บทนำ
เขารับเธอมาในฐานะ "เด็กในปกครอง" ตั้งใจเพียงเลี้ยงดู ส่งเสียให้เรียน และคืนอิสระเมื่อเธอเติบโต
แต่ทุกวัน... เขากลับเป็นคนทำอาหารให้ เฝ้าถักเปีย พาไปโรงเรียน สอนเข้าครัว คอยปกป้อง และโอบอุ้มทุกหยดน้ำตา
ส่วนเธอ... จากเด็กหญิงตัวน้อยที่สูญเสียทุกอย่าง ก็เฝ้ามองผู้ชายคนเดิมด้วยหัวใจที่มีเพียงเขามาตลอด
กว่าจะรู้ตัวว่าเด็กในวันนั้นได้กลายเป็นผู้หญิงที่ขาดไม่ได้ในชีวิต... หัวใจของเชฟหนุ่มก็ถูกเธอขโมยไปทั้งดวงเสียแล้ว
บางครั้ง... ความรักไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่าคู่หมั้น แต่เติบโตขึ้นจาก "อ้อมกอด" ที่ไม่เคยปล่อยมือกันเลยต่างหาก
บท 1
กลิ่นธูปหอมอ่อนปะปนกับกลิ่นดอกไม้สดอบอวลไปทั่วศาลาวัดสว่างอารมณ์ ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งเหนือพวงหรีดนับสิบ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยในคืนสุดท้ายก่อนพิธีฌาปนกิจ เสียงสวดพระอภิธรรมดังคลอเบา ๆ ขณะที่ผู้คนทยอยเข้ามากราบลาผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้าย
ร่างเล็กของเด็กหญิงปาณิศา หรือ 'หนูนิด' วัยเจ็ดขวบ นั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งไม้ยาว ดวงตากลมโตแดงก่ำและบวมช้ำจากการร้องไห้ติดต่อกันหลายวัน จนแทบไม่มีน้ำตาเหลือให้หลั่งอีกแล้ว สายตาเลื่อนลอยจับจ้องไปยังรูปถ่ายหน้าหีบศพของคุณยายแก้ว ผู้เป็นทั้งพ่อ แม่ และโลกทั้งใบของเธอ
"ยัยนิด กินข้าวกินปลาหน่อยไหมลูก ยายแก้วไปสบายแล้ว ต่อไปย่าจะดูแลเราเอง อย่าโศกเศร้าเสียใจไปมากกว่านี้อีกเลย ไม่อย่างนั้นยายของเราจะไม่สบายใจนะ"
ย่าบัว หญิงชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา ค่อย ๆ ทรุดกายนั่งลงข้างเด็กหญิง มือเหี่ยวย่นตามวัยลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน
ปาณิศาส่ายหน้าช้า ๆ โดยไม่ละสายตาจากรูปถ่าย
"นิดไม่หิวค่ะคุณย่า นิดอยากให้คุณยายฟื้น" เสียงเล็กสั่นเครือจนคนฟังเจ็บลึกไปถึงหัวใจ
ย่าบัวลอบถอนหายใจ พลางดึงร่างบางเข้ามากอดหลวม ๆ
"ยายแก้วฝากหนูไว้กับย่าแล้วนะลูก ต่อไปนี้บ้านบัวแก้วก็คือบ้านของหนู และย่าก็มีคนที่จะคอยดูแลหนูไปตลอดชีวิต" หญิงชราค่อย ๆ หันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในศาลา
อัครินทร์ หรือ 'คุณใหญ่' เชฟหนุ่มวัยยี่สิบสองปี อยู่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทพับแขนเสื้อถึงข้อศอก ใบหน้าคมคายสะอาดหมดจด แม้จะเดินทางกลับจากการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศได้ไม่นาน แต่เขาก็รีบตรงมายังงานศพทันที เหรียญรางวัลแชมป์อาหารไทยประยุกต์ที่เพิ่งคว้ามาได้ ยังไม่ได้สร้างความยินดีให้เจ้าตัวแม้แต่น้อย เพราะข่าวการจากไปของยายแก้วทำให้เขาเศร้าใจยิ่งนัก เนื่องจากเขาเองก็รักและเคารพท่านเหมือนคุณยายแท้ๆ
ชายหนุ่มเดินเข้ามาอย่างสุขุม ก่อนทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมทอดมองเด็กหญิงตัวเล็กที่ดูบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้อง
"ใหญ่ มานี่สิลูก"
"ครับคุณย่า" อัครินทร์ขยับเข้าไปใกล้ ย่าบัวมองหลานชาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"จำสัญญาที่ยายแก้วกับย่าตกลงกันไว้ได้ใช่ไหม เรื่องการหมั้นหมายของเรากับยายหนูนิดน่ะ"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที
"คุณย่าครับ เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องสมัยก่อนแล้วนะครับ การคลุมถุงชนไม่ควรมีในยุคนี้อีกแล้วนะครับ อีกอย่างผมกับหนูนิดก็อายุห่างกันค่อนข้างเยอะ"
"แต่ย่ารับปากยายแก้วไว้ก่อนจะสิ้นลม และนี่คือคำสั่งของย่า" น้ำเสียงของหญิงชราแน่วแน่จนไม่มีช่องให้โต้แย้ง
อัครินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางเหลือบมองเด็กหญิงที่กำลังจ้องหน้าเขาอย่างไร้เดียงสา
เขาเอนตัวพิงพนัก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น
"ผมจะรับดูแลเธอในฐานะเด็กในปกครองครับ ผมจะส่งเสียให้เรียนจนจบ ให้มีอนาคตที่ดี แต่เรื่องแต่งงาน เมื่อเธอโตจนบรรลุนิติภาวะ ผมจะคืนอิสระให้เธอเลือกชีวิตของตัวเอง เธอจะแต่งกับใครก็ได้ที่รัก ส่วนผมก็จะแต่งกับคนที่ผมเลือกเอง ต่างคนต่างใช้ชีวิตครับคุณย่า"
ย่าบัวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"เรานี่มันดื้อเหมือนปู่ไม่มีผิด แต่เอาเถอะ ย่าไม่บังคับ แค่เรารับปากว่าจะดูแลยายหนูนิดย่าก็สบายใจแล้วล่ะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ยังอีกยาวไกล"
ยังไม่ทันที่หญิงชราจะพูดต่อ ร่างเล็กของปาณิศาก็ลุกลงจากเก้าอี้ เดินมาหยุดตรงหน้าอัครินทร์
เด็กหญิงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"คุณอาคะ นิดจะไม่เป็นภาระคุณอากับคุณย่าเด็ดขาดค่ะ นิดทำความสะอาดบ้านได้ นิดช่วยงานในครัวได้ค่ะ อย่าทิ้งนิดนะคะ” เด็กน้อยพอจะรู้ความแล้วจึงรีบพูดอย่างน่าเอ็นดูปนน่าเวทนา ประโยคสั้น ๆ จากเด็กวัยเพียงเจ็ดขวบ ทำให้อัครินทร์นิ่งไปชั่วขณะ
เขามองดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนความแข็งกร้าวในใจจะอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กหญิงเบา ๆ
"อารับปากว่าจะไม่ทิ้ง แต่อยู่กับอาแล้วต้องเป็นเด็กดี ต้องเชื่อฟัง เข้าใจไหม"
"เข้าใจค่ะคุณอา"
ปาณิศาพยักหน้ารับทันที
"สัญญาแล้วนะ"
"สัญญาค่ะ"
ย่าบัวมองภาพตรงหน้าพลางยิ้มบาง ๆ แม้จะยังมีเรื่องให้กังวล แต่เพียงแค่หลานชายยอมเปิดใจรับเด็กคนนี้ไว้ ก็นับว่าดีกว่าที่คิดไว้มากแล้ว
หลังเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจในวันถัดมา ปาณิศาก็ถูกพามายัง 'เรือนบัวแก้ว' บ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ที่รายล้อมด้วยสวนดอกไม้และไม้ผลนานาชนิด ด้านหน้าคือร้านอาหารไทยโบราณชื่อดังที่มีลูกค้าแน่นแทบทุกวัน เธอรับรู้ว่าคุณย่ากับคุณยายของเธอเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารไทยด้วยกัน คุณยายเคยบอกเอาไว้ว่าต่อไปร้านอาหารนี้ก็จะเป็นของเธอด้วยเช่นกัน
บ้านหลังใหญ่ไม่ได้แปลกตาสำหรับเด็กน้อยเพราะมาที่นี่บ่อย แต่ในความรู้สึกก็คือไม่ใช่บ้านของตนเอง
ปาณิศานั่งกอดเข่าอยู่บนตั่งไม้กลางเรือน ไม่ยอมลุกไปไหน และไม่ยอมแตะอาหารแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เช้า
จนกระทั่งช่วงเย็น...
อัครินทร์เดินออกมาจากครัวหลังเคลียร์งานเสร็จ เขาเห็นเด็กหญิงยังนั่งอยู่ท่าเดิมก็ขมวดคิ้วนิด ๆ
"ทำไมไม่กินข้าว"
ปาณิศาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
"นิดคิดถึงคุณยายค่ะ"
"แล้วเกี่ยวอะไรกับไม่กินข้าว"
"คุณยายเคยทำแกงจืดลูกรอกให้นิดกินทุกครั้ง นิดคิดถึงฝีมือคุณยาย"
อัครินทร์มองเด็กหญิงอยู่ครู่หนึ่ง
"อืม" ตอบเพียงคำเดียว ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าครัวทันที
ปาณิศามองตามแผ่นหลังกว้างอย่างเหม่อลอย
"คุณอาคงรำคาญนิดที่เรื่องมากกับการกิน"
เด็กหญิงก้มหน้ากอดเข่าแน่นกว่าเดิม
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง
กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูหอมกรุ่นลอยมาตามลม กลิ่นรากผักชี กระเทียม และพริกไทยหอมอบอวลไปทั่วเรือน
อัครินทร์เดินถือถาดอาหารออกมา ก่อนวางถ้วยกระเบื้องใบใหญ่ลงตรงหน้าเด็กหญิง
"กินสิ ลองชิมดูว่าฝีมือของอาสู้คุณยายของเราได้หรือเปล่า” ปาณิศาก้มลงมอง ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง
"แกงจืดลูกรอกเหรอคะ คุณอาเก่งจัง กลิ่นหอมเหมือนคุณยายทำเลยค่ะ" เด็กน้อยพูดแล้วตาโต ยิ้มกว้างออกมาอย่างใสซื่อ
ในถ้วยคือแกงจืดลูกรอกหน้าตาเหมือนของคุณยายแก้วแทบทุกอย่าง ทั้งกลิ่น สี และลูกรอกที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงในถ้วยโดยไม่รู้ตัว
"คุณอา..."
"ร้องไห้ทำไมอีก" ชายหนุ่มพูดเรียบ ๆ พลางยื่นช้อนให้ "รีบกิน ตอนยังร้อนๆ"
ปาณิศารับช้อนมาอย่างทะนุถนอม ก่อนตักน้ำซุปคำแรกเข้าปาก
เพียงชั่วอึดใจเดียว รสชาติอันคุ้นเคยก็ทำให้ดวงตาคู่โตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาอีกครั้ง
"อร่อย..." เธอตักอีกคำ แล้วอีกคำ
จากเด็กที่ไม่ยอมกินอะไรทั้งวัน กลับกินจนหมดถ้วยอย่างรวดเร็ว
อัครินทร์นั่งมองเงียบ ๆ
"อร่อยไหม"
"อร่อยมากค่ะ อร่อยเหมือนที่คุณยายทำเลย คุณอาเก่งที่สุดเลยค่ะ" เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มแรกหลังสูญเสียคนสำคัญ
อัครินทร์เผลอยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำซุปตรงมุมปากให้อย่างแผ่วเบา
"ถ้าชอบ วันหลังอาจะสอนให้ทำ"
"จริงเหรอคะ"
"จริง"
"นิดเรียนได้เหรอ"
"ได้ แต่ต้องตั้งใจ สูตรอาหารของบ้านนี้ไม่มีคำว่าคร่าว ๆ ทุกอย่างต้องเป๊ะ"
บทล่าสุด
#156 บทที่ 156 156
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#155 บทที่ 155 155
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#154 บทที่ 154 154
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#153 บทที่ 153 153
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#152 บทที่ 152 152
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#151 บทที่ 151 151
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#150 บทที่ 150 150
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#149 บทที่ 149 149
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#148 บทที่ 148 148
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#147 บทที่ 147 147
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!













