บทนำ
เขารับเธอมาในฐานะ "เด็กในปกครอง" ตั้งใจเพียงเลี้ยงดู ส่งเสียให้เรียน และคืนอิสระเมื่อเธอเติบโต
แต่ทุกวัน... เขากลับเป็นคนทำอาหารให้ เฝ้าถักเปีย พาไปโรงเรียน สอนเข้าครัว คอยปกป้อง และโอบอุ้มทุกหยดน้ำตา
ส่วนเธอ... จากเด็กหญิงตัวน้อยที่สูญเสียทุกอย่าง ก็เฝ้ามองผู้ชายคนเดิมด้วยหัวใจที่มีเพียงเขามาตลอด
กว่าจะรู้ตัวว่าเด็กในวันนั้นได้กลายเป็นผู้หญิงที่ขาดไม่ได้ในชีวิต... หัวใจของเชฟหนุ่มก็ถูกเธอขโมยไปทั้งดวงเสียแล้ว
บางครั้ง... ความรักไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่าคู่หมั้น แต่เติบโตขึ้นจาก "อ้อมกอด" ที่ไม่เคยปล่อยมือกันเลยต่างหาก
บท 1
กลิ่นธูปหอมอ่อนปะปนกับกลิ่นดอกไม้สดอบอวลไปทั่วศาลาวัดสว่างอารมณ์ ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งเหนือพวงหรีดนับสิบ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยในคืนสุดท้ายก่อนพิธีฌาปนกิจ เสียงสวดพระอภิธรรมดังคลอเบา ๆ ขณะที่ผู้คนทยอยเข้ามากราบลาผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้าย
ร่างเล็กของเด็กหญิงปาณิศา หรือ 'หนูนิด' วัยเจ็ดขวบ นั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งไม้ยาว ดวงตากลมโตแดงก่ำและบวมช้ำจากการร้องไห้ติดต่อกันหลายวัน จนแทบไม่มีน้ำตาเหลือให้หลั่งอีกแล้ว สายตาเลื่อนลอยจับจ้องไปยังรูปถ่ายหน้าหีบศพของคุณยายแก้ว ผู้เป็นทั้งพ่อ แม่ และโลกทั้งใบของเธอ
"ยัยนิด กินข้าวกินปลาหน่อยไหมลูก ยายแก้วไปสบายแล้ว ต่อไปย่าจะดูแลเราเอง อย่าโศกเศร้าเสียใจไปมากกว่านี้อีกเลย ไม่อย่างนั้นยายของเราจะไม่สบายใจนะ"
ย่าบัว หญิงชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา ค่อย ๆ ทรุดกายนั่งลงข้างเด็กหญิง มือเหี่ยวย่นตามวัยลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน
ปาณิศาส่ายหน้าช้า ๆ โดยไม่ละสายตาจากรูปถ่าย
"นิดไม่หิวค่ะคุณย่า นิดอยากให้คุณยายฟื้น" เสียงเล็กสั่นเครือจนคนฟังเจ็บลึกไปถึงหัวใจ
ย่าบัวลอบถอนหายใจ พลางดึงร่างบางเข้ามากอดหลวม ๆ
"ยายแก้วฝากหนูไว้กับย่าแล้วนะลูก ต่อไปนี้บ้านบัวแก้วก็คือบ้านของหนู และย่าก็มีคนที่จะคอยดูแลหนูไปตลอดชีวิต" หญิงชราค่อย ๆ หันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในศาลา
อัครินทร์ หรือ 'คุณใหญ่' เชฟหนุ่มวัยยี่สิบสองปี อยู่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทพับแขนเสื้อถึงข้อศอก ใบหน้าคมคายสะอาดหมดจด แม้จะเดินทางกลับจากการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศได้ไม่นาน แต่เขาก็รีบตรงมายังงานศพทันที เหรียญรางวัลแชมป์อาหารไทยประยุกต์ที่เพิ่งคว้ามาได้ ยังไม่ได้สร้างความยินดีให้เจ้าตัวแม้แต่น้อย เพราะข่าวการจากไปของยายแก้วทำให้เขาเศร้าใจยิ่งนัก เนื่องจากเขาเองก็รักและเคารพท่านเหมือนคุณยายแท้ๆ
ชายหนุ่มเดินเข้ามาอย่างสุขุม ก่อนทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมทอดมองเด็กหญิงตัวเล็กที่ดูบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้อง
"ใหญ่ มานี่สิลูก"
"ครับคุณย่า" อัครินทร์ขยับเข้าไปใกล้
ย่าบัวมองหลานชาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"จำสัญญาที่ยายแก้วกับย่าตกลงกันไว้ได้ใช่ไหม เรื่องการหมั้นหมายของเรากับยายหนูนิดน่ะ"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที
"คุณย่าครับ เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องสมัยก่อนแล้วนะครับ การคลุมถุงชนไม่ควรมีในยุคนี้อีกแล้วนะครับ อีกอย่างผมกับหนูนิดก็อายุห่างกันค่อนข้างเยอะ"
"แต่ย่ารับปากยายแก้วไว้ก่อนจะสิ้นลม และนี่คือคำสั่งของย่า" น้ำเสียงของหญิงชราแน่วแน่จนไม่มีช่องให้โต้แย้ง
อัครินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางเหลือบมองเด็กหญิงที่กำลังจ้องหน้าเขาอย่างไร้เดียงสา
เขาเอนตัวพิงพนัก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น
"ผมจะรับดูแลเธอในฐานะเด็กในปกครองครับ ผมจะส่งเสียให้เรียนจนจบ ให้มีอนาคตที่ดี แต่เรื่องแต่งงาน เมื่อเธอโตจนบรรลุนิติภาวะ ผมจะคืนอิสระให้เธอเลือกชีวิตของตัวเอง เธอจะแต่งกับใครก็ได้ที่รัก ส่วนผมก็จะแต่งกับคนที่ผมเลือกเอง ต่างคนต่างใช้ชีวิตครับคุณย่า"
ย่าบัวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"เรานี่มันดื้อเหมือนปู่ไม่มีผิด แต่เอาเถอะ ย่าไม่บังคับ แค่เรารับปากว่าจะดูแลยายหนูนิดย่าก็สบายใจแล้วล่ะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ยังอีกยาวไกล"
ยังไม่ทันที่หญิงชราจะพูดต่อ ร่างเล็กของปาณิศาก็ลุกลงจากเก้าอี้ เดินมาหยุดตรงหน้าอัครินทร์
เด็กหญิงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"คุณอาคะ นิดจะไม่เป็นภาระคุณอากับคุณย่าเด็ดขาดค่ะ นิดทำความสะอาดบ้านได้ นิดช่วยงานในครัวได้ค่ะ อย่าทิ้งนิดนะคะ” เด็กน้อยพอจะรู้ความแล้วจึงรีบพูดอย่างน่าเอ็นดูปนน่าเวทนา ประโยคสั้น ๆ จากเด็กวัยเพียงเจ็ดขวบ ทำให้อัครินทร์นิ่งไปชั่วขณะ
เขามองดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนความแข็งกร้าวในใจจะอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กหญิงเบา ๆ
"อารับปากว่าจะไม่ทิ้ง แต่อยู่กับอาแล้วต้องเป็นเด็กดี ต้องเชื่อฟัง เข้าใจไหม"
"เข้าใจค่ะคุณอา"
ปาณิศาพยักหน้ารับทันที
"สัญญาแล้วนะ"
"สัญญาค่ะ"
ย่าบัวมองภาพตรงหน้าพลางยิ้มบาง ๆ แม้จะยังมีเรื่องให้กังวล แต่เพียงแค่หลานชายยอมเปิดใจรับเด็กคนนี้ไว้ ก็นับว่าดีกว่าที่คิดไว้มากแล้ว
หลังเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจในวันถัดมา ปาณิศาก็ถูกพามายัง 'เรือนบัวแก้ว' บ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ที่รายล้อมด้วยสวนดอกไม้และไม้ผลนานาชนิด ด้านหน้าคือร้านอาหารไทยโบราณชื่อดังที่มีลูกค้าแน่นแทบทุกวัน เธอรับรู้ว่าคุณย่ากับคุณยายของเธอเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารไทยด้วยกัน คุณยายเคยบอกเอาไว้ว่าต่อไปร้านอาหารนี้ก็จะเป็นของเธอด้วยเช่นกัน
บ้านหลังใหญ่ไม่ได้แปลกตาสำหรับเด็กน้อยเพราะมาที่นี่บ่อย แต่ในความรู้สึกก็คือไม่ใช่บ้านของตนเอง
ปาณิศานั่งกอดเข่าอยู่บนตั่งไม้กลางเรือน ไม่ยอมลุกไปไหน และไม่ยอมแตะอาหารแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เช้า
จนกระทั่งช่วงเย็น...
อัครินทร์เดินออกมาจากครัวหลังเคลียร์งานเสร็จ เขาเห็นเด็กหญิงยังนั่งอยู่ท่าเดิมก็ขมวดคิ้วนิด ๆ
"ทำไมไม่กินข้าว"
ปาณิศาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
"นิดคิดถึงคุณยายค่ะ"
"แล้วเกี่ยวอะไรกับไม่กินข้าว"
"คุณยายเคยทำแกงจืดลูกรอกให้นิดกินทุกครั้ง นิดคิดถึงฝีมือคุณยาย"
อัครินทร์มองเด็กหญิงอยู่ครู่หนึ่ง
"อืม" ตอบเพียงคำเดียว ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าครัวทันที
ปาณิศามองตามแผ่นหลังกว้างอย่างเหม่อลอย
"คุณอาคงรำคาญนิดที่เรื่องมากกับการกิน"
เด็กหญิงก้มหน้ากอดเข่าแน่นกว่าเดิม
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง
กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูหอมกรุ่นลอยมาตามลม กลิ่นรากผักชี กระเทียม และพริกไทยหอมอบอวลไปทั่วเรือน
อัครินทร์เดินถือถาดอาหารออกมา ก่อนวางถ้วยกระเบื้องใบใหญ่ลงตรงหน้าเด็กหญิง
"กินสิ ลองชิมดูว่าฝีมือของอาสู้คุณยายของเราได้หรือเปล่า” ปาณิศาก้มลงมอง ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง
"แกงจืดลูกรอกเหรอคะ คุณอาเก่งจัง กลิ่นหอมเหมือนคุณยายทำเลยค่ะ" เด็กน้อยพูดแล้วตาโต ยิ้มกว้างออกมาอย่างใสซื่อ
ในถ้วยคือแกงจืดลูกรอกหน้าตาเหมือนของคุณยายแก้วแทบทุกอย่าง ทั้งกลิ่น สี และลูกรอกที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงในถ้วยโดยไม่รู้ตัว
"คุณอา..."
"ร้องไห้ทำไมอีก" ชายหนุ่มพูดเรียบ ๆ พลางยื่นช้อนให้ "รีบกิน ตอนยังร้อนๆ"
ปาณิศารับช้อนมาอย่างทะนุถนอม ก่อนตักน้ำซุปคำแรกเข้าปาก
เพียงชั่วอึดใจเดียว รสชาติอันคุ้นเคยก็ทำให้ดวงตาคู่โตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาอีกครั้ง
"อร่อย..." เธอตักอีกคำ แล้วอีกคำ
จากเด็กที่ไม่ยอมกินอะไรทั้งวัน กลับกินจนหมดถ้วยอย่างรวดเร็ว
อัครินทร์นั่งมองเงียบ ๆ
"อร่อยไหม"
"อร่อยมากค่ะ อร่อยเหมือนที่คุณยายทำเลย คุณอาเก่งที่สุดเลยค่ะ" เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มแรกหลังสูญเสียคนสำคัญ
อัครินทร์เผลอยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำซุปตรงมุมปากให้อย่างแผ่วเบา
"ถ้าชอบ วันหลังอาจะสอนให้ทำ"
"จริงเหรอคะ"
"จริง"
"นิดเรียนได้เหรอ"
"ได้ แต่ต้องตั้งใจ สูตรอาหารของบ้านนี้ไม่มีคำว่าคร่าว ๆ ทุกอย่างต้องเป๊ะ"
บทล่าสุด
#18 บทที่ 18 เมล็ดพันธุ์แห่งความฝันและกำลังใจยามดึก
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#17 บทที่ 17 แกงคั่วโบราณและเกียรติยศแห่งเรือนบัวแก้ว
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#16 บทที่ 16 กลิ่นดินและกลิ่นกระชายพราน
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#15 บทที่ 15 การเดินทาง
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#14 บทที่ 14 ระยะห่างที่เริ่มสั่นคลอน
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#13 บทที่ 13 สัญญาอิสระกับใจที่สั่นไหว
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#12 บทที่ 12 ความผูกพันที่หยั่งรากลึก
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#11 บทที่ 11 ดรัมเมเยอร์
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#10 บทที่ 10 ดอกแก้วเริ่มแตกกิ่งก้าน
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#9 บทที่ 9 ยานัตถุ์ส้มซ่า
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
รักไม่หลอก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักระรินใจ
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้













