บทนำ
บท 1
รันเวย์อาบยาพิษ
แสงไฟสลัวสีส้มสลับขาวในห้องแต่งตัวขนาดใหญ่เบื้องหลังเวทีแฟชั่นโชว์การกุศลประจำปีเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงไดร์เป่าผมดังระงมแข่งกับเสียงตะโกนสั่งการของสไตลิสต์ กลิ่นสเปรย์ฉีดผมฟุ้งกระจายจนเกือบจะบดบังความตื่นเต้นที่ลอยอยู่ในอากาศ แต่ท่ามกลางพายุแห่งความสับสนนั้น พิชชา(พิชชี่) นั่งนิ่งสงบราวกับเป็นจุดศูนย์กลางของพายุ
ใบหน้าสวยพิฆาตที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีขับเน้นนัยน์ตาคมกริบให้ดูน่าเกรงขาม มือเรียวสวยหยิบลิปสติกสีนู้ดขึ้นมาทาซ้ำที่ริมฝีปากอย่างประณีต ความงามของเธอไม่ใช่แค่เรื่องของรูปโฉม แต่เป็นจริตจะก้านที่สั่งสมมาจากการเป็นนางแบบตัวท็อปของวงการ
สำหรับพิชชา รันเวย์ไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่มันคือสมรภูมิที่เธอต้องเป็นผู้ชนะเสมอ
ขณะที่ช่างภาพกำลังเตรียมความพร้อมข้างนอก พิชชามองเงาตัวเองในกระจกพลางนึกถึงเหตุผลที่ทำให้เธอมาถึงจุดนี้ ความแข็งแกร่งที่เธอมีไม่ใช่พรสวรรค์ แต่มันคือเกราะที่เธอสร้างขึ้นจากรอยร้าวในอดีต ภาพในความทรงจำวัยเด็กย้อนกลับมาเตือนใจเสมอ ภาพของแม่ที่นั่งร้องไห้อยู่กลางบ้านเพียงลำพัง หลังจากพ่อหอบข้าวของหนีไปกับเมียน้อยอย่างไร้เยื่อใย
"จำไว้นะพิชชี่ ความรักมันคือเรื่องหลอกลวง ผู้ชายรักเราแค่ตอนที่เรายังมีประโยชน์" เสียงสั่นเครือของแม่ในวันนั้นกลายเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตของเธอ
นับแต่นั้นมาพิชชาจึงปฏิญาณกับตัวเองว่าเธอจะไม่มีวันตกเป็นทาสของอารมณ์งี่เง่าที่เรียกว่าความรัก เธอเรียนรู้ที่จะใช้ความสวยและความฉลาดเป็น บันได เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดสูงสุด สำหรับเธอแล้ว ผู้ชายก็เป็นเพียงแค่เครื่องประดับราคาแพงที่ช่วยเสริมบารมีชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
"พิชชี่คะ อีกห้านาทีจะถึงคิวเปิดโชว์แล้วค่ะ" สตาฟสาวตะโกนบอกด้วยความเร่งรีบ
พิชชาลุกขึ้นยืน กายระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีเงินเมทัลลิกดูราวกับเทพธิดาจากโลกอนาคต เธอเอื้อมมือไปหยิบรองเท้าส้นเข็มสูงห้านิ้วที่วางอยู่บนชั้น แต่สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เธอต้องชะงัก
เธอก้มลงพินิจรองเท้าคู่นั้นอย่างละเอียด ก่อนจะพบว่ารอยตัดเล็กๆ บริเวณสายรัดข้อเท้านั้นถูกทำไว้อย่างแนบเนียน หากเธอใส่เดินออกไป ส้นเข็มนั้นจะหักลงทันทีที่เธอทิ้งน้ำหนักก้าวเดินบนเวที และนั่นหมายถึงความอัปยศครั้งใหญ่ท่ามกลางสายตานับพันคู่
"ตายจริง ใครกันนะที่ซุ่มซ่ามจนลืมดูรองเท้าแบบนี้" เสียงแหลมเล็กที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลัง
ริซ่า นางแบบรุ่นน้องที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจยืนกอดอกยิ้มกริ่ม ริซ่าพยายามจะเลื่อยขาเก้าอี้ของพิชชี่มาตลอดเพื่อหวังจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งแทน
"เสียดายจังเลยนะคะพี่พิชชี่ ชุดสวยขนาดนี้ ถ้าต้องไปล้มคะมำบนรันเวย์คงดูไม่จืดแน่ๆ"
พิชชาไม่แม้แต่จะปรายตาจ้องมองด้วยความโกรธ เธอเหยียดยิ้มเย็นชาพลางหยิบคีมขนาดเล็กในกล่องอุปกรณ์ช่างที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาจัดการตัดสายที่เหลือทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเทปกาวแฟชั่นใสมารัดที่เท้าและรองเท้าอย่างแน่นหนาแต่ดูแนบเนียนไปกับผิว
"ขอบใจที่เตือนนะริซ่า แต่เสียใจด้วย ที่รันเวย์นี้ไม่มีที่ว่างให้พวกขยะอย่างเธอเดินตามหลังฉัน"
พิชชฃาก้าวเดินผ่านริซ่าที่ยืนหน้าถอดสีออกไปด้วยท่วงท่าที่มั่นคงที่สุด
ทันทีที่ฝีเท้าของพิชชาเหยียบลงบนรันเวย์ แสงแฟลชก็รัวระดมเข้าใส่จนขาวโพลนไปหมด เธอเดินสับขาด้วยจังหวะที่แม่นยำและทรงพลัง ทุกการบิดกาย ทุกการปรายตา คือการฆ่าทุกคนในงานให้ตายลงตรงนั้น
สายตาคมเฉี่ยวจิกกล้องราวกับจะกระชากวิญญาณคนดู เธอเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส ความกดดันรอบข้างกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เธอเปล่งประกายยิ่งกว่าใคร ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว พิชชารู้ดีว่าเธอไม่ได้แค่เดินแบบ แต่เธอกำลังประกาศศักดาว่าไม่มีใครสามารถทำลายเธอได้
หลังจบโชว์ที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย พิชชาเดินออกมาที่ลานจอดรถส่วนตัว เธอพบชายหนุ่มลูกไฮโซตระกูลดังที่ควงคู่กันมาตลอดทั้งเดือนยืนถือช่อดอกไม้กุหลาบสีแดงขนาดใหญ่รออยู่
"พิชชี่ครับ ยินดีด้วยนะครับสำหรับโชว์คืนนี้ ผมเตรียมร้านอาหารสุดหรูไว้ฉลองให้เราสองคนแล้ว" ชายหนุ่มยิ้มกว้าง หวังจะได้รับอ้อมกอดขอบคุณจากสาวสวย
แต่พิชชากลับหยุดเดินห่างไปสามก้าว เธอไม่ได้ยื่นมือไปรับดอกไม้ แต่กลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูวันที่
"วันนี้วันที่เท่าไหร่คะ" เธอถามเสียงเรียบ
"เอ่อ!!! วันที่สามสิบเอ็ดครับ ทำไมเหรอ"
"ครบกำหนดแล้วค่ะ" พิชชาตอบพร้อมกับยิ้มที่สวยที่สุดแต่น่าขนลุกที่สุด
"กฎของฉันคือ คบได้แต่ห้ามรัก และฉันไม่เคยให้ใครเกินหนึ่งเดือน ตอนนี้คุณไม่ใช่ เครื่องประดับที่ฉันต้องการอีกต่อไปแล้ว"
"แต่พิชชี่เรายังคุยกันดีๆ อยู่เลยนะ คุณจะทิ้งผมแบบนี้เหรอ"
"ฉันไม่ได้ทิ้งค่ะ ฉันแค่เลิกใช้งานเชิญเอาดอกไม้ราคาถูกพวกนี้ไปให้ผู้หญิงที่เชื่อเรื่องรักแท้เถอะค่ะ สำหรับฉัน คุณเป็นแค่ทางผ่านที่จบลงแล้ว"
พิชชาก้าวขึ้นรถสปอร์ตคันงามของเธอแล้วขับออกไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนอึ้งอยู่เพียงลำพัง
เธอมองกระจกหลังพลางเหยียดยิ้ม หัวใจของเธอแข็งแกร่งเกินกว่าที่ความรักจะแทรกซึมเข้าไปได้ และเธอพร้อมแล้วสำหรับเหยื่อ รายต่อไปที่ท้าทายกว่าเดิมโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า คืนนี้ที่คลับหรูใจกลางเมืองเพลิงที่อันตรายกว่าผู้ชายทุกคนเธอกำลังรอพบเธออยู่
บทล่าสุด
#148 บทที่ 148 รุ่งอรุณใหม่ (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#147 บทที่ 147 บทสรุปแห่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#146 บทที่ 146 ราตรีสีชมพู
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#145 บทที่ 145 รักที่ยังคงเดิม
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#144 บทที่ 144 บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#143 บทที่ 143 ใต้แสงดาว 18+
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#142 บทที่ 142 ไออุ่นริมทะเล 2
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#141 บทที่ 141 ไออุ่นริมทะเล 1
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#140 บทที่ 140 ก้าวแรกของผู้ใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#139 บทที่ 139 สัญญาใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
สัญญารักประธานร้าย
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













