บทนำ
กรวลัย หญิงสาวผู้อับโชค แม้จะชดใช้ความผิดในเรือนจำแล้ว ทว่า โลกภายนอกกลับโหดร้ายกับเธอยิ่งกว่า เธอจะสามารถฟันฝ่า และก้าวผ่านการถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตรกรได้หรือไม่
หากเกลียดมากมาย ใยจึงเลือกให้เธออยู่
เหตุใดแค้นนี้จึงต้องชำระด้วยบทสวาท ?
แล้วความสัมพันธ์ที่คลุมเครือนี้ จะก่อตัวเป็นความรักได้หรือไม่
โปรดติดตามค่ะ
บท 1
เอี๊ยดดดดดด
เสียงรถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วดันเบรกกะทันหัน ตามด้วยกลิ่นไหม้อันเกิดจากล้อที่เสียดสีกับพื้นถนนลากเป็นทางยาว สาเหตุเพราะคนขับรถหักพวงมาลัยฉับพลันหวังหลบสาวน้อยปริศนาที่วิ่งข้ามฝั่งไม่ดูตาม้าตาเรือ
ขณะเดียวกันนั้นเอง ตัวรถพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจังเสียงดังสนั่นวั่นไหว
โครมมมมม
“ว้ายยยย”
ผู้คนร้องตกใจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที กรวลัยยืนนิ่งอึ้งงันอ้าปากหวอตัวสั่นเทาอยู่บนเกาะกลางถนน มองภาพตรงหน้า จากความประมาทเลินเล่อของตน เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวรีบกดมือถือโทรแจ้งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่ในรถคันเกิดเหตุ สภาพรถพังยับเยินเสาไฟฟ้าหักลงมาทาบทับตัวรถเอาไว้ จนแถบนั้นไฟดับลงทันควัน ลุงคนขับรถคลานออกมาเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเล ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือกันจ้าละหวั่น ร่างบางเดินขาสั่นเชื่องช้าเพื่อเข้าไปช่วยเหลืออย่างกล้าๆกลัวๆ
“คุณ ...คุณ โฉมฉาย” กรวลัยสะดุ้งเฮือกเมื่อมองเข้าไปภายในรถพบคุณโฉมฉาย อัศวดิลกกุล เจ้าของไร่เลอสรร หมดสติอยู่ข้างใน ใบหน้าแนบชิดกระจกด้านข้างมีเลือดไหลโชก ข้างๆญิงมีหญิงสาวร่างเล็กนอนขดอยู่ข้างๆใบหน้าซีดเผือดซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นลูกสาวของท่าน
“ว้ายย!!! มีคนกระเด็นออกมาข้างนอกด้วย” เสียงแม่ค้าที่ตั้งแผงลอยติดถนนตะโกนร้องบอกเมื่อพบหญิงสาวอีกหนึ่งรายนอนแน่นิ่งคอพับอยู่ข้างๆเสาไฟฟ้าคาดว่าเธอคงจะกระเด็นออกมานอกรถนอนทับเศษกระจกเกลื่อนกลาดปนลิ่มเลือดจำนวนมาก
กรวลัยช็อคสุดขีดเผลออุทานออกมาไม่เป็นศัพท์ปนเสียงร้องไห้ด้วยความเสียใจเกินจะกลั้น ขาเรียวอ่อนยวบทรุดลงกับพื้นฟุตบาทมองภาพความโกลาหลบนท้องถนน พลเมืองดีช่วยพยาบาลลำเลียงผู้บาดเจ็บขึ้นรถเพื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว เสียงไซเรนบวกกับแสงไฟวิบวับอีกทั้งผู้คนมากมายที่วิ่งมาดูเกิดเหตุทำให้เธอนั่งตัวลีบสมองเบลอไม่รู้จะเริ่มทำอย่างไรก่อน
แน่นอน เธอไม่หนีไปไหน พร้อมให้ปากคำแก่ตำรวจเจ้าของคดีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ผู้คนมากมายต่างมุงดูตัวต้นเหตุอย่างเธอพร้อมเสียงก่นด่าประนามดังอื้ออึง
“แล้วนั่นลูกเต้าเหล่าใครนะ”
...
“ก็นังกำไลลูกคนงานในไร่คุณภูผาไง”
..
“อ๋อ ..เห้ออ ไม่น่าเล้ยย มันจะชดใช้คุณเค้ายังไงล่ะเนี่ย”
...
“ซุ่มซ่ามจนได้เรื่องใหญ่โตเลยมั้ยล่ะมึง”
...
นาทีนี้เธอไม่ได้รู้สึกอะไรจากเสียงเหล่านั้นนัก นอกจากเกลียดตัวเองไม่ต่างจากพวกเค้า
เธอทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ?!!
เธอฝันไปใช่ไหม
...คุณพระคุณเจ้า โปรดช่วยให้ทุกคนพ้นขีดอันตรายทีเถิด..
หญิงสาวเว้าวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะโทรไปบอกแม่ก็ยังไม่กล้าได้แต่ก้มมองดูเบอร์อย่างคิดไม่ตก
“ท่านไปโรงพยาบาลแล้วใช่ไหม?!!”
เลอสรรรีบวิ่งเข้ามาที่เกิดเหตุอย่างร้อนรนพร้อมถามอย่างกระวนกระวายปนหอบ
กรวลัยหันไปมองเสียงเข้มของผู้มาใหม่ ร่างสูงใหญ่ยืนเท้าสะเอวมองดูจุดเกิดเหตุด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด ลูกน้องและแม่ค้ายืนข้างๆกายล่ำสันเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ฟัง แล้วชี้มาที่เธอ
ดวงตาคมปราดมามองเธอจนหัวใจดวงน้อยๆกระตุกวูบ
นับจากวินานั้น หล่อนหมดสติทันทีที่ได้สบตาเขา
..คุณเลอสรร อัศวดิลกกุล..
ฟุ่บบบ
“ว้าย นังกำไลมันเป็นลมแล้วนั่น”
.....
กรวลัยเป็นลมล้มฮวบในทันที ใบหน้าซีดเซียวแนบกับพื้นถนนที่ถูกปิดการสัญจรชั่วคราว เลอสรรที่รีบบึ่งไปยังรถเพื่อไปหามารดาที่โรงพยาบาล เห็นหล่อนเป็นลมลงพอดี ร่างสูงใหญ่ย่างกรายเท้าเดินเฉียดอย่างไม่แยแส หนำซ้ำริมฝีปากหยักเหยียดเย้ย รองเท้าราคาแพงเผลอเหยียบปลายเส้นผมนุ่มผ่านเลยไป
.................................
“กำไลๆ มาๆเร็วเข้า รีบมาเข้าแถวรอเร็ว คุณนายโฉมฉายมาแล้ว”
สายป่านกวักมือเรียกเพื่อนสาวให้รีบเข้าแถวรอรับของแจกโดยไว คุณนายโฉมฉายเป็นผู้มีจิตใจเมตตา มักจะพาลูกสาวมาแจกเสื้อผ้าเครื่องเขียนหรือแจกทุนการศึกษาให้แก่เด็กๆที่โรงเรียนมัธยมทุกปี
เด็กหญิงตัวเล็กๆชั้นมัธยมปีที่หนึ่ง ดีใจจนตาลุกวาวเมื่อเห็นรถบรรทุกขนสิ่งของบริจาคคันใหญ่กำลังจอดอยู่กลางสนามฟุตบอล ร่างผอมกะหร่องหน้าตามอมแมมกับชุดนักเรียนสีซีดซึ่งไม่เคยสัมผัสกับเตารีดรีบวิ่งฉิวไปโดยไม่ทันระวังดันชนกับลูกชายของท่านเข้าให้
“โอ๊ยยย”
“ยัยนี่”
หนุ่มหล่อวัย23ปี ที่เพิ่งเรียนจบจากฝรั่งเศสหมาดๆผลักเด็กน้อยผมสั้นเนื้อตัวสกปรกอย่างแรง เมื่อก้มมองดูเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของเขาเปื้อนรอยดำจากมือเล็กๆของกำไลที่เพิ่งเล่นหมากเก็บมาจนเลอะเทอะยิ่งทำให้ดวงตาคมจ้องเขม็งเธออย่างโมโหเข้าไปใหญ่
...
“อื้อ ยะ อย่า หนูขอโทษ .. ”
กัลวลัยครางเสียงแผ่วอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล มือบางมีมือหยาบกร้านของผู้เป็นแม่กุมทับ
“กำไล ลูก กำไล"
ปราณีตบแก้มลูกสาวเบาๆให้ตื่นจากฝันร้าย ดวงตากลมโตปรือขึ้นมามองหน้ามารดาก่อนจะมองบริเวณโดยรอบห้องเพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่นำพาให้เธอมานอนตรงนี้
“ไม่ ฉันฝันไปใช่ไหมจ้ะแม่ ฮึก ฉันไม่ได้ก่อเรื่องอะไรใช่มั้ยแม่ ฮือ”
จำได้ว่าครั้งสุดท้ายก่อนจะเป็นลม เธอเจอหน้าเขาคนนั้น พาลฝันถึงเรื่องราวเก่าๆเมื่อ10ปีก่อน เป็นเหตุการณ์ที่เธอยังจำติดตา ว่าทุกครั้งที่พบเขา ด้วยสายตาดุปนเหยียด เธอต้องหัวใจเต้นสั่นด้วยความหวาดกลัว
“กำไลเอ้ย เอ็งทำใจดีๆนะ คุณเค้าเสียแล้วลูก”
“ไม่จริง..”
บทล่าสุด
#106 บทที่ 106 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#105 บทที่ 105 Special.3
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#104 บทที่ 104 Special.2
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#103 บทที่ 103 Special.
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#102 บทที่ 102 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#101 บทที่ 101 .
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#100 บทที่ 100 .
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#99 บทที่ 99 .
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#98 บทที่ 98 .
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#97 บทที่ 97 .
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
บ่วงรักสัมพันธ์ร้าย 25+
'เขา' เกลียดเธอเข้าไส้ เพราะ 'เธอ' คือลูกสาวของคนที่ทำให้แม่ของเขาตาย
และเธอคือคนที่เขาเข้าใจว่าเป็น 'น้องสาว' มาทั้งชีวิต แต่เป็นน้องสาวที่แสนเกลียดชังมาตั้งแต่เด็ก
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
มาเฟียคลั่งรัก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













