขนาดหนูเดินยังอึดอัด ถูกแม่บ้านเข้ามาช่วยจัดเคลียร์เอาไม้กวาดกับอุปกรณ์ชุดทำความสะอาด พรมเช็ดเท้าเก่า ของไม่ได้ใช้ออกไปบางส่วน ผ้าเช็ดตัวกับชุดเสื้อผ้าเครื่องแบบคนใช้สีเข้ม ผ้ากันเปื้อนปักตราสัญลักษณ์ชื่อย่อภาษาอังกฤษของตระกูลดัง ถูกพับวางไว้ใกล้กับเครื่องนอนกลางเก่ากลางใหม่ ผมเข้าใจว่ามันคงเคยเป็นของคนใช้เก่าที่อาจลาออกไปนานแล้วคนใดคนหนึ่ง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมใช้ซอกเล็กในห้องมืดใต้บันไดย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย เมื่อหลายวันก่อนเราสามคนพ่อลูกเดินทางกลับจากงานเลี้ยงร่วมฉลองความสำเร็จอันแสนชื่นมื่นเบิกบาน เสียงพูดคุยแสดงความชื่นชมยินดีและวางแผนถึงอนาคตของบริษัทใหญ่ ระหว่างพ่อและพี่ชายมันยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ เสียงยางรถยนต์ฝืดฝืนผิวถนนเบรกลั่นสั่นประสาท กระชากเหวี่ยงจนผมหัวคะมำ ฟาดเข้าไปกับเบาะที่นั่งด้านหลังคนขับ
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“พ่อ!”
“ทิวาอย่าเงยหน้าขึ้นมา” เสียงห้วนตวาดดัง พร้อมมือใครบางคนกดหัวผมให้จมลงไปจนเกือบติดพื้นรถเบื้องล่าง หูได้ยินเสียงปืนลั่นรัวดังมาจากทั่วทุกสารทิศ สลับเสียงร้องโอดโอยของใครหลายคนที่ผมแยกเสียงไม่ออก
“พ่อ พี่ตะวัน”
เมื่อเสียงปืนทิ้งช่วงห่างไป สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงกลิ่นฉุนของเขม่าดินปืนและกลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปทั่วห้องโดยสาร คนที่ผมรักสองคนนอนจมกองเลือดติดอยู่บนเบาะหลัง เสื้อสูทสีดำเห็นรอยฉ่ำเปียกแฉะเหนียวเหนอะเต็มไปด้วยคราบเลือด มือข้างหนึ่งของพ่อยังกำด้ามปืนยื่นออกไป เหมือนเมื่อครู่มันถูกใช้ต่อสู้ป้องกันตัว ดวงตาคู่คมจมหายอ่อนแสงลงเรื่อยๆ ริมฝีปากกระอักพ่นเลือดเป็นฟองฝอย เหมือนพ่อพยายามพูดบางอย่าง ผมโน้มตัวลงไปพยายามตั้งใจฟัง หากแต่มันขยับได้ไม่นานทุกอย่างก็กลับนิ่งไป โดยไม่มีคำใดหลุดออกมา ไม่มีแม้กระทั่งลมหายใจ
“พ่อ...”
“ทิ...หนีไป” เสียงพร่าของพี่ชายทำให้ผมได้สติ ฝ่ามือเหนียวเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดพยายามเปิดประตูรถแล้วผลักให้ผมออกไปทางประตูอีกด้าน
“ไม่เอา ไม่ไป” ผมหันไปเหนี่ยวข้อมือแข็งนั้นไว้
“ไป!” ราวกับนั่นคือลมหายใจเฮือกสุดท้ายฝ่ามือสั่นผลักผมให้ออกจากตัวรถแล้วปิดประตูลงทันที นั่นคือภาพสุดท้ายในความทรงจำผม
“การร้องไห้คร่ำครวญไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น” เสียงหนึ่งดังมาจากอีกด้านของบานประตู ขัดเสียงสะอื้นจากช่องอกของผมให้สะดุดลง
“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนเลว ดังนั้นผมถึงเลือกมาที่นี่ มาดูกันสิว่าคุณจะเลวได้ถึงใจผมมั้ย” ฝ่ามือทั้งสองข้างกำบีบเข้าหากันแน่น ความเจ็บแค้นครั้งนี้ผมจะทวงคืนอย่างสาสม
“รับรองว่าเธอจะประทับใจในความเลวของฉัน”
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 หลานสาวคนโปรด (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 ลูกสะใภ้คนโปรด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 สามีสายเปย์
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 แม่ผัวตัวดี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 สัญญาว่าจ้าง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 หายอีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#33 บทที่ 33 คลิปหลุด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#32 บทที่ 32 ตามใจเมีย
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#31 บทที่ 31 สติ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













