บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 ภักดีศัตรู
ค่ำคืนที่พายุกระหน่ำสาดซัดสายฝนลงมาอย่างหนัก หยดน้ำจากฟ้าอันเย็นเฉียบ ละเลียดชะละลายน้ำตาของผมปนไปด้วยกัน เสียงร้องไห้คร่ำครวญอันเกิดจากหัวใจเจ็บแค้นแสนสาหัส ถูกเสียงฟ้าคำรามกลืนกลบไปจนสิ้น สูงขึ้นไปเหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร เงาทะมึนมืดครึ้มของเมฆดำบดบังแสงจันทร์อันริบหรี่ของคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง หากแต่ชีวิตผม คืนนี้มันไม่ต่างอะไรจากค่ำคืนมืดมนอันแสนโหดร้าย แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงไฟจากดวงโคมมากมาย แต่ผมกลับมองไม่เห็นหนทางที่ตัวเองจะย่างเดิน
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ ดูสิเราเจอใคร” ปลายรองเท้าคัทชูสีดำมันเลื่อมขยับก้าวเข้ามายืนใกล้ เสียงหยันเยาะเย้ยน่ารังเกียจอันคุ้นเคยเอ่ยทักทาย เป็นปกติเช่นนี้ทุกครั้ง ยามเมื่อเราสองคนเจอหน้ากัน
“ฮึ” ผมพ่นลมก้อนหนึ่งออกมาทางรูจมูก ขนาดไม่ได้แหงนคอขึ้นไปมองหน้ามัน เห็นแค่ปลายรองเท้าเท่านั้นผมยังรู้สึกเกลียดมันนักหนา
“ทิวา ฉันได้ข่าวว่าเธอตายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงฟื้นตื่นจากหลุมเร็วนักล่ะ”
ทิวา นั่นคือชื่อผม ทั้งที่ความหมายของชื่อนี้คือช่วงเวลากลางวันอันสดใสเต็มไปด้วยรุ่งโรจน์ แต่ใครเลยจะรู้ว่าชีวิตผมตอนนี้นั้นเหมือนกำลังดำดิ่ง จมลงสู่ห้วงเหวหุบนรกไขว่คว้าพยายามตะกายหาทางหลุดพ้นแต่ก็จนปัญญา ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน มีเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่าอันดำมืดช่างห่างไกลกับความหมายของชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เหลือเกิน ส่วนไอ้ผู้ชายรูปหล่อหน้าตาหยิ่งยโสโอหัง เจ้าของสูทดำที่ยืนค้ำหัวผมอยู่นี้คือ พสิษฐ์ คู่อริตลอดกาลของตระกูลผม พวกเราเกลียดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย จ้องคิดทำลายล้างผลาญกันมาหลายชั่วอายุคน
“ตายอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ฉันเพิ่งไปเผาศพพ่อ พี่ชาย แล้วก็มีศพของเธอด้วย” รองเท้าคัทชูสีดำขนาดไซต์ไม่ต่ำกว่าเบอร์สี่สิบขยับใกล้เข้ามา แววตาหยามเหยียบซ้ำขยี้บดจนศักดิ์ศรีความเป็นคนของผมจมลึกลงไปไม่เหลืออะไรอีก
“พ่อกับพี่ตะวัน”
ภาพสุดท้ายที่ผมจำได้ คือดวงตาสองคู่ของพ่อและพี่ชายขณะมองกลับมา พร้อมคำสั่งให้ผมหนีเอาชีวิตรอด ไม่มีคำลา ไม่มีคำสั่งเสีย ไม่มีคำกล่าวสดุดีไว้อาลัยใดๆ และผมไม่มีโอกาส แม้แต่เข้าไปร่วมงานศพของคนที่ผมรัก
“เธอคงไม่ได้ดั้นด้นหนีความตาย เพื่อมานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านฉัน เพียงแค่เท่านี้หรอก...ใช่มั้ย” เจ้าของรองเท้าคู่ใหญ่เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าคมถูกเงาทะมึนครึ้มเมฆบดบังซีกหน้าด้านหนึ่งเอาไว้ เห็นเพียงประกายตาแวววาว
“ผมต้องการแก้แค้น”
“แก้แค้น...แม่เลี้ยงคนสวยของเธอนะเหรอ วันนี้หล่อนสวยมากสวมเครื่องเพชรชุดใหญ่ ฉันจำได้ว่าแม่เธอเคยสวมมันเมื่อนานมาแล้ว ในงานศพวันนี้ แม่เลี้ยงกับพี่ชายต่างแม่ของเธอ ยืนร้องไห้ต้อนรับแขก ดูเสแสร้งดีแต่ก็อย่างว่านะ...หล่อนเป็นนักแสดงเก่านี่นา เอาละบอกมาสิว่าเธอมานั่งขวางประตูบ้านฉันอย่างนี้ต้องการอะไร เงิน หรือเศษอาหาร” คำถากถางดูถูกนั้นทำเอาเลือดผมเดือดปุดๆ อยากจะลุกขึ้นมากระโดดถีบปากมันสักที หากไม่ติดที่จำเป็นต้องมาต่อรองขอความช่วยเหลือ
“คุณอยากได้อาณาจักรของพิทักษ์วัฒนา มานานแล้วไม่ใช่เหรอ” ผมกดสายตาลงต่ำเลือกที่จะมองไปยังรองเท้าสีดำมากกว่าใบหน้าคู่สนทนา
“ฉันเคยอยากได้ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว” เจ้าของร่างสูงย่อตัวลงมานั่งยองอยู่เบื้องหน้า มุมปากแสยะยิ้มแยกเขี้ยวน่ารังเกียจเกินจะมอง
“ทำไม...”
“เพราะอีกไม่นาน อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่ของพิทักษ์วัฒนา มันจะค่อยๆ ล่มสลาย กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพังเหมือนปราสาทเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ไร้ความหมาย มันจะเหลือไว้เพียงตำนานและความทรงจำครั้งเคยรุ่งเรือง ถึงตอนนั้นฉันสามารถใช้เศษเงินอันน้อยนิดซื้อมันมาได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อมันคงไม่ทำกำไร หรือแม้แต่สร้างภาคภูมิใจอะไรให้กับฉันแล้ว” เป็นความจริงอันน่าเจ็บปวด เพราะเมื่อหัวเรือใหญ่ของตระกูลสูญสิ้นลมหายใจไปทั้งสองคน ลำพังเพียงผม ยังไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดหนีการตามล่าของสองแม่ลูกใจอำมหิตนั้นไปได้ไกลหรือว่านานแค่ไหน ซ้ำร้ายญาติพี่น้องทุกคนต่างเข้าใจว่าผมตายไปแล้ว เอกสารหลักฐานการมีตัวตนของผมไม่เหลืออะไรเลย
“แย่งมันมาสิ...” ผมแหงนคอขึ้นไปพูดประโยคที่ทำให้หัวใจรู้สึกหวิว ความรู้สึกเจ็บจี๊ดวิ่งพล่านกัดกินจิตใต้สำนึกลึกๆ
“เธอว่ายังไงนะ”
“แย่งมันมา ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงไป”
“ฉันเพิ่งบอกเธอไป ว่าฉันไม่ได้ต้องการมัน”
“ถ้าคุณไม่ต้องการ อย่างนั้น...ก็ทำลายมันซะ”
“อะไรนะ?”
“ทำลายมันให้ย่อยยับ ผมรู้ว่าคุณทำได้ ใช้ความชั่ว ความเลวของคุณ ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย ใช้ทุกอย่างที่คุณมีพยายามบดขยี้เรา เหมือนสมัยที่พ่อกับพี่ชายผมยังอยู่”
“แน่ใจเหรอว่าเธอต้องการอย่างนั้น”
“ใช่ ผมต้องการอย่างนั้น”
“ฉันพร้อมที่จะบดขยี้มันให้พังพินาศ ไอ้เรื่องสร้างความฉิบหายให้กับคนอื่นนี่ ฉันถนัด ยิ่งถ้ามันเป็นพิทักษ์วัฒนาด้วยแล้ว...ฉันยิ่งชอบ แต่ฉันขอฟังเหตุผลของเธอหน่อยได้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร”
“ในเมื่อคุณบอกว่าอีกไม่นานพิทักษ์วัฒนาจะต้องพบจุดจบ ซึ่งผมเองคิดว่ามันไม่เกินจริง ผมยอมให้มันแหลกสลายในมือคุณที่เป็นศัตรู ดีกว่าปล่อยให้มันย่อยยับด้วยน้ำมือของคนทรยศ ว่ายังไงคุณทำได้เหมือนที่โม้เอาไว้หรือเปล่า” น้ำตาจากความเจ็บแค้นไหลอาบลงมาต่อหน้าศัตรู
“เป็นความคิด ความตั้งใจที่น่าสนใจดี ฉันจะไม่พูดจาโอ้อวดให้มากความนักหรอก ขอแค่เธออย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”
“ผมผ่านช่วงเวลาแห่งความเสียใจมามากพอแล้ว”
“ถ้านี่เป็นการตัดสินใจของเธอ ตกลง...ฉันรับข้อเสนอนี้”
ภายใต้ชายคา อาณาจักรศิวะอัศวโยธิน คู่ปรับและศัตรูตลอดกาลของตระกูลผม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเดินเข้ามาในบ้านของศัตรู นายพสิษฐ์ ผู้ชายหน้านิ่ง นิสัยเย็นชา ปากหมาแถมยังใจสัตว์ เดินช้าๆ มาหยุดลงตรงบันได ซึ่งทอดสูงขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์หลังงาม ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดประดับตกแต่งโอ่อ่าหรูหรา สมฐานะมหาเศรษฐีแถวหน้าใต้ฟ้าเมืองไทย
“ฉันรู้ว่าเธอเคยเป็นทายาทหมื่นล้านมาก่อน แต่ต้องเข้าใจนะเวลานี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เธอเคยเป็นลูกเสือมาก่อน แต่เสือ...เมื่อไม่มีถ้ำก็ไม่ต่างอะไรกับหมาจร ไร้ที่ซุกหัวนอน ไม่มีบารมีพ่อกับพี่ชายคุ้มกะลาหัวเธอมันก็แค่คนธรรมดาไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น”
“ไม่ต้องพูดมาก ถึงผมจะมาขอให้คุณช่วย แต่ไม่เคยคิดจะญาติดีผมเคยเกลียดคุณยังไง วันนี้ยังเกลียดเหมือนเดิม”
“ฉันชอบท่าทีจองหองของเธอ”
“ผมก็เกลียดท่าทางวางตัวโอ้อวด หยิ่งยโส โอหังของคุณเหมือนกัน”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็...แม่บ้านถ้าจำไม่ผิด เรามีห้องเก็บของอยู่ตรงใต้บันไดใช่มั้ยครับ” คิ้วเข้มกระตุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับมุมปาก
“มีค่ะ คุณพสิษฐ์”
“ให้เขาพักที่นั่น แล้วหาเสื้อผ้าคนใช้มาให้เขาเปลี่ยนด้วย ชุดที่เธอใส่อยู่น่ะ...เหม็นสาบ” ไอ้คนทุกเรศทำท่าย่นจมูกฟุดฟิด ปากเบะบิดเบี้ยวน่าเตะให้ปากฉีก
“เอ่อ คุณพสิษฐ์คะแต่ว่า...”
“บ้านหลังนี้นอกจากเสื้อผ้าของฉัน ก็มีแค่ชุดคนใช้เท่านั้นที่เธอพอใส่ได้ คงไม่ว่ากันนะ”
ห้องใต้บันไดแคบขนาดหนูเดินยังอึดอัด ถูกแม่บ้านเข้ามาช่วยจัดเคลียร์เอาไม้กวาดกับอุปกรณ์ชุดทำความสะอาด พรมเช็ดเท้าเก่า ของไม่ได้ใช้ออกไปบางส่วน ผ้าเช็ดตัวกับชุดเสื้อผ้าเครื่องแบบคนใช้สีเข้ม ผ้ากันเปื้อนปักตราสัญลักษณ์ชื่อย่อภาษาอังกฤษของตระกูลดัง ถูกพับวางไว้ใกล้กับเครื่องนอนกลางเก่ากลางใหม่ ผมเข้าใจว่ามันคงเคยเป็นของคนใช้เก่าที่อาจลาออกไปนานแล้วคนใดคนหนึ่ง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมใช้ซอกเล็กในห้องมืดใต้บันไดย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย เมื่อหลายวันก่อนเราสามคนพ่อลูกเดินทางกลับจากงานเลี้ยงร่วมฉลองความสำเร็จอันแสนชื่นมื่นเบิกบาน เสียงพูดคุยแสดงความชื่นชมยินดีและวางแผนถึงอนาคตของบริษัทใหญ่ ระหว่างพ่อและพี่ชายมันยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ เสียงยางรถยนต์ฝืดฝืนผิวถนนเบรกลั่นสั่นประสาท กระชากเหวี่ยงจนผมหัวคะมำ ฟาดเข้าไปกับเบาะที่นั่งด้านหลังคนขับ
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“พ่อ!”
“ทิวาอย่าเงยหน้าขึ้นมา” เสียงห้วนตวาดดัง พร้อมมือใครบางคนกดหัวผมให้จมลงไปจนเกือบติดพื้นรถเบื้องล่าง หูได้ยินเสียงปืนลั่นรัวดังมาจากทั่วทุกสารทิศ สลับเสียงร้องโอดโอยของใครหลายคนที่ผมแยกเสียงไม่ออก
“พ่อ พี่ตะวัน”
เมื่อเสียงปืนทิ้งช่วงห่างไป สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงกลิ่นฉุนของเขม่าดินปืนและกลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปทั่วห้องโดยสาร คนที่ผมรักสองคนนอนจมกองเลือดติดอยู่บนเบาะหลัง เสื้อสูทสีดำเห็นรอยฉ่ำเปียกแฉะเหนียวเหนอะเต็มไปด้วยคราบเลือด มือข้างหนึ่งของพ่อยังกำด้ามปืนยื่นออกไป เหมือนเมื่อครู่มันถูกใช้ต่อสู้ป้องกันตัว ดวงตาคู่คมจมหายอ่อนแสงลงเรื่อยๆ ริมฝีปากกระอักพ่นเลือดเป็นฟองฝอย เหมือนพ่อพยายามพูดบางอย่าง ผมโน้มตัวลงไปพยายามตั้งใจฟัง หากแต่มันขยับได้ไม่นานทุกอย่างก็กลับนิ่งไป โดยไม่มีคำใดหลุดออกมา ไม่มีแม้กระทั่งลมหายใจ
“พ่อ...”
“ทิ...หนีไป” เสียงพร่าของพี่ชายทำให้ผมได้สติ ฝ่ามือเหนียวเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดพยายามเปิดประตูรถแล้วผลักให้ผมออกไปทางประตูอีกด้าน
“ไม่เอา ไม่ไป” ผมหันไปเหนี่ยวข้อมือแข็งนั้นไว้
“ไป!” ราวกับนั่นคือลมหายใจเฮือกสุดท้ายฝ่ามือสั่นผลักผมให้ออกจากตัวรถแล้วปิดประตูลงทันที นั่นคือภาพสุดท้ายในความทรงจำผม
“การร้องไห้คร่ำครวญไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น” เสียงหนึ่งดังมาจากอีกด้านของบานประตู ขัดเสียงสะอื้นจากช่องอกของผมให้สะดุดลง
“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนเลว ดังนั้นผมถึงเลือกมาที่นี่ มาดูกันสิว่าคุณจะเลวได้ถึงใจผมมั้ย” ฝ่ามือทั้งสองข้างกำบีบเข้าหากันแน่น ความเจ็บแค้นครั้งนี้ผมจะทวงคืนอย่างสาสม
“รับรองว่าเธอจะประทับใจในความเลวของฉัน”
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 หลานสาวคนโปรด (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 ลูกสะใภ้คนโปรด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 สามีสายเปย์
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 แม่ผัวตัวดี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 สัญญาว่าจ้าง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 หายอีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#33 บทที่ 33 คลิปหลุด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#32 บทที่ 32 ตามใจเมีย
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#31 บทที่ 31 สติ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













