บทนำ
“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่า กำลังพูดอยู่กับใคร”
“ท่านอ๋องเมืองหลิงโจว องค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นเฉิน จวินซานเฉิน
แล้วอย่างไร ท่านยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครงั้นหรือ ถึงได้ถามคนอื่น”
“เจ้าควรกลับไปเมืองหลวงทันที ถ้าไม่อยากตายเพราะถูกข้าสั่งลงโทษโบย ให้ตายคาค่ายทหารแห่งนี้!”
“เอะอะก็สั่งลงโทษ พวกชอบวางอำนาจ คิดว่าใหญ่มาจากไหน”
จวินซานเฉินที่โกรธจัด เดินมาบีบรัดต้นคอระหงตรงหน้า แรงบีบแม้จะไม่ทำให้นางขาดอากาศหายใจ แต่ก็ทำให้ตกใจ
“ฟ่านถิงเฟย เจ้าอย่าคิดว่ามีราชโองการแล้ว ข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้านะ
ก็แค่แมลงตัวหนึ่งที่บินเข้ามาในค่าย หากกล้าทำความวุ่นวายละก็ ข้า…”
นางใช้มือบีบรัดไปที่ข้อมือของอีกฝ่าย กระชับให้แน่นกว่าเดิมอย่างท้าทาย
“เช่นนั้นก็ลงมือ ฆ่าข้าเสียเลยสิท่านอ๋อง ในเมื่อตอนนี้ ก็ไม่มีใครอยู่มิใช่หรือ”
“อย่าได้ท้าทายความอดทนของข้า....”
“ข้ารู้ว่าที่นี่ ท่านเป็นใหญ่ที่สุด มีอำนาจมากล้นจน…เฮือก!”
“ลองพูดอีกคำสิ แล้วจะรู้ว่า ข้ากล้าฆ่าเจ้าหรือไม่”
บท 1
ค่ายทหารเมืองหลิงโจว / แคว้นเฉิน
“คุณหนูท่านตื่นสิเจ้าคะ อย่าทำให้ข้าตกใจเช่นนี้.... คุณหนู”
เสียงเรียกของสาวใช้ ที่เริ่มสั่นเครือ เมื่อนางพยายามปลุกเรียกผู้เป็นนายของตัวเอง ในกระโจมค่ายทหาร ซึ่งอยู่นอกเมืองหลวงหลายร้อยลี้
“คุณหนูของเจ้า อาการเป็นอย่างไรบ้าง”
“เฮือก!”
สาวใช้ข้างกายสตรี ที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง หันมามองผู้ที่พึ่งก้าวเท้าเข้ามาในชุดแม่ทัพเต็มยศ เขาคือองค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นฉิน ซึ่งมีสมญานามว่า “มัจจุราชแห่งหลิงโจว” ผู้เลื่องชื่อผู้นั้น
“ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”
“อาการของนาง หนักหนามากเลยหรือ”
“นับว่าสาหัสพอสมควร นางเป็นไข้ป่าน่ะ”
“เช่นนั้นก็ส่งนางกลับเมืองหลวงเถอะ”
“แต่ว่า…”
“หากคืนนี้อาการยังไม่ดีขึ้น ก็ส่งนางกลับเมืองหลวงทันที ข้าไม่มีเวลามาดูแลคนป่วย ที่ไร้ประโยชน์ในเวลาเช่นนี้”
เสียงดุดันนั้น ดังพอที่จะทำให้หญิงสาว ซึ่งพึ่งจะได้สติตกใจ แต่นางกลับลืมตาไม่ได้ จำได้เพียงแค่เสียงที่ทรงอำนาจ เด็ดขาดและเย็นชา ที่พูดราวกับไร้ความเมตตา และไม่มีความเป็นห่วงใยน้ำเสียงเลยสักนิด และไม่นาน ความทรงจำบางอย่าง ก็ไหลเข้ามาในหัวของนาง
‘ข้ามีนามว่า “ฟ่านถิงเฟย” เป็นบุตรคนที่สาม ของหมอหลวงอันดับหนึ่งเมืองหลิงโจว ข้าเฝ้าติดตามองค์ชายเจ็ดมา หวังเพียงว่าเขาจะหันมามอง และเลือกข้าให้เป็นชายาของเขา แต่ไม่คิดเลยว่า นอกจากเขาจะไม่ไยดี ยังรังเกียจที่ข้าเป็นสตรีไม่เอาไหน คงเพราะข้างกายของเขา มีสตรีอีกคนอยู่กระมัง….’
“นี่มันอะไรกัน”
“คุณหนูฟื้นแล้ว! ท่านหมอเจ้าคะ”
“เอ่อ ไหนดูสิ ข้าขอตรวจหน่อย ให้ตายเถอะนี่มันเกิดอะไรขึ้น”
แม้แต่หมอประจำกองทัพ ก็ยังรู้สึกแปลกใจ เพราะจู่ ๆ ไข้ที่ขึ้นสูงก็พลันหายไป
“ชีพจรกลับมาเต้นเป็นปกติ คงที่และไข้ก็ยังลดลง ไม่น่าเชื่อเลย เจ้าดูแลนางอยู่นี่ ข้าจะรีบไปทูลท่านอ๋อง”
“เจ้าค่ะท่านหมอ ขอบคุณเจ้าค่ะ”
เมื่อนางลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ความทรงจำของเจ้าของร่าง ทำให้นางรับรู้ว่า ตัวเองเมื่อชาติก่อนได้ตายลงไปแล้ว “ซางถิง” แพทย์สนามสาวคนเก่ง ที่มักจะอยู่ที่ค่ายอาสาตามชายแดน ทั้งชีวิตทุ่มเทกับการรักษาผู้คน ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการแพทย์ สุดท้ายก็ถูกผู้ก่อการร้ายที่เข้ามาปล้นค่ายฆ่าตาย
“น้ำ… หิวน้ำ”
“น้ำเจ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อฟื้นขึ้นมา นางก็เห็นสีหน้าซีดเผือด ขอบตาที่คล้ำของหญิงสาวอายุราว ๆ ไม่เกินสิบเจ็ดปี นั่งอยู่ข้าง ๆ และยังมีน้ำตา นางคงจะเป็น “เนี่ยฝู” สาวใช้ที่อยู่ข้างกายเจ้าของร่างกระมัง
“เจ้า…”
“คุณหนูต้องการอะไรอีกหรือไม่ ข้าจะไปเตรียมน้ำเช็ดตัวให้ท่าน”
“ยังไม่ต้อง ข้า… อยากได้กระจก”
“อะไรนะเจ้าคะ กระจกหรือ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปเอามาให้ท่านเดี๋ยวนี้”
“ฟ่านถิงเฟย” สตรีที่รักสวยรักงาม ทั้งชีวิตนางไม่เคยสนใจร่ำเรียนหรือฝักใฝ่วิชาทางการแพทย์ ตามที่บรรพบุรุษสั่งสอนมาหลายชั่วคน อีกทั้งนางยังมุ่งมั่นเพียงแค่ อยากจะเป็นพระชายาขององค์ชายเจ็ด “จวินซานเฉิน” หรือฉินอ๋องในตอนนี้นั่นเอง
“มาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อนางเริ่มใช้กระจก ส่องดูใบหน้าของตัวเอง ก็ต้องตกใจทันที เพราะรูปร่างหน้าตาของฟ่านถิงเฟย ช่างงดงาม หมดจด ขาวสะอาด ฟันที่เรียงเป็นระเบียบ และผิวพรรณที่ผุดผ่องราวกับตุ๊กตาเคลือบ ทำเอาผู้ที่ถือกระจกอยู่นึกตกใจ
“เธอสวยอะไรปานนี้ สวยแบบไม่เสียชาติเกิดเลยให้ตายเถอะ”
“คุณหนูเจ้าคะ แม้ว่าตอนนี้ท่านพึ่งจะหายป่วย แต่ก็ยังงดงามอยู่เสมอใช่หรือไม่”
“ที่นี่คือ… ค่ายทหารชายแดนงั้นหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ หากคุณหนูอยากจะกลับจวนในตอนนี้ ท่านอ๋องตรัสว่า สามารถส่งท่านกลับไปได้เลยเจ้าค่ะ”
“จวนหรือ ท่านอ๋อง…”
นางสอบถามจนได้ความว่า ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ สั่งให้ท่านอ๋องนำกองทัพมาที่นี่ เพื่อปกป้องเมืองหน้าด่านอย่างหลิงโจว เพราะการรุกรานของแคว้นเซี่ย ดังนั้นนางจึงขอบิดา ให้ทูลต่อฝ่าบาท ขอติดตามกองทัพมาด้วย ฝ่าบาทพระราชทานราชโองการมา เพื่อให้โอกาสท่านอ๋องได้ตัดสินใจในการเลือกคู่ครอง ซึ่งแน่นอนว่า ท่านอ๋องผู้นี้ มิได้มีใจรักใคร่นางแม้แต่นิดเดียว
“เช่นนั้นแสดงว่าอ๋องผู้นั้น มีคนในใจแล้วงั้นหรือ”
“ไม่มีผู้ใดล่วงรู้หัวใจมัจจุราช อย่างฉินอ๋องได้หรอกเจ้าค่ะ แม้แต่องครักษ์และที่ปรึกษาคนสนิท ยังมิกล้าเอ่ยถาม แต่บุตรีแม่ทัพแซ่หลี่ผู้นั้น ก็ยังอยู่ในกองทัพเช่นกัน”
“หลี่ชุนฮวา” บุตรสาวคนเล็ก ของแม่ทัพหลี่ซุ่น เป็นสตรีอีกคนที่ฝ่าบาทอนุญาตให้เข้ามาที่กองทัพ เพื่อให้ท่านอ๋องได้ตัดสินใจเลือก ระหว่างบุตรสาวของแม่ทัพหลี่ ซึ่งเชี่ยวชาญการรบ กับบุตสาวของหมอหลวง ผู้ใดกันแน่ที่เขาจะเลือก
กระโจมท่านอ๋อง
“เสด็จพ่อคงเกรงว่า ข้าจะทำศึกง่ายไปกระมัง ถึงได้ส่งตัวสตรีน่ารำคาญ มาอยู่ในค่ายนี้ด้วย”
“เอาน่าซานเฉิน บัญชาโอรสสวรรค์หาขัดขืนได้ไม่ ถึงอย่างไรพวกนางก็อยู่มาจนถึงตอนนี้แล้ว”
“แล้วเป็นอย่างไร เกือบจะตายแล้วไม่เห็นหรือ สตรีอ่อนแอไร้ค่า ไม่มีความรู้ซ้ำยังน่ารำคาญ ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเสด็จพ่อไปแล้วว่า ยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน”
“หากเจ้าไม่ชอบคุณหนูฟ่าน ข้าก็พอเข้าใจได้ นางเป็นสตรีที่ใคร ๆ ต่างก็ส่ายหัว ทั้งเอาแต่ใจและไม่เอาความ แต่กับคุณหนูหลี่ ท่านก็ไม่คิดอะไรกับนางงั้นหรือ”
ท่านอ๋องนิ่งเงียบไป แม้ว่าหลี่ชุนฮวา จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี แต่เขากลับมิได้รู้สึกชื่นชอบนางถึงเพียงนั้น แค่มองแล้วรู้สึกสบายตามากกว่าฟ่านถิงเฟยเท่านั้นเอง
“สกุลหลี่เป็นตระกูลแม่ทัพมาสามชั่วคน อีกอย่างนางเองก็ถูกเลี้ยงดูเหมือนกับบุรุษ การเดินทางออกศึกร่วมกับบิดาและพี่ชาย นางค่อนข้างได้เปรียบคุณหนูฟ่าน”
“ฟ่านถิงเฟยผู้นี้ เป็นสตรีที่ไร้สมอง ไม่มีความรู้ และยังเอาแต่แต่งตัว รักสวยรักงาม น่ารำคาญสายตาเป็นที่สุด หากว่าข้าอยากได้นกขมิ้นน้อยสักตัวให้เฝ้าตำหนัก ก็คงจะเลือกนาง”
“อะไรกัน เหตุใดท่านจึงประเมินนาง ต่ำต้อยถึงเพียงนั้น นางอาจจะ เอ่อ… อาจจะมีข้อดีซ่อนอยู่บ้างก็ได้ ใครจะรู้เล่า”
“หึ ข้อดีงั้นหรือ หากว่ามีจริง ๆ ก็นับว่านางเก่งมาก”
“เก่งหรือ นี่ท่านชมฟ่านถิงเฟยหรือนี่”
“ข้าหมายถึง นางซ่อนส่วนที่ดีของนางเก่งเกินไป จนหาไม่เจอต่างหาก เอาเถอะ ถึงอย่างไรตอนนี้ ก็ส่งนางกลับไปก่อนเถิด ข้าไม่อยากรับผิดชอบ ชีวิตของสตรีไร้ประโยชน์เช่นนาง หากตายขึ้นมา ข้าไม่อยากจะไปที่จวนสกุลฟ่าน เพื่อเคารพศพนางอีก”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ ท่านเองก็รู้ว่า ฝ่าบาทมีราชโองการ หากจู่ ๆ ส่งนางกลับไปเช่นนี้ เกรงว่ากลับไปผู้ที่เดือดร้อน คงจะไม่พ้นตัวท่านเป็นแน่”
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เช่นนั้นหากนางตายคาค่ายทหารเพราะไข้ป่า ก็ไม่เกี่ยวกับข้าด้วยเช่นกันใช่หรือไม่”
“จะว่าแบบนั้น ก็ไม่ผิด แค่ส่งนางกลับไม่ได้”
“ดี! เช่นนั้นก็ให้นางทนอยู่ไป ไข้ป่านั่นร้ายแรง แม้แต่ทหารบางคนยังแทบจะทนไม่ไหว สตรีที่ไม่เอาไหนเช่นนาง ทั้งอ่อนแอและไร้สมอง คงทนได้อีกไม่นานนักหรอก”
“นี่ท่านคงไม่คิดที่จะ ปล่อยให้นางตายไปเฉย ๆ หรอกนะ”
ท่านอ๋องนิ่งไป พร้อมกับหันมามองหน้าที่ปรึกษา และกุนซือข้างกายอย่าง “หลิวจางหมิง” อีกครั้ง สายตายังคงเย็นชาและเด็ดขาด
“ข้าจะไม่ยอมให้มีอุปสรรคใด มาขัดขวางการทำศึกกับแคว้นเซี่ยในครั้งนี้ ในเมื่อนางรนหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็โทษข้าหาได้ไม่ หากนางตายขึ้นมาจริง ๆ ก็ส่งศพนางกลับเมืองหลวง แล้วกราบทูลเสด็จพ่อตามความเป็นจริงเถิด”
บทล่าสุด
#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษที่ 2
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#71 บทที่ 71 ตอนพิเศษที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#70 บทที่ 70 สาบานรักชัวนิรันดร์ (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#69 บทที่ 69 พิธีส่งตัว (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#68 บทที่ 68 พิธีอภิเษกสมรส
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#67 บทที่ 67 เจ้าจะรักษาอย่างไร
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#66 บทที่ 66 ข้าชอบที่ท่านขี้หึง
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#65 บทที่ 65 อารามเซิ่งไห่
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#64 บทที่ 64 นางเป็นปีศาจจริง ๆ
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#63 บทที่ 63 ศึกรักกับมัจจุราช (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี













