บทนำ
ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
บท 1
“โอ๊ย เจ็บ ๆ ๆ นี่เรายังไม่ตายหรอกหรือ แต่ถ้าตายแล้วก็คงไม่เจ็บสิ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน ไอ้หลังคาผุ ๆ พัง ๆ นี่มันอไรกัน”
เว่ยจื้อโหยวได้แต่พูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเธอกำลังนอนหลับอยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะพาเธอไปเข้าร่วมทีมหน่วยลับหรอกหรือ แล้วทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้ แล้วที่นี่มันที่ไหนหลังคาผุ ๆ นี่มันจะพังลงมาทับเธอหรือไม่
แล้วทำไมข้างนอกนั่นเสียงดังอะไรกัน ยายป้าปากตลาดที่ไหนมาด่าทอทะเลาะกันเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่นเอาเสียเลย เว่ยจื้อโหย่วที่ยังปวดหัวและนอนซมด้วยพิษไข้ได้แต่คิดในใจ เมื่อไหร่คนพวกนั้นจะเลิกด่าทอกันเสียที
ด้านนอกบ้านนางเซียนซื่อกำลังก่นด่าบ้านรองด้วยถ้อยคำหยาบคาย นางก่นด่าลูกชายและลูกสะใภ้รวมถึงหลานสาวว่าเป็นพวกอกตัญญู เป็นหมาป่าตาขาวและเป็นพวกเนรคุณ
สาเหตุที่นางเซียนซื่อยืนก่นด่าบ้านรองอยู่เพราะลูกชายขัดขืนไม่ยอมให้นางขายเว่ยจื้อโหยวให้กับเศรษฐีเฒ่า ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่พอใจและบีบคั้นบ้านรองทุกวิถีทาง อ้างความจำเป็นในการใช้เงินก็แล้วอ้างถึงความกตัญญูที่พึงมีต่อบุพการีก็แล้ว แต่ลูกชายของนางอย่างเว่ยเจี้ยนป๋อก็หาได้ยินยอมไม่
แต่ไหนแต่ไรมาลูกชายคนนี้ของนางหัวอ่อนและยอมลงให้นางมาตลอด นางเองไม่ได้มีใจรักใคร่บุตรชายคนนี้นักด้วยหมอดูได้ทำนายทายทักเอาไว้แล้วว่าหลานชายของนางจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ตระกูล ในตอนนั้นนางมีหลานชายเพียงคนเดียวคือบุตรชายของบุตรชายคนโต
ด้วยความเชื่อที่แสนจะงมงายของหมอดูปลอม ๆ ที่ทำมาหากินกับความเชื่อของชาวบ้าน หลังจากนั้นมานางก็ทุ่มเททุกอย่างให้กับครอบครัวของบุตรชายคนโตอย่างเว่ยอี้หานและมีสะใภ้ใหญ่อย่างนางเหอซื่อคอยยุแยงเป่าหูแม่สามีอยู่ทุกวัน
นางเหอซื่อมีชื่อเดิมว่าเหอเหมี่ยวแต่งงานกับเว่ยอี้หานมีลูกชาย 2 คน และมีลูกสาว 1 คน ลูกสาวนั้นอายุไล่เลี่ยกับเว่ยจื้อโหย่วคือ 17หนาว ส่วนลูกชายคนโตตอนนี้เรียนอยู่ที่สำนึกศึกษาในเมืองอายุ 14 หนาว ลูกชายอีกคนอายุ 7 หนาว
สะใภ้ใหญ่เป็นญาติทางฝั่งแม่ของนางเซียนซื่อ เมื่อแต่งเข้าบ้านเว่ยจึงทำให้ลูกสะใภ้และแม่สามีที่มีศักดิ์เป็นเครือญาติกันนั้นเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย
เว่ยเจี้ยนป๋อแต่งงานกับนางเหลียนซื่อหรือชื่อเดิมคือเหลียนเหมยชิง สำหรับสะใภ้รองผู้เฒ่าเว่ยเป็นคนสู่ขอให้มาตบแต่งกับเว่ยเจี้ยนป๋อในตอนที่ผู้เฒ่าเว่ยมีชีวิตอยู่ หลังจากเว่ยเจี้ยนป๋อแต่งงานได้สามปี ผู้เฒ่าเว่ยก็ป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เว่ยเจี้ยนป๋อและนางเหลียนซื่อมีลูกทั้งหมด 3 คน โดยมีเว่ยจื้อโหยวเป็นลูกสาวคนโต อายุ 17 หนาว น้องชาย อายุ 14 และ 7 หนาว
เว่ยจื้อโหยวที่ตอนนี้ปวดหัวมาก ตอนนี้จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกในตอนที่เธอกำลังพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงไม้แข็ง ๆ นี่ กลับมีเรื่องราวต่าง ๆ เข้ามาในหัวของเธอจนเธอหมดสติไปอีกครั้ง
ส่วนคนด้านนอกนั้นยังถกเถียงกันและย่าใจร้ายก็ยังไม่หยุดด่า และยังมีลูกสะใภ้เป็นลูกคู่ เว่ยเจี้ยนป๋อมองหน้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยสายตาผิดหวังระคนเสียใจ
ส่วนพี่ชายอย่างเว่ยอี้หานนั้นยืนมองน้องชายและครอบครัวด้วยสายตาเกลียดชัง เขามีความเชื่อไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ หากว่าบุตรชายของเขาสอบได้เป็นขุนนางขึ้นมาเขาไม่ต้องการนับญาติกับน้องชายผู้นี้
“น้องรอง ข้าว่าเจ้ายอมยกลูกสาวของเจ้าแต่งเข้าบ้านเศรษฐีเถอะ นางจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดี เจ้าเองก็จะได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาของเศรษฐีเชียวนะ” อี้หาน
“หากพี่ใหญ่ว่าการไปเป็นอนุของชายแก่คราวปู่มันดีนักหนาเหตุใดท่านไม่ให้ลูกสาวของท่านตบแต่งเข้าไปเสียล่ะขอรับ” เจี้ยนป๋อ
“นี่เจ้า.. เจ้ากล้าพูดจายอกย้อนข้าเช่นนั้นหรือ เดี๋ยวนี้เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง” อี้หานชี้หน้าด่าน้องชาย
“เจ้าลูกอกตัญญู ข้าอุ้มท้องเจ้ามาเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ เจ้ากลับเนรคุณ ตอนนี้ข้าแค่ขอให้เจ้ายกนางตัวไร้ค่าลูกสาวของเจ้าแต่งเข้าบ้านเศรษฐีเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเจ้ากลับไม่ยินยอม ข้าน่าจะเอาขี้เถ้าอุดปากเจ้าให้ตายเสียแต่ยังเด็ก ข้าไม่น่าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ขนาดนี้ ข้าไม่น่าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อให้มาเนรคุณข้าเอง ลูกอกตัญญู” นางเซียนซื่อชี้หน้าด่าลูกชาย
“ก็แค่ลูกสาวไร้ค่าของเจ้า จะเทียบอันใดกับลูกสาวของข้าได้กัน อย่าเอาลูกสาวของเจ้ามาเทียบกับหนิงอันลูกสาวข้า” สะใภ้ใหญ่
“ข้ายังยืนยันคำเดิม ข้าไม่มีวันส่งลูกสาวของข้าให้บ้านเศรษฐีเฒ่า ลูกสาวของข้าข้าจะหาสามีให้นางเอง ในเมื่อทั้งหมดเป็นปัญหาของพวกท่านที่รับปาก พวกท่านก็หาทางแก้ปัญหากันเอาเองเถิด ตลอดเวลาที่ข้าต้องอดทนให้พวกท่านรังแกลูกเมียข้ามันก็เกินพอแล้ว ข้าสู้อุตส่าห์ทำตามคำขอร้องของท่านพ่อที่สั่งเสียเอาไว้ให้พี่น้องรักและสามัคคีกันแต่พวกท่านไม่เคยจะใส่ใจ เอาแต่รังแก กดขี่ข่มเหงบ้านรองของข้า อาหารการกินบ้านรองก็ได้ส่วนแบ่งมาน้อยนิดทั้ง ๆ ที่งานในไร่ครอบครัวของข้าก็ทำมากที่สุด เงินก็เป็นข้าหามามากที่สุด แต่เงินเหล่านั้นไม่เคยตกถึงครอบครัวของข้า ตลอดเวลา 20 กว่าปีมานี้ ข้าถือว่าข้าได้กตัญญูต่อท่านแล้ว ท่านแม่ หากเป็นเช่นนี้ข้าขอแยกบ้านขอรับ” เจี้ยนป๋อพูดออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ
“แยกบ้าน เจ้ากล้าแยกบ้านหรือ อกตัญญู อกตัญญูแล้ว” นางเซียนซื่อทุบขาร้องโวยวายตีอกชกลม
“ท่านแม่ ในเมื่อน้องรองอยากแยกบ้านก็ให้แยกไปเถอะขอรับ แต่ข้าจะไม่แบ่งอะไรให้ทั้งนั้น อยากแยกบ้านเองก็ออกไปแต่ตัวเถอะ” อี้หาน
“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ อีกหน่อยลูกใหญ่ก็จะเป็นขุนนางแล้ว ข้าไม่อยากให้มีปลิงมาเกาะคอยดูดเลือดเจ้าค่ะ” สะใภ้ใหญ่
“ได้ ในเมื่อเจ้าอยากแยกบ้านนักก็ออกไปแต่ตัวก็แล้วกัน เจ้าใหญ่ ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาจัดการให้เรียบร้อย” นางเซียนซื่อ
หลังจากนั้นไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านได้มาทำการแยกบ้านโดยมีเอกสารการแยกบ้านและตัดขาดสามฉบับ ฉบับแรกมอบให้กับนางเซียนซื่อ ฉบับที่สองมอบให้กับเจี้ยนกั๋ว และฉบับสุดท้ายหัวหน้าหมู่บ้านจะนำไปยื่นกับทางการถือเป็นการเสร็จสิ้นการแยกบ้าน
“พวกเจ้ารีบไสหัวออกไปจากบ้านของข้าและอย่าได้หยิบฉวยอะไรของข้าออกไปเด็กขาด สะใภ้ใหญ่คอยจับตาดูเอาไว้” นางเซียนซื่อ
“เจ้าค่ะท่านแม่”
“พวกเราไปเก็บของกันเถอะ อย่าเสียเวลาอีกเลย” เจี้ยนป๋อ
“เจ้าค่ะท่านพี่”
“ขอรับท่านพ่อ”
ครอบครัวของเจี้ยนป๋อเก็บข้าวของที่มีอยู่น้อยนิดใส่ห่อผ้าจากนั้นนางเหลียนซื่อก็ไปช่วยลูกสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่เก็บของ เจี้ยนป๋ออุ้มลูกสาวที่นอนหมดสติอยู่ขึ้นวางใส่รถเข็นอย่างเบามือ คนพวกนี้นับว่ามีจิตใจเหี้ยมโหดเพียงแค่ลูกสาวของเขาไม่ยินยอมไปเป็นอนุของตาเฒ่าบ้ากามผู้นั้น
เขาไม่คิดเลยว่าย่าแท้ ๆ จะทุบตีลูกสาวเขาปางตาย หากเขากลับมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวที่น่ารักแสนดีของเขาคงได้หมดลมหายใจไปแล้ว เพราะเหตุนี้ความอดทนที่เขามีถึงได้ขาดลง เขาทำใจอยู่ร่วมบ้านกับคนพวกนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว หากเขาไม่สามารถปกป้องลูกได้เขาก็ไม่สมควรจะเป็นพ่อใคร
“ท่านพ่อพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนหรือขอรับ” เว่ยหย่งคัง
“พวกเราจะกลับไปอยู่บ้านเดิมของท่านแม่เจ้า กับท่านตาท่านยายของพวกเจ้า” เจี้ยนป๋อ
“ขอรับท่านพ่อ เช่นนั้นเราไปกันเถอะ จะได้รีบพาพี่ใหญ่ไปรักษา” เว่ยหย่งหมิง
ในตอนที่ครอบครัวของเจี้ยนป๋อกำลังเดินออกจากบ้านเว่ยมา อี้หานได้พูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า
“อย่าคิดว่าแยกบ้านแล้วลูกสาวของเจ้าจะหนีพ้น คอยดูลูกสาวของเจ้าเอาไว้ให้ดี ท่านเศรษฐีไม่มีวันรามือ”
เจี้ยนป๋อเข็นรถที่มีร่างของลูกสาวนอนไม่ได้สติอยู่พาลูกเมียเดินออกจากหมู่บ้านลี่เจียงที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิดไปด้วยใจที่แตกสลาย เขาผิดหวังกับมารดาผู้ให้กำเนิดและพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง
ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสงสารเว่ยเจี้ยนป๋อและครอบครัวแต่พวกเขาเป็นคนนอกไม่สามารถจะเข้าไปยุ่งเรื่องของผู้อื่นได้ อีกอย่างแม่สามีกับลูกสะใภ้บ้านนี้นั้นล้วนร้ายกาจ เห็นแก่ตัวและปากร้ายจนไม่มีใครอยากจะข้องแวะด้วย
ใช้เวลากว่า 1 ชั่วยามเดินเท้าจากหมู่บ้านลี่เจียงมาถึงหมู่บ้านต้าหลี่ที่เป็นบ้านเดิมของนางเหลียนซื่อ เมื่อมาถึงก็พบกับพี่สะใภ้ที่กำลังกวาดลานบ้านอยู่พอดี
นางซ่งซื่อหรือซ่งจินเหม่ยเห็นน้องสาวสามีพร้อมด้วยน้องเขยและหลาน ๆ เดินเข้ามาในบ้านและน้องเขยยังได้เข็นรถเข็นที่มีร่างของหลานสาวคนโตที่นอนหมดสติมาด้วย
ด้วยความตกใจนางจึงถามออกมาด้วยความร้อนรน
"น้องสาวน้องเขยเหตุใดจื้อโหย่วถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เกิดอะไรขึ้น"
“พี่สะใภ้เข้าบ้านกันก่อนเจ้าค่ะ ค่อยไปคุยกันในบ้านนะเจ้าคะ” นางเหลียนซื่อ
“เช่นนั้นก็เข้าบ้านกันเถอะ น้องเขยเจ้าอุ้มจื้อโหยวเข้าไปพักข้างในก่อน” นางซ่งซื่อ
“เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงหลังบ้าน” แม่เฒ่าเหลียน
“ท่านแม่ น้องสาวกับน้องเขยมาเจ้าค่ะ หลานสาวเกิดเรื่องแล้ว” นางซ่งซื่อตอบแม่สามี
“อะไรนะ เกิดอะไรขึ้นกับหลานข้า นี่มันเรื่องอันใดกัน” แม่เฒ่าเหลียน
“ท่านแม่ใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ ข้าจะเล่าให้ท่านแม่ฟังเอง และต่อจากนี้ไปข้าและท่านพี่จะขอกลับมาอยู่ที่นี่ได้หรือไม่เจ้าคะ ท่านพี่ตัดขาดจากบ้านเว่ยแล้ว พวกเราจะขออาศัยอยู่กับท่านแม่สักระยะ จากนั้นพวกเราจะหาทางขยับขยายออกไปอยู่กันเองเจ้าค่ะ” นางเหลียนซื่อเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา
“เอาเถอะ ๆ ที่ทางของบ้านเรายังมีพอที่จะให้พวกเจ้าปลูกบ้าน ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก เจ้าบอกมาให้แม่ฟังสิมันเกิดอันใดขึ้น”
หลังจากที่ได้ฟังลูกสาวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแม่เฒ่าเหลียนก็อยากจะไปจัดการกับยายแก่สารเลวบ้านเว่ยจริง ๆ โชคดีที่ลูกเขยของนางตัดขาดออกมาได้ นางไม่เชื่อหรอกว่าคนขยันอย่างเจี้ยนป๋อจะไม่สามารถหาเลี้ยงลูกเมียได้ ถึงตอนแรกจะลำบากไปบ้างเท่านั้น
แต่ปัญหาเรื่องหลานสาวนั้นหากว่าไม่หาทางออกที่ดีไม่พ้นว่าจะโดนอำนาจเงินของตาเฒ่าบ้ากามคนนั้นรังแกเอาได้ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถรอดพ้นจากน้ำมือของตาเฒ่าบ้ากามนั้นได้คือให้หลานสาวแต่งออกไป
หากผู้ใดล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่นถือว่ามีความผิดร้ายแรง แม้ว่าคนผู้นั้นจะมีเงินมีอำนาจมากก็ไม่สามารถที่จะล่วงละเมิดภรรยาของผู้อื่นได้ โทษของผู้ที่ทำความผิดคือต้องไปใช้แรงงานขุดคูเมืองและโดนยึดทรัพย์
บทล่าสุด
#113 บทที่ 113 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#112 บทที่ 112 คนดีพี่มาง้อ
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#111 บทที่ 111 ยอดลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#110 บทที่ 110 ของฝากจากเมืองหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#109 บทที่ 109 เอาคืนให้ชุยต้า(2)
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#108 บทที่ 108 เอาคืนให้ชุยต้า (1)
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#107 บทที่ 107 ไม่ยอมก็ต้องยอม
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#106 บทที่ 106 จวนราชครูสั่นสะเทือน
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#105 บทที่ 105 พวกเจ้าเป็นลูกหลานบ้านไหนกัน??
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#104 บทที่ 104 ไปเมืองหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025
คุณอาจชอบ 😍
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักระรินใจ
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)













